<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039;อวดขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำรุ่นใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ อวดขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำชนิดใหม่ 4 ลูกที่สื่อโสมแดงคุยว่าเป็น &amp;quot;อาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก&amp;quot; ระหว่างพิธีสวนสนามในกรุงเปียงยาง นักวิเคราะห์ชี้เป็นการแสดงแสนยานุภาพก่อนหน้าที่โจ ไบเดน จะสาบานตนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในอีกไม่กี่วันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำรุ่นใหม่ที่เกาหลีเหนือนำออกแสดงในพิธีสวนสนามเมื่อค่ำวันพฤหัสบดี (Credit : Korean Central News Agency)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิธีสวนสนามเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาจัดขึ้นภายหลังเกาหลีเหนือปิดฉากการประชุมใหญ่พรรคแรงงานที่จัดทุกรอบ 5 ปี ซึ่งคิม จองอึน กล่าวถึงสหรัฐอเมริกาว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมสวมเสื้อหนังสีดำและหมวกขนสัตว์ยืนชมการสวนสนามของทหาร, อาวุธปืนใหญ่และรถถัง รวมถึงจรวด ที่เคลื่อนขบวนผ่านจัตุรัสคิมอิลซุงท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น โดยทหารและประชาชนนับหมื่นๆ คนที่ร่วมพิธีไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย บนท้องฟ้า เครื่องบินหลายลำแปรขบวนเป็นสัญลักษณ์ของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยางรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า อาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก ขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ (เอสแอลบีเอ็ม) เข้าสู่จัตุรัสแห่งนี้ลำแล้วลำเล่า แสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพของกองทัพแห่งการปฏิวัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัก วอนกอน จากมหาวิทยาลัยฮันดงโลกในกรุงโซล กล่าวถึงเอสแอลบีเอ็มเหล่านี้ว่าเป็น &amp;quot;อาวุธนิวเคลียร์ขั้นสูงสุดของเกาหลีเหนือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือเคยแสดงเอสแอลบีเอ็มขนาดเล็กกว่านี้มาแล้ว และเคยเผยแพร่ภาพการทดสอบยิง แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นการยิงจากเรือดำน้ำหรือแท่นปล่อยใต้น้ำ ส่วนเอสแอลบีเอ็มลูกใหม่ 4 ลูกที่นำออกแสดงในขบวนพาเหรดครั้งนี้ก็ไม่ชัดเจนอีกเช่นกันว่าเป็นของจำลองหรือของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี หากเอสแอลบีเอ็มนี้ใช้งานได้จริงและติดตั้งในเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือกำลังวางแผนก่อสร้าง ก็จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมทางยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งทำให้เกาหลีเหนือสามารถโจมตีเป้าหมายแบบไม่ทันตั้งตัวจากสถานที่ที่อยู่ใกล้กับสหรัฐได้ หรือสามารถโจมตีถึงแม้ว่าฐานทัพบนบกจะโดนทำลายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า เกาหลีเหนือกำลังใช้การประชุมใหญ่พรรคและการสวนสนามส่งสารแสดงความแข็งแกร่งที่ผ่านการไตร่ตรอง ถึงรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐเพื่อพยายามบีบให้สหรัฐยอมโอนอ่อนตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสวนสนามครั้งนี้เกาหลีเหนือไม่ได้นำขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) มาแสดงด้วย ต่างจากพิธีสวนสนามเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่คราวนั้นเกาหลีเหนือนำไอซีบีเอ็มรุ่นใหม่ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้รถบรรทุก 11 เพลาขนส่ง ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าเป็นมิสไซล์เชื้อเพลิงเหลวที่เคลื่อนย้ายทางบกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ, คิม จองอึน, พิธีสวนสนาม, เกาหลีเหนือ, เอสแอลบีเอ็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60016dcb7b579.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 23:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 23:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐผิดหวังเกาหลีเหนืออวดขีปนาวุธข้ามทวีปขนาดบิ๊กเบิ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเผย สหรัฐ &amp;quot;ผิดหวัง&amp;quot; ที่เกาหลีเหนือแสดงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปชนิดใหม่ระหว่างพิธีสวนสนามเมื่อเช้ามืดวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า พิธีสวนสนามซึ่งคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ชมการแสดงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ด้วย เกิดในช่วงยามที่การเจรจาระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับเปียงยางเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ออกจากคาบสมุทรเกาหลีนั้นอยู่ในภาวะชะงักงัน และเกิดไม่กี่สัปดาห์ก่อนถึงการเลือกตั้งสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันน่าผิดหวังที่เห็นดีพีอาร์เค (เกาหลีเหนือ) ยังคงจัดความสำคัญของโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ต้องห้ามของตนไว้อันดับแรก&amp;quot; เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐกล่าว และว่า สหรัฐยังคงได้รับการชี้นำจากวิสัยทัศน์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานคิมกำหนดไว้ที่สิงคโปร์ (ในปี 2561) และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือเข้าร่วมการเจรจาที่ยั่งยืนและมีสาระสำคัญ เพื่อให้บรรลุการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ไอซีบีเอ็มที่เกาหลีเหนือแสดงระหว่างพิธีสวนสนามเมื่อเช้ามืดวันเสาร์เป็นมิสไซล์เชื้อเพลิงเหลวเคลื่อนย้ายทางบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และน่าจะออกแบบมาเพื่อให้บรรทุกหัวรบหลายหัวรบในยานกลับเข้าสู่โลก ไอซีบีเอ็มนี้พิสูจน์ว่าเกาหลีเหนือยังคงพัฒนาคลังแสงตลอดกระบวนการทางการทูต และทำให้เกาหลีเหนือมีน้ำหนักมากขึ้นในการเรียกร้องให้กลับสู่โต๊ะเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิสไซล์ลูกนี้ ซึ่งอาจเป็นของจำลอง ถูกบรรทุกมาโดยยานปล่อยจรวดแนวตั้งเคลื่อนย้ายได้แบบ 11 เพลา ซึ่งใหญ่กว่ายานผลิตโดยจีนซึ่งมี 8 เพลาที่เกาหลีเหนือเคยใช้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างทรัมป์กับคิมหยุดชะงักมานับแต่ซัมมิตที่เวียดนามล้มเหลวเมื่อต้นปีที่แล้ว เนื่องจากตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับการผ่อนคลายคว่ำบาตรและสิ่งที่เกาหลีเหนือยอมยกเลิกเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป, พิธีสวนสนาม, เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f83311664efb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานพระราชดำรัส ในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณทหารและตำรวจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.63 - เวลา 16.07 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประทับเฮลิคอปเตอร์พระท่ีนั่ง จากสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว พระลานพระราชวังดุสิต เสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ตําบลปากเพรียว อําเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี &amp;nbsp;ในการพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร - ตํารวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส &amp;nbsp;แก่ ทหารและตำรวจ 39 กองพัน &amp;nbsp;10 กรม &amp;nbsp;จำนวน 6,812 นาย ความว่าข้าพเจ้า และพระราชินี มีความชื่นชมยิ่งนัก ที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางเหล่าทหารและตำรวจในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนี้ &amp;nbsp;ขอขอบใจในคำอำนวยพรและไมตรีจิตของทุกคน และขอสนองพรกลับทั้งน้ำใจไมตรีนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศชาติจะเป็นปึกแผ่นมั่นคงได้ก็ด้วยคนไทยทุกหมู่เหล่าพร้อมเพรียงกันปฏิบัติหน้าที่ของตน โดยมีอุดมคติและจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือประโยชน์สุขของคนในชาติ ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีมากที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงของทหารและตำรวจในวันนี้ ทั้งได้ฟังคำปฏิญาณฯแสดงความจงรักภักดีและเจตนาอันแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้นายทหาร นายตำรวจทุกคน รักษาคำปฏิญาณฯ ที่ได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรง เข้มแข็ง และเสียสละ พร้อมทั้งหมั่นศึกษาและฝึกฝนตนเอง ให้มีความจัดเจน คล่องแคล่วในหน้าที่และการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น ฝ่ายอื่นอยู่เสมอ ทุกคน ทุกฝ่าย จะได้สามารถร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ความวัฒนาผาสุกให้แก่ประชาชน และประเทศชาติได้ตามอุดมคติที่ตั้งมั่นไว้ตลอดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจแห่งความภักดีโดยบริสุทธิ์ใจต่อบ้านเมือง จงบันดาลให้ท่านทั้งหลายแต่ความสุขความเจริญและ ความสามัคคีสวัสดีโดยทั่วกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54912</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีสวนสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200118/image_big_5e22f53a2c495.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯพิธีสวนสนามเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและวันกองทัพไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.63 - &amp;nbsp;เวลา 16.07 น. &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประทับเฮลิคอปเตอร์พระท่ีนั่ง จากสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว พระลานพระราชวังดุสิต เสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ตําบลปากเพรียว อําเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี &amp;nbsp;ในการพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร - ตํารวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จถึงสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายเคารพจากกองทหารเกียรติยศ และประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จ ฯ ไปยังลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จ ฯ ไปยังอาคารประมณฑ์ผลาสินธุ์ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร &amp;nbsp;ทรงลงพระปรมาภิไธย ทรงลงพระนามาภิไธย และทรงลงพระนามในสมุดเยี่ยม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เวลา 16.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา โดยรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน &amp;nbsp;ถึงลานสวนสนาม ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร &amp;nbsp;พลโท ธรรมนูญ วิถี ผู้บังคับกองผสม ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสกราบบังคมทูลถวายรายงาน และกราบบังคมทูลเชิญเสด็จ ฯ ทรงตรวจพลสวนสนาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทับยืนบนรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน ทรงตรวจพลสวนสนาม จากกองทหาร 3 เหล่าทัพ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยมีนายทหารราชองครักษ์ในพระองค์ฯเป็นผู้เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และเชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ นำเสด็จ &amp;nbsp;มีรถผู้บังคับกองผสมและรถนายทหารชั้นผู้ใหญ่ จำนวน 6 คันตามเสด็จ &amp;nbsp;ขณะนั้นวงดุริยางค์บรรเลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพลงมารช์ธงชัยเฉลิมพล เมื่อทรงตรวจพลสวนสนามเสร็จสิ้น เสด็จขึ้นพลับพลาที่ประทับ ประทับพระราชอาสน์ ณ พระที่นั่งชุมสาย พลโท กิตติ เกตุศรี เจ้ากรมสารบรรณทหาร เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พันเอกหญิง ธวัลยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรีเพ็ชร์พันธุ์ นายทหารประจำศูนย์รักษาความปลอดภัย เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และ พันเอกหญิง หทัยภัทร ปัทมาคม ประจําสํานักงานรองเสนาธิการทหาร เข้าเฝ้าทูลถวายสูจิบัตรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทการอากาศ และ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำแถวหน้าพลับพลาที่ประทับ พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ จากนั้น เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กราบบังคมทูลถวายรายงานความเป็นมาของการจัดพิธีสวนสนาม และถวายสัตย์ปฏิญาณฯ กล่าวคำถวายพระพรชัยมงคล และนำกำลังพลสวนสนาม ทหาร-ตำรวจ กล่าวคำปฏิญาณตน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยืนรับการถวายความเคารพ และพระราชทานพระราชดำรัส ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าพเจ้า และพระราชินี มีความชื่นชมยิ่งนัก ที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางเหล่าทหารและตำรวจในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนี้ ขอขอบในคำอำนวยพรและไมตรีจิตของทุก ๆคน และของสนองพรกับทั้งน้ำใจไมตรีนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน ประเทศชาติจะเป็นปึกแผ่นมั่นคงได้ ก็ด้วยคนไทยทุกหมู่เหล่าพร้อมเพรียงกันปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยมีอุดมคติ และจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือประโยชน์สุขของทุกคนในชาติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าพเจ้าจึงยินดีมากที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงของหารและตำรวจในวันนี้ ทั้งได้ฟังคำปฏิญาณแสดงความจงรักภักดี และเจตนาอันแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน ขอให้นายทหาร นายตำรวจ ทุกคนรักษาคำปฏิญาณ ที่ได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรงเข้มแข็ง และเสียสระ พร่อมทั้งหมั่นศึกษา ฝึกฝนตนเองให้มีความจัดเจนคร่องแครวในหน้าที่ และในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นฝ่ายอื่นอยู่เสมอทุกคนทุกฝ่ายจะได้สามารถร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรคความวัฒนาผาสุขให้แก่ประชาชนและประเทศชาติได้ตามอุดมคติที่ตั้งมั่นไว้ตลอดไป ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งอำนาจแห่งความภักดีโดยบริสุทธิ์ใจต่อบ้านเมือง จงบันดาลให้ท่านทั้งหลายประสบแต่ความสุขความเจริญและความสามัคคี สวัสดีมีชัยโดยทั่วกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสจบแล้ว กรมสวนสนามแปรขบวนเตรียมการสวนสนาม &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรกำลังสวนสนามภาคอากาศ ประกอบด้วย หมู่บินปล่อยควันสีรูปธงชาติ จำนวน 3 เครื่อง เฮลิคอปเตอรบินผ่าน 2 หมู่บิน ประกอบด้วน ฮ.บินหมู่ 6 เครื่อง และ ฮ.บินหมู่ 9 เครื่อง รวม 15 เครื่อง เครืองบินรบบินผ่าน 2 หมู่บิน ประกอบด้วย เครื่องบินรบ หมู่บิน 9 และเครื่องบินรบ หมู่บิน 10 รวม 19 เครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงยืนรับการถวายความเคารพจากกองพันสวนสนาม &amp;nbsp;ประกอบด้วย กรมเดินเท้าสวนสนาม 7 กรม 28 กองพัน ขณะนั้น วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ช 4 เหล่า ประกอบการเดินสวนสนาม ตามด้วยกรมวิ่งสวนสนาม จำนวน 1 กรม 4 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลง Tiger Rag &amp;nbsp;กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ จำนวน 1 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลง king Cotton กรมยานยนต์ จำนวน 2 กรม 6 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ช 4 เหล่า ใช้เวลาสวนสนามประมาณ 50 นาที วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสดุดีจอมราชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จลงจากพระที่นั่งชุมสาย ประทับรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน เสด็จออกจากลานสวนสนาม ศูนย์การทหารม้า ไปยังอาคารประมณฑ์พลาสินธุ์ &amp;nbsp;ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร เมื่อเสด็จถึงอาคารประมณฑ์พลาสินธุ์ &amp;nbsp;ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร เสด็จไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพ จากกองทหารเกียรติยศ ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จออกจากสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว พระลานพระราชวังดุสิต กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่ข่าวรายงานว่า การสวนสนามเทิดพระเกียรติฯครั้งนี้ ถือเป็นการสวนสนามครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;ที่ทหาร &amp;ndash; ตำรวจทุกหมู่เหล่าได้ร่วมในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสามัคคี ความสามารถ ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของเหล่าทัพ เป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งดำรงพระราชสถานะเป็น &amp;ldquo;องค์จอมทัพไทย&amp;rdquo; โดยเหล่าทัพได้นำยุทโธปกรณ์ที่มีประจำการเข้าร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
การจัดกำลังสวนสนาม แบ่งออกเป็นกำลังภาคพื้น 10 กรมสวนสนาม 39 กองพัน จำนวน 6,812 นาย และ 1 กองพันทหารม้า ประกอบด้วย 7 กรมสวนสนามเดินเท้า (กรมละ 4 กองพัน ), 2 กรมยานยนต์สวนสนาม และ 1 กองพันทหารม้า รวมถึงกำลังทางอากาศ จำนวน 37 เครื่อง ประกอบด้วยหมู่บิน AU-23 บินปล่อยควันสีรูปธงชาติ ตามด้วยหมู่บินเฮริลคอปเตอร์ 4 เหล่าทัพ โดย บินหมู่ 6 และหมู่ 9 รวมถึงหมู่เครื่องบินรบ ทำการบินหมู่ 9 และ หมู่10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับยุทโธปกรณ์ที่นำมาสวนสนาม ในส่วนของกองทัพบก เช่น ยานเกราะล้อยาง stryker BTR-3E1 รถถัง M60A3 ปืนใหญ่ 105 มม.,155 มม. ปตอ. 35 มม. รถบรรทุกจรวด จรวดหลายลำกล้อง รถถัง OPLOT รถถัง VT-4 กองทัพเรือ เช่น รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAVP ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 จรวด TOW ปืนใหญ่ 155มม. กองทัพอากาศ เช่น เครื่องบิน F-5 ,F - 16, T-50 , Gripen JAS-39 และ เฮริลคอปเตอร์ แบบ EC 725
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54910</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีสวนสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200118/image_big_5e22f1f6e3178.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พร้อม 100% กองทัพไทยซ้อมเสมือนจริงสวนสนาม &#039;ถวายสัตย์ปฏิญาณตน&#039; อุทิศเป็นราชพลีแด่ ร.10 ในฐานะจอมทัพไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.63 - เมื่อเวลา 16.00 น. ทหาร &amp;nbsp;ตรำวจ &amp;nbsp;6,812 นาย จาก 39 กองพัน ทั่วประเทศ ซักซ้อมสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณตนเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562และวันกองทัพไทย ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ถนนพหลโยธิน ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี โดยมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือพล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์เสนาธิการทหารบกพล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือพล.อ.อ สุทธิพันธุ์ ต่ายทอเสนาธิการทหารอากาศ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธีซักซ้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.พรพิพัฒน์ ได้นำกล่าวคำถวายสัตย์ ปฏิญาณตน ตอนหนึ่งว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายคำสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้า จะยอมตายเพื่อเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีและถวายความปลอดภัยต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทตราบชีวิตจะหาไม่ ข้าพระพุทธเจ้าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้าพระพุทธเจ้าจะดูแลช่วยเหลือเป็นที่พึ่งของประชาชนและจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม ข้าพระพุทธเจ้าจะตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมของศาสนาและจริยธรรมข้าพระพุทธเจ้าการรักษาคำถวายสัตย์ปฏิญาณนี้ด้วยเกียรติยศและเกียรติศักดิ์ของทหารและตำรวจทั้งจะปฏิบัติตน ปฏิบัติภารกิจให้เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททุกประการ ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข่าวประชาสัมพันธ์ ของกองทัพไทย ระบุว่า นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยรัชกาลที่10 ที่ทหาร &amp;ndash; ตำรวจทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสามัคคี ความสามารถ ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของเหล่าทัพ และเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งดำรงพระราชสถานะเป็น องค์จอมทัพไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดกำลังสวนสนามฯ ในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 39กองพัน จำนวน 6,812 นาย ประกอบด้วย กรมเดินเท้าสวนสนาม จำนวน 7กรม กรมละ 4กองพัน รวม 28กองพัน ,กรมวิ่งสวนสนาม จำนวน 1กรม 4 กองพัน ,กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ จำนวน 1กองพัน
,กรมยานยนต์ จำนวน 2 กรม กรมละ 3 กองพัน รวม 6กองพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้จัดกำลังทางอากาศ จำนวน 37เครื่อง ประกอบด้วยหมู่บิน AU-23จำนวน 3 เครื่อง ทำการบินปล่อยควันสีรูปธงชาติ ตามด้วยหมู่บินเฮลิคอปเตอร์ 4เหล่าทัพ ทำการบินแบบหมู่ 6และหมู่ 9พร้อมด้วยหมู่เครื่องบินรบ ทำการบินแบบหมู่ 9 และหมู่ 10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับยุทโธปกรณ์ที่นำมาสวนสนามในส่วนของกองทัพบก เช่น ยานเกราะล้อยาง stryker BTR-3E1 รถถัง M60A3 ปืนใหญ่ 105มม.,155มม. ปตอ. 35 มม. รถบรรทุกจรวด จรวดหลายลำกล้อง รถถัง OPLOT รถถัง VT-4 กองทัพเรือ เช่น รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAVP ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 จรวด TOW ปืนใหญ่ 155มม. กองทัพอากาศ เช่น เครื่องบิน F-5 ,F - 16, T-50 , Gripen JAS-39 และ เฮริลคอปเตอร์ แบบ EC 725&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจัดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร &amp;ndash; ตำรวจ ในครั้งนี้ กองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้เปล่งเสียงถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์อย่างพร้อมเพรียงทั่วประเทศ แสดงถึงความเป็นปึกแผ่นในการผนึกกำลังของทหาร &amp;ndash; ตำรวจ เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและจะสืบสานพระราชปณิธานที่พระองค์ทรงมีต่อทหาร &amp;ndash; ตำรวจ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะถวายพระเกียรติในทุกโอกาสปฏิบัติงานตามรอยเบื้องพระยุคลบาทโดยมิเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และพร้อมอุทิศชีวิตเป็นราชพลี ถวายความจงรักภักดีตราบชีวีวางวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54740</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีสวนสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e205c8c59738.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหาร-ตร.ซ้อมสวนสนามในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหาร-ตร.ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 10 กรมสวนสนาม เดินเท้า-รถเกราะ-รถถัง-จรวด-เครื่องบิน-เฮลิคอปเตอร์ เทิดเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยิ่งใหญ่ หลังจากเว้นช่วงสวนสนามแสนยานุภาพมากว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้กระทำการซ้อมพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร &amp;ndash;ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทยวันที่ 18 ม.ค.2563 ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จ.สระบุรี โดยจะมีการซ้อมใหญ่วันที่ 16 ม.ค.นี้ก่อนพิธีจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การจัดกำลังสวนสนามแบ่งออกเป็นกำลังภาคพื้น 10 กรมสวนสนาม และ 1 กองพันทหารม้า ประกอบด้วย 7 กรมสวนสนามเดินเท้า (กรมละ 4 กองพัน ) , 2 กรมยานยนต์สวนสนาม และ 1 กองพันทหารม้า รวมถึงกำลังทางอากาศจำนวน 37 เครื่อง ประกอบด้วยหมู่บิน AU-23 บินปล่อยควันสีรูปธงชาติ ตามด้วยหมู่บินเฮริลคอปเตอร์ 4 เหล่าทัพ โดย บินหมู่ 6 และหมู่ 9 รวมถึงหมู่เครื่องบินรบ ทำการบินหมู่ 9 และ หมู่ 10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการสวนสนามเทิดเกียรติฯ ครั้งนี้เหล่าทัพได้นำยุทโธปกรณ์เกือบทุกแบบที่มีประจำการเข้าร่วม ไม่ต่างจากสวนสนามแสนยานุภาพ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2539 ที่ลานพระราชวังดุสิต ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยุทโธปกรณ์ที่นำมาสวนสนามในส่วนของกองทัพบก เช่น ยานเกราะล้อยาง stryker BTR-3E1 รถถัง M60A3 ปืนใหญ่ 105มม.,155มม. ปตอ. 35 มม. รถบรรทุกจรวด จรวดหลายลำกล้อง รถถัง OPLOT รถถัง VT-4 กองทัพเรือ เช่น รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAVP ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 จรวด TOW ปืนใหญ่ 155มม. กองทัพอากาศ เช่น เครื่องบิน F-5 ,F - 16, T-50 , Gripen JAS-39 และ เฮริลคอปเตอร์ แบบ EC 725&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ VN-1 ยานเกราะล้อยางของจีน ที่ส่งมาถึงไทยเมื่อต้นเดือนธันวาคม ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการบรรจุเข้าประจำการ จึงยังไม่ได้เข้าร่วมสวนสนามในครั้งนี้ ในขณะที่ Stryker ยานเกราะล้อยางจากสหรัฐฯ ซึ่งเปิดตัว และเพิ่งเข้าประจำการมาพักใหญ่จะเข้าร่วมสวนสนามจำนวน 8 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเอกสารข่าวทหารบกฉบับล่าสุด ได้เผยแพร่บทความในคอลัมน์ &amp;ldquo;เขี้ยวเล็บกองทัพบกไทย&amp;rdquo; เรื่องการเสริมสร้าง พล.ร.11 ด้วยยานเกราะแบบ Stryker&amp;rdquo; โดยเนื้อหาระบุว่า การเสริมสร้างหน่วยกองพลทหารราบที่ 11 ( พล.ร.11 )นั้นกองทัพบก ได้กำหนดให้มีการจัดหน่วย (Stryker / M113 ) ในอนาคต ที่มีโครงสร้างการจัดหน่วยแบบกะทัดรัด ทันสมัย และมีประสิทธิภาพเพื่อให้เป็นกองพลหน่วยกำลังรบต้นแบบของ ทบ. โดยมีแนวความคิดการเสริมสร้างและจัดตั้งหน่วยกำลังรบหลักระดับกรมและกองพัน ให้เป็นหน่วยทหารราบยานเกราะเบา(Stryker /M113 )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเสริมสร้างขีดความสามารถให้กำลังพลเพื่อรองรับการนำยานเกราะล้อยางดังกล่าวเข้าประจำการ ทาง พล.ร.11 จึงจัดอบรบหลักสูตรการฝึกผู้ปฎิบัติการประจำยานเกราะแบบ Stryker รุ่นที่ 2 (operator and new equipment Training :OPNET) และกำหนดให้ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม ณ สหรัฐอเมริกา ให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยครูฝึกให้กับเจ้าหน้าที่ครูฝึกจากประเทศสหรัฐฯ ทำการฝึกตั้งแต่ 11 พ.ย.-19 ธ.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกสารข่าว ทบ.ระบุว่า สำหรับแนวคิดในการเร่งเสริมสร้างและจัดตั้งหน่วยเพิ่มเติมให้ พล.ร.11 เพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศในระยะยาว และเพื่อให้การพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การรักษาความมั่นคงภายใน และการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชน และการบรรเทาภัยพิบัติในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยทั้งหมดนี้เป็นไปตามแนวความคิดในการปรับปรุงโครงสร้างทบ.เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 ในส่วนของยุทธศาสตร์ความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54191</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพไทย, พิธีสวนสนาม, วันกองทัพบกและวันกองทัพไทย, สวนสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e170ff75bdbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านยิงมิสไซล์ถล่มดงผู้ก่อการร้ายในซีเรีย เอาคืนกราดยิงพิธีสวนสนาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอิหร่านยิงมิสไซล์โจมตี &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; ในซีเรียเมื่อเช้ามืดวันจันทร์ ระบุเป็นการเอาคืนที่ส่งกลุ่มมือปืนกราดยิงพิธีสวนสนามในเมืองอาห์วาซเมื่อเดือนที่แล้ว สังหารทหารและประชาชนรวม 24 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิสไซล์พุ่งจากสถานที่ที่ไม่เปิดเผยเพื่อโจมตีเป้าหมายที่เป็นพวกนักรบญิฮาดในเมืองติดชายแดนภาคตะวันออกของซีเรีย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561&amp;nbsp; / SEPAH NEWS / IRAN&amp;#39;S REVOLUTIONARY GUARDS WEBSITE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเหตุการณ์กราดยิงในพิธีสวนสนามเนื่องในวันรำลึกสงครามอิรัก-อิหร่าน เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561 ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ประกาศกร้าวว่า อิหร่านจะตอบโต้บดขยี้พวกที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีอิหร่านครั้งนี้ ซึ่งกลุ่มนักรบญิฮาดรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่าเป็นผู้ลงมือ รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม 2561 อ้างคำแถลงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านว่า กองทัพอิหร่านได้เปิดฉากตอบโต้นี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองบัญชาการของพวกที่อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายในเมืองอาห์วาซทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรตีส เพิ่งโดนขีปนาวุธหลายลูกของหน่วยอากาศอวกาศของกองทัพปฏิวัติอิหร่านโจมตีเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา&amp;quot; กองทัพปฏิวัติประกาศทางเว็บไซต์เมื่อเช้ามืดวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงอ้างรายงานเบื้องต้นว่า พวกผู้ก่อการร้ายตักฟิริ (พวกมุสลิมสุหนี่หัวสุดโต่ง) และพวกผู้นำที่อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายที่เมืองอาห์วาซถูกฆ่าตายหรือไม่ก็บาดเจ็บจากการโจมตีด้วยมิสไซล์ครั้งนี้ กองทัพอิหร่านยังได้เผยแพร่ภาพหลายภาพที่ดูเหมือนสายควันจากมิสไซล์พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีเหนือเขตทะเลทรายที่มีฉากหลังเป็นแนวเขาขรุขระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า กองทัพยิงมิสไซล์พิสัยกลางหลายลูก ได้แก่ มิสไซล์ซอลฟาการ์ ที่มีพิสัย 750 กิโลเมตร และมิสไซล์กีอัมที่มีพิสัย 800 กิโลเมตร มิสไซล์เหล่านี้โจมตีใส่เมืองอัลบูคามัล เมืองทะเลทรายชายแดนของซีเรียอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรตีส ในจังหวัดเดอีร์เอซซอร์ทางภาคตะวันออกของซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครดิตภาพ SEPAH NEWS / IRAN&amp;#39;S REVOLUTIONARY GUARDS WEBSITE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานระบุด้วยว่า มิสไซล์อย่างน้อย 1 ลูกมีข้อความว่า &amp;quot;อเมริกาจงพินาศ&amp;quot;, &amp;quot;อิสราเอลจงพินาศ&amp;quot; และ &amp;quot;อัลซาอุดจงพินาศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรียเปิดเผยว่า เกิดระเบิดรุนแรงหลายครั้งในพื้นที่มั่นแห่งสุดท้ายของไอเอสใกล้กับเมืองอัลบูคามัลเมื่อเช้าตรู่วันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ที่เมืองอาห์วาซในจังหวัดคูเซสถาน เดิมเจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวโทษพวกกบฏแบ่งแยกดินแดนชาวอาหรับที่ได้รับการสนับสนุนจากพวกชาติอาหรับในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐ แต่เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้โยงพวกนักรบญิฮาดที่เคลื่อนไหวในอิรักและซีเรียซึ่งเคยเป็นที่มั่นของไอเอส ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ วันถัดมา กระทรวงข่าวกรองอิหร่านเผยแพร่รูปของชาย 5 คนที่ก่อเหตุ พร้อมระบุว่าคนกลุ่มนี้เป็นกบฏญิฮาดแบ่งแยกดินแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารอิหร่านล้มระเนนระนาดภายหลังมือปืนกราดยิงใส่พิธีสวนสนาม เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มไอเอส ซึ่งเป็นมุสลิมสุหนี่หัวสุดโต่ง ประกาศอ้างตั้งแต่ต้นว่าเป็นผู้ลงมือโจมตี และว่ามือปืนทั้ง 5 ล้วนเป็นคนอิหร่าน โดย 4 คนเป็นชาวเมืองอาห์วาซเอง ทั้งยังขู่จะโจมตีครั้งใหม่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, ซีเรีย, ผู้ก่อการร้าย, พิธีสวนสนาม, ยิงมิสไซล์, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb2268377271.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
