<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;กล่าวอำลาตำแหน่ง ยังมีแก่ใจอวยพรรัฐบาลใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์อำลาตำแหน่ง ขอคนอเมริกันร่วมกันอธิษฐานให้รัฐบาลชุดใหม่ประสบความสำเร็จ ก่อนทิ้งทวนด้วยการอภัยโทษผู้กระทำความผิด 73 คนรวมถึงคนสนิท ด้านโจ ไบเดน เตรียมขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ กล่าวในพิธีรำลึกเหยื่อโควิด 400,000 ชีวิตเรียกร้องความเป็นเอกภาพ&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;Credit : The White House/Youtube&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์จะเป็นประธานาธิบดีที่กำลังจะพ้นตำแหน่งคนแรกในรอบ 152 ปีนับแต่แอนดรูว์ จอห์นสัน ที่ไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่ และจนถึงขณะนี้เขายังคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้หรือแสดงความยินดีกับไบเดนเป็นการส่วนตัว แต่ในสุนทรพจน์อำลาตำแหน่งความยาว 20 นาทีที่บันทึกเทปไว้ล่วงหน้าและเผยแพร่ทางยูทิวบ์เมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม เป็นครั้งแรกที่เขากล่าวอวยพรไบเดนแม้จะไม่ยอมเอ่ยชื่อไบเดนแม้แต่ครั้งเดียวก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและบีบีซีกล่าวว่า ทรัมป์ร้องขอให้คนอเมริกันร่วมกัน &amp;quot;อธิษฐาน&amp;quot; เพื่อความสำเร็จของคณะผู้บริหารชุดใหม่ ขณะเดียวกันเขากล่าวปกป้องและเชิดชูการทำหน้าที่ผู้นำสหรัฐในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาว่า &amp;quot;เราได้ทำในสิ่งที่เราเข้ามาเพื่อทำ และสิ่งอื่นอีกมากมาย&amp;quot; และว่า เขาได้ร่วมการต่อสู้ที่ยากและหนักหน่วงที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งที่คนอเมริกันเลือกเขาเข้ามา และยังคุยด้วยว่ารัฐบาลของเขาได้สร้างเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์เพิ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนสภาผู้แทนราษฎรถอดถอนถึง 2 ครั้ง ด้วยข้อกล่าวหาว่าปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนก่อจลาจลที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม แต่ในสุนทรพจน์อำลาตำแหน่ง ทรัมป์บอกว่า ความรุนแรงทางการเมืองเป็นการโจมตีทุกสิ่งที่พวกเราชาวอเมริกันรัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขามีกำหนดจะออกเดินทางไปฟลอริดาช่วงเช้าวันพุธ ก่อนพิธีสาบานตนของไบเดนจะเริ่มในเวลาเที่ยงวันของกรุงวอชิงตัน หรือเที่ยงคืนวันเดียวกันของไทย หนึ่งในงานสุดท้ายที่ทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีสั่งการคือ การอภัยโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดอาญาหรือต้องข้อกล่าวหารวม 73 ราย ซึ่งรวมถึงคนสนิทและพวกพ้องของเขาหลายคน แต่เขาไม่ได้อภัยโทษให้ตัวเองหรือสมาชิกในครอบครัวไว้ล่วงหน้าอย่างที่เคยคาดเดากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ได้รับการอภัยโทษรอบนี้รวมถึงสตีฟ แบนนอน อดีตผู้ช่วยที่ทรงอิทธิพลของทรัมป์ ที่ถูกตั้งข้อหาหลอกลวงให้คนลงขันเพื่อสร้างกำแพงชายแดนเม็กซิโก ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของทรัมป์ อีกคนคือเอลเลียต บรอยดี อดีตผู้ระดมทุนหาเสียงของทรัมป์ ที่สารภาพผิดว่าสมคบคิดกับการทำผิดกฎหมายล็อบบี้ต่างชาติ นอกจากนี้ ลิล เวย์น แร็ปเปอร์ที่รับผิดฐานครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนและถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ก็มีชื่อในโผนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดน เดินทางจากบ้านในรัฐเดลาแวร์มาวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันอังคาร โดยในช่วงค่ำ เขาพร้อมด้วยนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดี ได้จัดพิธีรำลึกชาวอเมริกัน 400,000 ชีวิตที่สังเวยโควิด-19 ที่เบื้องหน้าสระน้ำสะท้อนอนุสรณ์สถานลิงคอล์น เขาย้ำในถ้อยคำไว้อาลัยถึงความจำเป็นที่สหรัฐต้องมีความเป็นเอกภาพ &amp;quot;บางครั้งมันยากที่จะจำ แต่นั่นคือวิธีที่เรารักษา เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องทำในความเป็นชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีสาบานตนของประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐครั้งนี้จะเรียบง่ายกว่าทุกครั้ง ทั้งเพราะโรคระบาดและความตึงเครียดหลังเหตุจลาจลที่รัฐสภา ซึ่งจะเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้ ทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดถูกระดมจากทั่วประเทศ 25,000 นายมารักษาการณ์ ประชาชนทั่วไปถูกห้ามเข้าร่วม โดยจะมีธงชาติ 200,000 ผืนปักไว้บนสนามหญ้าแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90474</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีสาบานตน, อภัยโทษ, อำลาตำแหน่ง, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60080c6e1bbf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนถอดทหาร12นายพ้นงานพิธีไบเดน พบโยงขวาจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยผลการตรวจคัดกรองทหารเนชันแนลการ์ดหลายหมื่นนายที่มาช่วยรักษาความปลอดภัยพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน พบทหาร 12 นายเกี่ยวโยงกลุ่มขวาจัด และได้ถอดพวกเขาออกจากภารกิจนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกแดเนียล โฮแคนซัน ผู้บัญชาการกองกำลังเนชันแนลการ์ด เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ทหาร 2 นายในจำนวน 12 นายที่ตรวจพบความเชื่อมโยงกับแนวคิดขวาจัด ถูกถอดออกจากภารกิจนี้เนื่องจากพบว่าพวกเขาแสดงทัศนะหรือลงข้อความที่ไม่เหมาะสม ทั้งคู่ถูกส่งกลับบ้านแล้ว เพื่อป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุผลที่ทหารอีก 10 นายโดนถอfจากภารกิจนี้ไม่มีการชี้แจงชัดเจน แต่โจนาธาน ฮอฟฟ์แมน โฆษกเพนตากอน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่อาคารรัฐสภาวันนั้น หรือเกี่ยวกับความวิตกที่หลายคนตั้งข้อสังเกตเรื่องลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คริส มิลเลอร์ รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) กำลังช่วยกองทัพตรวจคัดกรองทหารจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิหรือเนชันแนลการ์ด มากกว่า 25,000 นายที่ถูกวางกำลังในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อช่วยคุ้มครองอาคารรัฐสภาจากภัยคุกคามความปลอดภัยก่อนถึงพิธีสาบานตนของโจ ไบเดน วันที่ 20 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจคัดกรองของเพนตากอนเกิดขึ้นท่ามกลางความวิตกว่ากลุ่มขวาจัดสุดโต่งที่เข้าร่วมการก่อจลาจลที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม อาจมีเพื่อนหรือผู้ที่ฝักใฝ่แนวคิดนี้อยู่ในกองทัพด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90430</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มขวาจัด, พิธีสาบานตน, เนชันแนลการ์ด, เพนตากอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60041f4e71d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาคุมเข้มสกัดม็อบขวาจัดประท้วงติดอาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาเพิ่มการรักษาความมั่นคงทั่วประเทศ รับมือการชุมนุมประท้วงติดอาวุธของกลุ่มผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ หลายรัฐระดมเนชันแนลการ์ด-ปิดรัฐสภาป้องกันซ้ำรอยวอชิงตัน ขณะโจ ไบเดน เตรียมเซ็นคำสั่งประธานาธิบดีกว่า 10 ฉบับในวันแรกที่รับตำแหน่งเพื่อยกเลิกคำสั่งเดิมของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเนชันแนลการ์ดรวมพลด้านนอกอาคารรัฐสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐจะจัดที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วันพุธที่ 20 มกราคมนี้ เอเอฟพีรายงานว่า สภาพในเมืองหลวงของสหรัฐเงียบและตึงเครียดคล้ายกับแดนสงคราม ทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดกว่า 20,000 นาย ถูกระดมมารักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ เจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจความมั่นคงกลางกรุงวอชิงตันเพิ่งจับกุมชายชาวเวอร์จิเนียชื่อ เวสลีย์ อัลเลน บีเลอร์ พร้อมกับอาวุธปืนพกบรรจุกระสุน และลูกกระสุนมากกว่า 500 นัดในรถของเขา บีเลอร์อ้างว่าตนเองเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของเอกชนที่ถูกเรียกมาทำงานที่เมืองหลวง แต่หลงทางเข้ามาในเขตหวงห้ามสำหรับงานพิธี ถือเป็นความผิดพลาดโดยสุจริต เขาถูกส่งตัวขึ้นศาลในวันเสาร์ และได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเข้มงวดในกรุงวอชิงตันเป็นหนึ่งในตัวอย่างจากทั่วสหรัฐ ที่มากกว่า 12 รัฐได้เรียกใช้กองกำลังเนชันแนลการ์ดมาช่วยรักษาความปลอดภัยตามอาคารที่ทำการของรัฐในเมืองหลวงของรัฐนั้นๆ หลังจากเอฟบีไอเตือนเรื่องการประท้วงติดอาวุธ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ระเบิด โดยพวกขวาจัดสุดโต่ง เช่น พวกลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ กับกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ ที่กำลังได้ใจจากการบุกโจมตีอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน รวมถึงตำรวจสภา 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์มีการชุมนุมประปราย และรัฐสภาของรัฐต่างๆ ส่วนใหญ่ยังสงบ แต่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเตรียมพร้อมรับการชุมนุมใหญ่ในวันอาทิตย์ ที่ขบวนการ &amp;quot;บูกาลู&amp;quot; ต่อต้านรัฐบาลมีแผนรวมตัวกันในเมืองหลวงของ 50 มลรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐมิชิแกน ซึ่งรั้วสูงถูกติดตั้งรอบรัฐสภาในเมืองแลนซิง ทหารถูกระดมมาจากทั่วรัฐเพื่อช่วยรักษาความมั่นคง สภานิติบัญญัติยกเลิกการประชุมสัปดาห์นี้เนื่องจากกังวลภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่หลายรัฐจัดตั้งรั้วสูงหรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ เพื่อคุ้มครองอาคารรัฐสภา แต่ที่เทกซัสและเคนทักกีตัดสินใจปิดรัฐสภาห้ามบุคคลภายนอกเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐคอนเนตทิคัต โฆษกตำรวจรัฐกล่าวว่า เนชันแนลการ์ดเตรียมพร้อมรับมือกับผู้ประท้วงราว 2,000 คนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนทรัมป์ ที่อาคารรัฐสภาในเมืองฮาร์ดฟอร์ดเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่แน่ชัดว่าการเพิ่มมาตรการคุมเข้มทั่วประเทศจะทำให้ผู้ประท้วงบางส่วนยกเลิกการเคลื่อนไหวหรือไม่ แต่เอเอฟพีรายงานว่า มีกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มสุดโต่งบางกลุ่มบอกกับสมาชิกให้อยู่บ้านในช่วงสุดสัปดาห์แทน เพราะกลัวว่าแผนการชุมนุมจะเป็นกับดักของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รอน เคลน หัวหน้าคณะทำงานของโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ เผยเมื่อวันเสาร์ว่า ไบเดนเตรียมจะลงนามคำสั่งของฝ่ายบริหารประมาณ 12 ฉบับในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เพื่อกลับคำสั่งของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการนำสหรัฐกลับเข้าสู่ความตกลงโลกร้อนปารีส และยกเลิกคำสั่งห้ามประชาชนจากประเทศมุสลิมหลายชาติเดินทางเข้าสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงติดอาวุธ, ผู้สนับสนุนทรัมป์, พิธีสาบานตน, ม็อบขวาจัด, ม็อบติดอาวุธ, รัฐสภาสหรัฐ, สหรัฐอเมริกา, เนชันแนลการ์ด, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60041f4e71d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
