<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธี&#039;มองคนในไว้ใจได้ นั่งเลขา สกสค. แทน&#039;พินิจศักดิ์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว อีกทั้งในส่วนของข้าราชการระดับ 11 ยังไม่มีใครเกษียณอายุราชการ เว้นแต่ว่าจะมีใครไปทำอะไรสะดุดขาตัวเอง ส่วนจะมีการโยกย้ายสลับตำแหน่งกันหรือไม่นั้น ตนคิดว่าจะสลับทำไม มันไม่ใช่เก้าอี้ดนตรี ใครทำงานส่วนไหนได้ให้ทำต่อไป การดำเนินการจะต้องมีความต่อเนื่อง อีกทั้งตนมีนโยบายชัดเจนว่า เรื่องคนต้องดูนานๆ แต่เรื่องงานต้องคิดเร็วๆ อย่างไรก็ตาม ศธ.ขณะนี้มีปัญหาเรื่องข้าราชการระดับ 10 ที่มีไม่เพียงพอ และอาจจะมีการโยกย้ายสลับเพื่อให้เกิดความเหมาะสม ซึ่งคงต้องมีการหารือกับหัวหน้าส่วนราชการของแต่ละหน่วยงานด้วย เพราะตนไม่มีการเข้าไปลhวงลูกใคร และทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เรื่องนี้ผมก็อยากจะรีบทำเหมือนกัน แต่การจะแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ต้องรอสรรหาจากข้าราชการระดับ 9 ไม่ใช่ว่าไปหยิบมาได้เลย ตอนนี้ยังไม่มีข้าราชการที่เกษียณอายุราชการจึงไม่สามารถดำเนินการสรรหาได้ &amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ธีระเกียรติ กล่าวด้วยว่า สำหรับการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) แทนนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) นั้น ตนอยู่ระหว่างคัดเลือกและยังไม่ขอบอกว่าเป็นใคร แต่จะต้องเป็นบุคคลที่ต้องมาสานต่องาน สกสค.และทำให้ระบบงานเดินหน้าต่อไป ต้องหาบุคคลที่ไว้ใจได้ คงไม่นำคนนอกเข้ามา เพราะอาจไม่เข้าใจเนื้องาน ตนเลือกคนในที่ไว้ใจได้และไม่มีนอกมีใน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14907</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์, โยกย้ายข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ (</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b696e4d0aef7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนครู!ปฏิญญาชักดาบ โทษถึงให้ออก-ล้มละลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิญญามหาสารคามเหลวไม่เป็นท่า! ศธ.เผยครูส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยต้องยุติชำระหนี้เงินกู้ &amp;nbsp; ธนาคารออมสินยันครู 99 เปอร์เซ็นต์เป็นลูกหนี้ที่ดี &amp;nbsp; ขณะที่รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเตือนครูเบี้ยวหนี้ เจอโทษหนักขาดคุณสมบัติการเป็นข้าราชการ และอาจต้องล้มละลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีกลุ่มวิชาชีพครูรวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป พร้อมชักชวนลูกหนี้ ช.พ.ค.ทั่วประเทศ 450,000 คน ยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ว่า ตนได้สอบถามจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งได้มีการเจรจากับทางธนาคารออมสิน ได้ข้อยุติหลายอย่าง เช่น การลดดอกเบี้ย การแก้ไขเรื่องประกันชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ครูส่วนใหญ่ชำระหนี้ดี และไม่ได้เห็นด้วยกับการยุติชำระหนี้ ผมสอบถามข้อเท็จจริงและข้อมูลจากทางกระทรวงศึกษาฯ แล้ว ก็อย่าให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา ให้เข้าใจกันทุกฝ่าย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พูดถึงเรื่องนี้ว่า ที่เป็นข่าว เขาไปยืมเงินมาไม่ใช่หรือ หากผิดพลาดก็ต้องไปคุยกับคนที่ไปเซ็นสัญญาไว้ รัฐบาลจะไปบังคับอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า นายกฯ ได้แสดงความห่วงใยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งตนได้ชี้แจงนายกฯ ไปแล้วว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น และครูส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องนี้ อีกทั้งตามกฎหมาย หากครูเป็นหนี้แล้วจะไม่ชำระหนี้ก็คงทำไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย และตนมีการประสานไปยังธนาคารออมสินให้ชี้แจงในเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน และหากติดตามปฏิญญามหาสารคาม จะพบว่าครูส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นการที่มากล่าวอ้างว่าลูกหนี้ ช.พ.ค.ทั้ง 450,000 คนคงไม่ได้ และไม่ได้เป็นที่ยอมรับของครูทั้งหมด&amp;quot; นพ.ธีระเกียรติกล่าว และว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และธนาคารออมสิน ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิก ช.พ.ค. และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ตามนโยบายของรัฐบาลไปแล้ว ซึ่งครูกว่า 4 แสนคนที่เป็นลูกหนี้ที่ดีจะได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สกสค.กำลังอยู่ระหว่างเจรจากรณีการทำประกันชีวิต ที่บริษัทประกันจะต้องให้สิทธิพิเศษหรือส่วนลดแก่สมาชิก ช.พ.ค.และ ช.พ.ส.มากกว่าบุคคลทั่วไป ดังนั้นขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปด้วยดี และผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจะจบได้แล้ว และขอย้ำว่ากระแสของครูส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นด้วยกับปฏิญญามหาสารคาม อย่าไปเหมารวมว่าภาพลักษณ์ครูจะเสียหาย เพราะเป็นภาพลักษณ์ครูที่เสียหายจากกลุ่มคนไม่กี่คนเท่านั้น อีกทั้งสังคมได้แสดงความคิดเห็นในโลกโซเชียลฯ อย่างกว้างขวาง และเท่าที่ทราบ ครูกลุ่มนี้ได้ถอยหนีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) กล่าวเช่นเดียวกันว่า จากการที่มีการแสดงความเห็นต่างๆ พบว่าครูส่วนใหญ่ไม่ได้คิดแบบครูกลุ่มดังกล่าว และเชื่อว่าครูที่มีวินัยทางการเงินที่ดีไม่มีความประสงค์เช่นนั้นแน่นอน เพราะครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดี อีกอย่างธนาคารออมสินก็มีลูกหนี้หลายกลุ่ม ไม่ได้มีเฉพาะครูเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการอนุมัติเงินกู้ อยากให้มีการตรวจสอบเครดิตบูโรก่อนว่าครูมีความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารคงไม่ต้องไปหารือชี้แจงอะไร เพราะลูกหนี้ออมสินในโครงการ ช.พ.ค. ส่วนใหญ่ 99% เป็นลูกหนี้ที่ดี มีเพียงไม่ถึง 1% ที่มีปัญหาและไม่อยากผ่อนชำระคืน ดังนั้นเชื่อว่าหลังวันที่ 1 ส.ค.ลูกหนี้ครูส่วนใหญ่ยังจะผ่อนชำระหนี้เป็นปกติอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ก็ได้มีการทำความเข้าใจกับกลุ่มครูอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักการปกติ ว่าเมื่อยืมเงินใครมาก็ต้องชำระคืน ยิ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติด้วย ก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชน&amp;rdquo; นายชาติชายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารได้พยายามช่วยเหลือลูกหนี้ครูมาตลอด ไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้แบบไม่เป็นธรรมอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง โดยช่วงแรกได้มีการรับหนี้นอกระบบของครูเข้ามาอยู่กับออมสินทั้งหมด และคิดดอกเบี้ยต่ำเพียงปีละ 6-6.5% ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดสูงสุดปีละ 28% และน้อยกว่าหนี้นอกระบบคิดถึงเดือนละ 10% นอกจากนี้ยังขยายเวลาการผ่อนชำระถึง 30 ปี เพื่อบรรเทาภาระการกู้ให้ด้วย รวมถึงเปิดโอกาสให้เลือกใช้บุคคลค้ำประกัน หรือการทำประกันชีวิตกับธนาคารไว้เป็นหลักประกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงกรณีกลุ่มวิชาชีพครูรวมตัวกว่า 100 คน ประกาศปฏิญญามหาสารคาม เรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป พร้อมชักชวนลูกหนี้ ช.พ.ค. ทั่วประเทศ 450,000 คน ร่วมกันยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ ว่า &amp;ldquo;จงรับสภาพการเป็นบุคคลล้มละลายหากกรณีเป็นบุคคลธรรมดาที่มีหนี้สินเกิน 1 ล้านบาท และที่สำคัญมันจะโยงพาบุคคลที่มาค้ำประกันเราเป็นบุคคลล้มละลายไปด้วย เนื่องจากหนี้เกิดโดยนิติกรรมสัญญา เมื่อมีการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้น ก็ย่อมเกิดความเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ขึ้น โดยปกติเมื่อเกิดหนี้ ลูกหนี้จะหลุดพ้นจากเคราะห์แห่งหนี้ได้ด้วยการชำระหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้อง กระทำโดยสุจริต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่เรามีหนี้สินมากและไม่สามารถชำระคืนกับเจ้าหนี้ได้ จึงถูกเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลาย ผลที่ตามมาคือ กรณีของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากถูกพิพากษาให้ล้มละลาย จะขาดคุณสมบัติในการเป็นข้าราชการตามมาตรา 30 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และเมื่อคุณสมบัติไม่ถูกต้องแล้ว มาตรา 110 ก็กำหนดให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ ไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นได้ รวมถึงธุรกรรมการเงินต่างๆ ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปจริงๆ ก็ต้องขออนุญาตจากพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดีก่อน หากได้รับอนุญาตให้ออกนอกประเทศจะต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายส่งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ทุกๆ 6 เดือน พร้อมทั้งส่งรายได้ตามที่เจ้าพนักงานจะอายัดเข้ากองทรัพย์สินด้วย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13609</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ธวัชชัย ไทยเขียว, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4e034af03c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดก.ค.ศ.เห็นชอบโยกบัญชีครูผู้ช่วยที่สอบได้ไปเขตอื่นได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21มิ.ยง61-นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ. ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งหลักเกณฑ์นี้จะใช้กับหน่วยงานทุกสังกัด โดยมีสาระสำคัญ คือ การขอใช้บัญชีให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ที่ ก.ค.ศ. ตั้งเป็นผู้ดำเนินการ โดยความยินยอมระหว่าง กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ.เจ้าของบัญชีและที่ขอรายชื่อ &amp;nbsp;โดยให้บรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้จากการขอใช้บัญชีให้แล้วเสร็จก่อนบัญชีเดิมจะครบอายุ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการดำเนินการนั้น ในกรณีที่สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เสนอ กศจ.ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้จากบัญชีของ กศจ.ที่มีพื้นที่ติดต่อกันในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) เดียวกัน หากในกรณี กศจ. ที่มีพื้นที่ติดต่อกันใน ศธภ. เดียวกันแต่ไม่มีตามที่เสนอขอ ให้ขอจาก กศจ.ที่มีพื้นที่ติดต่อกันใน ศธภ.อื่น &amp;nbsp;ทั้งนี้หาก &amp;nbsp;กศจ.ที่มีพื้นที่ติดต่อกันในศธภ.อื่นไม่มี ให้ขอจาก กศจ.ใดก็ได้ใน ศธภ.เดียวกัน ทั้งนี้หาก กศจ.ใน ศธภ.เดียวกันไม่มี ให้ขอจาก กศจ.ใน ศธภ.ใดก็ได้ หากทุก กศจ.ไม่มี ให้ขอจากบัญชี อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ หาก อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษไม่มี ให้ขอจากบัญชี อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งของส่วนราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับกรณีที่สถานศึกษาในสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ขอจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ กศจ.ที่ใกล้เคียงที่สุด ตามลักษณะภูมิศาสตร์กับหน่วยงานการศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง กรณีสถานศึกษาสังกัดส่วนราชการอื่น ให้พิจารณาขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ของ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสำคัญ ผู้สอบแข่งขันได้รายใดที่สมัครใจและไดรับการประกาศขึ้นบัญชีของ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ที่ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้แล้ว หากไม่ไปรายงานตัวหรือขอระงับการบรรจุฯ ให้ถือว่าสละสิทธิการบรรจุและแต่งตั้ง จะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีทั้งหมด กรณีไม่สมัครใจไปขึ้นบัญชี ผู้สอบแข่งขันได้รายนั้นจะยังคงขึ้นบัญชีตามลำดับที่เดิม ทั้งนี้ให้ส่วนราชการเป็นผู้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับระยะเวลาในการพิจารณาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน &amp;nbsp;โดยเจ้าของบัญชีแจ้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือส่วนราชการที่ขอใช้บัญชีทราบผลการพิจารณาโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11858</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นบัญชีครูผู้ช่วย, บอร์ดก.ค.ศ., พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์, อ.ก.ต.ศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a94040690a55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ. เดินหน้า ย้าย ผอ.สถานศึกษา ต่อ เหตุ ศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งทุเลาของคำสั่งศาลปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10เม.ย.61-ก.ค.ศ. เดินหน้า ย้าย ผอ.สถานศึกษาต่อ เหตุศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งทุเลาของคำสั่งศาลปกครอง อุบลฯ &amp;ldquo;พินิศักดิ์&amp;rdquo; โล่งอก เร่ง รายงาน &amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; และนำเข้า บอร์ด ก.ค.ศ. พิจารณา 18 เม.ย.นี้ พร้อมหารือเกณฑ์ย้ายในเชิงบริหารด้วย

นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) กล่าวว่า ตามที่ ก.ค.ศ.ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง จ.อุบลราชธานี ในกรณีการยกเลิกคำสั่งทุเลาการบังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ข้อที่ 10 และ 11 ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ ศธ.0206.4/ว24 ไว้เป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาย้ายตามขนาดของสถานศึกษาว่าจะมีผลดีต่อคุณภาพการศึกษานั้น ขณะนี้ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องกับกรณีที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งทุเลา ดังนั้นจึงมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น เป็นยกคำขอของผู้ฟ้องคดีแล้ว โดยในส่วนของสำนักงาน ก.ค.ศ. จะรายงานให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) รับทราบอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะแจ้งผลคำสั่งศาลปกครองสูงสุดและจะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ. วันที่ 18 เมษายนนี้

&amp;ldquo;ผมรู้สึกโล่งอกมาก เพราะที่ผ่านมาเราไม่สามารถดำเนินการแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.สถานศึกษาได้ ทำให้มีสถานศึกษาไม่มีผู้บริหารตัวจริงกว่า 4 พันโรง แต่หลังจากที่ศาลศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้อง กับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น เราจะสามารถดำเนินการพิจารณาย้าย ผอ.ในสังกัด สพฐ.ให้เสร็จสิ้นกระบวนการได้ อย่างไรก็ตาม ในการประชุมบอร์ด ก.ค.ศ.ครั้งต่อไปจะมีการเสนอเรื่องเกณฑ์ย้ายผอ.สถานศึกษาในเชิงบริหารด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ ก.ค.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6860</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์, ย้ายผอ.สถานศึกษา, ศาลปกครองสูงสุด, เกณฑ์ย้ายเชิงบริหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a94040690a55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ึตาด เม.ย.คลอดเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษาคลี่คลายกรณีว 24/2560</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30มี.ค.61-ก.ค.ศ.เร่งกำหนดหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ที่ไม่กระทบต่อคำสั่งทุเลาการบังคับของหลักเกณฑ์ ว.24/2560 &amp;quot;ธีระเกียรติ&amp;quot; เชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เม.ย.นี้ รู้เรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายหลังศาลปกครองอุบลราชธานีมีคาสั่งทุเลาการบังคับ ตามข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;10 และข้อ 11 ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ว 24/2560 ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ขออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด แต่เนื่องจากระยะเวลาได้ล่วงเลยมาพอสมควร ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงเห็นว่าเพื่อให้การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่ชะลอไว้สามารถดำเนินการต่อไปได้ จำเป็นต้องใช้วิธีการทางการบริหาร โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ที่ไม่กระทบต่อคำสั่งทุเลาการบังคับตามข้อ 10 และ 11 ของหลักเกณฑ์ ว.24/2560 ซึ่งได้มีการหารือกับทีมกฎหมายแล้วเห็นว่าสามารถทำได้ ดังนั้นปัญหานี้น่าจะได้รับการแก้ไขไม่เกินเดือนหน้า โดยให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปร่างเกณฑ์และจัดทำรายละเอียดเสนอมา ทั้งนี้เพื่อคลี่คลายปัญหาเพราะคนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองก็มีจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาฯ ก.ค.ศ. กล่าวว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.จะกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่เป็นการเฉพาะที่จะย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในครั้งนี้ โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องไม่ส่วนเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลปกครอง ทั้งนี้เพื่อให้มีการพิจารณาย้ายก่อนที่จะมีการเปิดสอบต่อไป ที่ประชุมยังเห็นชอบให้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ประจำปี 2561 โดยใช้หลักการเดิมคือสอบทั้ง ภาค ก ภาค ข และภาค ค แต่ปรับหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่ให้นำมาตรา 47 มาใช้ และให้มีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 2 ปี โดยมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปประชุมผู้เกี่ยวข้องและยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบกรอบแนวคิดในการกำหนดระเบียบ ก.ค.ศ.ตามมาตร 52 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ที่เปิดให้ ก.ค.ศ.กำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการครูฯบางตำแหน่งเป็นสัญญาจ้าง เพื่อรองรับโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ อาทิ โรงเรียนพับบลิค สคูล โดยกรอบที่ขอคือจะจ้างผู้อำนวยการและข้าราชการครู โดยสำนักงาน ก.ค.ศ.จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมทั้งกระทรวงการคลังมาหารือ เนื่องจากระเบียบที่ ก.ค.ศ.กำหนดต้องผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ซึ่งทั้ง 3 เรื่องจเร่งให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อนำเสนอต่อประชุม ก.ค.ศ.ครั้งหน้าในเดือน เม.ย.นี้&amp;quot;เลขาฯ ก.ค.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6141</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์, พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์, ว 24/2560, เกณฑ์ย้ายผู้บริหารรร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f30ae135ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
