<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิพัฒน์&#039; ย้ำ 1 พ.ย.  15 จังหวัดพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการประกาศออกมาว่าวันที่ 1 พ.ย.นี้ มีความพร้อม 100%ประเทศไทยจะเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัว โดยเงื่อนไขคือต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือครบโดส และต้องมีหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ที่รับรองผลด้วยประเทศต้นทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง(ชม) และมีการตรวจหาเชื้ออีกครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อผลเป็นลบ (negative) จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว 14วัน หรือ 7 วัน เหมือนในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยววันที่ 1 พ.ย.นั้น มี 15จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดระนอง(เกาะพยาม) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อ.หัวหิน) จังหวัดเพชรบุรี (อ.ชะอำ) และเข้ามาสู้กรุงเทพมหานคร ส่วนภาคตะวันออกจังหวัดชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) ภาคอีสาน จังหวัดเลย(อ.เชียงคาน) ส่วนจะมีเพิ่มเติมจังหวัดไหนอีกนั้นต้องรอประเกาศเพิ่มเติมจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ศบค. เรื่องนี้ถือเป็นการตอบโจทย์นายกรัฐมนตรีที่จะเปิดประเทศภายใน 120 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่จะเดินทางเข้ามานั้น ต้องเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านโควิด-19 ตํ่าสุด ล่าสุด มีประมาณเกือบ 50 ประเทศ ซึ่งเร็วๆนี้ ศบค.จะประเทศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งชัดเจนว่าประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริการ &amp;nbsp;สหราชอาณาจักร (UK) สวิตเซอร์แลนด์ &amp;nbsp;สเปน เยอรมัน อิตาลี และรัชเซีย ส่วนทางเอเชีย ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินเดีย ประเทศเหล่านี้อยู่ในจำนวนประเทศที่ ศบค.จะประกาศออกมาเพื่อรับนักท่องเที่ยว มองว่าเป็นมิติใหม่และเป็นการก้าวล้ำหน้าอีกหลายๆประเทศที่ได้มีการประกาศเปิดประเทศไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการนำระะบบ Thailand Pass ซึ่งเป็นระบบ web-based ให้ผู้เดินทางทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าไปลงทะเบียน กรอกข้อมูลและอัพโหลดเอกสารต่างๆ ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทยแทนการลงทะเบียนเพื่อขอรับหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry : &amp;nbsp;COE) เนื่องจากการข้อ COE ค่อนข้างยุ่งยาก เมื่อเราใช้ Thailand Pass ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงกรอกข้อมูลจะทำให้เร็วขึ้น ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พยายามจะลดขั้นตอนเพื่อให้กลับสู่สภาพเดิมให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นเมื่อเราลดขั้นตอนได้ การที่เราทำให้เกิดความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้ามา จะเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น&amp;rdquo;นายพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวครั้งนี้ ตั้งเป้าว่าภายในเดือนพ.ย.และ ธ.ค.นี้ ใน15 จังหวัดทั้งหมด คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดือนละ 5 แสนคน ภายใน 2 เดือนจะมีนักท่องเที่ยว 1 ล้านคน ส่วนในไตรมาส1/2565 คาดว่าจะเป็นความที่พีคสุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในไประเทศไทย โดยได้มีการพูดคุยกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ถึงแผนปี2565 หากสถานการณ์โควิดคลี่คลายเป็นไปตามที่วางไว้ โดยมีแผนพร้อมที่จะเปิดทั้งประเทศทุกจังหวัด คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา จำนวน 10-15 ล้านคน และจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว1.1-1.5 ล้านล้านบาท ส่วนในปี 2564 ที่ได้มีการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ถือว่ารายได้ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย คือ 1 แสนคนภายใน 3 เดือน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 4 หมื่นคน เป้าตกไป 6 หมื่นคน แต่สิ่งที่ได้มาทดแทนคือการรายได้จากนักท่องเที่ยวใช้จ่าย 6 หมื่นบาทต่อคน จากเดิม4 หมื่นต่อคน ดังนั้นจะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นผู้ที่มีรายจ่ายสูง แต่ที่เราได้กลับมาประเมินค่าไม่ได้คือการสร้างชื่อเสียงของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ได้สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก ในขณะที่เพื่อบ้านในเอเชียไม่มีใครกล้าเปิดรับนักท่องเที่ยวและเปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีความกล้าหาญ นายกรัฐมนตรีมีความกล้าหาญ ที่จะเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ต้องบอกว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ชาวต่างชาติไม่ได้เอาโควิดมาแพร่ระบาดให้คนไทยและคนไทยไม่ได้เอาโควิดไปติดนักท่งอเที่ยว และที่สำคัญเมื่อนักท่องเที่ยวกลับจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หรือออกนอกประเทศไทยสู่ประเทศต้นทาง ไม่พบว่าเอาเชื้อโควิดไปจากประเทศไทย ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีมาตรการคุมเข้มมาตรการ D - M - H - T &amp;nbsp;ด้านสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีความพร้อมในการเปิดประเทศ ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ขณะเดียวกันต้องติดตามสถานการณ์ภายใน 2 สัปดาห์ หากไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรง สามารถเปิดแน่นอน แต่หากเกิดคลัสเตอร์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19กันทุกจังหวัด หรือเกิดการติดเชื้อวันละ 3-4 หมื่นคน กรณีนี้เราต้องหยุด แต่ในลักษณะการเสียชีวิตลดลงเรื่อยๆไม่ถึงหลักร้อย เราเดินหน้าได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;นายพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120049</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 พ.ย., 15 จังหวัด, กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cdbd062b31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิพัฒน์&#039;ยันพร้อมเปิดประเทศ 1 พ.ย. เผยทั่วโลกกำลังช่วงชิงนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศเปิดประเทศวันที่ &amp;nbsp;1 พ.ย.นี้ &amp;nbsp;ว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้มีการเตรียมความพร้อม ซึ่งการจะเปิดวันที่ 1 พ.ย.นี้ ก็อยู่ในแผนอยู่แล้ว หลังจากที่มีการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ที่นำร่องไปก่อนแล้ว ซึ่งแผนระยะที่ 1 &amp;nbsp;ก็คือ จะมีการเปิดอีก 10 จังหวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้ โดยไม่ต้องกักตัว ทั้งนี้ จากที่นายกฯ ประกาศเปิดประเทศไว้ 120 &amp;nbsp;วัน การประกาศของนายกฯ ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการประเทศเร็วขึ้น หลังจากที่หลายประเทศประกาศเปิดประเทศมาแล้วโดยไม่มีการกักตัว เช่น ประเทศสิงคโปร์ และขณะนี้ประเทศในยุโรปทั้งอังกฤษ และอเมริกาก็เปิดไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตรงนี้ถือเป็นการช่วงชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งหากเรายังกักตัว 7 วัน ก็จะทำให้การต่อสู้ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาประเทศไทยคงยาก สู้ประเทศอื่นไม่ได้ ดังนั้น การที่นายกฯ ประกาศเปิดเประเทศวันที่ 1 พ.ย.นี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศในไตรมาสที่ 4 และไตรมาสที่ 1 ของปีหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ และประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมสำหรับในช่วงฤดูหนาว ของทางยุโรป อเมริกา และประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีน ดังนั้น ตรงนี้เราจึงต้องปรับว่าทำอย่างไรให้เกิดความคล่องตัวในการตรวจ ATK ที่สนามบินได้เร็วขึ้น แต่ทราบว่าทางกระทรวงสามธารณสุขได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว โดยมีต้นแบบที่ภูเก็ตมาแล้ว จึงเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะผ่านไปด้วนความราบรื่น&amp;quot;นายพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า 10 จังหวัด รวมกรุงเทพฯ ด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รวมด้วย &amp;nbsp; ซึ่ง 10 &amp;nbsp;จังหวัดหมายความว่า กระบี่ พังงา เปิดทั้งจังหวัด ส่วนกรุงเทพฯ ชลบุรี เปิดเพียงบางส่วน โดยชลบุรีจะเปิดเฉพาะอ.บางละมุง อ.สัตหีบ ขณะที่จังหวัดอื่นๆ จะมีที่ชะอำ และหัวหิน และเชียงใหม่ อีก 4 อำเภอคือ อ.เมือง อ.ดอยเต่า อ.แม่แตง และอ.แม่ริม รวมทั้งจังหวัดระนอง ที่เกาะพยาม และอาจจะมีที่จังหวัดเลย อ.เชียงคาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า ประเทศความเสี่ยงต่ำที่จะเข้ามาประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นส่วนหนึ่งที่เสนอกระทรวงสาธารณสุข และศบค. ให้มีการเปิดใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวยอมรับว่า ใช่ โดย ททท. ได้มีการประชุม และเสนอ ศบค.ชุดเล็กไป ทั้งนี้ คงต่อรอดูการประชุม ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาในวันที่ 14 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงประเทศต่างๆ ที่จะสามารถเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นไปตามที่นายกฯ ได้ประกาศไปแล้ว เบื้องต้นมี 4-5 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่นิยมเข้ามาในประเทศไทยอยู่แล้ว เช่น อังกฤษ เยอรมัน อเมริกา แต่สิ่งที่เราอยากดึงลูกค้าอีกประเทศที่สำคัญมากคือ จีน ส่วนประเทศในอาเซียนเราก็พยายามคิดว่า ทำอย่างไรนอกเหนือจากประเทศสิงคโปร์แล้ว เราจะทำบับเบิ้ลกับประเทศอื่นๆ รอบบ้านเราได้หรือไม่ แต่นั้นก็หมายถึงประเทศเพื่อนบ้านเราพร้อมที่จะเปิด และสำคัญที่สุดประเทศเหล่านั้นต้องไม่อยู่ในภาวะเสี่ยง อย่างน้อยต้องได้รับวีคซีนแล้ว 2 โดส ก่อนเข้าประเทศไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119496</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิพัฒน์ รัชกิจประการ, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_6164fd1c2cdb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดโครงการ &#039;ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ&#039; กระตุ้นเดินทางในประเทศมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 -&amp;nbsp;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ Workation Thailand &amp;ldquo;ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ: Work from Everywhere&amp;rdquo; โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) &amp;nbsp;
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. ดร.สุทธิชัย จูประเสริฐพร&amp;nbsp;รองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และนายวรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ ร่วมในงานแถลงข่าวฯ ถ่ายทอดสดผ่านระบบ Live Streaming ทางแฟนเพจ Facebook Thairath &amp;ndash; ไทยรัฐออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลต่อการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. จึงได้ดำเนินการโครงการ Workation Thailand &amp;ldquo;ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ : Work from Everywhere&amp;rdquo; ซึ่งคาดว่าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในประเทศมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมธุรกิจในภาคของการบริการที่พัก มาให้บริการเพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่เป็นอิสระเรื่องสถานที่ทำงานมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันทุกคนไม่จำเป็นต้องทำงานในที่ทำงานเสมอไป สามารถเปลี่ยนทุกที่ให้เป็นที่ทำงาน จัดกิจกรรม การประชุม เจรจาธุรกิจ หรือการพบปะสังสรรค์ได้ โดยสามารถเลือกสถานที่ทำงานได้ตามต้องการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและผ่อนคลายด้วยบรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทาง ททท. ได้สร้างช่องทางการนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวในกลุ่ม Workation ผ่านออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าของคนทำงานยุคใหม่ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามารถปรับและเปลี่ยนจากธุรกิจที่พักแบบเดิมมาสู่มิติใหม่ของการบริการเพื่อตอบโจทย์ความนิยมในปัจจุบัน คือ การทำงานและท่องเที่ยวในเวลาเดียวกันได้ เป็นโอกาสและการยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยให้สามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโครงการ Workation Thailand &amp;ldquo;ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ : Work from Everywhere&amp;rdquo;&amp;nbsp;ททท. จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ เป็นการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวของไทยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 รวมถึงเป็นการตอบสนองความต้องการของคนยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลง กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ ฯลฯ ในการสร้างสินค้าและพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบวิถีปกติใหม่ หรือ New Normal โดยจัดทำเป็นแพ็คเกจ สำหรับการทำงานที่เป็นอิสระ เป็น 6 ประเภท คือ 1. Homestay / Homelodge / Resort &amp;amp; Hotel 2. CSR Outing 3. Special Interest &amp;nbsp;4. Luxury 5. Gastronomy และ 6. Staycation&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้จัดทำแพ็คเกจต่างๆ ไว้ให้เลือกสรรเป็นจำนวนมากถึง 313 แพ็คเกจ สำหรับผู้ที่สนใจซื้อแพ็กเกจและ ผู้ประกอบการที่ต้องการเสนอขายแพ็คเกจ สามารถเลือกใช้บริการและศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.workationthailand.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @workationthailand ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยวไทย, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152e4c395809.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงศบค.เคาะเปิด5จว.‘เที่ยวเฟส3’2ล้านสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีท่องเที่ยว เผยเตรียมชง ศบค. วันที่ 23 ก.ย. &amp;nbsp; พิจารณาแผนเปิดประเทศเพิ่มอีก 5 จังหวัด กทม. ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบฯ &amp;nbsp;เชียงใหม่ สำหรับ กทม. หากเร่งเข็ม 2 ได้ถึง 70% จะเปิดได้ 15 ตุลา. ขณะที่รองโฆษกรัฐบาลย้ำโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และโครงการทัวร์เที่ยวไทย 2 ล้านสิทธิ์ จะเปิดให้ลงทะเบียน 24 ก.ย. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมข้อมูลเสนอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ในวันที่ 23 กันยายน 2564 เพื่อพิจารณาแผนการเปิดประเทศเพิ่มอีก 5 จังหวัด ตามที่ได้วางแผนไว้ในระยะที่ 2 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) เพชรบุรี (ชะอำ) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) เชียงใหม่ (อ.เมืองฯ แม่แตง แม่ริม ดอยเต่า) ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้น ขณะนี้ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้วกว่า 90% แต่เข็มที่ 2 ฉีดไปแล้วเพียง 37% ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่า ประมาณวันที่ 22 ตุลาคมนี้ จะสามารถฉีดเข็ม 2 ให้ครอบคลุมจำนวนประชากรในกรุงเทพมหานคร ได้ถึง 70% แต่หากสามารถเร่งการฉีดวัคซีนให้เร็วขึ้น ก็จะสามารถเปิดกรุงเทพมหานครได้เร็วขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเร่งให้ฉีดเข็ม 2 ได้ครบ 70% ในวันที่ 5 ตุลาคม ก็สามารถเปิดเมืองได้ 15 ตุลาคม โดยจะต้องนำแผนดำเนินงานเข้าหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอรับวัคซีนให้เร็วขึ้น พร้อมทั้งหารือคณะกรรมการวิชาการฯ ทางด้านสาธารณสุข พร้อมทั้งในวันที่ 22 กันยายนนี้ ททท.ได้กำหนดการประชุมร่วมกับภาคเอกชนในกรุงเทพมหานคร เพื่อหาแนวทางร่วมกันต่อไป&amp;quot; นายพิพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการเปิดประเทศ โดยเฉพาะใน กทม. วันที่ 15 ต.ค.นี้ว่า ขณะนี้ต้องถือว่าได้มีการนับหนึ่งไปแล้ว เพียงแต่เป็นการทยอยเปิดในพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีความเหมาะสม ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุดคือภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และสมุยพลัส แต่ประเด็นใหญ่ก็คือ เมื่อเราคิดจะขยายจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ไปเป็นอันดามันแซนด์บ็อกซ์ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวที่มาพักภูเก็ตครบ 7 วันแล้วเดินทางต่อไปยังพังงากับกระบี่ ยังเป็นเรื่องที่จะต้องเร่งขยายผลให้บรรลุเป้าหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายจุรินทร์ยังเห็นว่าจังหวัดที่ควรจะได้เดินหน้าต่อ เบื้องต้นก็เห็นว่ามีความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาพื้นที่อื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน เป็นต้น&amp;nbsp;
เปิดในพื้นที่ที่มีความพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเปิดประเทศได้ดำเนินการอยู่แล้ว และได้นับหนึ่งมาแล้วตั้งแต่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ต่อไปจะมีพื้นที่ไหนอีก เช่น กรุงเทพมหานคร อันนี้ก็จะต้องมีการพิจารณาร่วมกันระหว่างรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ เวลา ศบค. จะเคาะว่าจะเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวตรงไหนก็ฟังความเห็นผู้ว่าราชการด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นกรุงเทพฯ ถ้าจะถามว่าจะเปิดเมื่อไหร่ ก็ต้องอยู่ที่ความเห็นร่วมที่จะได้มีการพูดคุยกันต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า หลักของการเปิดประเทศยังมีอยู่ เพราะท่านนายกฯ ประกาศเป็นนโยบายไปแล้ว แต่จะเปิดตรงไหนอย่างไรก็ต้องดูความพร้อม ความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่เป็นกรณี เป็นพื้นที่ไป โดยดูเศรษฐกิจกับโควิดให้เกิดความสมดุลกัน ให้สามารถดูแลทั้งสองเรื่องได้ในเวลาเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตามแผนเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายเปิดประเทศใน 120 วันของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งในแผนระยะที่ 2 ได้วางไว้ 5 จังหวัดที่จะเปิดเพิ่ม ขณะนี้มีความพร้อมแล้วใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี (พัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) เชียงใหม่ (อ.เมืองฯ อ.แม่แตง อ.แม่ริม อ.ดอยเต่า) เพชรบุรี (ชะอำ) และประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า กทม.นั้นยังต้องรอการฉีดวัคซีนให้คนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 70% ซึ่งเป็นสัดส่วนในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น โดยในส่วนของ ททท. เรายังเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากที่ผ่านมาได้หารือร่วมกับภาคเอกชน ถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล เผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งความคืบหน้าโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และโครงการทัวร์เที่ยวไทย จะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 24 ก.ย. ที่เว็บไซต์ w ww.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยลงทะเบียนได้ทั้งรายใหม่และผู้ที่เคยใช้สิทธิ์แล้ว เมื่อได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ จะสามารถจองห้องพักได้ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.เป็นต้นไป และเริ่มเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.2564 ยาวไปถึงต้นปี 2565
เที่ยวด้วยกัน 2 ล้านสิทธิ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 เปิดให้ลงทะเบียนจำนวน 2 ล้านสิทธิ์ สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมจะเหมือนกับ เฟส 1 และ 2 เช่น คนไทยอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป รัฐจะจ่ายค่าห้องให้ 40% ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน ช่วยค่าตั๋วเครื่องบิน 40% พร้อมคูปองอาหาร 600 บาท/วัน โดย ททท.จะร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวสุ่มตรวจตามโรงแรม หรือร้านค้าที่ใช้บริการเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริต รวมทั้งกำหนดการป้องกันการสวมสิทธิ์ด้วยระบบสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ใช้สิทธิ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโครงการทัวร์เที่ยวไทย เปิดให้ลงทะเบียนจำนวน 1 ล้านคน เป็นการเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ ซึ่งจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐจะสมทบเงินให้ 40% ของราคาแพ็กเกจท่องเที่ยว หรือไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน หากแพ็กเกจ 12,500 บาท โดยให้สิทธิ์ โครงการนี้คาดใช้เงินประมาณ 5,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะประธานอนุกรรมการนโยบายการท่องเที่ยว และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลจะเปิด 5 จังหวัดที่รวมถึง กทม. ในวันที่ 1 ตุลาคม และอีก 21 จังหวัด ในวันที่ 15 ตุลาคม แต่เนื่องจาก รมว.การท่องเที่ยวฯ แจ้งว่า กทม.ยังไม่พร้อม เพราะยังฉีดยากันไม่ถึง 70% จึงขอเลื่อนไปวันที่ 15 ตุลาคม ทั้งนี้ ได้มีนายแพทย์ผู้ชำนาญการได้ออกมาเตือน เป็นห่วงว่าถ้าไม่พร้อมจริง การเร่งเปิดประเทศจะทำให้เกิดการระบาดครั้งใหม่ได้ ทั้งนี้เพราะปริมาณคนที่ได้รับวัคซีนในประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ประชาชนที่ฉีดเข็มแรกมีเพียง 39.9% ประชาชนที่ฉีด 2 เข็มมีเพียง 19% การเปิดประเทศโดยที่ประชาชนยังได้รับการฉีดวัคซีนจะทำให้มีโอกาสเกิดการระบาดครั้งใหม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังไม่ต้องพูดถึงคุณภาพวัคซีนที่ไม่สามารถจะป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ได้อีกเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด ครม. อนุมัติซื้อวัคซีนโมเดอร์นาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ได้ดีจำนวน 1 ล้านโดส เพื่อมอบให้กับสภากาชาด ทำให้แปลกใจว่าทำไม ครม.ถึงไม่สั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นานี้ในจำนวนที่มากๆ 20-30 ล้านโดส เพื่อเป็นวัคซีนทางเลือกให้กับประชาชน ซึ่งน่าจะป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดในไทยได้ดีกว่าวัคซีนชนิดอื่น โดยเฉพาะป้องกันได้ดีกว่าวัคซีนซิโนแวคมาก จึงไม่เข้าใจหลักคิดของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117126</URL_LINK>
                <HASHTAG>70%, ชงศบค.เคาะเปิด5จว.‘เที่ยวเฟส3’2ล้านสิทธิ์, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เข็ม 2, เพิ่มอีก 5 จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612cc6f2caa2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ท่องเที่ยวฯ จ่อคุย &#039;ผู้ว่าอัศวิน&#039; หาทางเปิดกทม. 1 ต.ค.นี้ หลังฉีดวัคซีนเกือบครบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงแนวทางการเปิดประเทศ โดยระบุว่า แนวทางการเปิดประเทศจะพิจารณาเปิดเป็นรายจังหวัด และอยากจะให้มีการเปิดในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ค. รวมถึงต้องการจะเปิด กทม. เนื่องจากในพื้นที่ กทม. มีการฉีดวัคซีนเกือบครบแล้ว โดยในเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ก.ย. จะเดินทางไปพบ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการเปิด กทม.ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะเราได้เห็นจาก จ.ภูเก็ต ว่าเป็นไปด้วยดี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติติดเชื้อน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116693</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614022d3c2f05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ท่องเที่ยว&#039;ยันเปิดประเทศตามแผน 1 ต.ค. เที่ยวได้ใน 5 จว. และอีก 21 จว.จะตามมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ ถึง ความคืบหน้าแผนการเปิดประเทศ ว่า &amp;nbsp;เรายืนยันว่าในวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะเปิดให้มีการท่องเที่ยวใน 5 จังหวัด คือกรุงเทพมหานคร ชลบุรี เพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์ และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแผนที่เคยประกาศไว้ล่วงหน้า &amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่เหลือ เรายังจะเดินตามแผนให้เปิดให้ท่องเที่ยวได้ใน 21 จังหวัด ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โครงการ &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot; และ &amp;quot;ทัวร์เที่ยวไทย&amp;quot; เราจะประกาศให้มีการดาวน์โหลดได้ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ และคาดว่าจะสามารถใช้เดินทางได้ในวันที่ 15 ต.ค.นี้เช่นกัน &amp;nbsp;จากนั้นจะหารือกับนายกรัฐมนตรีว่าจะเปิดให้มีการท่องเที่ยวในจังหวัดที่เหลือได้อีกเมื่อไหร่ &amp;nbsp;สำหรับอุปสรรคต่อแผนการเปิดประเทศ ในขณะนี้คือตัวเลขการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องอื่นๆนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เตรียมพร้อมไว้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดว่า จังหวัดที่เหลือที่จะเปิดให้มีการท่องเที่ยวได้ทันกำหนดในวันที่ 15 ต.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;การระบาดของโรคโควิด-19 ในจ.ภูเก็ต ตอนนี้พบผู้ติดเชื้อวันละ 200 กว่าคน ซึ่งมาจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตสั่งการให้ตรวจเชิงรุกโดยใช้ชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท (เอทีเค) ในทุกชุมชน ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว และกลุ่มแรงงานประมง &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตนคาดว่าภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ทุกอย่างจะจบเรียบร้อย &amp;nbsp;ส่วนเตียงสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการระดับสีเขียว สีเหลือง สีแดงนั้น เรายังมีเหลือว่างอยู่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116648</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิพัฒน์ รัชกิจประการ, เปิดประเทศ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614022d3c2f05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่องเที่ยวฯเตรียมเปิด&#039;หัวหิน&#039;รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานต่าง เพื่อผลักดันโครงการหัวหิน รีชาร์จ &amp;nbsp;และแนวทางการเปิดเทศบาลเมืองหัวหินต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่า พร้อมให้การสนับสนุนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดยโครงการหัวหิน รีชาร์จ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามแผน ซึ่งระยะที่ 1 คือ การเปิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์ สมุยพลัสโมเดล จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่ ในช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับแผนระยะที่ 2 กำหนดเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะมีการเปิดประเทศเพิ่มอีก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี (พื้นที่พัทยา บางละมุง สัตหีบ) เพชรบุรี (พื้นที่ชะอำ) ประจวบคีรีขันธ์ (พื้นที่หัวหิน) และเชียงใหม่ (พื้นที่อำเภอเมือง แม่แตง แม่ริม และดอยเต่า) โดยการเปิดประเทศครั้งนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการมีความพร้อม แต่วัคซีนยังมาไม่ครบจึงยังเปิดไม่ได้ รวมถึงสิ่งที่ปฏิบัติได้ยากในเมืองท่องเที่ยวขณะนี้คือ หากเป็นไปได้ขอให้จัดเป็นพื้นที่สีเหลือง เพื่อให้สามารถรับประทานอาหารและดื่มสุราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะติดตามสถานการณ์การระบาดโควิดในประเทศอย่างใกล้ชิดจนถึงวันที่ 14 กันยายนนี้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะน้อยลงหรือไม่ หากผู้ติดเชื้อน้อยลงจนเหลือหลักพัน จากปัจจุบันผู้ติดเชื้ออยู่ที่หลักหมื่นคนนั้น จะมีการหารือในที่ประชุม ศบค.และกระทรวงสาธารณสุขว่าจากสถิติของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในภูเก็ตแซนด์บอกซ์ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อคิดเป็น 0.3% เท่านั้น&amp;rdquo;นายพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า รูปแบบการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในโครงการหัวหิน รีชาร์จ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องทำการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR หรือการเก็บตัวอย่างเชื้อบริเวณลำคอ และหลังโพรงจมูก จำนวน 3 ครั้ง โดยเมื่อมาถึงสนามบินต้องตรวจครั้งที่ 1 ทันที หลังจากนั้นเดินทางเข้าโรงแรมที่พักผ่านรถโดยสารที่ได้รับมาตรการตามกำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจะไม่สามารถออกจากห้องพักได้ จนกว่าจะมีการยืนยันว่า ไม่พบเชื้อโควิด จึงจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางท่องเที่ยวกำหนดเฉพาะ (ซีลรูต) ได้ แบบไม่มีการกักตัวจากนั้นให้ตรวจซ้ำอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 6-7 และวันที่ 12-13 ซึ่งหากไม่พบเชื้อโควิดและอยู่ในพื้นที่ครบ 14 วันแล้ว ถึงจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นทั่วประเทศไทยได้ จึงยืนยันว่าคนในพื้นที่สามารถสบายใจได้ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.2 ล้านคน แต่ขณะนี้หวังให้เห็นที่ 1 ล้านคนให้ได้ก่อน เพราะจากข้อมูลจำนวนต่างชาติเดินทางเข้าไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวน 40,000 คน บวกกับเข้ามาในโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์อีก 26,400 คน ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ที่ผ่านมา รวมเกือบ 100,000 คน ซึ่งเหลืออีก 900,000 คน ที่ต้องเข้ามาในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี หากสามารถมาได้เดือนละ 300,000 คน รวมถึงนโยบายการกักตัวของประเทศต้นทางไม่ได้กำหนดให้เมื่อเดินทางกลับประเทศต้นทางแล้วต้องกักตัว เชื่อว่ายังมีโอกาสได้เห็นที่ 1 ล้านคนในปีนี้อยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115799</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิพัฒน์ รัชกิจประการ, รับนักท่องเที่ยว, เปิดหัวหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135d8bd77656.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
