<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเวียงสายังลอยคอ สุโขทัยขนของหนีน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งระบายน้ำจากอำเภอเวียงสากู้บ้านอีก 300 หลังพ้นจมน้ำ ภาวนาใน 5 วันถ้าไม่มีฝนตกซ้ำจะคลี่คลาย สุโขทัยก็ยังอ่วม ชลประทานประกาศเตือนผู้ที่อยู่ริมน้ำยมขนของไว้ที่สูง สวรรคโลกถนนขาด ชาวพรหมพิรามต้องพายเรือเกี่ยวข้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือในขณะนี้ เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยได้สั่งการให้กรมชลประทานส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำอยู่ในทุกพื้นที่ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยืนยันว่าแหล่งน้ำในประเทศยังมีเพียงพอต่อการกักเก็บน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.เวียงสา จ.น่าน หลังมีการเปิดประตูน้ำ 2 บานที่ผนังกั้นน้ำสา ทำให้เช้าวันจันทร์ ระดับน้ำที่ท่วม 7 หมู่บ้านในตำบลเวียงสาและกลางเวียง ลดลงจนเกือบแห้ง แต่ยังคงเหลืออีกกว่า 300 หลังคาเรือน ที่บ้านต้นหนุน และบ้านดอนแท่น หมู่ 2 ตำบลกลางเวียง ยังมีน้ำท่วมขังระดับสูง 1 เมตรขึ้นไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำระบายออกแม่น้ำน่านและแม่น้ำสา เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นวันที่ 4 แล้ว และเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผวจ.น่าน กล่าวว่า ได้ให้สำนักงานชลประทานจังหวัดน่านประสานไปยังส่วนกลางให้ส่งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 6 เครื่อง มาสูบน้ำออกจากพื้นที่อำเภอเวียงสา เพิ่มเติมจากในพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว 3 เครื่อง ในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำน่าน คาดว่าภายใน 5 วันนี้หากไม่มีน้ำเหนือไหลมาสมทบหรือฝนตกหนักอีก สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย ขณะเดียวกันมอบหมายให้เกษตรจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่การเกษตร เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วนและเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุโขทัย น้ำยมยังคงไหลทะลักจากพนังกั้นน้ำที่พังทลายแตกเป็นช่องตั้งแต่เช้ามืดวันอาทิตย์ เข้าท่วมบ้านเรือนท้องที่หมู่ 1 และหมู่ 7 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย อย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 50 เซนติเมตร ถึง 2 เมตรในบางจุด นาข้าว ไร่ข้าวโพดจมอยู่ใต้น้ำเป็นวงกว้าง ถนนสาย 1195 สุโขทัย-แยกเตว็ด ต้องปิดการจราจร รถเล็กยังผ่านไม่ได้ นอกจากนี้พนังกั้นน้ำในพื้นที่ที่บ้านวังดุ้ง บ้านลัดทรายมูล ต.ปากพระ อ.เมืองสุโขทัย พังเสียหายเช่นกัน ทำให้น้ำจากแม่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและไร่นาชาวบ้าน รวมถึงถนนสุโขทัย-ปากพระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดปริมาณน้ำยมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ณ สถานีวัดน้ำ Y.14A อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,416 ลบ.ม./วินาที ทำให้ชลประทานต้องเร่งหน่วง-ควบคุมปริมาณน้ำให้ผ่านประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก ไม่เกิน 800 ลบ.ม./วินาที รวมทั้งต้องควบคุมปริมาณน้ำผ่านจุด Y.4 หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านไม่เกิน 550 ลบ.ม./วินาที เพื่อรักษาตัวเมืองย่านเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยให้รอดพ้นน้ำท่วม ขณะที่กรมชลประทานได้ประกาศเตือนให้คนสุโขทัยที่อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำยมสายหลัก และริมตลิ่งแม่น้ำยมสายเก่า-คลองเมม-คลองบางแก้ว ขนของขึ้นที่สูง เนื่องจากจะเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ยังคงถูกน้ำท่วมต่อเนื่อง น้ำจากแม่น้ำยมไหลเข้าท่วมบ้านเรือนริมตลิ่งบริเวณหมู่ 5 ต.วัดเกาะ และทะลักเข้าตัว อ.ศรีสำโรง นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า น้ำจากแม่น้ำยมได้กัดเซาะถนนพื้นที่ ม.7 ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลกขาดลงแล้ว แม้ชาวบ้านจะนำกระสอบทราบมาวางเรียงป้องกัน แต่ก็ไม่สามารถทานกระแสน้ำได้ ทำให้น้ำไหลเข้าร่วมบ้านเรือนประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมใน อ.พรหมพิราม และ อ.บางระกำ เฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมขนของขึ้นที่สูงพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม หลังมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่กรมชลประทานเร่งผันน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองหกบาทผ่านแม่น้ำยมสายเก่า และผันไปยังคลองยม-น่าน ผ่านประตูระบายน้ำคลองกล้วย และประตูระบายน้ำคลองรุม ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 3 (จังหวัดพิษณุโลก) จะดำเนินการรับน้ำต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์แม่น้ำยมสายเก่าที่รับน้ำมาจากจังหวัดสุโขทัย ผ่านคลองเมม ต.ท่าโช้ง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ล่าสุด นายชำนาญ ชูเที่ยง ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุด ปริมาณน้ำยังมีมากอย่างต่อเนื่อง หากน้ำมีมากขนาดนี้ก็จะทำให้ไหลเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่ามากเช่นกัน ซึ่งคาดว่าอาจมีน้ำจากจังหวัดสุโขทัยเข้ามาสูงแม่น้ำยมสายเก่าถึง 300 ล้าน ลบ.ม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบต่อมวลน้ำที่เริ่มเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่า ชาวบ้านบ้านใหม่สำราญ หมู่ 12 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำที่จะเข้ามาระลอกนี้ เช่นนายสุรินทร์ กลิ่นชื่น ชาวบ้านบ้านใหม่สำราญ ที่มีนาข้าว 15 ไร่ ได้เกี่ยวข้าวไปแล้วกว่า 13 ไร่ เหลืออีก 2 ไร่เศษถูก น้ำท่วมนาข้าว ต้องพายเรือไปเกี่ยวข้าวที่เหลือขึ้นมาตากแห้งที่สูง ขณะที่ชาวนาหลายรายเริ่มนำกระสอบทรายไปอุดท่อน้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำยมสายเก่า ป้องกันล้นตลิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำปาง หลังมีผู้สูญหาย 2 คนข้างฝายน้ำล้นลำน้ำแม่ตุ๋ย ฝั่งบ้านทุ่งม่านพัฒนา ม.11 ต.บ้านเป้า อ.เมือง ทหารได้พบร่างแล้ว 1 ศพ คือนายประจวบ เทพปินตา อายุ 51 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทุ่งม่านพัฒนา ส่วนนายอนันต์ แก้วมณีวรรณ อายุ 56 ปี เป็นคนดูแลประปาหมู่บ้าน ขณะนี้ยังไม่พบร่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เวลา 09.30 น. วันที่ 24 ส.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง ร่วมรับฟังการบริหารราชการและติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก ณ ศาลากลางจังหวัดระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดภาคเหนือว่า ได้รับรายงาน ที่จังหวัดสุโขทัยเกิดพนังกั้นน้ำแตก ซึ่งขณะนี้กำลังแก้ไขอยู่ คาดว่าจะระบายน้ำเสร็จภายในวันเดียวกัน ซึ่งก็ไม่น่าเป็นห่วง นอกจากนี้ได้ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยทหารพัฒนาไปดูแลเพื่อช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด รวม 41 อำเภอ 135 ตำบล 553 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,830 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้สูญหาย 2 ราย ได้แก่ น่าน &amp;nbsp;แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ ลำพูน แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก และดินสไลด์ในพื้นที่ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมทางหลวง (ทล.) แจ้งว่า วันที่ 24 ส.ค.63 เวลา 15.00 น. พบน้ำท่วม 3 จังหวัด รวม 12 แห่ง ได้แก่ 1.น่าน (1 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 1 แห่ง 2.แพร่ (3 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 2 แห่ง 3.สุโขทัย (8 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 5 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่​ จ.น่านและสุโขทัย ว่า วันนี้เราต้องแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งที่รัฐบาลทำคือ​ พยายามจะกักเก็บน้ำเหล่านี้ไว้ให้ได้ นอกจากการระบายทิ้ง ตนพูดทุกปี ดังนั้น​ สิ่งสำคัญที่สุดคือจะกักเก็บน้ำตรงนี้ไว้ให้ได้ ทั้งแก้มลิง การบริหารจัดการลุ่มน้ำยม ถ้าไม่ร่วมมือก็ทำกันไม่ได้ทั้งหมด จะต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) การทำประชาพิจารณ์ บ้านเมืองของเราสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เราต้องคิดใหม่แล้ว รัฐบาลไม่สามารถจะไปบังคับใครได้​ ดังนั้น ต้องร่วมมือกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ประจวบ เทพปินตา, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พิพัฒน์ เอกภาพันธ์, วรกิตติ ศรีทิพากร, วราวุธ ศิลปอาชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันต์ แก้วมณีวรรณ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43b1c090c15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษณุโลกทำบุญตักบาตรพระสงฆ์89รูปถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.2563 - &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย ข้าราชการใน จ.พิษณุโลก และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีพระสงฆ์เจริญพุทธมนต์ 10 รูป พร้อมกับทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุ สามเณร จำนวน 89 รูป เฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 &amp;nbsp;พรรษา ในวันที่ &amp;nbsp;12 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้ ร่วมลงนามถวายพระพรชัย และ ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลังจากนั้นในช่วงเย็นจะมีพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ที่หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74189</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำบุญตักบาตร, ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, พระราชกุศล, พิพัฒน์ เอกภาพันธ์, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f335e45f0214.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษณุโลกเยียวยา สามล้อปั่นรายละ 2 พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.63 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยไวรัส COVID - 19 แก่ผู้ประกอบอาชีพสามล้อถีบ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น หลังจากต้องมาประสบกับวิกฤตโควิด - 19 ส่งผลให้โรงแรมหลายแห่งในจังหวัดพิษณุโลก ต้องปิดตัวลง ประกอบกับไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาใช้บริการทำให้ได้รับความเดือดร้อนในส่วนของรายได้จากการไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก รายละ 2,000 บาท จำนวน 72 ราย โดยจะโอนเข้าบัญชี ภายในวันอาทิตย์นี้ ,เสื้อสีชมพูตราสัญลักษณ์ หน้ากากอนามัย และข้าวกล่องพลัง บวร จำนวน 72 ชุด ,เทศบาลนครพิษณุโลก มอบถุงยังชีพ จำนวน 72 ชุด และบริษัทท็อปแลนด์ พลาซ่าจำกัด และในเครือ มอบเครื่องอุปโภค บริโภค จำนวน 72 ชุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากนี้ไปทางจังหวัดพิษณุโลก จะได้เตรียมจะเข้าไปดูแลและเยียวยากลุ่ม ผู้ที่นำอุปกรณ์ประกอบอาชีพไปรับทรัพย์สิน เครื่องมือในกาประกอบอาชีพไปจำนำ เช่น แบตตาเลี่ยน ไดร์เป่าผม สว่าน จักรเย็บผ้า ครกหิน &amp;nbsp;ราคาไม่เกินหนึ่งพันบาท โดยจะมีภาคเอกชนและผู้มีจิตศรัทธามาถอนใบจำนำที่โรงรับจำนำในพื้นที่เทศบาลนครพิษณุโลก และ อำเภอบางระกำ นอกจากนี้จะดูแลร้านเสริมสวยที่ไม่ได้ทำประกันสังคม ซึ่งในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดูแลเยียวยาผู้ที่เดือดร้อนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63741</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, พิพัฒน์ เอกภาพันธ์, สามล้อถีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d8ca64ad3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนพิษณุโลกแห่ลงทะเบียนอุทธรณ์สิทธิ์เยียวยา5พันเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 63 - ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เมื่อเวลา 08.30 น. ทางจังหวัดได้เปิดศูนย์บริการช่วยลงทะเบียนและขออุทธรณ์ตามมาตราการขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ให้แก่ประชาชนที่เสียสิทธิ์ต่างๆ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนกว่า 300 รายมาต่อคิวเพื่อลงทะเบียนใหม่ทบทวนสิทธิ์ บางคนก็มาขออุทธรณ์เนื่องจากถูกได้รับ SMS เป็นเกษตรกร ทั้งๆ ที่เป็นลูกจ้าง โดยในวันนี้ทางจังหวัดพิษณุโลกได้บริการตั้งโต๊ะในการรับบริการจำนวนกว่า 20 โต๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติ เฟืองเพียร อายุ 63 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป กล่าวว่า วันนี้ตนเองมาขอลงทะเบียนอุทธรณ์สิทธิ์ การรับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท จากผลกระทบโควิด ซึ่งตนเองได้ถูกตอบกลับว่า เป็นเกษตรกร ทั้งๆ ที่ตนเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และอาศัยอยู่กับภรรยา นอกจากนี้ตนเองก็ไม่มีที่ไร่ที่นาแต่อย่างใด จึงมาขออุทธรณ์สิทธิ์เพื่อขอรับเงินเยียวยาวเหมือนกับคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ในวันนี้ทางจังหวัดได้เตรียมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ในการบริการให้ประชาชนมาขออุทธรณ์สิทธิ์ในวันที่&amp;nbsp; 20-22 เม.ย. นี้ จำนวน 20 โต๊ะด้วยกัน ซึ่งนอกจากทางจังหวัดจะเปิดรับลงทะเบียนแล้วทาง อำเภอและ อปท.ต่างๆ ก็ยังเปิดรับลงทะเบียนด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นั้นตั้งแต่เช้ามีประชาชนมาต่อคิวในการใช้สิทธิ์กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จากการสอบถามพบว่าผู้มาอุทธรณ์ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่ามาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่จะได้สิทธิ์จริง แต่เป็นการเข้าใจผิด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63687</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิพัฒน์ เอกภาพันธ์, พิษณุโลก, อุทธรณ์, เยียวยา5พัน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d1dfa49288.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมศักดิ์สอบ เหตุ4นักโทษ ดับคาเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีราชทัณฑ์ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงนักโทษเรือนจำพิษณุโลกตายจากพิษไทรอยด์ 4 ศพ ป่วยอีกระนาว จ่อฟันวินัยผู้รับผิดชอบปล่อยตายคาเรือนนอน &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; สั่งตั้งกรรมการสอบ สาธารณสุขยันไม่ใช่โรคระบาดจากคนสู่คน คาดสาเหตุกินเครื่องในหมูปนเปื้อนเนื้อส่วนคอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก วันที่ 6 มกราคมนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือและวางแผนปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคหลังมีผู้ต้องขังป่วยเสียชีวิต 4 คน และต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกจำนวนหนึ่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้อาจจะเร็วเกินไปว่าสาเหตุการตายและเจ็บป่วยของผู้ต้องหามาจากสาเหตุอะไร แต่จากหลักฐานของกรมควบคุมโรค และสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ได้ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมีภาวะโพแทสเซียมต่ำ ซึ่งน่าจะเกิดจากการบริโภคอาหารที่มีการปนเปื้อน ทำให้ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ มือเท้าอ่อนแรง บางรายมีอาการมากจนเสียชีวิต ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุ กระทรวงสาธารณสุขได้ระดมแพทย์ พยาบาลเข้ามาช่วยเหลือคัดกรองเบื้องต้นด้วยการจับชีพจร ถ้าเกินกว่า 100 ครั้งต่อนาที จะแยกออกมาและทำการตรวจละเอียด ส่งไปรักษาในโรงพยาบาลทันทีประมาณ 50 คน และในวันที่ 7 ม.ค.นี้ กระทรวงสาธาณสุขจะเจาะเลือดผู้ต้องขังทั้งหมดกว่า 3,000 คน เพื่อเก็บตัวอย่าง วิเคราะห์ คัดกรองโรคในห้องแล็บ ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จะได้ผลออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เรือนจำจังหวัดพิษณุโลกมีผู้ต้องขังกว่า 3,000 คน แต่ไม่มีแพทย์เลย มีพยาบาล 2 คน เจ้าหน้าที่ 120 คน ถือว่าเป็นภาระค่อนข้างหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีราชทัณฑ์กล่าวว่า เรื่องการตรวจอาหารเพื่อหาสาเหตุของโรคนั้น ต้องรอผลตรวจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตนยังไม่ปักใจเชื่อว่าอาหารที่ส่งไปให้ตรวจในแล็บเป็นตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ปนเปื้อนจริงหรือไม่ อย่างไร กรมราชทัณฑ์ก็ได้ให้ผู้ตรวจราชการของกรมมาเก็บข้อมูลไปตรวจสอบด้วย และถ้าหากผลออกมาแล้วมาจากอาหารปนเปื้อน อาหารไม่ดี จะพิจารณาข้อบกพร่องทางวินัยของผู้รับผิดชอบ ส่วนเรื่องทางปกครอง ขอเวลาประมวลอาจจะใช้มาตรการทางการปกครองในการย้ายสับเปลี่ยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมจึงไม่มีการส่งผู้ป่วยไปรักษาให้ทันท่วงที อธิบดีกรมราชทัณฑ์ตอบว่า เป็นเรื่องที่ตนตำหนิไป เพราะทั้ง 4 รายที่เสียชีวิต เสียชีวิตในเรือนนอนในเรือนจำทั้งหมด โดยหลักแล้ว ถ้ามีการตื่นตัว มีอาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจำ น่าจะสังเกตอาการได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก กล่าวว่า ผู้ต้องขังที่เสียชีวิตและเจ็บป่วย เบื้องต้นแพทย์ระบุภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง สาเหตุน่าจะมาจากอาหาร โดยเบื้องต้นได้ประชุมหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนสังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กองทัพบก และกระทรวงสาธารณสุข จัดทำแผนปฏิบัติการควบคุมและป้องกันสถานการณ์โรคที่เกิดขึ้นในเรือนจำกลาง เรือนจำจังหวัด และทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก เพื่อควบคุมมิให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้ยุติได้ภายใน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของ 4 ผู้ต้องขังในเรือนจำพิษณุโลก ว่า เกิดจากอาการไทรอยด์เป็นพิษ และโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งเกิดจากฮอร์โมน TSH มีปริมาณต่ำ ไม่สามารถควบคุมฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ ส่งผลให้เกิดอาการสำคัญ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ภาวะหัวใจล้มเหลว รวมทั้งความบกพร่องของการดูแลจากเจ้าหน้าที่จึงทำให้ผู้ต้องขังเสียชีวิต นอกจากนี้ ตนยังตั้งข้อสงสัยว่าปกติการเสียชีวิตจากอาการไทรอยด์เป็นพิษทำให้ผู้ต้องขังเสียชีวิตเป็นคนๆ แต่ครั้งนี้ได้เสียชีวิตในระยะเวลาใกล้เคียงกัน 4 ราย และไม่เคยมีการตายแบบนี้มาก่อน ซึ่งอาจมีสาเหตุอื่นมาเกี่ยวข้องด้วย เช่น สภาพแวดล้อมภายในเรือนจำ อาหารสุขลักษณะ อื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้สั่งการให้ทุกเรือนจำสอดส่องดูแลความเรียบร้อยและไม่ให้เกิดปัญหา รวมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุการตายในเรือนจำพิษณุโลก ว่าเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ถ้าพบอาจจะมีการสั่งย้าย หรือมาจากหน่วยงานภายนอก อาทิ บริษัทส่งวัตถุดิบอาหาร หากพบว่าใครผิดจริงก็จะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายถึงที่สุด&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว และว่า แพทย์ผู้ชันสูตรศพได้เก็บกากอาหารและน้ำในกระเพาะของผู้ต้องขังที่เสียชีวิต 4 รายมาตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าน่าจะรู้ผลใน 2 สัปดาห์ ส่วนผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิษณุโลกมีจำนวน 3,500 คน จากการตรวจสอบการเต้นของหัวใจพบว่า มี 690 คนหัวใจเต้น 80 ครั้งต่อนาที มี 320 คนหัวใจเต้น 130 ครั้งต่อนาที และมี 30 คนระดับฮอร์โมนไทรอยด์สูง ซึ่งได้สั่งการให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คาดว่าจะรู้ผลทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการพบโรคไทรอยด์ในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลกว่า ยืนยันการเสียชีวิตในเรือนจำที่เกิดขึ้นไม่ใช่โรคระบาดจากคนสู่คน แต่การพบโรคดังกล่าวนั้น จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้เสียชีวิตมีค่าไทรอยด์ในเลือดสูง และทำให้โพแทสเซียมต่ำ หัวใจเต้นเร็ว ล้มเหลวได้ในที่สุด ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากการบริโภคเนื้อสัตว์ในส่วนเครื่องในที่มีการปนเปื้อนฮอร์โมนไทรอยด์ โดยเนื้อสัตว์ที่มีการปนเปื้อนฮอร์โมนไทรอยด์นี้พบได้บริเวณคอ เนื่องจากมีต่อมไทรอยด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า คำว่าระบาดที่เป็นข่าว ที่กรมราชทัณฑ์แถลงนั้น น่าจะเพราะมีการพบคนป่วยจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นการติดต่อจากคนสู่คน และไม่ได้หมายว่าการปรุงอาหารในเรือนจำไม่ปลอดภัย ไม่ถูกโภชนาการ แต่อาจเป็นไปได้ว่าการปรุงอาหารปริมาณมาก ซื้อเนื้อมาจำนวนมากก็อาจมีการปนเปื้อนเครื่องในสัตว์ลงไปด้วย และเป็นธรรมดาของคนหากบริโภคสิ่งใดซ้ำๆ ในปริมาณมากย่อมเกิดโทษ ขณะนี้ทางกองระบาดวิทยามอบให้สำนักควบคุมโรคและป้องกันโรคที่ 2 ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, กรมอนามัย ลงไปตรวจสอบ. .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53949</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, พิพัฒน์ เอกภาพันธ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e1333f22e8ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
