<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย เย้ย ปชป.โดนคู่แข่งชกใต้เข็มขัด แนะศึกษาอดีตใครอยากใหญ่ล้วนมีอันเป็นไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.64 - นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีตทีมโฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีส.ส พรรคประชาธิปัตย์ บางคนออกมาออกมาเปิดเผยถึงการเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครศรีธรรมราช มีทหารบางคนออกมาบีบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเป็นคู่แข่งว่า&amp;nbsp;เข้าใจความรู้สึกของคนพูด เพราะพรรคตนโดนมาทุกพื้นที่ ที่มีการเลือกตั้งซ่อม ไม่ว่าจ.ขอนแก่น กำแพงเพชร ถูกกระทำแบบไม่ไร้ยางอาย แต่ไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับฝ่ายค้าน จะเกิดกับฝ่ายรัฐบาลด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ชัย กล่าวว่า ถ้ามันเกิดขึ้นจริงมันเป็นสิ่งชี้ให้เห็นว่าการเมืองปัจจุบัน มองชัยชนะ เป็นเรื่องสำคัญมากกว่ามิตร&amp;nbsp;ก็เข้าใจการเมืองแบบบ้านเรา เพราะผมเองก็เคยได้รับสัญญาณจาก ส.ส นครศรีธรรมราชบางคนว่า จะไม่ยุ่งการเมืองท้องถิ่น แต่มาวันนี้ครอบงำการเมืองท้องถิ่นทั้งจังหวัด อยากเตือนว่า จ.นครศรีธรรมราช มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลไหนอยากใหญ่ อยากครอบจังหวัดนี้ให้ศึกษาเรื่องในอดีตให้ดี ส่วนมากมีอันเป็นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในฐานะเคยเป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทยมาก่อน อยากเตือนไปยังผู้ว่าราชการ และ ผกก.ตร.ภูธร นครศรีธรรมราชว่า การเมืองเป็นเรื่องการเมือง ขอให้ท่านตั้งอยู่บนหลักการที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา ไม่อยากให้เป็นไปตามข่าวที่ได้รับมา การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงตลอด อย่าตามใจตัณหานักการเมือง ขอให้ยึดหลักความถูกต้อง แล้วท่านจะอยู่อย่างสง่างาม&amp;quot;นายพิพัฒน์ชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94953</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์, เลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040361c7d467.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เครียดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในที่สุดศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)เชียงใหม่ สนามที่ว่ากันว่า แข่งขันกันอย่างดุเดือด เข้มข้นที่สุด พรรคเพื่อไทยระดมสรรพกำลัง ทุ่มเทต่อสนามแห่งนี้เป็นอย่างมาก แม้แต่ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะคนเชียงใหม่ ยังต้องออกแรง ส่งกำลังใจผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านคลิปวิดีโอมาเป็นระยะๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฉลิม อยู่บำรุง, อดิศร เพียงเกษ, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด,&amp;nbsp; วรชัย เหมะ, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ขุนพลนักปราศรัยฝีปากกล้า เกาะติดทุกเวที ไปไหนไปด้วยกับผู้สมัครในนามพรรคเพื่อไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ เฮียพงษ์-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่สวมหมวกทั้งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้าน และ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ตามกฎหมาย ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการการเมือง เข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ แต่ในฐานะกองเชียร์คนสำคัญ ได้ตามเกาะติดข่าวอย่างใกล้ชิด เอาใจช่วยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนามนี้อย่างที่รู้กันดี เมืองเชียงใหม่ ถิ่นฐานอันสำคัญยิ่งของ ตระกูลชินวัตร และฐานเสียงสำคัญเพื่อไทย งานนี้เลยต้องสู้ทั้ง รักษาฐานที่มั่น รักษาความนิยม และสู้เพื่อศักดิ์ศรี ศึกนี้จึงใหญ่หลวงนัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฮียพงษ์-สมพงษ์ ว่ากันว่า ช่วงก่อนวันเลือกตั้ง ในฐานะกองเชียร์ตัวยง ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเครียด ปนความหนักอกหนักใจอย่างยิ่ง ชนิดที่เจ้าตัวยังเคยแอบบ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กินไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่พลันจบศึกเลือกตั้ง ได้นายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นคนของ พรรคเพื่อไทยสมใจ เฮียพงษ์ก็เปลี่ยนไป จากคนเคร่งเครียด เป็นอารมณ์ดี พลันได้ปะหน้า อดถามไถ่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ เป็นอย่างไรบ้าง หายเครียดหรือยัง เจ้าตัวยิ้มกว้างพร้อมกับหัวเราะ ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ไม่ ไม่เครียดแล้ว&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสนามก็ต่อสู้กันชนิดเอาเป็นเอาตาย ห้ำหั่นดุเดือด นอกสนาม กองเชียร์อย่างเฮียพงษ์ พลอยจะหัวใจวายไปกับเขาด้วย ผลเลือกตั้งออกมา ทำให้ยิ้มได้ อย่างน้อยเชียงใหม่ มนต์ขลังคนแดนไกลยังขลังอยู่ แม้จะเปลืองตัว ออกแรงมากหน่อยก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:right&quot;&gt;ม้าไม้ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88410</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ทักษิณ ชินวัตร, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์, ม้าไม้, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, วรชัย เหมะ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, อดิศร เพียงเกษ, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เฉลิม อยู่บำรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นปช.เหลืออด &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; แกว่งปากหาเศษหาเลยจากม็อบ หลงกระแสจนแลเงาตัวเองไม่เห็น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 - นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ คนสนิทนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และหนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของนักศึกษาว่า สิทธิในการชุมนุมย่อมมีตามรัฐธรรมนูญ ขอให้กำลังใจน้องๆทุกคน ในฐานะที่เคยอยู่ในเวทีการชุมนุมมาก่อน ขอฝากให้ทุกคนดูแลกันและกันให้ปลอดภัยระวังบุคคลที่สาม จะเข้ามาสร้างสถานะการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ชัย กล่าวว่า ส่วนของข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการของกลุ่มนักศึกษา ตนเห็นด้วยทุกประการ แต่หากถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ คงตอบว่าเป็นไปได้ยาก แม้ประชาชนทั่วไปจะเห็นพ้องว่าปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการระบาดของโรคร้ายที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นปัญหาที่รัฐบาล ไม่สามารถแก้ปัญหาได้แบบเบ็ดเสร็จก็ตาม แต่รัฐบาลนี้มีกลไกในการสืบอำนาจได้อีกหลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ถ้ามีประชาชนออกมาขับไล่มากขึ้น และกระจายไปทั่วประเทศจะเป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่า ถ้าถึงเช่นนั้น คิดว่าอยู่ที่นายกฯจะตัดสินใจ หากนายกฯไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย บานปลายสมควรลาออกหรือยุบสภา หากมีการยุบสภาแล้วเลือกนายกฯมาใหม่ ก็คิดว่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะที่มาของนายกที่รัฐธรรมนูญนี้บัญญัติให้อำนาจ สว.เลือกได้ เป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปรับไม่ได้ เพราะที่มาของสว.ล้วนมาจากการลากตั้ง จากคนไม่กี่คนใช้สิทธิแต่งตั้งมา บทสรุปหากเกิดเหตุการณ์วิกฤตินายกต้องตัดสินใจยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ชัย กล่าวถึงข้อสงสัยการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษามีการเมืองหนุนหลังว่า ตนและแกนนำนปช.หลายคน อยากไปให้กำลังใจน้องๆยังไม่กล้าไป เพราะกลัวมีคนนำไปผูกโยงกับการชุมนุม หากรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่รัฐทำอะไรที่เกินกว่าเหตุแก่ผู้ชุมนุม ขอยืนยันว่า พร้อมออกไปร่วมเรียกร้องสิทธิให้น้องๆ ในบรรยากาศนี้เป็นบรรยากาศของคนรุ่นใหม่ เราควรดูและให้กำลังใจอยู่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งไม่อยากให้มีการมองหรือคิดว่า พรรคการเมืองอื่นจะมาแย่งกระแสคะแนนนิยม เพราะมีส.ส.บางพรรค มาร่วมในการชุมนุมด้วย อย่าคิดเช่นนั้น หากคนที่ไปคิดเช่นนั้น แสดงว่าหาเศษหาเลยเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวร่วมแกนนำนปช. กล่าวต่อว่า ส่วนที่ส.ส พรรคการเมืองพรรคหนึ่งกล่าวว่า การชุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมที่สวยงาม เพราะเป็นการชุมนุมที่ไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือเพื่อพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งเหมือนการชุมนุมตั้งแต่ปี2549 &amp;nbsp;คิดว่าคนพูดเรื่องนี้อาจพลาดไป อยากถามเหมือนกันว่า การชุมนุมตั้งแต่ปี2549 ที่ว่าชุมนุมเพื่อคนบางคน พรรคการเมืองบางพรรคนั้นหมายถึงใคร พรรคใด ในฐานะร่วมชุมนุมกับฝ่ายประชาธิปไตยมาตั้งแต่ปี 2549 ตนเข้าร่วมชุมนุมไม่ได้มุ่งหวังว่าชุมนุมเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่การชุมนุมในทุกครั้งเป้าหมายหลักของพวกเราคือเรียกร้องความยุติธรรม ความเสมอภาค และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จุดหมายของพวกเราชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงมีพี่น้องประขาชนเห็นด้วยกับแนวทาง และออกมาชุมนุมกันมากมายทั่วประเทศ การต่อสู้ของพวกเราผ่านการบาดเจ็บ ติดคุกติกตระราง ล้มตายกันมามากมาย แม้ยังไม่ถึงจุดหมายเราก็ยังจะเดินต่อเพียงแค่รอจังหวะ และโอกาส เชื่อว่าการชุมนุมของพวกเราเป็นต้นทางทำให้พี่น้องประชาชนตื่นตัว โหยหาความยุติธรรม ความเสมอภาคในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น จนทำให้พรรคการเมืองบางพรรค จับกระแสนี้ได้จึงจัดแนวทางของพรรค ไปในทางนี้ พี่น้องเราก็ให้ความสนใจ หันไปเลือกพรรคการเมืองนั้นเกินความคาดหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากสะกิดคนพูดว่า อย่าหลงกระแส จนแลเงาตัวเองไม่เห็น วันนั้นถ้าพรรคไทยรักษาชาติไม่ถูกยุบ คงไม่มีโอกาสมายืนแกว่งปากแบบนี้&amp;rdquo;นายพิพัฒน์ชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำกล่าวของนายพิพัฒน์ชัย สืบเนื่องจาก นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. และรองโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ ว่า &amp;quot; สิ่งที่แตกต่างจากการชุมนุมทางการเมืองครั้งที่ผ่านๆมา คือ การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือ เพื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เหมือนกับการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมานับแต่ตั้งแต่ปี 2549 &amp;nbsp;แต่การชุมนุมในครั้งนี้ คนที่ออกมา ออกมาเพื่อตัวพวกเขาเอง จากหลายๆปัจจัยที่สะสมมาอย่างต่อเนือ่ง เช่นเดียวกับเรื่องการจัดการที่แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง &amp;nbsp; อย่างการจัดเตรียมพื้นที่ การรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะร่วมชุมนุม หรือการจัดประเด็นการพูดให้มวลชนที่มาฟังแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นความสวยงามของประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของผม &amp;nbsp;และพรรคก้าวไกล ขอยืนยันว่า เราจะไม่แทรกแซงการชุมนุม ไม่มีการให้คำแนะนำ แต่อย่างใด เพราะเราอยากเห็นบรรดาแกนนำเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่ จากพลังที่บริสุทธิ์ โดยเราจะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71988</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์, ม็อบ, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f1527945b6db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมอัด&#039;แรมโบ้&#039;โอ่อีเวนต์แดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัวร์ลง &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; จัดอีเวนต์เบิกเงินคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สามัคคีถล่มกันพรึ่บทั้ง &amp;quot;ศรีสุวรรณ-แกนนำ นปช.-บ.ก.ลายจุด&amp;quot; ปรามาสไม่ได้มีราคาขนาดนั้น ขณะที่ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; รูดซิปปากปมนิรโทษกรรม ย้ำสัญญาณอันตรายประเทศไทยเดินมาถึงจุดเกิดวิกฤติสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และหนึ่งในแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้ไปเป็นประธานรับมอบคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ 17 จังหวัด และมีประชาชนส่วนหนึ่งออกมาต่อต้านและต่อว่านายสุภรณ์ในหลายประเด็นว่า การกระทำของนายสุภรณ์เป็นการจัดอีเวนต์มากกว่า คนที่มาก็ไม่กี่คน และก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แค่ทำป้ายชื่อจังหวัดแต่ละจังหวัดมาแล้วจัดคนมาถือป้ายเท่านั้น ไม่ได้มีน้ำหนักอะไร และได้ไปทำแบบเดิมที่ภาคเหนือ ประกาศว่าเสื้อแดงภาคเหนือ 17 จังหวัดคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง จนมีพี่น้องกลุ่มหนึ่งออกมาต่อต้านประท้วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ในฐานะผู้ประสานงาน นปช. 19 จังหวัดภาคเหนือ ขอเรียนว่าสิ่งที่นายสุภรณ์กำลังทำ ไม่ทราบว่าจุดมุ่งหมายคืออะไร ต้องการสร้างข่าวหรือต้องการสร้างราคาให้ตัวเอง หรือว่าต้องการทำอีเวนต์แล้วเบิกค่าใช้จ่ายได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นอยากฝากไปถึง พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ว่าหากเงินที่อนุมัติให้นายสุภรณ์เป็นเงินส่วนตัวก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นงบประมาณซึ่งเป็นภาษีของประชาชน ขอให้ท่านพึงระมัดระวัง เพราะจะเป็นการใช้งบประมาณที่ไร้ประโยชน์ ท่านจะไม่ได้อะไรจากอีเวนต์นี้&amp;quot; นายพิพัฒน์ชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ชัยกล่าวอีกว่า นายสุภรณ์เปลี่ยนฝั่งแทนที่จะนำความจริงไปเป็นเหตุเป็นผลในการแก้ปัญหา กลับนำเอาปัญหามาค้าทำอีเวนต์ นายสุภรณ์เมื่อมีตำแหน่งแทนที่จะช่วยพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ตามครรลอง กลับไม่ทำ กลับแสดงอาการเชลียร์จนน่าเอียน ตนเองไม่ได้โกรธเคืองนายสุภรณ์ แต่อยากเห็นนายสุภรณ์เปลี่ยนท่าทีเพื่อตัวนายสุภรณ์เอง และมันจะเป็นประโยชน์กับประชาชนและรัฐบาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด หัวหน้าพรรคเกียน นักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมือง ระบุว่าคนเสื้อแดงไม่ได้อยู่ที่สีเสื้อ แต่เป็นเรื่องของความคิดนามธรรมและประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนกลุ่มหนึ่ง ถ้าเปลี่ยนความคิดไม่ได้ ลบประวัติศาสตร์ไม่ได้ ก็แค่เปลี่ยนเสื้อ คำถามคือ แรมโบ้อีสานเปลี่ยนความคิดแล้วจริงหรือ เปลี่ยนประวัติศาสตร์การต่อสู้ของตนเองอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การถอดเสื้อแดงแล้วสวมเสื้อพลังประชารัฐ มันแค่ทำให้คดีความของตนเองมันช้าออกไป ด้วยความเห็นใจและเข้าใจเรื่องของการเอาตัวรอด แต่อย่าคิดไปเปลี่ยนคนอื่นเลย พี่แรมโบ้ไม่ได้มีอิทธิพลหรือราคาขนาดนั้น ผมว่าพี่รู้ดี&amp;quot; นายสมบัติระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีใจความช่วงหนึ่งว่า &amp;quot;ในเวทีดังกล่าว นายสุภรณ์ได้กล่าวปราศรัยกับแกนนำและสมาชิกที่มาร่วมงานดังกล่าว ความตอนหนึ่งว่า เราจะไม่มีสีเสื้ออื่นๆ นอกจากสีธงชาติ ขาว น้ำเงิน แดง วันนี้ประเทศไทยเราต้องการความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจและรวมพลังคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะต้องเลิกการทะเลาะ เลิกขัดแย้งกัน หันหน้ามาร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อมุ่งสู่การส่งเสริมอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ ปลดหนี้ปลดสินให้กับพี่น้องเกษตรกรของเราทุกคน โดยการรวมตัวจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนฯ เรารักประเทศไทย ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ตามศาสตร์พระราชา ถือเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง และตนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลก็พร้อมจะเข้ามาดูและให้กลุ่มได้ขับเคลื่อนเดินหน้าในอาชีพให้มีรายได้มากขึ้นต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณระบุอีกว่า &amp;quot;คำพูดนายสุภรณ์ดูสวยหรูมาก แต่เวลาอยู่นอกเวทีเมื่อเผชิญหน้ากับแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ที่ยังยึดมั่นไม่เนรคุณต่อทักษิณและไม่คิดแปรพักตร์ ไม่คิดคืนป้ายเสื้อแดงเพราะทักษิณอยู่ในหัวใจแล้ว นายสุภรณ์กลับเฉไฉตอบว่าเรื่องการเมืองเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ใครจะยืนหยัดในจุดเดิมอย่างไร จะไม่ก้าวล่วง และไม่เคยรังเกียจคนเสื้อแดง ซึ่งดูจะย้อนแย้งกับการออกมาเคลื่อนไหวผลักดันให้มีการคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงและรับมอบธงหมู่บ้านวิสาหกิจฯ เรารักประเทศไทยอย่างน่าสงสัย การจัดกิจกรรมคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงดังกล่าวจึงเป็นข้อสงสัยว่า ถ้าหมดยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แล้ว นายสุภรณ์และพวกจะยังคงไว้ซึ่งอุดมการณ์สมานฉันท์ตามแนวทาง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่คิดแปรพักตร์อยู่อีกหรือไม่&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นายศรีสุวรรณว่า กรณีนายศรีสุวรรณเป็นห่วงการคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง เป็นหมู่บ้านเรารักประเทศไทย และฟื้นฟูวิสาหกิจชุมชนฯ เรารักประเทศไทย ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงแบบทฤษฎีใหม่ตามศาสตร์พระราชา เพื่อให้พี่น้องพึ่งพาตนเองและจะนำไปสู่แนวทางรวมไทยสร้างชาติ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้นั้น เรื่องนี้ตนเองขอขอบคุณนายศรีสุวรรณที่เริ่มเข้าใจเจตนารมณ์ที่แท้จริงของรัฐบาล แสดงว่านายศรีสุวรรณมีชุดความคิดที่สร้างสรรค์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณศรีสุวรรณไม่ต้องห่วง เพราะว่าการสร้างความปรองดองไม่ได้เกิดจากการพูดหรือคิด แต่เกิดจากการกระทำ วันนี้ผมในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ได้เดินหน้าลงมือทำแล้ว ถ้าไม่เริ่มต้นวันนี้จะเริ่มต้นวันไหน ดีกว่าที่ไม่ได้เริ่มต้นเลย จึงไม่ต้องห่วงว่าจะทำแค่สร้างภาพชั่วครู่ชั่วคราวแล้วเลิกทำ &amp;nbsp;ผมไม่มีความคิดเช่นนั้นแน่นอน เพราะเราทำแบบมั่นคงยั่งยืนเพื่อให้ประชาชนมีความสุขและอยู่ดีกินดี&amp;quot; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า การที่นายศรีสุวรรณสงสัยกลุ่มของนายอานนท์ แสนน่าน เรื่องฟาร์มสุขใจนั้น ตนไม่รู้จักและสนิทกับบุคคลดังกล่าว ถ้าอยากทราบข้อเท็จจริงควรให้นายศรีสุวรรณมานั่งคุยกับนายอานนท์เอาเอง ตนเชื่อว่านายศรีสุวรรณจะช่วยคิดหาแนวทางช่วยประชาชนร่วมกันได้มากกว่าการเที่ยวร้องไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ได้กำชับเสมอว่า แนวทางสร้างความปรองดองจนนำไปสู่การรวมไทยสร้างชาติ ไม่ใช่จะทำแค่วันเดียวจบหรือทำวันเดียวสำเร็จ ต้องใช้เวลา ส่วนคนเสื้อแดงหรือสีเสื้อต่างๆ ที่ยังไม่ได้มาร่วมมือร่วมใจกันนั้นต้องให้เวลา ผมจะเป็นตัวกลางคอยประสานเพื่อให้ทุกอย่างบรรลุตามวัตถุประสงค์ เมื่อท่านนายกฯ หรือผมพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไปแล้ว แต่ความปรองดองจะยังคงอยู่อย่างมั่นคงยาวนานแน่นอน ถ้าประชาชนทุกคนร่วมมือกันโดยเอาสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจแห่งความสามัคคีของคนในชาติ&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงเรื่องนิรโทษกรรมในคดีการเมืองว่า ไม่สามารถพูดเรื่องนี้ได้เพราะเป็นผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง แต่ดูข้อมูลในประเทศไทยพบว่ามีการนิรโทษกรรม 23 ครั้ง แบ่งเป็นพระราชบัญญัติ 19 ฉบับ และพระราชกำหนด 4 ฉบับ ตั้งแต่ยุคสมัยคณะราษฎร จนถึงฉบับที่ 23&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวไม่สามารถพูดได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่ แต่จะบอกว่าโทษถึงตายกันทั้งนั้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ของประเทศขณะนี้ ต้องกลับไปคิดว่าเราจะพกความขัดแย้งอย่างรุนแรงต่อไปอีกหรือไม่ &amp;nbsp;เพราะประเทศไทยเดินมาถึงจุดที่กำลังจะเกิดวิกฤติสูงสุด&amp;quot; นายจตุพรระบุ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71247</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมบัติ บุญงามอนงค์, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b11423813d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยบลือไล่จุรินทร์ กาหัวไม่ส่งลงสส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ลั่นแค่ข่าวลือล่าชื่อ กก.บห.เปลี่ยนแปลงพรรค &amp;quot;ชวน&amp;quot; ออกโรงยกกลุ่ม 10 มกราเตือนสติ &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ชี้แค่สมาชิกอึดอัดไม่ได้พบพูดคุยกับหัวหน้า-เลขาฯ สะพัด! เตรียมลงดาบไอ้โม่งสร้างความปั่นป่วน กาหัวไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า จับตาอาจมีเลือดไหลอีกระลอก &amp;quot;สหายอ้วน&amp;quot; เตรียมเปิดตัวกลุ่มแคร์ 17 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดียังคงมีความต่อเนื่องถึงสถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลังจากมีกระแสข่าวการรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคให้ได้เกินครึ่งเพื่อเปลี่ยนแปลง กก.บห.และหัวหน้าพรรคชุดใหม่ ขณะที่ก็มีกลุ่มที่ไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงภายในพรรค เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อการร่วมรัฐบาลและโควตารัฐมนตรี โดยล่าสุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป.ได้นัดคุยนอกรอบกับ ส.ส.ที่บ้านดาวล้อมเดือนเมื่อวันที่ 9 &amp;nbsp;มิ.ย. โดยมี ส.ส.ไปร่วมสังสรรค์ราว 27 คน รวมถึงรัฐมนตรีของพรรคด้วย ขาดเพียงนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ในวงหารือได้ประเมินการเคลื่อนไหวถึงการรวบรวมรายชื่อ กก.บห.ว่าไม่น่าทำได้สำเร็จ เพราะแม้เปลี่ยนหัวหน้าได้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาใครมาเป็นหัวหน้าพรรค เนื่องจากหากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคกลับมา ก็มีเงื่อนไขว่าต้องออกจากการร่วมรัฐบาล ในขณะที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ยังต้องการร่วมรัฐบาลอยู่ นอกจากนี้ยังมีการกาหัว ส.ส.และ กก.บห.พรรคที่เคลื่อนไหวในเรื่องนี้ ที่ยังไม่เปิดตัวว่าเป็นใคร และคนที่มักให้ความเห็นไม่สอดรับกับท่าทีของพรรคหรือวิจารณ์การบริหารของรัฐบาล ว่าจะไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในสมัยหน้าด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่าทีดังกล่าวยิ่งทำให้ ส.ส.และสมาชิกพรรคที่ผิดหวังกับบทบาทของพรรคอยู่แล้ว ยิ่งไม่มีใจที่จะอยู่กับพรรค เพราะผู้ใหญ่ในพรรคไม่ว่าจะเป็นนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ที่พอจะทราบปัญหามาโดยตลอด ก็ไม่เคยหยิบยกเรื่องนี้ไปพูดคุยกับผู้บริหารพรรคอย่างจริงจัง บอกเพียงให้ไปคุยกันเอง และยืนกรานว่าต้องสนับสนุนให้นายจุรินทร์บริหารพรรคจนครบวาระเท่านั้น จนเกิดเป็นปัญหาการบริหารภายในพรรคที่ไม่ได้รับการแก้ไข จึงเชื่อว่าจะมีสมาชิกทยอยลาออกจากพรรคเพิ่มเติมอีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้มี ส.ส.และอดีต ส.ส.ลาออกไปหลายคน อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. และ นพ.ปรีชา มุสิกุล อดีต ส.ส.กำแพงเพชร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงกระแสข่าวปัญหาความขัดแย้งในพรรคว่าไม่เป็นความจริง ทุกวันนี้ในฐานะหัวหน้าพรรคยังคงเดินสายพบปะสมาชิกพรรคในแต่ละภาคอยู่เป็นประจำ เพื่อชี้แจงและรับฟังแนวทางการดำเนินงานของพรรค ซึ่งในเร็วๆ นี้ก็จะลงพื้นที่ในภาคอีสานและภาคใต้ด้วย
ยันแค่ข่าวลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ยังกล่าวถึงการล่ารายชื่อเพื่อให้ กก.บห.ลาออกว่า ไม่ใช่การเคลื่อนไหวแบบคลื่นใต้น้ำ &amp;nbsp;เพราะประเด็นดังกล่าวหาที่มาไม่ได้ เป็นเพียงแค่ข่าวลือ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น และไม่จำเป็นต้องตรวจสอบที่มาของข่าว เพราะข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามนั้น และในส่วนของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคและ กก.บห.ทั้งหมดได้ทำหน้าที่ของตนเองในแต่ละส่วนอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งหลังจากนี้พรรคก็ยังจะเดินหน้าทำงานต่อไป ทั้งงานในสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะที่มี ส.ส.ของพรรคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะการสร้างผลงานในรัฐบาล สร้างได้เพราะพรรคมีมติให้เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งทุกอย่างนอกจากส่งผลต่อพรรค ยังส่งผลต่อประชาชนด้วย เพราะถ้าทำงานแล้วมีผลงานที่ดี เสียงตอบรับจากประชาชนในนามพรรคประชาธิปัตย์ที่ผมเป็นหัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคบริหารอยู่ก็จะตอบรับในทางที่ดี ซึ่งสมาชิกส่วนมากก็เข้าใจ&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าวและว่า พรรคได้เตรียมในเรื่องของผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ในทุกภาค แม้ยังไม่มีการเลือกตั้งก็ตาม โดยในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ ได้ดำเนินการไว้ 70-80% แล้ว รวมถึงผู้สมัครในระดับท้องถิ่นก็ได้เตรียมไว้แล้วเช่นกัน ดังนั้นทุกอย่างก็เดินหน้าไปโดยลำดับในทุกภาค จึงมั่นใจว่าสมาชิกส่วนใหญ่เข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่อยากให้สร้างปัญหา อย่าทำให้พรรคเสียหาย ไม่ชอบใครก็เป็นเรื่องส่วนตัว ต้องคิดถึงชาวบ้านที่เลือกมาด้วย เขาไม่อยากเห็นความขัดแย้ง พรรคมีเรื่องแบบนี้มาเยอะ เช่นเหตุการณ์ 10 มกรา บทเรียนเหล่านั้นทำให้พรรคกระทบและทำให้ผลเลือกตั้งต่อมาเสียหาย ดังนั้นบทเรียนในอดีตควรเป็นข้อคิดเตือนใจของคนที่อยู่ในพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่ต้องพึ่งพาอาศัยพรรคเช่นพวกผม เป็นหนี้บุญคุณพรรค ฉะนั้นอะไรที่ทำให้พรรคเสียหายก็ต้องระวัง สมาชิกทุกคนต้องคำนึงถึงชาวบ้านที่เลือกเรามา อย่าให้เขารู้สึกว่าเลือกเรามาเพื่อขัดแย้งกันเอง&amp;quot; นายชวนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ของพรรคจะเรียกคู่ขัดแย้งมาปรับความเข้าใจกันหรือไม่ นายชวน กล่าวว่าตอนนี้ยังไม่มีตัวตนว่าเป็นใคร มีแต่เพียงข่าวออกมา แต่ถ้าคุยกันในไลน์ก็ตักเตือน มีอะไรก็คุยกัน อย่าทำให้เกิดความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ส.ส.หลายคนไม่พอใจการบริหารของนายจุรินทร์ นายชวนกล่าวว่ามีโอกาสต้องถามนายจุรินทร์ ส่วนการทำงานของนายจุรินทร์นั้น พรรคได้เลือกนายจุรินทร์แล้ว สมาชิกต้องช่วยกันสนับสนุนการทำงาน แต่หากไม่พอใจสามารถพูดคุยหรือชี้แจงได้&amp;nbsp;
แค่อึดอัดไม่ได้ระบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุว่า ปัญหาภายในพรรคที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการไล่ล่ารายชื่อ กก.บห.เพื่อให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าเหมือนบางพรรค เพราะเป็นปัญหาคนละรูปแบบกัน สิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคคือ มี ส.ส.ส่วนหนึ่งที่อึดอัดและกังวลต่ออนาคตของพรรค ซึ่งเรียกว่าใจเกินครึ่งไม่อยู่กับพรรคแล้ว ซึ่งได้อาสาเป็นคนกลางให้คนเหล่านี้ได้พูดคุยกับหัวหน้าและเลขาฯ พรรคเพื่อปรับความเข้าใจระหว่างกัน เนื่องจาก ส.ส.เหล่านี้ล้วนเป็นคนมีศักยภาพทั้งสิ้น ไม่อยากให้เกิดกรณีลาออกจากพรรคเหมือนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาที่เกิดขึ้นคือไม่คุยกัน ส.ส.ที่บ่นก็ไม่กล้าคุยกับหัวหน้าพรรค เพราะกลัวว่าจะถูกขึ้นบัญชีดำกาหัว ผมก็บอกว่าทุกคนถือหุ้นในพรรคหนึ่งหุ้นเท่ากัน ไม่ใช่ว่าหัวหน้าหรือเลขาฯ มีหุ้นมากกว่า ส.ส.คนอื่น และผมจะไม่ยอมให้มีการขึ้นบัญชีดำเกิดขึ้นแน่ๆ สิ่งที่ควรร่วมกันคิดคือ แก้ปัญหาด้วยการปรับท่าทีที่มีต่อกัน ถ้าเปรียบพรรคเป็นบ้านก็มาช่วยกันดูว่าตรงไหนชำรุด หลังคารั่วเราซ่อมหลังคา ประตู หน้าต่างพังเราก็ซ่อม อย่าหนีปัญหาหรือหนีจากพรรค แต่ตอนนี้ไม่มีการคุยกัน ไม่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค มีแต่การคุยกันในกลุ่มคนใกล้ชิดกับผู้บริหารที่กินข้าวด้วยกันทุกสัปดาห์เท่านั้น &amp;nbsp;จึงอยากให้มีการสื่อสารพูดคุยกันมากขึ้นระหว่างผู้บริหารกับ ส.ส.ในพรรค เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีระหว่างกัน&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป.กล่าวชี้แจงว่า กระแสข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง &amp;nbsp;พรรคมีเอกภาพภายใต้การนำของนายจุรินทร์และนายเฉลิมชัย ทุกคนพร้อมให้การสนับสนุน แม้ภายในพรรคจะมีข้อขัดข้องหมองใจ ก็เป็นเรื่องธรรมดาของสถาบันการเมืองที่ต้องมีความเห็นต่าง ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่พรรค และจนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นว่ามีการล่ารายชื่อแต่อย่างใด แต่หากสมาชิกมีข้อขัดข้องตรงไหนให้เดินไปถามหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคได้เลย และยังมีช่องทางพูดคุยผ่านการประชุม ส.ส.พรรค กรรมการบริการพรรค และการประชุมใหญ่สามัญของพรรคที่กำลังจะมีขึ้น ทั้งนี้ กรรมการบริหารพรรคทุกคนเข้ามาบริหารงานในพรรคภายใต้ครรลองประชาธิปไตย เพราะเรามาจากการเลือกของสมาชิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปชป.มีครรลองวัฒนธรรมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ที่เมื่อมีอะไรขัดข้องหมองใจก็พูดคุยกันได้ การบริหารงานภายในพรรคของนายจุรินทร์ตรงไปตรงมา ให้โอกาสทุกคนทำหน้าที่ และทุกคนสามารถคุยกับหัวหน้าพรรคได้ตลอดเวลา ทุกคนที่เป็นประชาธิปัตย์รักพรรค เราคิดตรงกันว่าจะต้องนำพรรคไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง ใครจะกล่าวหาว่าพรรคกระแสไม่ดีก็ไม่เป็นไร เป็นหน้าที่และความท้าทายของเรา และคนรุ่นต่อไปที่จะทำให้พรรคเป็นที่ตอบรับของประชาชน&amp;quot; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรค ปชป.กล่าวเช่นกันว่า ไม่ทราบว่าที่มาของข่าวนี้เป็นอย่างไร แต่ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะไม่ได้มีสมาชิกพรรคเคลื่อนไหวล่ารายชื่อลาออก กก.บห.เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งหัวหน้าและ กก.บห.ชุดใหม่อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวเลย ที่สำคัญเมื่อข่าวนี้เผยแพร่ไป ได้ไปสอบถามกับนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานีและรองเลขาธิการพรรค ซึ่งมีชื่อถูกพาดพิง นายอันวาร์ก็ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวนี้เลย ส่วนกระแสข่าวที่ออกมานี้ต้องการให้มีการปรับ ครม.ในส่วนของพรรคหรือไม่นั้น คิดว่าเวลานี้ไม่ใช่ช่วงของการปรับ ครม. ควรให้เวลารัฐมนตรีแต่ละคนทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด ฟื้นฟูและเยียวยาประเทศตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวังให้ดี ซึ่งจากการพูดคุยกับเพื่อน ส.ส.ส่วนใหญ่ก็เข้าใจบทบาทในส่วนนี้ดี &amp;nbsp;เพราะเป็นช่วงเวลาของวิกฤติ ไม่ใช่เวลาที่จะมากดดันเพื่อเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรคกันเอง
17 มิ.ย.เปิดตัวกลุ่มแคร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มแคร์ ระบุว่า การประชุมกลุ่มแคร์ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายอาชีพและหลากหลายวัยเพิ่มขึ้น การทำงานหลังจากนี้จะมีความชัดเจน โดยวันที่ 17 &amp;nbsp;มิ.ย.จะเปิดตัวกลุ่มแคร์ และประกาศเจตนารมณ์และแนวทางของกลุ่มที่ Voice Space ภายในงานจะมีการอภิปรายเรื่อง 150 วันอันตราย ทางเลือกทางรอด มีผู้ร่วมเสวนาคือ นายบรรยง พงษ์พานิช &amp;nbsp;ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร, นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิก, นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่ากลุ่มแคร์เป็นกลุ่มที่เราจะมาแชร์ความคิดเห็น หากใครเห็นว่ามีประโยชน์สามารถหยิบไปใช้ได้ ส่วนเมื่อถึงที่สุดแล้วกลุ่มแคร์จะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ตอนนี้เรายังไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้น &amp;nbsp;แต่ก็ไม่ปิดโอกาสอะไรในตอนนี้&amp;quot; นายภูมิธรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนัดทานข้าวกับ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกลเพื่อชักชวนย้ายพรรคว่า รู้สึกแปลกใจกับการปล่อยข่าวดังกล่าว เพราะพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลต่างมีอุดมการณ์ร่วมกันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น และพรรคให้ความสำคัญกับการให้เกียรติ การได้รับความไว้วางใจจากทุกพรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่ารังเกียจพฤติกรรมการเพาะเลี้ยงงูเห่า ไม่ว่าการฉกฉวยขโมยของเพื่อน หรือการนำผลประโยชน์อื่นใดมาล่อ ตราบใดที่ยังดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จะไม่มีวันที่จะวางยุทธศาสตร์ไปในแนวขโมยคนของมิตรร่วมอุดมการณ์มาเป็นคนของตัวเองอย่างเด็ดขาด ส่วนการที่นักการเมืองของทั้งสองพรรค รวมถึงนักการเมืองพรรคอื่นๆ จะนัดพบปะหารือรับประทานอาหารร่วมกัน ถือเป็นเรื่องปกติของคนร่วมสังคมเดียวกัน ที่จะมีมิตรไมตรี มีปฏิสัมพันธ์กัน มิได้เป็นสิ่งที่ผิดปกติ การปล่อยข่าวดังกล่าวมีความพยายามในการดิสเครดิต จึงจะทำการตรวจสอบที่มาที่ไปของเรื่องนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีวิธีการทำลายกันทางการเมืองเช่นนี้อีก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กลุ่ม กทม.กล่าวเช่นกันว่าเป็นเรื่องปกติ ก่อนหน้านี้ ส.ส.ฝั่งธนบุรีของพรรคนี้หลายคนก็ได้เข้าพบผู้ใหญ่ของพรรคย่านฝั่งธนฯ มาแล้ว อย่าไปคิดอะไรมาก &amp;nbsp;ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตพรรคจะดึง ส.ส.กลุ่มนี้มาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคสมัยหน้า และอาจกระทบคนเก่า ทุกอย่างทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลอะไร และไม่ขัดขืนอะไรหากพรรคจะทำเช่นนั้น เข้าใจว่าพรรคต้องการ ส.ส.ในสภาเพื่อต้องการเสียงในการสนับสนุน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68452</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชวน หลีกภัย, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์, ภูมิธรรม เวชยชัย, ราเมศ รัตนะเชวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22faaef065.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ทันกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นหนึ่งในทีม ปะ ฉะ ดะ เพื่อไทย พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กลุ่ม กทม. จากขุนพลฝีปากกล้าเวทีเสื้อแดง บวกกับชอบในเส้นทางการเมือง โดดเข้าสนามการเมืองมาก็นานหลายปี แม้ระยะหลังจะถอยไปเป็นฝ่ายสนับสนุน คว้าไมค์ปราศรัย ช่วยพรรคพวกพี่น้องในเพื่อไทยหาเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปลุยมาทั้งเวทีเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น กำแพงเพชร ด้วยลีลาปราศรัยดุเด็ดเผ็ดมันตามสไตล์ตัวเอง ถูกอกถูกใจแฟนๆ สายฮาร์ดคอร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงนี้ยังไม่มีเวทีเลือกตั้งซ่อม ก็ได้แต่ลับฝีปาก ยิงตรงไปถึงทั้งพรรคพวกคนกันเอง กับพรรคพวกคนเคยคุ้น โดยเฉพาะ แรมโบ้-สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่มักมีประเด็นโจมตีเพื่อไทยบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แรมโบ้เองจะไม่ใช่คนอื่นไกล ในอดีตเป็นแนวร่วมคนเสื้อแดงคนสำคัญ อยู่เวทีปราศรัยก็รู้จักมักคุ้นแกนนำเสื้อแดงอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็นเดอะเต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, เดอะตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ รวมไปถึงพิพัฒน์ชัยก็ยิ่งรู้จักกันดี เคยร่วมต่อสู้บนเวทีมาในช่วงกว่าสิบปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิพัฒน์ชัย บอกว่า &amp;quot;ช่วงนี้ก็หาประเด็นไปกวนๆ แรมโบ้เสียหน่อย คนมันทันกัน รู้จักกันดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้วันนี้จะยืนคนละฝั่ง แรมโบ้ไปมีตำแหน่งใหญ่ เป็นถึงผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และยังอยู่ข้างกายบิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ยามที่แรมโบ้หวนกลับมาอัด พาดพิงถึงพรรคเพื่อไทย และแกนนำเพื่อไทยบางคนที่พิพัฒน์ชัยเคารพนับถือ ก็ต้องมีสวนกลับไปกันบ้าง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ม้าไม้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67122</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์, ม้าไม้, สุภรณ์ อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หางแถวเพื่อไทย ตามตอด &#039;แรมโบ้อีสาน&#039; ตำแหน่งแค่หางอึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.63 - นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กลุ่มกทม. กล่าวว่า กรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเตือนฝ่ายค้านว่าอย่าขุดคุ้ยเรื่องในสมัยรัฐบาลคสช.มาอภิปราย ไม่เช่นนั้น วอรูมนอกสภาฯจะออกมาตอบโต้ อยากถามว่านายสุภรณ์ เป็นใคร แค่ส.ส.สอบตก แล้วเขาให้ตำแหน่งไว้นิดหน่อย แล้วออกมาสร้างบทบาทใหญ่โต ทำเหมือนส.ส.พลังประชารัฐ ไม่มีความหมาย ดูอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่เป็น จนถึงขั้นหากในสภาอภิปรายนอกประเด็นกลุ่มตัวเองต้องโต้แทน ตนคิดว่าคนที่ได้รับเลือกเป็นส.ส น่าจะมีวุฒิภาวะพอว่า ใครอภิปรายในประเด็นหรือนอกประเด็น และจะประท้วง หรือเบรกการอภิปรายอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนนอกประเด็นนอกสภาอย่างนายสุภรณ์ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย เขาคงมีอะไรดีละถึงได้เป็น ส.ส ส่วน ส.ต หยุดสอพลอเถอะ ตนรู้ว่าในพรรคใครรักใครชอบตัวนายสุภรณ์บ้าง เท่าที่รู้จักส.ส พรรคพลังประชารัฐ ยังไม่มีใครชอบเลย จึงอยากเตือนในฐานะคนที่เคยรู้จักกัน หยุดเถอะตำแหน่งที่ได้แค่หางอึ่ง ตอนอยู่กับนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นถึงรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงไปเคลียร์ปัญหาราคายางพาราที่ทุ่งสง นครศรีธรรมราช เคลียร์ไม่จบ โดนไล่วิ่งหางจุกตูดไปปักหลักที่ตัวอำเภอ มีใครให้คนตามไปดูเแล &amp;nbsp;อย่ากล้าถ้ากลัว และอย่ากลัวถ้าจะทำ สิ่งที่นายสุภรณ์ บอกว่า อย่าเอาเรื่องในสมัยคสช.มาอิปราย จึงอยากถามว่าในสมัยคสช.มีอะไรเลวร้าย ที่ต้องกลัว ถ้าไม่มีอะไร จะกลัวทำไม เขาอภิปรายมาก็ชี้แจงไป จะได้เคลียร์ตัวเองด้วย สุดท้ายอยากฝากไปถึงพี่ๆน้องๆในพรรคพลังประชารัฐ ระวังคนๆนี้จะพาพังกันทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67085</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์, สุภรณ์ อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc7f8403ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
