<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ผ้าบาติกสะสมในสมัย ร.5   หัตถศิลป์อันงดงามจากชวาสู่สยาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ได้เสด็จพระราชดำเนินเจริญสัมพันธไมตรีในต่างแดน ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซียถึง 3 ครั้ง ในปี 2413, 2439 และ 2444 ซึ่งในการเสด็จไปแต่ละครั้งได้มีการทอดพระเนตรการเขียนผ้าบาติก ซึ่งถือว่าเป็นงานหัตถศิลป์ที่มีคุณค่าและมีชื่อเสียงของชาวบ้านบนเกาะชวา อีกทั้งยังเป็นเครื่องแต่งกายที่มีเอกลักษณ์ ที่ได้เห็นถึงวัฒนธรรม ความนิยม ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ผ่านผืนผ้า และมีความพอพระทัยอย่างยิ่ง จึงได้มีการซื้อผ้าชนิดนี้ กลับมายังประเทศไทย และส่วนหนึ่งก็ได้รับทูลเกล้าฯถวายจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงทรงมีผ้าบาติกสะสมทั้งสิ้น 307 ผืน ทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในเขตพระราชฐานชั้นในในพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อระลึกถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และในโอกาสครบรอบ 70 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงจัดแสดง&amp;quot;นิทรรศการ ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา ชุดที่ 2&amp;quot; จากการจัดแสดงทั้ง 3 ชุด โดยได้เปลี่ยนผ้าบาติกจากการจัดแสดงชุดแรกออกทั้งหมด และนำผ้าบาติกผืนที่ไม่เคยจัดแสดงมาก่อนมาจัดแสดงทั้งหมด 37 ผืน รวมกับผ้าบาติกลายสิริกิติ์อีก 1 ผืน &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมความงดงาม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์บนผืนผ้าบนเกาะชวา &amp;nbsp;จัดแสดงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเตรียมพบการจัดแสดงชุดที่ 3 ในเดือนกันยายน 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ (คนที่ 2 ซ้าย ) -ฯพณฯ อะฮ์หมัด(ขวาสุด) ชมผ้าบาติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กล่าวว่า ในการจัดแสดงนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราชฯ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นการวางรากฐานที่สำคัญในด้านศิลปวัฒนธรรม ที่ได้นำมาใช้เป็นองค์ความรู้ด้านงานศิลปะหัตถกรรมมา ความรู้ทางประวัติศาสตร์การแต่งกายของชวา ผ้าเหล่านี้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มีการให้หมายเลขกำกับผ้าแต่ละผืน และบันทึกข้อมูลรายละเอียดของผ้าแนบไว้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญยิ่ง เนื่องด้วยผ้าบาติกที่ทรงสะสมมีจำนวนถึง 307 ผืน และนำออกแสดงได้ประมาณครั้งละ 40 ผืน จึงมีการเปลี่ยนชิ้นงานผ้าบาติกจัดแสดงใหม่ในครั้งที่ 2 &amp;nbsp;จำนวน 37 ผืน &amp;nbsp;ให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมผ้าบาติกทรงสะสม พร้อมเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลวดลายผ้าบาติกสะสมในรัชกาลที่ 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯพณฯ อะฮ์หมัด รุสดี เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;อย่างที่ทราบประเทศไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนานถึง 70 ปี และในฐานะที่ตนก็เป็นชาวชวารู้สึกซาบซึ้งและเป็นเกียรติอย่างมากถึงความชื่นชม ความหลงใหล และความรักที่มีต่อผ้าบ้าติกของรัชกาลที่ 5 แม้กระทั่งนักสะสมผ้าบาติกเองก็ยังสะสมไม่ได้มากเท่าพระองค์ ซึ่งน้องชายของตนก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงใหลในผ้าบาติก และได้ทำการสืบสาน ประเพณีและวัฒนธรรมผ้าบาติกนี้ด้วย ผ้าบาติกถือเป็นงานศิลป์และงานหัตถกรรมที่รู้จักกันทั่วโลก ก็ได้มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน จนยูเนสโกประกาศว่าผ้าบาติกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราชฯ แบ่งเป็น 2 ห้องจัดแสดง โดยห้องแรก จัดแสดงผ้าบาติกที่มาจากพื้นที่บริเวณชายฝั่งตอนเหนือของชวากลางและพื้นที่ชวาตะวันตก และห้องที่สอง จัดแสดงผ้าบาติกจากพื้นที่ชวากลาง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภัณฑารักษ์ เล่าถึงผ้าบาติกในรัชกาลที่ 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตรัตน์ มัดดิน ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ นำชมนิทรรศการเล่าว่า จากการศึกษาเรื่องลายผ้าบาติกในคอลเลกชั่นของ รัชกาลที่ 5 กว่า 5 ปี เพื่อจัดนิทรรศการ &amp;nbsp;พบว่ามี 6 ชนิด ได้แก่ ผ้าโพกศีรษะ ผ้าตัวอย่างลาย(คอนโลห์ โปลา) ผ้านุ่ง(กายน์ ปันจัง) ผ้านุ่ง(โสร่ง) และผ้าคาดอก ซึ่งในภาพถ่าย หรือในพระราชนิพนธ์ ยังทรงได้เซตหนึ่งของเครื่องแต่งกายสุลต่านมาด้วย แต่ไม่มีการพบของจริง พบเพียงโกรุก(หมวก) ที่เป็นของจริง ส่วนสำคัญที่นำมาจัดแสดงยังเป็น ป้ายคำอธิบายผ้าบาติกใน หลักฐานสำคัญที่มาพร้อมกับผ้าบาติก ซึ่งจะมีรอยของเข็มหมุดที่หมุดกับตัวผ้าเอาไว้ ซึ่งเราได้ค้นพบว่าผ้าคอลเลกชั่นนี้ไม่ใช่ผ้าที่พระองค์ทรงซื้อทั้งหมด &amp;nbsp;เพราะมีป้ายคำอธิบายอยู่หนึ่งใบที่บอกว่า ผ้าตัวอย่างลายอย่างสูงห้ามมิให้ราษฎรใช้ในเมืองโดยกยา(เมืองยอกยาการ์ต้า) &amp;nbsp;ที่ถวายโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายสิริกิติ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตรัตน์ เล่าต่อว่า ในห้องแรกจะให้เป็นสีโทนร้อน เพราะผ้าบาติกที่มาจากชวาตะวันตก เมืองจิเรบอน ที่นับว่าศูนย์กลางการทำผ้าบาติกที่สำคัญแห่งหนึ่งในแถบชวาตะวันตก และด้วยเป็นเมืองท่า ทำให้มีการติดต่อค้าขายกับจีนมากเป็นพิเศษ จึงมีโรงเขียนผ้าที่เป็นชาวจีนและชาวชวาเชื้อสายจีนอยู่หลายแห่ง เอกลักษณ์ของเมืองนี้คือพื้นหลังสีอ่อน และลวดลายย้อมด้วยสีเข้ม &amp;nbsp;ได้แก่ แดงและน้ำเงิน(รวมถึงสีม่วงเข้ม) หรือสีน้ำตาลและสีน้ำเงิน &amp;nbsp;ที่มีไฮไลท์อย่าง ผ้าโพกศีรษะ(อิแกต เคพาลา) หรือที่เรียกว่าปราดา ผ้าเขียนทอง ซึ่งผืนนี้เป็นผืนเดียวที่พบว่ามีการเขียนทองอย่างชัดเจนมากที่สุด ซึ่งผืนอื่นจะมีการพบในลักษณะของกาวที่เอาไว้โรยผงทอง และแท๊กที่ติดมากับผ้าตั้งแต่ในสมัยนั้น ที่ระบุชัดเจนว่า ผ้าโพกเขียนทอง &amp;nbsp;อีกผืนผ้านุ่ง (โสร่ง) บริเวณหัวผ้าเขียนลายนกสลับกับลายนกคู่ อยู่ท่ามกลางลายพรรณพฤกษา สื่อถึงความหมายอันเป็นมงคล หากย้อมด้วยสีแดงสามารถใช้ในโอกาสงานแต่งงานได้ แต่ผ้าบาติกผืนนี้ใช้โทนสีน้ำเงินและขาว ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในโอกาสไว้ทุกข์จึงสันนิษฐานว่า เป็นผ้านุ่งสำหรับเจ้าสาวในคืนก่อนวันที่จะย้ายออกจากบ้านไปอยู่กับครอบครัวเจ้าบ่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายลิกาโด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาในแถบชายฝั่งตอนเหนือของชวากลาง &amp;nbsp;ภัณฑารักษ์ ได้เล่าอีกว่า หรือในเมืองลาเซ็ม ผ้านุ่ง(โสร่ง) แบบบัง บังงัน ที่หมายถึงผ้าที่ย้อมด้วยสีแดงเพียงสีเดียว ซึ่งคาดว่าเป็นโรงเขียนชาวจีน &amp;nbsp;ที่เขียนลายด้วยมือและย้อมสีธรรมาติบนผ้าฝ้าย ที่แสดงถึงความความเชื่อ อย่างลายม้าที่ปรากฏอยู่บนผืนผ้าที่สื่อถึงผู้ที่สวมใส่เพื่ออวยพรให้ลูกชายสอบผ่านจอหงวน ถัดมาเมืองเปอกาลองงัน ผ้านุ่ง(โสร่ง)ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ สันนิษฐานว่ามาจากโรงเขียนนาง เอ.เจ.เอฟ. ยานส์ ชาวดัชต์ &amp;nbsp;ซึ่งเอกลักษณ์จะอยู่ที่บริเวณหัวผ้าและท้องผ้า และการเขียนสีพาสเทล รัชกาลที่ 5 ทรงมีผ้าจากโรงเขียนนี้ 8 ผืน ปัจจุบันลายดอกไม้ลักษณะนี้รู้จักกันในชื่อ บูเกต์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าโพกศีรษะ(อิแกต เคพาลา) หรือที่เรียกว่าปราดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผืนที่คาดว่ามีอายุมากที่สุดในคอลเลกชั่นกว่า 100 ปี คือผ้านุ่ง(โสร่ง) ที่ข้อสันนิษฐานว่ามาจากโรงเขียนผ้าของนางแคโรสินา โจเซฟินา วอน แฟรงเคอมองต์ เมืองเซมารัง ชวากลาง อีกข้อสันนิษฐานคือ รัชกาลที่ 5 ทรงซื้อผ้าบาติกผืนนี้เมื่อคราวเสด็จเยือนชวาครั้งแรกปี 2413 คาดว่าผ้าผืนนี้ผลิตเพื่อขายให้ลูกค้าชาวชวาเชื้อสายจีนและเชื้อสายยุโรป ด้วยลวดลายที่มาจากความเชื่อเรื่องสวนอีเดน เช่น งูและเถาองุ่น หรือจากความเชื้อของจีน เช่นผีเสื้อและตะขาบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้านุ่ง(โสร่ง) แบบบัง บังงัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้านุ่ง (โสร่ง) ลายนกสลับกับลายนกคู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนห้องที่สองเป็นแถบชวากลาง &amp;nbsp;ภัณฑารักษ์ บอกว่า แบ่งเป็นผ้าบาติกที่ใช้ในราชสำนักและใช้ทั่วไป ผ้าบาติกที่ใช้ในราชสำนักนั้นจะใช้สีที่มีคุณภาพในการผลิต และใช้ที่มีฝีมือในการเขียน ส่วนลายทั่วไปก็จะมีลายคล้ายแต่จะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เหมือน อย่าง เมืองยอกยาการ์ตา ที่มีมีลายผ้าบาติกเฉพาะตัว และมีเอกลักษณ์ในการย้อมคราม และส่วนใหญ่เป็นผ้าไม่มีเชิงหรือขอบ ทำให้เดียวทั้งผืน อาทิ ผ้าบาติกลายลิกาโด เป็นลายที่แสดงให้ถึงศิลปะของญี่ปุ่นที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในเกาะชวา ซึ่งเป็นลายของพัดในแบบที่ต่างๆ บริเวณท้องผ้า พื้นหลังเป็นกาวุง ลายดั้งเดิมของชาวชวากลาง ที่มีความปราณีตงดงาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกที่สงวนใช้ในพระบรมศานุวงศ์ ผ้าคาดอกงลายเซเมน อาลิค(ด้านบน)- ลายรูจัก ซองเต(ด้านล่าง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ้าบาติกที่มาจากโรงเขียนของ นางแวน ลาวิก แวน แพบสต์ ชาวดัตช์เชื้อสายจีนผ้าจากโรงเขียนนี้มีชื่อเสียงอย่างมาก นิยมใช้ในหมู่ชาวยุโรปและชาวชวาเชื้อสายยุโรปในแวดวงสังคมชั้นสูง &amp;nbsp;เพราะผลิตผ้าบาติกที่สวยงามและมีคุณภาพสูง ใช้เทคนิคการทำที่ซับซ้อน มีการลงขี้ผึ้งลวดลายทั้งสองด้านของผ้า สีน้ำเงินที่ใช้ย้อมก็สว่างสดใสเป็นธรรมชาติ ขณะที่สีน้ำเป็นสีน้ำตาลโซกะที่เป็นเอกลักษณ์ จากการลงพื้นที่พบว่าในพิพิธภัณฑ์โทแป้น ที่ประเทศเนเธอแลนด์ มีผ้าตัวอย่างลาย ไซต์ 100x100 ของโรงเขียนแห่งนี้จัดแสดงเยอะมาก แต่ รัชกาลที่ 5 ทรงมีผ้าติกของโรงเขียนนี้สะสมถึง 43 ผืน และเป็นแบบเต็มผืนอย่างผ้าโสร่ง &amp;nbsp;ส่วนที่จัดแสดงจะมีที่สงวนใช้ในพระบรมศานุวงศ์ อย่างผ้าคาดอกลายเซเมน อาลิค ที่สื่อความหมายถึงการเจริญเติบโต ส่วนใหญ่มักจะประกอบด้วยลายปีกครุฑ หรือลายอื่นๆที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ อย่าง ดอกไม้ สัตว์ ภูเขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้านุ่ง จากโรงเขียนผ้าของนางแคโรสินา โจเซฟินา วอน แฟรงเคอมองต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกผืนแบบเดียวกัน คือลายรูจัก ซองเต ลายนี้เป็นกลุ่มลายนิ้วในแนวทแยง ในหนึ่งจะประกอบด้วยหลายลายสลับกัน อีกส่วนคือผ้านุ่ง ซึ่งเป็นลายปารัง ซิงเดย์ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของกริช มักทำเป็นลักษณะของแถวในแนวทแยง แต่ละแถวจะแทรกด้วยสี่เหลี่ยนขนมเปียกปูนขนาดเล็ก ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังอำนาจและความแข็งแกร่ง ขุนนางชั้นสูงสามารถใส่ลายนี้ได้ด้วย และอีกลายที่อยู่ข้างกันคือลายจัมบลัง ที่มีรูปทรงคล้ายตะกร้าสาน ที่สื่อความหมายถึง ตะกร้าแห่งคำแนะนำที่ดี สีเหลืองของพื้นหลังแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของผ้าบาติกจากเมืองบันยูมาส ที่นิยมย้อมสีเหลืองแบบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้านุ่งจากโรงเขียนนาง เอ.เจ.เอฟ. ยานส์ ชาวดัชต์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งเมืองในคอลเลกชั่นครั้งเมืองสุราการ์ตา มีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือจะเป็นสีน้ำตาล แบบโซกะ บราว ซึ่งโซกะนั้น ทำมาจากเปลือกต้นนนทรี และจะสังเกตได้ว่าผ้าจากเมืองนี้จะมีลายเต็มพื้นไม่ปล่อยให้มีพื้นที่วางของผ้า ถัดมาจากเมืองนี้ คือผ้าบาติกลายสิริกิติ์ จากเมืองยอกยาการ์ตา ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากสมาคมผ้าบาติก เชอการ์ จากาด โดยดร.ลาราสาติ สุไลมาน ให้นำมาจัดแสดง ซึ่งเป็นลายเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเสด็จพร้อมกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เยือนอินโดนีเซีย เมื่อกุมภาพันธ์ 2503 &amp;nbsp;ในส่วนลายบนผืนผ้าซึ่งเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความงาม จากแรงบันดาลใจความงามของพระบรมราชชนนีพันปีหลวงฯ และโรงเขียนไหนที่จะทำลายนี้ขายต้องมีการลงทะเบียนด้วย และทางทีมงานก็เพิ่งทราบว่าผ้าบาติกลายนี้ในตอนลงพื้นที่ทำการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นผ้าที่ร่วมสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ทางสถานทูตอินโดนีเซียฯ ยังได้จัดกิจกรรม เขียนลายผ้าบาติกแบบชวา จากช่างผู้เชี่ยวชาญจากเมืองยอกยาการ์ตาที่สิ้นสุดไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรม เขียนลายผ้าบาติกแบบชวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถเข้าชมนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา ชุดที่ 2 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ห้องจัดแสดง 3-4 พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ราคา 80 บาท นักเรียนหรือนักศึกษา (โปรดแสดงบัตรประจำตัว) และเด็กอายุ 12-18 ปี ราคา 50 บาท &amp;nbsp;เด็กอายุต่ำว่า 12 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55816</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;นิทรรศการ ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา ชุดที่ 2&quot;, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, อะฮ์หมัด รุสดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e31732036852.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิทรรศการ &#039;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&#039; บนโลกไซเบอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลิน ที. เดวีส์ และเบน คิง ชมนิทรรศการแบบเสมือนจริงผ่านแอป Google Arts &amp;amp; Culture&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;Google Arts &amp;amp; Culture เว็บไซต์รวบรวบพิพิธภัณฑ์กว่า 1,500 แห่งใน 71 ประเทศให้สำรวจ ซึ่งมีภาพถ่าย วิดีโอ เอกสารต้นฉบับ และเอกสารสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์กว่า 6 ล้านชิ้นให้ดื่มด่ำ เพราะภาพถ่ายดิจิทัลมีความละเอียดสูง ซึ่งในแต่ละเดือนมีคนค้นหาศิลปะบน Google มากกว่า 500 ล้านครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่น่าตื่นเต้น ในโอกาสฉลองความสัมพันธ์อันดี 200 ปี ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา Google นำนิทรรศการ &amp;ldquo;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&amp;rdquo; (Great and Good Friends) มาไว้บนโลกออนไลน์ Google Arts &amp;amp; Culture ก่อนหน้านี้ นิทรรศการดังกล่าวจัดแสดง 90 วัน ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยจัดแสดงของขวัญที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างสองมิตรประเทศตลอดระยะเวลา 200 ปีที่ผ่านมา ฉายให้เห็นมิตรภาพที่ยาวนาน ประกอบด้วยพระราชสาส์นและของขวัญของที่ระลึกล้ำค่าที่ทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนกัน ตลอดจนงานศิลปะและวัตถุโบราณชิ้นสำคัญถึง 70 ชิ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เพื่อสร้างประสบการณ์เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชสาส์นพระราชทานจัดแสดงบนโลกไซเบอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า Google ได้นำนิทรรศการ &amp;ldquo;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&amp;rdquo; มาจัดแสดงบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โชคดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นว่า เทคโนโลยีสามารถสร้างประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่และช่วยนำเสนอเรื่องราวอันยอดเยี่ยมของมิตรภาพระหว่างไทยและสหรัฐออกสู่สายตาคนทั่วโลกได้แม้นิทรรศการสิ้นสุดแล้ว ที่สำคัญเปิดโอกาสให้ครูทั่วโลกสามารถพานักเรียนไปทัศนศึกษายังพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ &amp;nbsp;เพื่อชมของขวัญแห่งมิตรภาพในรูปแบบดิจิทัล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาง Google ยังได้นำภาพถ่ายภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ แบบ 360 องศา จาก Google Street View ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถชมนิทรรศการ &amp;ldquo;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&amp;rdquo; ได้เสมือนจริง นอกจากนี้ยังได้เก็บภาพเบื้องหลังเกี่ยวกับการรวบรวมและเก็บรักษาวัตถุแต่ละชิ้นได้ทางเว็บไซต์ Google Arts &amp;amp; Culture อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เบน คิง Country Director Google ประเทศไทย กล่าวว่า เทคโนโลยีของ Google มีบทบาทสำคัญฉลองความสัมพันธ์อันดีสองประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถสำรวจงานฝีมือและประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังของขวัญอันล้ำค่าที่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแลกเปลี่ยนกันในช่วง 200 ปี เพียงคลิกไปเว็บไซต์ Google Arts &amp;amp; Culture และแอปพลิเคชัน Google Arts &amp;amp; Culture ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งระบบ Android และ iOS&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันธมิตรด้านวัฒนธรรมแสดงนิทรรศการ &amp;#39;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&amp;#39; บนโลกออนไลน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันธมิตรด้านวัฒนธรรม ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เก็บรวบรวม อนุรักษ์ และให้ความรู้ผ้าชนิดต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จากท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้และเอเชียตะวันออก เน้นสิ่งทอทรงคุณค่าของราชสำนักและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ Google นำนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ออนไลน์สวยงาม เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา โดยเฉพาะคนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงชาวต่างชาติได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยและความงามของสิ่งทอดั้งเดิมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กษัตริย์สยามพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนสหรัฐ พ.ศ.2474&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซูแฮร์ คาน Program Manager Google ในฐานะผู้ดูแลแผนงาน กล่าวว่า Google Arts &amp;amp; Culture รวมสถาบันทางวัฒนธรรมทั่วโลกไว้บนออนไลน์ ภัณฑารักษ์สามารถโหลดข้อมูลและนิทรรศการต่างๆ ให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชม เริ่มแรกเกี่ยวข้องกับงานศิลปะอย่างเดียว จากนั้นขยายขอบเขตสู่งานหัตถกรรม ศิลปะการแสดง สตรีทอาร์ต ประวัติศาสตร์ ห้องสมุด ในปี 2560 ร่วมมือกับอินเดียทำเรื่องศิลปะผู้หญิง ส่วนจีนทำเรื่องงานฝีมือ ครั้งนี้ร่วมกับสถานทูตสหรัฐประจำไทย รัฐบาลไทย นำทุกองค์ประกอบนิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพไว้บนออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมเบื้องหลังการดูแลรักษาของขวัญล้ำค่าสำหรับแสดงนิทรรศการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; จุดเด่นของขวัญหลายชิ้นอยู่ในสถาบันหลักสหรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ สถาบันสมิธโซเนียน องค์การบริหารจดหมายเหตุและบันทึกแห่งชาติ และหอสมุดรัฐสภาสหรัฐ แต่นำมารวมให้ชมได้ง่ายๆ ในที่เดียวกัน มี 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ นอกจากนี้ แสดงภาพเบื้องหลังการดูแลรักษาศิลปวัตถุเพื่อให้สภาพสมบูรณ์พร้อมจัดนิทรรศการ ทีมงานออกแบบให้เยี่ยมชมผ่านมือถือและคอมพิวเตอร์เหมือนชมสถานที่จริง&amp;quot; ผู้ดูแลแผนงาน Google กล่าว พร้อมย้ำเป้าหมายช่วยให้ทุกคนเข้าถึงศิลปะได้ทุกที่ผ่านเนื้อหาที่สนุกสนาน ทั้งยังมีการทดลองทำโครงการใหม่ๆ ดึงดูดกลุ่มผู้เข้าชมที่มีอายุน้อยด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12575</URL_LINK>
                <HASHTAG>Google Arts &amp; Culture, Googleประเทศไทย, Great and Good Friends, กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, ฉลองความสัมพันธ์200ปีไทย-สหรัฐ, นิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพ, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a1e4d99b83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
