<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พิพิธภัณฑ์ไทย”สตาร์ทเครื่องสู่ New Normal  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เสมือนจริง อพวช.ชวนเที่ยวชมผ่านโลกออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ หลายภาคจะปรับความคิด ปรับตัว และแนวทางปฏิบัติเข้าสู่ New Normal หรือความปกติรูปแบบใหม่ ในแวดวงพิพิธภัณฑ์ไทยก็มีการเปิดเวทีพูดคุยและแชร์ไอเดียแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวทางความร่วมมือ และแก้ไขปัญหาจากกิจกรรมเสวนาออนไลน์&amp;rdquo; พิพิธภัณฑ์ไทยกับภาวการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&amp;rdquo; แต่ละพิพิธภัณฑ์เตรียมเข้าสู่ New Normal กันอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จารุณี อินเฉิดฉาย &amp;nbsp;นายกสมาคมพิพิธภัณฑ์ไทย ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;กล่าวว่า วิกฤตการณ์โรคระบาดครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินใหม่ในวงการพิพิธภัณฑ์ เพราะปกติพิพิธภัณฑ์จะมีคู่มือความปลอดภัยและเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ แต่เรื่องโรคระบาดยังไม่มีแนวทาง ซึ่งกระทบทั้งเจ้าหน้าที่และผู้เข้าชม&amp;nbsp; ซึ่งพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ เน้นกิจกรรมลงมือปฏิบัติ มีการรวมกลุ่มคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และเป็นพิพิธภัณฑ์แรกๆ ที่หยุดให้บริการ กลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน เกษตรกร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำมาสู่การปรับเปลี่ยนกิจกรรมใช้ช่องทางออนไลน์ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็มีการตรวจเชิงรุกเพื่อหาเชื้อโควิด มีมาตรการรักษาระยะห่างและทำงานจากบ้านบางส่วน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เราปรับเป็นกิจกรรมเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์และเวิร์คชอปออนไลน์ &amp;nbsp;ทำงานเชิงรุกผ่านพิพิธภัณฑ์ระบบเสมือนจริง เพิ่มอีบุ๊ค อีเวิร์คชอป แล้วยังมีบริการสินค้าเกษตรปลอดภัยเดลิเวอรี่ &amp;nbsp;เราเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนการเกษตร พิพิธภัณฑ์เราให้องค์ความรู้ จากโควิดอยากให้คนในสังคมหันกลับมาศึกษาเกษตรพอเพียงตามแนวพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;นี่คือ โอกาสของเราเป็นแหล่งเรียนรู้ตั้งต้น อย่างไรก็ตาม จากโควิดต้องพัฒนาบุคลากรให้เชี่ยวชาญแต่ละด้านและพัฒนาความคิดของคน รวมถึงแหล่งเรียนรู้ต้องดูสังคมว่า มีนิวนอร์มอลอย่างไรบ้าง เราก็ต้องเสริมหรือแทรกซึม &amp;nbsp;อยากเห็นความร่วมมือของพิพิธภัณฑ์ในประเทศ มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น เพราะแต่ละแห่งโดดเด่นต่างกัน &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จารุณี กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดรายการเกษตรออนทัวร์ผ่านโซเชียล&amp;nbsp;พาชมฐานเรียนรู้ต่างๆ ให้ความรู้เกษตรพอเพียง แม้พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปิดบริการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ กล่าวว่า โควิด-19 เป็นการหยุดโลกไปช่วงหนึ่ง เป็นความผิดปกติ หรือ abnormal และไม่รู้จะผ่านพ้นไปเมื่อไหร่ มิวเซียมสยามใช้แพลตฟอร์ตออนไลน์ เราสร้างฝ่ายดิจิตอลมิวเซียมขึ้นมาเฉพาะ เพื่อเผยแพร่งานสู่สาธารชน ครั้งนี้เป็นโอกาสดีได้รับบททดสอบและความท้าทายใหม่ในการทำงานช่วงล็อคดาวน์กรุงเทพฯ เราเดินแคมเปญแรก #MUSEUMSIAMFROMHOME ให้การเรียนรู้ไม่ห่างอย่างที่คิด เยี่ยมชมมิวเซียมสยามได้แม้อยู่บ้าน อีกทั้งมี 15 โปรเจ็ค และกิจกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านกว่า 50 กิจกรรม รวมทั้งทำคลังภาพเก่าและจดหมายเหตุออนไลน์ให้ประชาชนเยี่ยมชมและใช้ประโยชน์ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของมิวเซียมสยามและแอพพลิเคชั่น &amp;nbsp;รากฐานมิวเซียมยังคงมี แต่เพิ่มเติมคุณค่า คุณภาพ และใส่ชีวิตชีวาด้วยการให้บริการดิจิตอล เทคโนโลยีไม่ใช่ยารักษาทุกโรค แต่ต้องไม่ลืมมนุษย์ต้องมีปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งมิวเซียมสยามเปิดให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.นี้ มีแนวทางเข้าชมนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อ.พ.ว.ช.) ได้รับผลกระทบด้านงบประมาณและจำนวนผู้เข้าชม พนักงานต้องทำงานจากบ้าน แต่ในวิกฤตมีมิติที่ดีๆ เราค้นพบวัฒนธรรมองค์กรในสถานการณ์ยากลำบาก เกิดความร่วมแรงร่วมใจกันก้าวผ่านไปให้ได้ นอกจากนี้ พบขุมทรัพย์จากกิจกรรมออนไลน์เพื่อทดแทนการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ เพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย &amp;nbsp;เรานำความรู้ แรงบันดาลใจจากพิพิธภัณฑ์ออกไปสู่ข้างนอกผ่านกิจกรรม SCIENCE DELIVERY BY N S M ส่วนองค์ความรู้ที่เหมาะสมในช่วงเวลากักตัวของเด็กและเยาวชน ก็นำของเล่นวิทยาศาสตร์ ที่หาได้จากสิ่งใกล้ตัว ส่งให้ประชาขน อีกทั้งเปิดคอร์สฝึกอบรม เพราะหลังโควิดจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น คนตกงานและมองหาโอกาสใหม่ๆ โดยเสนอ 7 อาชีพน่าสนใจสำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจ ได้แก่ นักสตาฟ์สัตว์ นักพัฒนาของเล่นวิทยาศาสตร์ พื้นฐานสมาร์ทฟาร์มเมอร์ การสื่อสารวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์จากภูมิปัญญาไทย ทำนิทรรศการแบบ VIRTUAL EXCIBITION ระบบพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง &amp;nbsp;และหลักสูตรมัคคุเทศก์รุ่นใหม่นำชมระบบพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; หากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ นิวนอร์มอลหนีไม่พ้นการเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ไม่ใช่นิทรรศการออนไลน์ทั้งหมด เพราะไม่สามารถทดแทนการชม และลงมือทำจริงๆ จากประสาทสัมผัสผู้เข้าชม แต่ในที่นี้รวมถึงการเอาข้อมูลสารสนเทศมาบริหารจัดการ ส่วนเรื่องความปลอดภัยด้านสาธารณสุขเป็นเรื่องใหม่ กระทบการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ เราต้องเตรียมการทั้งหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การจำกัดจำนวนผู้เข้าชม การปรับเปลี่ยนกิจกรรม เพื่อสุขอนามัยพนักงานและผู้ชม ในช่วง 2-3 เดือน คนหดหู่ อยากได้สิ่งที่กระตุ้นจิตวิญญาณ เพื่อตอบสนองจิตใจตนเอง &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ต้องมีบทบาทยกระดับจิตใจ เราเตรียมนิทรรศการใหญ่ต้นปีหน้า นำสิ่งของที่ไม่เคยจัดแสดงออกมา กระตุ้นให้คนอยากมาเที่ยวเรียนรู้ &amp;rdquo; ผศ.ดร.รวิน กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยิบเนื้อหาในพิพิธภัณฑ์มาสู่การเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสนุกสนานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.พธู คูศรีพิทักษ์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เราเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ซึ่งการปรับตัวการให้บริการ จำนวนผู้ชม ปฏิสัมพันธ์ผู้ชม เปลี่ยนแปลงไป รถโมบายพิพิธภัณฑ์จากเคยมีบทบาทให้ความรู้ ในช่วงโควิดแปลงเป็นเรือแบ่งปันออกไปหาชุมชน เพื่อแบ่งปันน้ำใจแบ่งของให้ใช้อย่างพอเพียง นอกจากนี้ จัดกระบวนการเรียนรู้ใหม่ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เราทำงานด้วยเป็นโอกาสดีที่จะพึ่งพาตนเอง ปรับตัวให้เข้าสภาพแวดล้อม ทิศทางพิพิธภัณฑ์ในแบบที่ดีที่สุด โดยออกแบบกิจกรรมให้เฉพาะเจาะจง และทำงานร่วมกับชุมชน ด้านการสื่อสารจะผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น และใช้มือถือ สร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมบนพื้นฐานความเข้าใจ &amp;nbsp;กรณีเลวร้ายมีโควิดระลอกสองให้บริการไม่ได้ จะต้องวางแผนธุรกิจใหม่ เป็นแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างสรรค์ ออกไปทำงานให้วิถีชีวิตมีความปลอดภัย เกิดนิทรรศการชุดใหม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิตยา กนกมงคล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรดำเนินการปิดแหล่งเรียนรู้ลดการแพร่ระบาดตามนโยบายรัฐตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน แต่เจ้าหน้าที่ทำงานปกติ ได้ใช้เวลานี้จัดการพิพิธภัณฑ์ด้านกายภาพ และซ่อมบำรุง เตรียมพร้อมเพื่อให้บริการอีกครั้ง จากปัญหาโควิดกระตุ้นเตือนพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศได้ทบทวนการใช้สื่อดิจิตอล นำมาตรการศิลปากรออนไลน์มาใช้ เป็นช่องทางให้ประชาชนใช้บริการจากบ้านได้ และนำความคิดเห็นมาปรับปรุง &amp;nbsp;รวมถึงจัดทำสื่อความรู้รูปแบบใหม่ขึ้นมาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; พิพิธภัณฑ์ในวิถีชีวิตใหม่จะใส่ใจสุขภาพ คุณภาพชีวิต มีการเว้นระยะห่างทางสังคมจะทดลองเรื่องการจองคิวการเข้าชม &amp;nbsp;เพื่อกำหนดจำนวนผู้เข้าชม ด้านระมัดระวังการใช้จ่าย คิดเรื่องความคุ้มค่า &amp;nbsp;ชีวิตใกล้ชิดดิจิทัล บริการดิจิตอล นี่เป็นฐานการพัฒนาต่อไป &amp;nbsp;เราคงไม่คิดปรับตัวเป็นดิจิตัลเต็มรูป แต่จะเดินสองทางทั้งด้านกายภาพ ต้อนรับผู้เข้าชม และบริการส่งตรงความรู้ถึงบ้านผ่านสื่อดิจิตอล และสื่อความหมายองค์ความรู้ที่เข้าใจง่าย ทดลองทำภัณฑารักษ์ออนไลน์ หากประเมินแล้วเสียงตอบรับดี จะแปลเป็นเทคโนโลยีรูปลักษณ์ที่สวยงาม สื่อความได้มากขึ้น &amp;nbsp;&amp;ldquo; นิตยา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิวเซียมสยามกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมแนวทางใหม่การเข้าชมนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พัฒนพงศ์ มณเฑียร ที่ปรึกษาด้านงานปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์ มิวเซียม มายส์ (Museum Minds) กล่าวว่า ความพยายามของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งเพื่อก้าวข้ามไปหาผู้ชมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่โควิดเป็นตัวเร่งเรื่องไทยแลนด์ 4.0 จากภาวะนี้จะเห็นเลยว่าใคร 4.0 ใคร 0.4 อย่างไรก็ดี ยังเป็นปัญหาเดิมว่า เราไม่เคยถามความต้องการของผู้ชมอย่างแท้จริง แต่ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่พิพิธภัณฑ์จะบอกโลกว่า พิพิธภัณฑ์มีบทบาทกระจายความรู้ในการพึ่งพาตนเองได้ เพื่อไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ พิพิธภัณฑ์สามารถเป็นตัวอย่างให้สังคม จะเดินไปทิศทางไหน สื่อดิจิตอลเป็นช่องทางหนึ่ง แต่ยังสามารถช่วยเรื่องการศึกษาสร้างห้องเรียนออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66353</URL_LINK>
                <HASHTAG>NewNormal, พิพิธภัณฑ์ไทย, มิวเซียมสยาม, อพวช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3a98d591b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เซ็น MOU ยูเออี เปิดทาง&#039;ผ้าไทย-อาหารไทย-การแสดง&#039; บุกตลาดอาหรับ รับถ่ายทอดเทคนิคจัดการ&quot;ลูฟร์ อาบูดาบี&quot; สู่พิพิธภัณฑ์ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มี.ค.62- &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่กระทรวงวัฒนธรรมและการพัฒนาความรู้แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้หารือร่วมกับ H.E. Noura Al Kaabi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการพัฒนาความรู้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถึงการลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนื่องจากทางกระทรวงวัฒนธรรมฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีความประสงค์จะขอปรับเปลี่ยนร่างความร่วมมือดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวีระ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือว่า เป็นการหารือในระดับทวิภาคีของไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสิ่งที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อยากจะปรับ คือ เรื่องของการทำงานในกรอบของยูเนสโก เป็นระดับพหุภาคี ซึ่งเราไม่น่าจะทำเรื่องนี้ เพราะการทำความร่วมมือเป็นระดับทวิภาคีระหว่าง 2 ประเทศ และอีกเรื่องคือลิขสิทธิ แต่เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในภารกิจของ วธ. ดังนั้น อาจต้องเจรจาบางรายการที่ยูเออีเสนอมาว่า อะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ แต่ในภาพรวมคิดว่าน่าจะปรับได้ และทาง รมว.วธ.ยูเออี ก็จะเดินทางมาลงนามที่ประเทศไทยต่อไป ซึ่ง วธ.ไทยและยูเออี เห็นพ้องต้องกันว่า ต้องลงนามความร่วมมือทั้ง 2 ประเทศ เรามีอะไรที่สนับสนุนซึ่งกันและกันได้
นายวีระ กล่าวว่า ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับหากมีการลงนามความร่วมมือด้านวัฒนธรรมกับยูเออี คือ เป็นเรื่องง่ายและมีความสะดวกในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในยูเออีได้เต็มที่ หลักๆ ที่ไทยอยากจะเผยแพร่ คือ อาหารไทย การแสดงวัฒนธรรมไทย และผ้าไทย โดยเฉพาะผ้าไทยนั้น ไทยมีการศักยภาพในการผลิตผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าพื้นเมือง โดยเฉพาะผ้าทอมือที่ วธ.สนับสนุนน่าจะสามารถมาตีตลาดที่นี่ได้ หากเอ็มโอยูสำเร็จจะสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ของยูเออีด้านการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ เช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟร์แห่งอาบูดาบี ซึ่งยูเออีได้เทคนิคการบริหารจัดการของฝรั่งเศสมามีความทันสมัยมากมาปรับใช้ &amp;nbsp;ส่วนงานพัฒนาห้องสมุดกับหอจดหมายเหตุที่นี่ก็มีความก้าวหน้าเหมาะกับไทย ก็จะนำส่วนที่เขาพัฒนามาปรับใช้ในพิพิธภัณฑ์บ้านเรา รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; วธ.ต้องการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ครอบคลุมทั่วทุกทวีป ทุกพื้นที่ที่คิดว่าจะมีประโยชน์ในด้านความร่วมมือด้านอื่นๆ ต่อไป การที่มีความร่วมมือด้านวัฒนธรรมจะส่งผลต่อความร่วมมือด้านอื่นๆ ด้วย อย่างประเทศในตะวันออกกลางเป็นประเทศสำคัญ เพราะร่ำรวย มีรายได้จากการส่งออกน้ำมันมาก แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนไทยจำนวนมาก โดยไทยเป็นจุดหมายปลายของนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลาง โดยเฉพาะยูเออี ซึ่งมี 7 รัฐ และมีประชากรเพียง 1 ล้านคน โดยจำนวนนี้มาเที่ยวเมืองไทยถึง 1.2 แสนคน หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ มีสายการบินที่บินตรงกรุงเทพฯ และภูเก็ต ทั้งสายการบินไทย และสายการบินของเอมิเรตส์ 2 สายหลัก ขณะที่ไทยนำเข้าน้ำมันจากยูเออีเป็นลำดับต้นๆ&amp;quot; นายวีระ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว. วธ. กล่าวด้วยว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ วธ.ยังร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศจัดเทศกาลไทยใน 3 ประเทศ คือ บาห์เรน คูเวต และยูเออี จะทำให้วัฒนธรรมไทยเผยแพร่สู่ตะวันออกกลางได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวีระ กล่าวว่า ความร่วมมือทางวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่ผ่านมา วธ.ก็ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น อียิปต์ ตุรกี อาเซอร์ไบจาน เป็นต้น นอกจากยูเออีแล้ว วธ.ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ยังทำความร่วมมือด้านวัฒนธรรมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอเมริกาใต้ คือ ความร่วมมือกับประเทศเปรู โดยเปรูจะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางเผยแพร่วัฒนธรรมของเปรูในเอเชีย และเปรูจะรับเป็นศูนย์กลางให้ไทยไปเผยแพร่วัฒนธรรมในอเมริกาใต้ ส่วนในเอเชียก็มีกรอบความร่วมมือใกล้ชิดอยู่แล้ว มีการประชุมร่วมระดับวัฒนธรรมเอเชียยุโรปปีเว้นปี เมื่อมีประเด็นจะขอความร่วมมือก็ขอไปประชุมย่อยร่วมกับรัฐมนตรี วธ.ประเทศนั้นๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31960</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, พิพิธภัณฑ์ไทย, ลูฟร์ อาบูดาบี, วธ.เซ็นเอ็มโอยูกับอาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c9472d26926b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
