<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวังรัฐอัดโปรหนุนอุตฯ ยานยนต์ไทยผลิใบในธุรกิจ EV</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ามีการเติบโตขึ้นมาก เนื่องจากผู้คนให้ความใส่ใจเกี่ยวกับภาวะเรือนกระจก รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ต่างหันมาสนใจเศรษฐกิจพลังงานที่ปราศจากมลพิษ เริ่มวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตออกมาแข่งขันกันในตลาดธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่กำลังมีความสนใจของผู้บริโภคทั่วโลก โดย ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;(Krungthai COMPASS)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์ว่าในอนาคตการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตมากขึ้น ซึ่ง นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;Krungthai COMPASS ระบุว่า&amp;nbsp;การประเมินการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในไทยคาดจะแตะล้านคันในปี&amp;nbsp;2571&amp;nbsp;หวังจะมุ่งสู่เศรษฐกิจพลังงานปราศจากการปล่อยมลพิษเข้ามาทดแทนในระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ทว่าธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ากลับเติบโตอย่างมาก ตลอดจนผู้บริโภคให้สนใจเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเช่นกัน โดยภาครัฐในต่างประเทศตื่นตัวในการแก้ไขประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมตามข้อตกลงปารีส โดยเฉพาะนโยบายยกเลิกการขายยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ&amp;nbsp;ICE&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการปรับตัวของผู้ผลิตชั้นนำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่หันไปทำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;สะท้อนจากยอดขายทั่วโลกสูงถึง&amp;nbsp;3.2&amp;nbsp;ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;43%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนให้จำนวนยานยนต์ไฟฟ้าสะสมทั่วโลกมีโอกาสแตะระดับที่&amp;nbsp;25-45&amp;nbsp;ล้านคันได้จาก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคันในปัจจุบัน ภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มียอดจดทะเบียนสูงขึ้นถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นคัน หรือขยายตัวถึง&amp;nbsp;13%&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ซึ่งธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในส่วนอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีข้างหน้า คาดว่าครึ่งหนึ่งของรถบนถนนในเมืองไทยจะเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดยอด EV ปี 71 ในไทยแตะล้านคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการฝ่าย&amp;nbsp;Krungthai COMPASS กล่าวว่า ยอดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสะสมในประเทศ ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;อยู่ที่เพียง&amp;nbsp;1.9&amp;nbsp;แสนคัน หรือคิดเป็น&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;ของยานยนต์ทั้งหมด ยังอยู่ในช่วงแรกเมื่อเทียบกับประเทศชั้นนำอื่นๆ ที่เริ่มใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในท้องถนน แต่ทว่าข้อได้เปรียบของไทยที่เป็นฐานผลิตยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ&amp;nbsp;ICE&amp;nbsp;มาอย่างยาวนาน และประกอบกับกลยุทธ์การทำตลาดของบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ที่เป็นผู้ผลิตยานยนต์&amp;nbsp;OEM&amp;nbsp;ในประเทศไทยที่ยังคงเน้นทำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ซึ่งจะเสริมสร้างให้ยอดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสะสมในประเทศมีโอกาสแตะถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านคันได้ภายในปี&amp;nbsp;2571&amp;nbsp;หรือขยายตัวเฉลี่ยราว&amp;nbsp;24%&amp;nbsp;ต่อปี จากยอดใช้ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด คาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง&amp;nbsp;93%&amp;nbsp;ของยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;Krungthai COMPASS&amp;nbsp;ชี้ว่ามาตรการภาครัฐที่จะสนับสนุนทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ และผู้บริโภค จะเป็นส่วนสำคัญทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยมีโอกาสที่จะต่อยอดให้เป็นฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;และไฮบริดที่แข็งแกร่งของภูมิภาคในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมถึงฤดูผลัดใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางสาวพิมฉัตร เอกฉันท์ นักวิเคราะห์&amp;nbsp;กล่าวเสริมว่า การที่ประเทศไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด นอกจากจะช่วยรักษาตลาดผู้ผลิตในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ&amp;nbsp;ICE&amp;nbsp;ในประเทศ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องในระยะปานกลางแล้ว ยังส่งผลที่ดีต่อผู้ผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้า,&amp;nbsp;ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตวัสดุน้ำหนักเบาและแข็งแรงอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นถึงปานกลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยแบบดั้งเดิมจะถูกปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างเพื่อรองรับฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดมากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้ความต้องการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ&amp;nbsp;ICE&amp;nbsp;แบบเดิม ควบคู่ไปกับระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ยังเป็นที่ต้องการทั้งในและต่างประเทศ ส่วนระยะยาวปริมาณยานยนต์ที่ปราศจากการปล่อยมลพิษ&amp;nbsp;(Zero Emission Vehicle)&amp;nbsp;จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยตามกระแสเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังจะเดินหน้าไปสู่เศรษฐกิจพลังงานสะอาด&amp;nbsp;(Green Economy)&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนในกลุ่มที่ผลิตเครื่องยนต์&amp;nbsp;(Engine)&amp;nbsp;และระบบส่งกำลัง&amp;nbsp;(Powertrain)&amp;nbsp;ซึ่งจะมีมูลค่าตลาดที่เกือบสูงถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แสนล้านบาท หรือประมาณ&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;ของรายได้ของผู้ผลิตชิ้นส่วนในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;ที่ผ่านมาภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่ง&amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;กล่าวว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และทิศทางการส่งเสริมด้วยการลดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;(EV)&amp;nbsp;โดยดำเนินการส่งเสริมการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยคาดการณ์ว่าในปี&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาเทียบเท่ากับรถยนต์สันดาป และได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในส่วนของผู้ผลิต ด้วยการส่งเสริมการผลิตผลักดันผู้ผลิตและผู้ประกอบการชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเร่งให้เกิดการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยโดยเร็ว เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ&amp;nbsp;(Low Carbon Society)&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106997</URL_LINK>
                <HASHTAG>พชรพจน์ นันทรามาศ, พิมฉัตร เอกฉันท์, ยานยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์พลังไฟฟ้า, ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย (Krungthai COMPASS)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf19ba1e49a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
