<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยตัว&#039;ผู้กอง&#039;ยิงเมีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลปล่อยชั่วคราว &amp;quot;ร.ต.อ.ทรงกรด&amp;quot; วางหลักทรัพย์ประกัน 5 แสนบาท หลังตำรวจนำตัวฝากขังผัดแรก ไม่คัดค้านประกันตัว เหตุไร้พฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงต่อพยาน เปิดคำร้องฝ่ายหญิงเบื่อหน่ายขอเลิกจนโต้เถียงทะเลาะกันรุนแรง ใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะก่อนกระสุนลั่นใส่ขมับภรรยาเสียชีวิต ขณะที่ผู้ต้องหาบอกนักข่าว &amp;quot;เสียใจ ไม่ได้ตั้งใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.สำรวย แสนสม พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ได้นำตัว ร.ต.อ.ทรงกรด บุญส่ง หรือผู้กองบอย รอง สว.สส.สน.วังทองหลาง อายุ 29 ปี ผู้ต้องหากระทำผิดปืนลั่นใส่ น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ อายุ 30 ปี ภรรยาเสียชีวิต เข้าฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. - 4 ก.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก รอผลตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลตรวจศพจากสถาบันนิติเวชและหลักฐานอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์ในคำร้องระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. ขณะที่ น.ส.พิมชฎาพร ผู้ตาย ซึ่งเป็นภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสของ ร.ต.อ.ทรงกรด นอนหลับพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักย่านคลองจั่นเพียงผู้เดียว และผู้ต้องหาซึ่งรับราชการเป็นตำรวจ หลังกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ กลับเข้ามาที่บ้านพักและเรียกให้ผู้ตายลงมาเปิดประตู เมื่อ น.ส.พิมชฎาพร ผู้ตายลงมาเปิดประตูแล้วก็ได้ขึ้นไปนอนต่อที่ชั้นสองของบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหานั่งดื่มเบียร์ดูทีวีอยู่บริเวณชั้นล่าง จนถึงเวลาประมาณ 05.46 น. ผู้ต้องหาได้ขึ้นไปนอนกับ น.ส.พิมชฎาพรตามปกติ แต่เนื่องจากเกิดความไม่พอใจที่ผู้ต้องหาที่ไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้วและเป็นเช่นนี้ประจำ น.ส.พิมชฎาพรเกิดความเบื่อหน่ายและบอกว่าเครียดอยากอยู่คนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.พิมชฎาพรจึงเดินไปนอนอีกห้องและล็อกประตู ร.ต.อ.ทรงกรดจึงได้เดินตามไปและให้ผู้ตายเปิดประตู แต่ น.ส.พิมชฎาพรไม่ยอมเปิด ผู้ต้องหาเกิดความโกรธจึงได้ใช้เท้าถีบพังประตูเข้าไป และดึงตัวผู้ตายมานอนที่ห้องตามเดิม แต่ผู้ตายไม่ยอมพร้อมบอกขอเลิกและจะนำลูกไปด้วย จากนั้นได้เกิดการโต้เถียงทะเลาะกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พิมชฎาพรจึงได้เดินลงมานอนบนโซฟาบริเวณชั้นล่างของบ้าน ผู้ต้องหาได้เดินตามลงมาและถืออาวุธปืนพกสั้นขนาด .45 ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำตัวตามลงมาด้วย และเดินเข้าไปหา น.ส.พิมชฎาพร จนโต้เถียงกันอีก ร.ต.อ.ทรงกรด ผู้ต้องหาเกิดความโกรธ จึงได้ใช้อาวุธปืนจ่อไปที่ศีรษะ น.ส.พิมชฎาพร เพื่อข่มขู่ แต่ผู้ตายใช้มือกำปืนไว้ จากนั้นปืนได้ลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนปืนถูกที่ศีรษะขมับด้านซ้ายเป็นเหตุให้ น.ส.พิมชฎาพรถึงแก่ความตายบนโซฟาในที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาเกิดความตกใจกลัว จึงได้แจ้งเหตุกับพนักงานสอบสวนว่าผู้ตายฆ่าตัวตาย จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วมีพยานหลักฐานยืนยันว่า ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิง น.ส.พิมชฎาพรถึงแก่ความตาย จึงได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.ทรงกรด จากนั้นวันที่ 22 มิ.ย. ผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยให้การว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่เป็นอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุว่า หากผู้ต้องหาขอประกันตัว พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี และไม่มีพฤติการณ์ยุ่งเหยิงต่อพยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.ลาดพร้าว ระบุว่าไม่ได้คัดค้านการประกันตัว ร.ต.อ.ทรงกรด เนื่องจากพิจารณาตามข้อกฎหมาย ประกอบกับไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เข้าพบตำรวจตั้งแต่เกิดเหตุ ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ อ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะการยื้อแย่งปืนกันไม่ได้ตั้งใจยิง แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน จึงแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำให้การตั้งแต่เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาผู้ต้องหาได้พูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิต โดยแสดงเจตจำนงจะเยียวยาช่วยเหลือในเรื่องงานศพ อีกทั้งยังไปร่วมเชิญดวงวิญญาณกับญาติของผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ผู้ต้องหามีอาการเครียดพอสมควร แต่ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และแจ้งข้อกล่าวหาที่มีอัตราโทษหนักที่สุดไปแล้ว&amp;quot; ผกก.สน.ลาดพร้าวกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความของ ร.ต.อ.ทรงกรด กล่าวว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์เงินสด 500,000 &amp;nbsp;บาทเพื่อขอยื่นประกันตัว ส่วนศาลจะอนุญาตหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ส่วนเรื่องคดีต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงและคำให้การของผู้กองบอยว่าเป็นอย่างไร โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าวได้คุมตัวผู้กองบอยไปชี้จุดที่เกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 14.50 น. มีรายงานว่าศาลอาญามีคำสั่งให้ประกันตัว ร.ต.อ.ทรงกรด ผู้ต้องหา &amp;nbsp;เนื่องจากให้การภาคเสธ เข้าพบพนักงานสอบสวนเองโดยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่มีการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว จึงอนุญาตให้ประกันตัวตีหลักทรัพย์ 5 แสนบาทโดยไม่กำหนดเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังได้รับการปล่อยชั่วคราว ร.ต.อ.ทรงกรดเดินทางออกจากห้องควบคุม โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด เพียงแต่บอกกับนักข่าวว่ารู้สึกเสียใจมาก ไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นขึ้นรถยนต์เดินทางออกไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69510</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิติศักดิ์ มีขวด, พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ, พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์, ร.ต.อ.ทรงกรด บุญส่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef1fb11d2349.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบรองสว. เมียถูกยิงตายปริศนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่เมียรองสารวัตรเข้าให้ปากคำไม่เชื่อลูกสาวยิงตัวตาย ชี้พิรุธถนัดมือขวา แต่เหตุใดยิงเข้าขมับซ้าย ทั้งที่ผ่านมารับรู้ผัว-เมียมีปัญหากันบ่อยครั้ง ถึงขั้นเอาปืนจ่อหัว ด้าน ร.ต.อ.ลูกเขยครวญ แทบไม่มีที่ยืนแล้ว ยันเมียถนัดทั้งสองมือ ผบก.น.4 สั่งตั้งกรรมการสอบ ด้านคดีตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ สน.ลาดพร้าว ญาติของ น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ หรือน้องนุ่มนิ่ม อายุ 30 ปี ภรรยา ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง รองสารวัตรสืบสวน สน.วังทองหลาง ที่เสียชีวิตภายในบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ย่านบางกะปิ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในสภาพศพใส่ชุดนอน มีรอยกระสุนปืนขนาด .45 ยิงเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้าย 1 นัด ซึ่งญาติไม่เชื่อเป็นการฆ่าตัวตายเอง เนื่องจากพบพิรุธผู้ตายถนัดมือขวา แต่มีรอยกระสุนที่ศีรษะด้านซ้าย ได้เดินทางเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว และขอใบรับรองนำไปรับศพ &amp;ldquo;น้องนุ่มนิ่ม&amp;rdquo; ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมที่บ้านเกิดในจังหวัดกาฬสินธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทองใส ภูคงน้ำ อายุ 56 ปี ผู้เป็นมารดา กล่าวว่า ไม่เชื่อลูกสาวจะฆ่าตัวตาย เพราะทุกครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ลูกสาวมักพูดเสมอว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสิ้นคิด ตนเองมีสมองไม่มีทางทำแบบนั้น และการฆ่าจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด ทั้งนี้ยอมรับว่ายังติดใจเรื่องการใช้อาวุธปืนในที่เกิดเหตุ เนื่องจากลูกสาวถนัดมือขวา แต่สภาพศพถือปืนในมือซ้าย ก่อนหน้านี้ลูกสาวเคยมาเล่าว่ามีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้งกับสามีเรื่องภายในครอบครัว รุนแรงถึงขนาดใช้ปืนจ่อที่ศีรษะลูกตน พร้อมยืนยันลูกไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะก่อนเกิดเหตุยังไลฟ์ขายของปกติดี ดูท่าทางร่าเริง และพอหลังเกิดเหตุลูกเขยยังไม่เคยติดต่อมาเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง สามีผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะนี้ตนแทบไม่มีที่ยืนและเครียดมาก เพราะทางครอบครัวของภรรยาที่เสียชีวิต คิดว่าตนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทำและไม่มีเหตุผลที่จะทำ เพราะเขาคือคนที่ตนรักและมีลูกด้วยกัน ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าครอบครัวของภรรยาไม่ชอบตนจริงและไม่เคยเจอกัน มีเพียงพูดคุยกับแม่แฟนผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ตนก็พยายามพิสูจน์ให้แม่ของภรรยาเห็นว่าตนสามารถดูแลลูกของเขาได้ จึงได้ซื้อบ้านเมื่อ 3 เดือนก่อน เพื่อทำให้เห็นว่าลูกของเขาจะไม่ลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.ทรงกลดกล่าวถึงเรื่องการใช้ผ้าขาวคลุมศพภรรยาและเกิดข้อสงสัย ว่า ขณะที่คลุมนั้นทางแพทย์ได้ทำการชันสูตรเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว และทุกคนที่มาในที่เกิดเหตุก็เห็น สงสัยอะไรสามารถไปถามทุกคนได้ ส่วนอาวุธปืนที่ก่อเหตุนั้น ตนได้ใส่ไว้ในกระเป๋าวางไว้บนหัวเตียงในห้องนอน ไม่รู้ว่าภรรยาไปหยิบออกมาเมื่อไหร่ และอาวุธปืนไม่ได้มีการขึ้นนกไว้ จึงเชื่อว่าไม่สามารถลั่นได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตสงสัยว่าทำไมถึงยิงมือซ้ายทั้งๆ ที่ผู้ตายถนัดขวา ร.ต.อ.ทรงกลดกล่าวว่า ที่จริงแล้วผู้ตายถนัดทั้ง 2 มือ ส่วนประเด็นทำร้ายร่างกายนั้น ยอมรับว่าทะเลาะกันและเคยใช้กำลังด้วยการตบไปที่ใบหน้า เนื่องจากภรรยาพยายามจะเอาลูกกลับไปที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตนไม่อยากให้เอากลับไป จนเกิดการยื้อแย่งกัน แต่ยืนยันว่าตนไม่เคยนำอาวุธปืนไปจ่อศีรษะภรรยาตามที่ถูกกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองสารวัตรสืบสวนกล่าวด้วยว่า วันเกิดเหตุตนกลับบ้านในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. เมื่อมาถึงก็โทรศัพท์เรียกให้ภรรยาลงมาเปิดประตูบ้านให้ตามปกติ เพราะตนไม่มีกุญแจ เมื่อเข้าไปในบ้านตนได้นั่งดูหนังที่ชั้นล่าง ส่วนภรรยาขึ้นไปนอนที่ชั้นบน เมื่อดูหนังจบตนขึ้นไปนอนในห้อง ภรรยาบอกว่าอยากอยู่คนเดียวก่อนที่จะเดินออกไป ตนก็พยายามบอกว่าให้มานอนด้วยกัน แต่ภรรยาไม่ฟังและออกไปนอนอีกห้องทันที ต่อมาตนได้เดินไปเคาะประตูเพื่อให้กลับมานอนด้วยกัน แต่ภรรยาไม่เปิด จึงใช้เท้ากระแทกประตูเข้าไป พยายามพูดคุยจนภรรยาใจอ่อนและได้จูงมือภรรยากลับมานอนด้วยกันที่ห้องก่อนที่จะหลับไป ต่อมาได้ยินเสียงปืนตนจึงรีบลงตามหาภรรยาและพบว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง ตนจึงโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ ร.ต.อ.ทรงกลด โดยจากการสอบปากคำเจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าเป็นเหตุฆ่าตัวตาย แต่บางเรื่องก็อยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งเรื่องผู้ตายถนัดมือข้างใด ตอนนี้ตำรวจจะใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้ เพราะตอนเกิดเหตุไม่มีประจักษ์พยานใดๆ นอกจากตัวผู้กองกับผู้ตาย ภาพรวมของคดีนั้นคืบหน้าไปเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า ตอนไปที่เกิดเหตุนั้นศพไม่มีผ้าคลุมไว้ แต่ผ้าอยู่บนโซฟา เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง ส่วนปืนนั้น เท่าที่ตนไปตรวจสอบก็เห็นวางอยู่บนโซฟาตามปกติ ไม่มีการเคลื่อนย้ายหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้จะต้องรอผลตรวจทุกอย่าง ทั้งคราบเขม่าปืนในตัวผู้ตายและผู้กอง จะใช้เวลาประมาณ 30-45 วันเช่นเดียวกับผลตรวจทางแพทย์ทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เปิดเผยว่า คดีนี้อยู่ระหว่างสืบสวน ต้องรอความเห็นจากพิสูจน์หลักฐานและแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพ แต่ในทางคดียังมีข้อสงสัยอยู่หลายประการและยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ทางตำรวจจึงยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เท่าที่ทราบเบื้องต้นฝ่ายชายก็ดูแลฝ่ายหญิงเป็นอย่างดีแต่อาจมีทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง ซึ่งก็ต้องพิสูจน์ความจริงต่อไป หลังจากนี้ทาง บก.น. 4 ในฐานะที่เป็นต้นสังกัดของ ร.ต.อ.ทรงกลด จะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนทางวินัยก็ต้องดูว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นหรือไม่เพราะปืนเป็นของตำรวจ หากใครนำปืนไปยิง เจ้าของปืนถือว่ามีความผิดวินัย บกพร่องทางหน้าที่ด้วยเพราะไม่เก็บรักษาปืนให้ดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองใส ภูคงน้ำ, พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์, ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef526e51f40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
