<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับทอมโหดอ้างเมา ทำแผน-รอฝากขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุมตัวสาวทอมทำแผนทำร้ายแฟนสาวเจ็บหนัก อ้างเมา หลังก่อคดีหนีไปกบดานที่บ้านเกิดสุโขทัย แต่ไม่รอด ชาวบ้านฮือตะโกนด่าทอ ตำรวจเตรียมส่งฝากขังต่อศาล 25 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน ได้นำตัว น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ สาวทอม ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย น.ส.พิมพิไล ปักษี แฟนสาวจนได้รับาดเจ็บสาหัส ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่เอพีเพลส ซอยรัชดา 36 แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. หลังถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน และตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย ติดตามจับกุมได้ขณะหลบหนีไปอยู่ที่บ้านเกิด อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ได้มีประชาชนจำนวนมากมารอดูโฉมหน้าสาวทอม พร้อมตะโกนด่าทอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังประมาณ 20 นาย กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งใช้เชือกกั้นที่หน้าอพาร์ตเมนต์ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ตัวอาคาร เพื่อความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ จุดแรกในการทำแผนขณะที่ น.ส.กาญจนา และ น.ส.พิมพิไล ทะเลาะกันที่ลานจอดรถใต้อาคาร ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้หมวกกันน็อกฟาดที่ใบหน้าและเตะซ้ำหลายครั้ง ส่วนจุดที่ 2 บริเวณหน้าประตูทางเข้าตัวอาคาร ที่ผู้ต้องหาลงจากรถจักรยานยนต์มาตบซ้ำก่อนจะขี่รถหลบหนีไป การทำแผนครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงแล้วเสร็จ จากนั้นตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหากลับไปสอบสวนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างเกิดจากความมึนเมาสุรา หลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะว่ามีสารเสพติดหรือไม่ และจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันที่ &amp;nbsp;25 ก.ค. ช่วงเช้า พร้อมคัดค้านการประกันตัว เหตุที่ต้องคัดค้านเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เพราะดูจากคลิปแล้วมีการข่มขู่ผู้เสียหาย และเกรงว่าจะหลบหนี เพราะพฤติกรรมหลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปต่างจังหวัด เข้าข้อกฎหมายในการคัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ต้องออกหมายจับ ไม่ออกหมายเรียก เพราะหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินได้รับแจ้งได้มาตรวจที่เกิดเหตุ ไม่พบผู้ต้องหา พบเพียงผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจึงให้หน่วยกู้ภัยนำตัวส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ เนื่องจาก น.ส.พิมพิไลได้รับบาดเจ็บมาก หลังจากนั้นผู้เสียหายได้มาที่ สน. แต่ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าและยังไม่มีหมายจับ แต่หลังจากผู้เสียหายมาแจ้งความ ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขอใบรับรองแพทย์ ขอออกหมายจับ เมื่อได้หมายจับจึงให้ฝ่ายสืบสวนประสานพื้นที่เข้าทำการจับกุม ส่วนที่ต้องตรวจสอบสารเสพติดเนื่องจากเขาอ้างเมา แต่จะเมาอะไรไม่ทราบ จึงต้องตรวจ ถ้าพบสารเสพติดต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ล่าสุดแจ้งเพียงข้อหาเดียวคือทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ โทษจำคุก 6-10 ปี เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากอารมณ์ ถ้าใช้สติใจเย็นหน่อยคงไม่เกิดขึ้น จึงฝากไปยังประชาชนขอให้ใช้สติอย่าใช้อารมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ในส่วนพยานแวดล้อมที่ไม่เข้าไปช่วยเหลือ เท่าที่มีการพูดคุย จากการซักถามเบื้องต้น พยานก็พยายามทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี รปภ.ก็ได้มาห้าม และโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ส่วนหญิงสาวชุดดำในคลิปให้แฟนถ่ายคลิป แล้วมาช่วยพูดทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนคนที่อยู่ข้างในอาคารไม่มีคีย์การ์ดออกมา พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุยังไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 374
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม ชั้น 1 ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา น.ส.พิมพิไล หรือน้องฟาง ผู้เสียหายถูกแฟนสาวทอมทำร้ายร่างกาย มารับเงินเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม โดยมีนายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และนายวรวุฒิ อรุณศิริวัฒนา หัวหน้าประชาสัมพันธ์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มารับเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนน้องฟาง แพทย์ตรวจพบมีอาการใบหน้าซีกขวาชา และกระดูกเบ้าตาแตก อยู่ระหว่างพักรักษาตัวที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยมีนัดผ่าตัดเส้นประสาทตาในวันที่ 27 ก.ค. ซึ่งจะต้องรอผลการผ่าตัดและอาการข้างเคียงอื่นๆ ว่าจะต้องพักรักษาตัวกี่วัน จะต้องรอใบรับรองแพทย์ออกมาก่อน จากนั้นคณะกรรมการจ่ายเงินเยียวยาจะให้เงินเยียวยาตามสภาพของผู้เสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา สินประเสริฐ, ปวีณา หงสกุล, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พิมพิไล ปักษี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b5731efd01bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
