<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังทอมโหด ศาลให้ประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจพหลโยธินยื่นฝากขังทอมตื้บแฟนสาหัส อายเอากระดาษปิดหน้า ศาลให้ประกัน 1.2 แสน นัดรายงานตัว 11 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 25 กรกฎาคมนี้ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ควบคุมตัว น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1678/2561 ลงวันที่ 23 ก.ค.2561 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสฯ กรณีใช้หมวกกันน็อกฟาดที่ศีรษะแฟนสาว, เตะ และจับศีรษะกระแทกพื้น มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.-5 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก และรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวด้วย เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการถูกควบคุมตัวมาฝากขังนั้น เมื่อลงจากรถคุมตัวผู้ต้องหา น.ส.กาญจนา ซึ่งสวมหน้ากากอนามัย ได้ใช้กระดาษขาว A4 ปิดคลุมใบหน้ามิดชิด ก่อนจะเดินอย่างรวดเร็วไปยังห้องเวรชี้ (ห้องควบคุม) ชั้น 1 ใต้ถุนอาคารศาลอาญา ขณะที่ระหว่างนั้นมีกลุ่มประชาชนที่มารอญาติในคดีอื่นก็ให้ความสนใจมายืนมุงดูกัน โดยจับกลุ่มพูดคุยส่งเสียงวิจารณ์กันว่า ทำเขาแล้วก็มาปิดหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2561 เวลาตีหนึ่งเศษ ระหว่างที่ผู้ต้องหาและ น.ส.พิมพ์พิไล ปักษี ผู้กล่าวหา ที่คบหากับผู้ต้องหา จะเดินทางกลับจากการดื่มสังสรรค์ที่ห้องพักเพื่อน อาคารชุดเอส พี เพลส ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9-13 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ก็เกิดมีปากเสียงกันกับผู้ต้องหาที่ชั้นล่าง และเมื่อมาถึงชั้นล่างของอาคาร ผู้ต้องหาก็ได้ทำร้ายร่างกาย น.ส.พิมพ์พิไล จนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณกระดูกกะโหลกศีรษะ, บริเวณตาขวาแตกมีเลือดออกใต้เยื่อบุตาข้างขวา, ศีรษะบวมฟกช้ำ, บริเวณใบหน้ามีอาการบวมและแผลถลอก ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินได้นำตัว น.ส.พิมพ์พิไลส่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ กระทั่ง น.ส.พิมพ์พิไลมีอาการดีขึ้น จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาพร้อมขอออกหมายจับผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.00 น.เศษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย แล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน และได้แจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-200,000 บาท โดยทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมารดาของ น.ส.กาญจนาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว น.ส.กาญจนา ตีราคาประกัน 120,000 บาท ไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ และให้มารายงานตัวต่อศาลอาญาในวันที่ 11 ก.ย.นี้ เวลา 08.30 น.เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา สินประเสริฐ, พิมพ์พิไล ปักษี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b587f000e591.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับทอมสุดโหด กันน็อกฟาดแฟนยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สาวพนักงานคลินิกเสริมความงามเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีสาวทอมคู่รักทำร้ายร่างกายด้วยการใช้หมวกกันน็อกฟาดหัว จิกผม จับหน้าโขกกับพื้นปูน ตบตีแล้วเตะซ้ำ จนฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก เตรียมเข้ารับการผ่าตัด เหตุแค่เอามือถืออีกฝ่ายมาเปิดดูไลน์ กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แม่ผู้เสียหายเผยเรียก 1 แสน คู่กรณีต่อเหลือ 5 หมื่น แต่พอเห็นบาดแผลรับไม่ได้ ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 5 นาที เป็นภาพของหญิงสาวและแฟนลักษณะเป็นสาวทอม เกิดมีปากเสียงก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกัน ภายในบริเวณลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่อุทิศ แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลา 01.00 น.เศษ วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สร้างความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้เห็นคลิป คือการที่สาวทอมใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะแฟนสาว คือ น.ส.พิมพ์พิไล ปักษี หรือน้องฟาง ก่อนที่จะตบตีจนน้องฟางล้มลง จิกผม จับศีรษะโขกพื้นปูน แล้วเตะซ้ำ ซึ่งต่อมามีผู้โพสต์ภาพน้องฟางหลังถูกทำร้าย ใบหน้าช้ำบวม ตาขวาปิด ปากบวมเจ่อ มีบาดแผลปริแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดมีผู้รับชมคลิปมากกว่า 2.5 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กครายอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ตำหนิการกระทำที่รุนแรงของทอมสาวคนดังกล่าว
อีกทั้งมีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกันมานานถึง 7 ปี ขณะที่ญาติน้องฟางเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ น้องฟางเข้ารักษาตัวที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยแพทย์นัดอีกครั้งวันอาทิตย์เพื่อนำใบรับรองแพทย์ให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และในวันที่ 27 ก.ค.นี้ แพทย์นัดผ่าตัดทำศัลยกรรมฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Thikampron Kaain เผยอาการน้องฟางเมื่อวันอาทิตย์ว่า &amp;quot;ตอนนี้อาการน้องพอทานโจ๊กได้บ้างแล้วค่ะ แต่ยายังมีละลายน้ำบ้าง ถ้าเม็ดใหญ่ อาการบวมที่หน้าลดลงบ้างแล้วค่ะ เหลือรอยเขียวช้ำ ตอนนี้กำลังพาน้องไปพบหมอเพื่อติดตามอาการ แล้วช่วงเย็นเข้าแจ้งความ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่มารดาน้องฟางไปขอความช่วยเหลือ ได้พาน้องฟางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พิมพ์พิไลกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไปดื่มที่หอของเพื่อนพร้อมแฟน จนกระทั่งแฟนเมาและหลับไป จึงหยิบโทรศัพท์ของแฟนมาปลดล็อกเพื่อที่จะเปิดไลน์ดู แต่รหัสถูกเปลี่ยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเปิดได้ จึงมีปากเสียงกัน และบอกว่าให้แยกกันอยู่ ก่อนที่ตนเองจะกระชากกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับที่พัก จากนั้นจึงมีการทำร้ายร่างกายกันตามที่ปรากฏภาพในคลิป ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ร้องให้ใครช่วย เพราะตนเองก็สู้เหมือนกัน จนกระทั่งมีผู้หญิงเสื้อดำมาห้าม แฟนของตนเองจึงขี่รถกลับออกไป ส่วนในภาพที่เห็นคนอื่นๆ ไม่ช่วยห้ามเพราะว่าไม่มีคีย์การ์ดออกจากภายในตึก ขณะที่ผู้ชายเสื้อขาวที่เดินผ่านไปมาเป็นผู้ดูแลตึก คาดว่าเป็นคนที่แจ้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแม่ของ น.ส.พิมพ์พิไลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางฝั่งคู่กรณีได้ติดต่อมาขอเจรจา ตนเรียกค่าเสียหายไป 1 แสนบาท แต่ฝั่งคู่กรณีจะจ่าย 5 หมื่นบาท ตนไม่ยอม และเมื่อเห็นบาดแผลของลูกสาว ก็ไม่คิดจะเรียกค่าเสียหายและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางปวีณากล่าวว่า ทางญาติของ น.ส.พิมพ์พิไลได้ร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาฯ วันนี้พามาตรวจร่างกาย เบื้องต้นมีอาการชาที่หน้าข้างซ้าย เกี่ยวกับเส้นประสาท แพทย์นัดผ่าตัดในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หลังจากนี้จะนำผลการตรวจของแพทย์ไปใช้ประกอบการแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. นางปวีณาได้นำตัว น.ส.พิมพ์พิไล พนักงานคลินิกเสริมความงาม หญิงสาวที่ถูกสาวทอมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เข้าพบ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอมผู้ทำร้ายร่างกาย ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 จนใบหน้าบวมปูดอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.46 น.ของวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิฆัมพร พิมให้ผล ลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.พิมพ์พิไล ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวในโลกออนไลน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้ไปขอภาพวงจรปิดที่หอพัก จากนั้นได้นำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่จะมีการแชร์ไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากมีการแชร์กันไปจำนวนมาก ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้โทร.มาข่มขู่แม่ของผู้เสียหาย และฝากบอกให้ตนเองลบคลิป อ้างว่ามีการเจรจาพูดคุยกันแล้ว และขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ตนยืนยันจะไม่ลบคลิปดังกล่าว และทางครอบครัวผู้เสียหายก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากนี้เมื่อผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ และหลังจากได้สอบปากคำแล้ว ตำรวจจะรอผลการตรวจร่างกายน้องฟางอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากคลิปเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์การกระทำผิดเข้าข่ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนจะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายสาหัสหรือไม่นั้น จะต้องรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์อีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ได้ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ตำรวจจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าส่งหมายเรียกไปสองครั้งแล้วยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็อาจจะเป็นเหตุในการออกหมายจับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกันก่อนหน้านี้หรือไม่ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้ามีการพูดคุยกันเองไปแล้วระหว่างคู่ความ ซึ่งตอนนั้นมีการลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บต้องรีบเข้ารับการรักษาพยาบาล ส่วนที่ภาพวงจรปิดปรากฏมีบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจะมีความผิดหรือไม่นั้น ในส่วนนี้จะต้องดูผลการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะสรุปผลแจ้งข้อหาใคร ส่วนพฤติการณ์จะไปถึงขั้นพยายามฆ่าหรือไม่นั้น จากที่ปรากฏเบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวนายอองโซอู ชาวเมียนมา คนดูแลอาคารดังกล่าว และปรากฏในคลิปว่าไม่เข้าให้การช่วยเหลือ มาสอบปากคำ โดยนายอองโซอูให้การว่า ขณะเกิดเหตุหญิงทอมได้ข่มขู่ห้ามเข้ามายุ่ง จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13886</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thikampron Kaain, กาญจนา สินประเสริฐ, ปวีณา หงสกุล, พิมพ์พิไล ปักษี, รพ.มงกุฎวัฒนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองโซอู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b548acfcf377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
