<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้น&#039;แมนรัตน์&#039; ศิลปินแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลสำคัญด้านการดนตรี &amp;quot;แมนรัตน์ ศรีกรานนท์&amp;quot; ศิลปินแห่งชาติ สมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ ผู้ถวายงานใกล้ชิดในหลวงรัชกาลที่ 9 และนำหลักสูตรการเรียบเรียงเสียงประสานมาเปิดสอนในไทยเป็นคนแรก เสียชีวิตในวัย 90 ปีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กันยายนนี้ นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากครอบครัวเรืออากาศตรีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) ปี 2535 ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 5 กันยายน 61 ณ บ้านเลขที่ 51 ถนนลาดพร้าว เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร สิริอายุ 90 ปี ทั้งนี้ ทางครอบครัวกำหนดตั้งศพสวดอธิษฐาน ระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน เวลา 19.00 น. ณ โบสถ์วัดพระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ และจัดพิธีฝังส่งวิญญาณ ในวันที่ 11 กันยายน 2561 ณ สุสานศานติคาม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ในส่วนของ สวธ.ได้มอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต เพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลศพจำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติของ ร.ต.ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2471 ชื่อเดิม เรมอนด์ ซีเกรา (Reimondo Amato de Sequeira) เป็นนักดนตรีลูกครึ่งชาวไทย-โปรตุเกส เป็นสมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ได้รับพระราชทานนามเป็นภาษาไทยจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ว่า &amp;quot;แมนรัตน์ ศรีกรานนท์&amp;quot; ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนส่วนพระองค์ ส่งไปเรียนวิชาเรียบเรียงเสียงประสานที่โรงเรียนการดนตรีเบิร์กลีย์ (Berkley School of Music) เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันคือ วิทยาลัยดนตรีเบิร์กลีย์-Berkley College of Music)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.พิเศษแมนรัตน์ ถือเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินผู้มีความเชี่ยวชาญชั้นสูงด้านดนตรีสากล โดยเฉพาะเปียโน ได้แสดงฝีมือจนมีชื่อเสียงเป็นที่ปรากฏยกย่องของบุคคลทั่วไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผลงานประพันธ์เพลงนั้นมีกว่า 100 เพลง เพลงที่มีชื่อเสียง ได้แก่ รักเอย ชั่วฟ้าดินสลาย จับปูดำขยำปูนา รักลวง จากยอดดอย ฯลฯ เป็นศิลปินคนแรกที่นำหลักสูตรการเรียบเรียงเสียงประสานเข้ามาเปิดสอนในประเทศไทย นักเรียบเรียงเสียงประสานปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นลูกศิษย์ที่เคยศึกษากับท่านมาก่อน และท่านยังอุทิศเวลาทั้งหมดเพื่อวงการดนตรีสากลของไทย โดยการเขียนตำราการเรียบเรียงเสียงประสาน เป็นกรรมการและที่ปรึกษาเพื่อประโยชน์ต่อวงการดนตรีมากหลายคณะ และช่วยเหลือสังคมโดยเฉพาะด้านวิชาการ การเรียน การสอน โดยได้สร้างสรรค์งานเป็นผู้ให้ความรู้ต่างๆ ให้กับทุกสถาบัน ทุกหน่วยงาน จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) ปี 2535.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16913</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรมอนด์ ซีเกรา, แมนรัตน์ ศรีกรานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fdaf8e6b0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมใจไทยภักดี24-28กค. &#039;เราทำความดีด้วยหัวใจ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดการแสดงเฉลิมพระเกียรติ ร.10 นาฏศิลป์โขน-ครูดนตรีไทย-ดนตรีคลาสสิก ร่วมใจแสดงความภักดี 24-28 ก.ค.นี้ โดยให้ประชาชนชมฟรี &amp;nbsp; ขณะที่ ทบ.เชิญชวนน้อมถวายพระพรชัยมงคล และร่วมกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดีด้วยหัวใจ&amp;rdquo; เฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;nbsp;66 พรรษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่โรงละครแห่งชาติ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;28 กรกฎาคม 2561 &amp;ldquo;ใต้ร่มพระมหากรุณามหาวชิราลงกรณ&amp;rdquo; ซึ่งกรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสสำคัญ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนันต์กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อสืบสาน สนับสนุน และอนุเคราะห์กิจกรรมเนื่องด้วยงานศาสนา ศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติเสมอมา ทรงเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์มรดกไทยด้านนาฏดุริยางคศิลป์สืบมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการแสดงโขน ทรงสนพระราชหฤทัยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงฝึกหัดการแสดงเป็นตัวหนุมาน ตั้งแต่ปี 2502 ที่โรงเรียนจิตรลดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์กล่าวว่า สำหรับการแสดงเฉลิมพระเกียรติจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 ก.ค. เวลา 14.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ มีการแสดงที่หลากหลาย ทั้งการแสดงนาฏศิลป์ไทย การบรรเลงดนตรีไทยและดนตรีสากล ซึ่งการแสดงเปิดงานครั้งนี้ ประกอบด้วย การแสดงรำถวายพระพร &amp;ldquo;พัทธวิสัย&amp;rdquo; การบรรเลงมหกรรมกลองสี่ภาค จากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ การแสดงการละเล่นของหลวง &amp;ldquo;ระเบง&amp;rdquo; และการแสดงโขน ชุดน้อมพลีกายถวายภักดี ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนสำรองที่นั่งเต็มพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันที่ 25 ก.ค. จะจัดแสดงรำถวายพระพร &amp;ldquo;พัทธวิสัย&amp;rdquo; การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล อาทิ เพลงสดุดีราชามหาวชิราลงกรณ เพลงล้นเกล้าวชิราลงกรณ เพลงราตรีประดับดาว เพลงยอยศพระลอ เพลงพระราชนิพนธ์ Nature Waltz จากชุด Kiniri Suite พร้อมการแสดงบัลเลต์ประกอบการแสดงการละเล่นของหลวง &amp;ldquo;โมงครุ่ม กุลาตีไม้&amp;rdquo; และการแสดงโขนชุดศึกวิรุญจำบัง ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดแสดงมหกรรมกลอง 4 ภาคครั้งนี้ บรรเลงตามสำเนียงของแต่ละภูมิภาค โดยใช้วงปี่พาทย์เป็นวงดนตรีหลักในการเชื่อมโยงและบรรเลงสอดแทรกกับการตีกลองชนิดต่างๆ เปรียบเสมือนอยู่ใต้ร่มพระบารมี สื่อให้เห็นว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปกครองดูแลราษฎรของพระองค์ให้อยู่เย็นเป็นสุข เสมือนเสียงกลองที่ดังกังวาน ไม่ว่าอยู่ไกลเพียงใดก็ตาม ก็จะดังไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เป็นดั่งพระบารมีที่แผ่ไพศาล กลองชนิดต่างๆ เปรียบเสมือนประชาชนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทำให้มีความเป็นอยู่ร่มเย็นเป็นสุข เมื่อเสียงของกลองแต่ละภูมิภาคมาตีรวมกัน จึงเหมือนกับเสียงของความจงรักภักดีของประชาชนทุกภูมิภาคที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และแสดงถึงพลังแห่งความสามัคคีเป็นปึกแผ่นของคนในชาติ&amp;rdquo; อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กำหนดจัดการเสวนาทางวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;ใต้ร่มพระมหากรุณา มหาวชิราลงกรณ&amp;rdquo; เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจด้านต่างๆ และพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการศิลปกรรมและนาฏดุริยางคศิลป์ไทย โดยนายอัมพล สัมมาวุฒธิ นักวิชาการช่างศิลป์เชี่ยวชาญ, นายจตุพร รัตนะวราหะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์โขน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในวันที่ 25 ก.ค. เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงได้ร่วมกับศิลปากรสมาคม จัดโครงการการแสดงดนตรีไทยเฉลิมพระเกียรติขึ้น เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเป็นอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมด้านดนตรีไทยมาโดยตลอดตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทั้งทรงมีความสนพระราชหฤทัยเรื่องของความเป็นมาของเพลงไทยทุกเพลง ดังที่ได้ตรัสถามที่มาของเพลงไทยทุกเพลงที่วงดนตรีไทยกรมศิลปากรบรรเลงถวาย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นมิ่งมงคลแก่เหล่านักดนตรีไทยอย่างหาที่สุดมิได้ โดยเปิดโอกาสให้ครู อาจารย์ดนตรีไทย เด็ก เยาวชน นักเรียน นิสิต และนักศึกษา จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ เข้าร่วมการแสดงและบรรเลงดนตรีไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ การบรรเลงดนตรีไทยวงมหาดุริยางค์ เพลงโหมโรงทศรัตน์ โดยครู อาจารย์ดนตรีไทย จากสถาบันการศึกษาต่างๆ การประชันปี่พาทย์ไม้แข็ง เพลงบุหลัน เพลงเขมรราชบุรี เพลงทยอยใน เพลงสารถี &amp;nbsp;โดยวงศิษย์พิบูลย์ธรรม กรุงเทพฯ และวงประคองศิลป์ สุพรรณบุรี และการบรรเลงดนตรีไทยวงมหาดุริยางค์ เพลงเต่ากินผักบุ้ง โดยวงนิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เป็นต้น โดยมีนางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน วันที่ 28 ก.ค. เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ศมส.ร่วมกับสำนักการสังคีต จัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร &amp;nbsp;เป็นการแสดงหุ่นละครเล็กรามเกียรติ์ ตอนจองถนน &amp;nbsp;วันที่ 26 ก.ค. เวลา 15.00 น. โดยหุ่นละครเล็กคลองบางหลวง คณะทำนาย ชมการแสดงเชิงสร้างสรรค์คนเชิดโขนปะทะคนเชิดหุ่น พร้อมการสาธิตการแสดง วิวัฒนาการหนังใหญ่ โขน หุ่นละครเล็ก และการเชิดหุ่นแสดงอารมณ์กายจิต ณ โรงละครแห่งชาติ เปิดให้ประชาชนชมฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ &amp;nbsp; &amp;nbsp; บดินทรเทพยวรางกูร 28 กรกฎาคม 2561 ซึ่งรัฐบาลและทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดี พิธีทางศาสนา การถวายราชสักการะ ถวายพระพรชัยมงคล การแสดงมหรสพ โดยเฉพาะการรวมพลังจัดกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างพร้อมเพรียงกัน สำหรับกองทัพบก นอกจากจะได้ร่วมน้อมถวายพระพรในโอกาสมหามงคลนี้แล้ว หน่วยทหารทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้จัดกิจกรรมถวายพระเกียรติ ประกอบด้วย พิธีถวายราชสักการะและถวายพระพรชัยมงคล ณ ที่ตั้งหน่วยทหารทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้จัดอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ 335 รูป ณ วัดต่างๆ ทั่วประเทศ และการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 67 นาย ณ วัดตาลเอน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา สำหรับโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก จะจัดให้บริการทางการแพทย์และการบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล รวมทั้งกองทัพบกได้จัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่าง 23 กรกฎาคม-6 สิงหาคม 2561 ณ กองบัญชาการกองทัพบก ที่สำคัญกองทัพบกได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกับส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่สาธารณะ วัดหรือสถานที่ราชการ โดยน้อมนำแนวทางโครงการจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; มาเป็นต้นแบบในการดำเนินการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในวันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.30 น. กองทัพบกกำหนดจัดพิธีถวายราชสักการะ ถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พร้อมกัน ณ กองบัญชาการกองทัพบก กทม. สำหรับหน่วยทหารที่มีที่ตั้งในต่างจังหวัด ก็จะจัดพิธีดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกันด้วย และในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561 กองทัพบกจะมีการจัดกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง ผู้บังคับหน่วย และกำลังพลในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบกร่วมกิจกรรม สำหรับในพื้นที่หน่วยทหารของกองทัพบกทั่วประเทศ จะจัดกิจกรรมดังกล่าวพร้อมกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบกยังได้จัดกำลังให้การสนับสนุนรัฐบาลในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติระหว่าง 22-28 กรกฎาคม 2561 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยเฉพาะการจัดริ้วขบวนอัญเชิญพานพุ่มถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์และการจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 รวมทั้งการจัดริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 กองทัพบกจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ เพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคล และเป็นการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14050</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูดนตรีไทย, ดนตรีคลาสสิก, นาฏศิลป์โขน, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., นายอนันต์ ชูโชติ, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b573e664aad5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วธ.ส่ง2วงดนตรีคลาสสิกไทย แสดงพลังสร้างปรากฎการณ์ที่&quot;แอฟริกา-สเปน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)จัดงานแถลงข่าว &amp;quot;TYO &amp;amp; TYC 2018 Together We Shine&amp;quot; ปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์บนเวทีระดับโลก Spain &amp;amp; South Africa&amp;nbsp; โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; สวธ.&amp;nbsp; ดำเนินโครงการพัฒนาวงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (Thai Youth Orchestra&amp;nbsp; หรือ TYO) และโครงการพัฒนาคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย (Thai Youth Choir หรือ TYC) มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสแก่เยาวชนในการฝึกทักษะ เพิ่มพูนประสบการณ์ ทั้งการแสดงในประเทศและการแข่งขันในต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จได้รับรางวัลจากการแข่งขัน สร้างชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และเกียรติภูมิของประเทศให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2561 นี้ วงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง-นราธิวาสราชนครินทร์ หรือ TYO ได้รับเชิญจากผู้จัดงานเทศกาลดนตรีสากลของเยาวชนออร์เคสตร้า ให้เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ต ในงานเทศกาลดนตรีสากลฯ ปีที่ 6 ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2561&amp;nbsp; ณ เมือง Alicante (อาลีกันเต) ประเทศสเปน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสที่วง TYO ได้สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 ประเภทซิมโฟนีออร์เคสตร้า ร่วมกับวงดุริยางค์ยาวชนจากราชอาณาจักรสเปน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ในการแข่งขันงานเทศกาลดนตรีเยาวชนนานาชาติ ครั้งที่ 11&amp;nbsp; ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย TYC มีกำหนดการเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันขับร้องประสานเสียง &amp;ldquo;World Choir Games&amp;rdquo; (เวิลด์ ควายร์ เกมส์) ครั้งที่ 10 ในระหว่างวันที่ 8-16&amp;nbsp; กรกฎาคม 2561 ณ เมืองสวาเน สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกสองปี เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันขับร้องประสานเสียงที่มีชื่อเสียงที่สุดรายการหนึ่ง&amp;nbsp; ซึ่งในปี พ.ศ.2561&amp;nbsp; นี้ เป็นรายการแข่งขันขับร้องประสานเสียงที่มีคณะนักร้องประสานเสียงเข้าร่วมมากที่สุดในโลก&amp;nbsp; สามารถติดตามความเคลื่อนไหว การแสดงดนตรีของเยาวชนไทยและผลการแข่งขันของคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชน ได้ทาง&amp;nbsp;https://www.facebook.com/DCP.culture/&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อธิชัย&amp;nbsp; ตระกูลเดช ผู้อำนวยเพลงคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย หรือTYC&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอบคุณวธ.และสวธ.&amp;nbsp; ที่ดำเนินโครงการพัฒนาคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อตั้งในปี .2550&amp;nbsp; ในฐานะผู้อำนวยเพลงของTYC&amp;nbsp; รวมทั้ง ยังมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทำการสอน ได้แก่ อ.วิชฎาลัมพก์&amp;nbsp; เหล่าวานิช&amp;nbsp; ,ดร.มนสิการ&amp;nbsp; เหล่าวานิช และอ.ธนวิชญ์&amp;nbsp; ประสงค์พงษ์ชัย&amp;nbsp; ที่ร่วมกันฝึกฝนเยาวชนTYC ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันขับร้องประสานเสียง &amp;ldquo; World Choir Games&amp;rdquo; (เวิลด์ ควายร์ เกมส์) ครั้งที่ 10&amp;nbsp; ณ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ครั้งนี้ สำหรับงาน&amp;nbsp; World Choir Games จัดขึ้นเป็นประจำทุก2ปี&amp;nbsp; และปีนี้จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนก.ค.2561&amp;nbsp; ณ&amp;nbsp; สาธารณรัฐแอฟริกาใต้&amp;nbsp; แต่ก่อนหน้านี้คณะTYC เคยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาแล้ว2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 2553 ได้รับรางวัล&amp;nbsp; 2 เหรียญเงิน ในสาขา Mixed Youth Choirs และ Gospel and Spiritual จากงาน World Choir Games ครั้งที่ 6 ณ ประเทศจีน และครั้งที่ 2 ในปี 2559&amp;nbsp; ได้รับรางวัล 2 เหรียญทอง ในสาขา Youth Choirs of Equal Voices และ Music Sacra with Accompaniment จากงาน World Choir Games ครั้งที่ 9 ณ สหพันธรัฐรัสเซีย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเพลงที่นำไปใช้ในการแข่งขัน World Choir Games ครั้งที่ 10 อธิชัยกล่าว่า มีจำนวน 11 บทเพลง ดังนี้&amp;nbsp; 1.เพลง Ignea Vis คำร้องโดย Hildegard Von Binggen&amp;nbsp; ดนตรีโดย J. Michael Saunders 2.เพลง Japanese Game คำร้องโดย Shuntaro Tanikawa ดนตรีโดย Ko Matsushita 3.เพลง สหัสแสง คำร้องโดย พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลัหษณ)&amp;nbsp; 4.เพลง Kasar Mie La Gaji ประพันธ์โดย Alberto Grau 5.เพลง Hold on เรียบเรียงเสียงประสานโดย MOSES Hogan 6.เพลง Steal Away เรียบเรียงเสียงประสานโดย David Blackwell 7.เพลง John Saw De Numbuh เรียบเรียงเสียงประสานโดย Stacey V. Gibbs8.เพลง Danial, Servant of the Lord เรียบเรียงโดย&amp;nbsp; Stacey V. Gibbs&amp;nbsp; 9.เพลง เทวาพาคู่ฝัน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงร. 9 นิพนธ์คำร้องโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ เรียบเรียงโดยเสียงประสานโดย Romon Lijauco, jr.10. เพลง Can&amp;rsquo;t Help Falling in Love&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องและทำนองโดย George David Weiss Hugo Peretti และ Luigi Creatore&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดนตรีโดย Ko Mutshushita&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรียบเรียงเสียงประสานโดย Ejvind Dengso11. เพลงเกี่ยวข้าว&amp;nbsp; เรียบเรียงเสียงประสานโดย อธิชัย ตระกูลเดช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัครวัฒน์ ศรีณรงค์&amp;nbsp; ผู้อำนวยเพลงวงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ หรือTYO กล่าวว่า วงก่อตั้งตั้งแต่ปี 2529&amp;nbsp; โดย ดร.สายสุรี จุติกุล และอาจารย์&amp;nbsp; ภูกร&amp;nbsp; ศรีณรงค์ ที่ผ่านมาวงฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ฝึกฝนและฝึกซ้อมพัฒนาฝีมือดนตรีสากลมาอย่างต่อเนื่อง จนปี2560 ได้เข้าร่วมการแข่งขันงานเทศกาลดนตรีเยาวชนนานาชาติ ครั้งที่ 11 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 ประเภทวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า ร่วมกับประเทศสเปนมาได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทางประเทศสเปน เชิญให้เข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีสากลของเยาวชนออร์เคสตร้าปีที่6 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 ส.ค. 2561 ณ เมืองอาลีกันเต ราชอาณาจักรสเปน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับบทเพลงที่ใช้แสดงในคอนเสิร์ตงานเทศกาลดนตรีสากลของเยาวชนออร์เคสตร้า ปีที่ 6 ณ ราชอาณาจักรสเปน ในครั้งนี้ วงดุริยางค์เยาวชนไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้นำบทเพลงอันเป็นสำเนียงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมประจำชาติไทย ไปร่วมแสดงคอนเสิร์ต จำนวน 3 ครั้ง 3 หอคอนเสิร์ตในเมืองอาลีกันเต ราชอาณาจักรสเปน ดังนี้ 1.Romeo &amp;amp; Juliet&amp;nbsp; ประพันธ์โดย ไชคอฟสกี ผู้ประพันธ์ชาวรัสเซีย 2. พม่ารำขวาน เรียบเรียงประสานเสียง โดยอาจารย์วานิช โปตะวานิช ศิลปินศิลปาธร นำเครื่องดนตรีไทย ระนาดเอกเข้าร่วมบรรเลง&amp;nbsp; เพลงFantasia on the themes of his late Majesta king Bhumibol&amp;nbsp; Adulyadej หรือในชื่อไทย &amp;ldquo;เฉลิมชัยมหาราชาคีตกวี&amp;rdquo; เป็นการรวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ในหลวง ร.9&amp;nbsp; มาบรรเลง จำนวน 4 ท่อน เพลงราตรีประดับดาว เรียบเรียงเสียงประสานโดย อ.ณรงค์ฤทธิ์&amp;nbsp; ธรรมบุตร ศิลปินศิลปาธร&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้ร่วมบรรเลงบทเพลง Symphony No.1 by Gustav Mahler&amp;nbsp; จำนวน 3 คอนเสิร์ต ร่วมกับเยาวชนจาก 4 ประเทศ คือ สเปน สหรัฐอเมริกา สหพันธรัฐรัสเซีย และสวิสเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเลือกเพลงสำหรับใช้ในการแสดงคอนเสิร์ต อัครวัฒน์กล่าวว่า มี 3 เหตุผล คือเราต้องการนำเสนอความสามารถของวงในระดับสากล ผ่านการเล่นเพลงในระดับสูงสำหรับวงดนตรีประเภท Orchestra ที่ทั่วโลกยอมรับ นั่นก็คือ Romeo and Juliet, Fantasy Overture ผลงานของ Tchaikovsky นอกจากนั้นเราต้องการนำเสนอการผสมผสานวัฒนธรรมไทยผ่านวง Orchestra โดยการนำเสนอเพลง&amp;nbsp; &amp;nbsp; ราตรีประดับดาว และพม่ารำขวาน สุดท้ายคือการนำเสนอพระอัจฉริยภาพของ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลวง ร.9 ในทำนองดนตรีในรูปแบบวง Orchestra และการเดินทางไปครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีแก่เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ จะได้ไปเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ผ่านดนตรีสากลในรูปแบบซิมโฟนีออร์เคสตร้าเป็นครั้งแรกในต่างประเทศ&amp;quot; อัครวัฒน์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12916</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai Youth Orchestra :TYO, TYC, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กระทรวงวัฒนธรรม, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร, ไปแสดงที่แอฟริกา-สเปน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b4051b61fe8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ต้องบอกว่าเป็นการรวมใจของคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศอีกครั้ง สำหรับ การส่งกำลังใจค้นหา &amp;ldquo;ทีมนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีและผู้ฝึกสอน&amp;rdquo; รวม 13 ชีวิต แต่ที่ต้องบอกว่า &amp;ldquo;คนส่วนใหญ่&amp;rdquo; ของประเทศส่งกำลังใจไปนั้น เพราะยังมีพวกส่วนน้อยที่ ไม่น่าเชื่อว่ายังเป็น &amp;ldquo;คนไทย&amp;rdquo; หรือมีความเป็น &amp;ldquo;มนุษย์&amp;rdquo; ที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่ อย่าง &amp;ldquo;เอกชัย หงส์กังวาน&amp;rdquo; แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กถึงกรณีเจ้าหน้าที่หน่วยซีลช่วยค้นหาว่า &amp;quot;นักร้องวิ่งหาเงินช่วย รพ. ทหารหาเด็กแทนหน่วยกู้ชีพ มิน่าประเทศถึงไม่พัฒนา&amp;quot; &amp;hellip;๐ ที่อนาถหนักเข้าไปอีก คือ &amp;ldquo;วัฒนา เมืองสุข&amp;rdquo; แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ปากพร่ำเรื่องประชาธิปไตย เรียกร้องสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กลับมากดไลค์แสดงความชอบ ด้วย พิโธ่! ตอนยกเลิกพาสปอร์ตไม่ให้ออกนอกประเทศคร่ำครวญจะเป็นจะตาย แต่นี่ความเป็นความตายของเยาวชนคนไทยกลับแสดงความเห็นที่สะท้อนตัวตนออกมาจนได้ ...๐ นี่ยังไม่นับรวมบรรดาเกจิด้านไสยเวททั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;ร่างทรง 4 จี&amp;rdquo; และบรรดาพวก &amp;ldquo;จิตสัมผัส&amp;rdquo; ที่เงียบเป็นเป่าสาก ส่วนที่อ้างว่ามี &amp;ldquo;ญาณทิพย์&amp;rdquo; นั้นก็ออกตัวล้อฟรีทันทีว่าพร้อมไปช่วยเหลือหากครอบครัวเด็กเรียกร้องมา พิโธ่! ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับจิตใจจ้ะเจ๊ ไม่ต้องเรียกร้องหรอก หากมีจิตสาธารณะและมีญาณทิพย์จริงตามคำกล่าวอ้าง ...๐ ส่วนที่ต้อง ปรบมือดังๆ และกลายเป็นคลิปฮอตประจำวันในเรื่องนี้คือ กรณี &amp;ldquo;นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร&amp;rdquo; ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่กล่าวกับเจ้าหน้าที่ทั้งหลายที่จะไปช่วย 13 ชีวิต ระบุว่า &amp;ldquo;ใครที่บอกว่าไม่เสียสละพอที่จะทำงาน ใครจะกลับบ้านไปนอนกับลูกกับเมีย เชิญเซ็นชื่อแล้วออกไปเลย ผมไม่รายงานใครทั้งสิ้น ใครจะทำงาน วันนี้ขอให้พร้อมทุกนาที ให้คิดว่าเขาเป็นลูกเรา ... เราจะช่วย 13 ชีวิตหรือกี่ชีวิตก็ตาม ทุกชีวิตเหมือนลูกเราหมด ใครไม่พร้อม จะมาเหยาะแหยะ กลับบ้านไปเลยนะครับ&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;hellip;๐ เรื่องดังกล่าวไม่ได้ดังเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ ทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจกันถ้วนทั่ว ไม่ว่าจะเป็น ซีเอ็นเอ็น, ซีบีเอส, ฟ็อกซ์, บีบีซี, เอเอฟพี, รอยเตอร์ หรือแม้แต่อัลจาซีเราะห์ ยังไม่รวมถึงสื่อออนไลน์และสื่อหนังสือพิมพ์ระดับโลกทั้ง ยูเอสเอทูเดย์, นิวยอร์กโพสต์, เดอะการ์เดียน, เดอะสเตรทไทม์, ไทม์,&amp;nbsp; เดลิเมล์, ชิคาโก ทริบูน และฮินดูสถานไทมส์ ฯลฯ ...๐ หันมาเรื่อง &amp;ldquo;ฮอต&amp;rdquo; ของคนชั้นกลางและคนเมืองกรุงกันบ้าง ซึ่งไม่มีอะไรเกินกรณี &amp;ldquo;รถไฟฟ้าบีทีเอส&amp;rdquo; ขัดข้องอย่างต่อเนื่องรายวัน ขนาดโลกออนไลน์ถึงกับต้องทำภาพประกอบประชดชื่อสถานีต่างๆ อาทิ พร้อมพงษ์ เป็น พร้อมพัง, อุดมสุข เป็น อุดมทุกข์, นานา เป็น นานนาน และเพลินจิต เป็น เพลียจิต ซึ่งเรื่องนี้ก็ร้อนถึง &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องออกมาระบุว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยสั่งให้ กสทช.แก้ไขอยู่ ...๐ สังคมกังขากันมาก เพราะ กสทช.ที่กินเงินเดือนมากกว่านายกฯ เสียอีก ทำไมยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลยจนถึงทุกวันนี้ แล้วอย่างนี้จะมีหน่วยงานไว้เปลืองงบประมาณทำไม ไม่ต่างจาก &amp;ldquo;อาคม เติมพิทยาไพสิฐ&amp;rdquo; รมว.คมนาคม ที่บอกว่าเร่งแก้อยู่ ขอเวลาถึงวันที่ 29 มิ.ย. พระเจ้าจอร์จ นี่มันยุค 1.0 หรืออย่างไรจ๊ะทั่นรัฐมนตรี มันถึงแก้ปัญหาได้อย่างเชื่องช้าเสียนี่กระไร หรือมัวแต่หลงใหลได้ปลื้มกับบัตรแมงมุมจนลืมไปว่าเรื่องไหนสำคัญกว่ากัน ...๐ มีข่าวล่ามาจากเรือเกลือว่า &amp;ldquo;กทม.&amp;rdquo; ในฐานะเจ้าของสัมปทานได้สั่งปรับบีทีเอสแล้ว 1.8 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าชดเชยถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น! ชาวบ้านร้านถิ่นเขาเลยสงสัยกันว่า อ้าว แล้วเรื่องเยียวยาผู้ใช้บริการที่ต้องมาซวยด้วยนั้น เขาได้รับอะไรบ้าง ที่สำคัญเงินค่าปรับ 1.8 ล้านบาทนั้น มันจะเข้าไปในส่วนใดอย่างไรกัน ...๐ หันมาเรื่องเบาๆ แต่เป็นข่าวดีกันบ้าง เมื่อ &amp;ldquo;อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์&amp;rdquo; รมว.การคลังได้ลงนามในกฎกระทรวงยกเว้นภาษีเพื่อส่งเสริมให้คนไทยปั๊มลูกแล้ว หลังจากสภาพเมืองไทยในปัจจุบันเริ่มเหมือนประเทศพัฒนาทั้งหลายที่อัตราการเกิดของประชากรลดลง จึงส่งเสริมให้มีลูกกัน โดยยกเว้นภาษีให้กับค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรตามจริง แต่ เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60,000 บาท ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ &amp;hellip;๐ ส่วนด้านวัฒนธรรมก็มีข่าวดีเช่นกัน เมื่อ &amp;ldquo;นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร&amp;rdquo; อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ออกประกาศกรมส่งเสริมวัฒนธรรมขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2561 จำนวน 18 รายการ เช่นกัน แต่ที่ขาเมาธ์เขาติดใจคือ ดูเหมือนจะเน้นเรื่องปริมาณมากกว่าคุณภาพนะจ๊ะในการประกาศ เพราะอย่างลิเกเอย นิทานท้าวแสนปมเอย ดินสอพอง หรือแม้แต่วัวเทียมเกวียนนั้น มันถึงขั้นเป็นบัญชีมรดกวัฒนธรรมเชียวเหรอ ...๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12255</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ท.ศักดิ์, บันทึกหน้า 4, พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร, วัฒนา เมืองสุข, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, เอกชัย หงส์กังวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึ้นบัญชี18มรดกทางวัฒนธรรมแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.2561 - นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ออกประกาศกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เรื่อง การขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2561 มีเนื้อหาว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 18 (5) และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2559 อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561 จึงประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จำนวน 18 รายการ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภท รายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการส่งเสริมและรักษาอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย 1. ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านศิลปะการแสดงประกอบด้วย สะไน และ วายังกูเละ 2.ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล ประกอบด้วย พิธีถวายข้าวพีชภาคฯ และบุญเสียค่าหัวข้าโอกาสพระธาตุพนม และประเพณีปอยส่างลอง 3.ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล คือ ขนมฝรั่งกุฎีจีน และ 4.ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านงานช่างฝีมือดั้งเดิม ประกอบด้วย เรือนโคราช, กลองเอกราช และเรือก่าบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภท รายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประกอบด้วย 1ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านวรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา คือ นิทานพื้นบ้าน เรื่องท้าวแสนปม และตำรายาหลวงปู่ศุข 2.ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านศิลปะการแสดง คือ ลิเก 3.ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านการปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล ประกอบด้วย ประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ, &amp;nbsp;ประเพณีปักธงเมืองนครไทย และประเพณีถือศีลกินผัก 4.ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล ประกอบด้วย ดินสอพองลพบุรี และวัวเทียมเกวียน 5.ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านการเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ประกอบด้วย การเล่นสะบ้า และการแข่งเรือยาวขึ้นโขนชิงธง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินสอพองลพบุรี, บัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม, ประเพณีถือศีลกินผัก, พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร, วัวเทียมเกวียน, อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, แห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fc3927e6af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำหลวงอาบศพ&#039;วสิษฐ&#039; แบบอย่างตำรวจตงฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ &amp;quot;พล.ต.อ.วสิษฐ&amp;quot; รับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ หลังถึงแก่อนิจกรรมด้วยวัย 88 ปี วธ.ยกย่องเขียนวรรณกรรมทรงคุณค่าต่อสังคม อาลัย &amp;quot;ตำรวจตงฉิน&amp;quot; แบบอย่างผู้นำคุณธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ และอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. เวลา 22.35 น. ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.วสิษฐได้เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งตับอ่อน ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบ รวมอายุ 88 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. เวลา 12.00 น. ว่าที่ ร.ต.สุทรรศน์ เดชกุญชร ลูกชายของ พล.ต.อ.วสิษฐ พร้อมด้วยญาติ ได้เดินทางมายังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อขอรับศพ พล.ต.อ.วสิษฐ นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติ พล.ต.อ.วสิษฐ เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2472 ที่ ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี เป็นบุตรของ คเชนทร์-เกษร เดชกุญชร มีอาชีพเป็นครู จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เมื่อ พ.ศ.2487 และสำเร็จการศึกษาชั้นเตรียมอุดมศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร รุ่นลมหวน &amp;nbsp;ศึกษาต่อปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการตำรวจ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เคยเข้ารับการอบรมหลักสูตรการสืบสวนจากสหรัฐอเมริกา และจบหลักสูตรวิชาการป้องกันประเทศ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.รุ่นที่ 23)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนชีวิตครอบครัว สมรสกับคุณหญิงทัศนา (บุนนาค) มีบุตร 2 คน คือ ว่าที่ ร.ต.สุทรรศน์ เดชกุญชร และ ร.ต.ต.หญิง ปรีณาภา เดชกุญชร บุตร 2 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.อ.วสิษฐ เคยเป็นผู้ถวายการรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในฐานะนายตำรวจราชสำนักประจำ นอกจากนี้ เคยดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย สมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วสิษฐ ยังเป็นนักเขียนนวนิยายเกี่ยวกับวงการตำรวจและอาชญากรรม โดยนำมาจากประสบการณ์จริง จนได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ.2541
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ศพของ พล.ต.อ.วสิษฐ จะอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในวันที่ 21 มิ.ย. &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. ณ ศาลา 5 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกำหนดสวดพระอธิธรรม จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-25 มิ.ย.นี้ เวลา 19.00 น. ณ ศาลา 5 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ส่วนหมายกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ การช่วยเหลือด้านต่างๆ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพจำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพิมพ์รวีกล่าวว่า พล.ต.อ.วสิษฐได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2541 ในฐานะเป็นนักเขียนนวนิยายเกี่ยวกับวงการตำรวจและอาชญากรรม โดยนำมาจากประสบการณ์จริง และเป็นนักเขียนที่สร้างงานต่อเนื่องเกือบกึ่งศตวรรษ ใช้นามปากกา &amp;quot;โก้ บางกอก&amp;quot; ผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น แม่ลาวเลือด เลือดเข้าตา หักลิ้นช้าง สารวัตรเถื่อน เป็นต้น ถือเป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่า เพราะนอกจากจะให้ความบันเทิงแล้ว ยังทำให้ผู้อ่านเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์ และตระหนักถึงปัญหา ตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบที่แต่ละคนจะพึงมีต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอาลัย พล.ต.อ วสิษฐ ว่า พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร แบบอย่างผู้นำคุณธรรม ดูเหมือนเกียรติประวัติและผลงานเพื่อส่วนรวมของท่านทำให้สังคมจดจำประทับใจมากกว่าอดีตอธิบดีตำรวจอีกหลายๆ คน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องปฏิรูปตำรวจ ถือเป็นข้าราชการตงฉิน ถือหลักนิติรัฐ นิติธรรม ไม่เคยมีข่าวฉาวหรือทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในระหว่างรับราชการและหลังเกษียณ ท่านทุ่มเททำงานถวายในหลวงมาตลอดในยุคที่รัฐบาลบางสมัยปล่อยให้ขบวนการหมิ่นสถาบันเฟื่องฟู พล.ต.อ.วสิษฐเป็นอีกคนที่ออกมาปกป้องสถาบันจนถูกเรียกว่า Ultra Royalist (อภิมหาราชนิยม) ในช่วงวิกฤติการเมือง 10 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยพันธมิตรฯ มาจนถึง กปปส. และหลังรัฐประหาร ตนได้มีโอกาสร่วมงาน ร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองกับท่านหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมสัมผัสได้ถึงแบบอย่างของความเป็น &amp;ldquo;ผู้นำคุณธรรม&amp;rdquo; เพราะวิสัยทัศน์และความคิดความอ่านของท่านถือเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นตัวตั้ง ซื่อสัตย์ เสียสละ ข้อคิดหนึ่งที่ผมจำได้ตลอดหลังชุมนุม กปปส. เมื่อครั้งสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) ม.รังสิต จัดมหกรรม ป+ป (ประชาชนปฏิรูป) เดือน ส.ค.2559 ผมโทร.ไปเรียนเชิญท่านมาเป็นองค์ปาฐกถา ท่านไม่สบายเลยมาร่วมงานไม่ได้ แต่ได้ฝากผมว่าอย่าลืมเรื่องปฏิรูปประเทศ ต้องช่วยกันผลักดันต่อ ที่สำคัญปฏิรูปตำรวจกับปฏิรูปการเมืองต้องทำไปพร้อมกัน เพราะอำนาจการเมืองกับอำนาจตำรวจพึ่งพาซึ่งกันและกัน ปฏิรูปตำรวจจะไม่เสร็จสมบูรณ์ ถ้าเราไม่ปฏิรูปการเมืองไปด้วย น่าเสียดายที่ท่านถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง&amp;quot; นายสุริยะใสระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11878</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร, พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ, พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร, ร.ต.ต.หญิง ปรีณาภา เดชกุญชร, ว่าที่ ร.ต.สุทรรศน์ เดชกุญชร, สมเด็จพระเทพฯ, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2bb1dd9133f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
