<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความในใจของพยาบาลสู้โควิด อ้อมแขนของดิฉันว่างเปล่าทุกวัน ไม่เหมือนคุณเลย อยู่บ้านเถอะ โปรดช่วยให้วิกฤตนี้ จบลงเร็วๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.63- พิศณุ นิลกลัด &amp;nbsp;พิธีกรอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าคุณหมอที่กรุณาดูแลสุขภาพผมมาเกือบ20ปีแล้ว ส่งเรื่อง ของสุภาพสตรีท่านหนึ่งมาให้ผมอ่านแล้วน้ำตาไหลแบบค่อยๆซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว อยากให้ทุกท่านอ่านครับ เป็นเรื่องใกล้ตัวพวกเราทุกคน
________________________________________
⚕????&amp;hearts;️????⚕&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความในใจของพยาบาล ที่ทำหน้าที่เพื่อชาวไทยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นบันทึกของสุภาพสตรีท่านหนึ่ง เธอมีอาชีพเป็นพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอเป็นคุณแม่ลูกสอง ลูกคนเล็กยังเด็กมาก ทุกวันหลังเลิกงาน กลับบ้าน เธอต้องเข้าบ้านทางห้องซักผ้าซึ่งอยู่หลังบ้าน อาบน้ำเสร็จจึงพบหน้าลูก และสามี พูดคุยกันได้ แต่กอดลูกไม่ได้เพราะต้องนั่งห่างกัน2เมตรทั้งๆที่ อยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยกัน เธอต้องตอบคำถามลูกคนเล็กวันละเป็นร้อยคำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาตอบคำถามลูก เธอไม่กล้าสบตาสามี เมื่อได้เวลานอน เธอต้องแยกห้องนอนเดี่ยว ตอนส่งลูกเข้านอน เธออยากกอดลูกเหมือนที่เคยกอด แต่ทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่เธอเขียน ทำให้เราได้เห็นชีวิตอีกมุมหนึ่งของคนมีอาชีพเป็นหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ยามที่เกิดโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอเขียนประโยคสุดท้ายได้ดีแบบผมไม่อยากให้ทุกท่านพลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชิญอ่านเรื่องของเธอครับ
________________________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คืนนี้&amp;hellip;เป็นคืนสุดท้ายที่ดิฉันจะได้กอดราตรีสวัสดิ์ลูกหรือจูบสามี จนกว่าพระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่าถึงเมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่ยืนยันแล้วว่า ไวรัสกระจายในย่านที่ดิฉันอยู่ การเป็นพยาบาลห้องฉุกเฉิน หมายความว่ามีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเพียงแต่อยากจะสื่อถึงทุกคนที่ต้องอยู่แต่ที่บ้านกับครอบครัว จนเบื่อจะแย่ อยากออกไปข้างนอกเต็มทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางครั้งเพียงแค่ปรับมุมมองสักเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะช่วยให้คุณมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมี แต่คนอื่นไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจากเวรที่ฉันจะต้องเข้าในวันพรุ่งนี้ ออกเวรแล้วดิฉันจะกลับเข้าบ้านทางประตูห้องซักผ้าซึ่งเปิดเข้ามาจากข้างนอกได้ จะถอดเสื้อผ้ารองเท้าออก เอาทุกอย่างใส่ในเครื่องซักผ้า กดซักโหมดฆ่าเชื้อ ใช้ Clorox เช็คทุกอย่างที่แตะต้อง จากนั้นหยิบผ้าเช็ดตัวที่สามีวางไว้ให้มาคลุมตัวเดินเข้าห้องน้ำ ที่จะเป็นห้องที่หลังจากวันนี้ไปห้ามคนอื่นเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันจะอาบน้ำอุ่น เสร็จแล้วจะฆ่าเชื้อทุกอย่างที่แตะต้อง ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วแต่งตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสร็จกระบวนการนี้แล้ว ดิฉันก็สามารถเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นได้ โดยอยู่ห่างจากทุกคนที่ฉันรัก 6 ฟุต แต่จะไม่แตะต้องใครเลย เพราะตลอดทั้งวันดิฉันอยู่ในบรรยากาศที่มีเชื้อแพร่กระจาย ตอนทำงานมีหน้ากากอันเดียวตลอดเวลาที่เข้าเวร 1 วันเป็นอย่างต่ำ ไม่สามารถแน่ใจได้ว่า ความชื้นจากลมหายใจจะทำให้ประสิทธิภาพของหน้ากากลดลงหรือไม่ จึงต้องปฏิบัติตนเสมือนมีเชื้ออยู่ และสามารถแพร่ใส่คนอื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันคุยกับสามี และลูกจากระยะห่างที่ปลอดภัย จะไม่สัมผัสคนที่เป็นที่รักเลย ดิฉันไม่ใช่คนที่ชอบกอดคนอื่น แต่คาดว่าใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า คงมีวันที่ดิฉันอยากกอดใครเหลือเกิน แต่จะไม่สามารถกอดได้ นี่เป็นทางเดียวที่จะปกป้องคนที่อยากกอดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหิว จะให้ใครสักคนทำอาหารให้ โดยจัดใส่จานชามประเภทใช้แล้วทิ้ง เพื่อจะได้ไม่ต้องห่วงว่าฆ่าเชื้อหมดเกลี้ยงหรือไม่ จะดื่มน้ำในถ้วยพลาสติก ขณะตอบคำถาม 100 ข้อของลูก และพยายามไม่สนใจสีหน้าสามี อาจจะต้องบอกลูกคนเล็กเป็นครั้งที่ล้านว่า แม่ปลอดภัยดี หลังจากนั้นดิฉันจะ..&amp;hellip;กอดลม..&amp;hellip;ส่งให้ลูก บอกราตรีสวัสดิ์ เมื่อลูกเข้านอนแล้ว
ดิฉันจะสามารถพูดอะไรกับสามีได้เต็มปากมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ความจริงก็คือ บางทีดิฉันอาจจะต้องโกหกบ้างนิดหน่อย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน พอง่วงดิฉันก็จะเข้านอนตามลำพังในห้องที่ห้ามคนอื่นเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตดิฉันจะเป็นอย่างนี้ทุกวัน แม้แต่วันหยุด (จนกว่าจะไม่มี) ดิฉันสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนที่จะมีอาการ ดังนั้นจนกว่าวิกฤตนี้จะผ่านไป สถานการณ์ในชีวิตดิฉันจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง บางครั้งดิฉันอาจจะกอดเพื่อนร่วมงาน เพราะเขาก็สกปรกๆกับดิฉัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในห้วงเวลาอันหนักอึ้งนี้ ดิฉันจะไม่สามารถได้รับสัมผัสแห่งรักของมนุษย์จากคนที่รักดิฉันที่สุดเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หลายเดือน ใครเล่าจะรู้ได้ เพราะส่วนนี้อยู่ในมือของประชาชนเป็นผู้กำหนด..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ดิฉันอยากขอร้องคุณก็คือ
ขณะที่คุณนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน โดยมีลูกอยู่บนตัก
โปรดช่วยให้วิกฤตนี้ จบลงเร็วๆ
ด้วยการไม่ออกไปข้างนอก เว้นแต่จำเป็นจริงๆ
อ้อมแขนของดิฉันว่างเปล่าทุกวัน ไม่เหมือนคุณเลย
ดิฉันเข้านอนคนเดียวทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่บ้านเถอะ กอดลูกคุณ นอนกับสามี ทานอาหารในจานกระเบื้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยินดีในสิ่งที่คุณยังสามารถทำได้
แต่เราบางคนทำไม่ได้ ดิฉันทำหน้าที่ของตัวเองอยู่
โปรดทำหน้าที่ของคุณด้วยเถิด...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;??อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;One Vaxxed Nurse.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61094</URL_LINK>
                <HASHTAG>พยาบาล, พิศณุ นิลกลัด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d54309f709.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
