<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ภ.6 ขยายผลจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดทรัพย์กว่า 60 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 -ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6.&amp;nbsp; ได้แถลงข่าวการขยายผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด โดยขยายผลยึดทรัพย์ที่ได้จากการค้ายาเสพติด และดำเนินคดีฐานฟอกเงิน เป็นทองคำมูลค่ากว่า 33 ล้าน เงินสด 23 ล้าน และทรัพย์สินอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก สืบเนื่องจากจากผลการจับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายของ นายฐปนันท์ หรือหนูเฉิน ธรรมรัตน์ธาดา พร้อมของการเป็นยาไอซ์ 1.5 ตัน เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2562 ซื่งเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ จากการสืบสวนขยายผลขบวนการดังกล่าว ทำให้สามารถยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดได้อีกกว่า 100 ล้านบาท และได้ออกหมายจับผู้มีส่วนร่วมในขบวนการค้ายาเสพติดและฟอกเงินได้อีกหลายราย&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ในวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ชุดสืบสวนได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3&amp;nbsp; สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 และสำนักงานป้องกันและปราบปรสามการฟอกเงิน ทราบว่า นายสมัดร์ชา อาร์กาเฮน อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ที่ 130/2564 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2564 กระทำความผิดฐาน ฟอกเงิน (จากการขยายผลคดียาไอซ์ 1.5 ตัน เครือข่ายนายฐปนันท์ หรือหนูเฉิน ธรรมรัตน์ธาดา) ได้หลบซ่อนอยู่ที่บ้านเลขที่ 494 ซ.สิริสุนทร แขวง/เขตสวนหลวง กทม. จึงได้ขอหมายค้นศาลอาญาพระโขนง ที่ ค.157/2564 เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว และได้พบตัวนายสมัดร์ชา อาร์กาเฮน ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ โดยนายสมัดร์ชาฯ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินของนายสมัดร์ชาฯ ที่อยู่ในบ้านพัก คือทองคำแท่ง (แท่งละ 1 กก.) จำนวน 18 แท่ง รวมน้ำหนัก 18 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 33 ล้านบาท(ผู้ต้องหาพาไปตรวจยึดจาก บริษัทรับซื้อ-ขายทองแห่งหนึ่ง ย่านแขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.) / เงินสดธนบัตรไทยทั้งสิ้นประมาณ 23 ล้านบาท / รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีขาว ทะเบียน 9กล-494 กทม. 1 คัน /รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีขาว ทะเบียน 4กล-494 กทม. ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมทรัพย์สิน ที่ตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจะได้ทำการขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120353</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตู้สล็อต, พิษณุโลก, ฟรีสล็อต, รีวิวสล็อต, สล็อตออนไลน์, เกมส์ออนไลน์, เครดิตฟรี, เว็บตรงแจกฟรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61700638c8f5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มคลี่คลาย! น้ำท่วมพิษณุโลกระดับน้ำลดลง ถนนสัญจรได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64 - สถานการณ์น้ำท่วมอำเภอวังทอง น้ำจากแม่น้ำเข็กได้ไหลล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมพื้นที่ต่ำในเขตตำบลชัยนาม ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่บ่ายวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมากระทั่งช่วงเย็น เมื่อวานนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงสุด ที่สถานีวัดระดับน้ำเข็ก N24 A น้ำขึ้นสูงสุด 12 เมตร จากนั้นค่อย ๆ ลดลงชั่วโมงละ 10 เซนติเมตร &amp;nbsp;น้ำได้ไหลเข้าท่วมผิวจราจรถนนพิษณุโลก-หล่มสัก หรือทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณตั้งแต่ คลองบึงพร้าวไปจนถึงหน้าที่ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอวังทอง ซึ่งเช้านี้ระดับน้ำได้ลดลงเล็กน้อย รถทุกชนิดสามารถสัญจรผ่านได้ กม.253-กม.252 น้ำท่วมผิวจราจร ความสูงเล็กน้อย 5-10 ซม. ทางหลวงได้นำป้ายและสัญญาณไฟแจ้งเตือนตั้งแต่ค่ำวานนี้ 25 ก.ย.64 กระทั่งเช้าวันนี้ยังมีน้ำท่วมผิวจราจรเป็นช่วง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญเหลือ บารมี นายอำเภอวังทอง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.วังทอง เริ่มคลี่คลายแล้ว หลังจากทางชลประทาน ได้มีการผันน้ำลงสู่แม่น้ำน่าน ในช่วงที่ จ.พิจิตร ทำให้มวลชนน้ำเริ่มลดระดับลง 5-10 ซม.ต่อชม. &amp;nbsp;แต่แม่น้ำวังทอง ยังมีการหลากท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่ทั้ง ต.ชัยนาม ต.วังนกแอ่น และ ต.วังทอง มีบ้านเรือนราษฎร ที่อาศัยริมตลิ่ง ถูกน้ำท่วมกว่า &amp;nbsp;100 หลังคาเรือน ส่วนระดับน้ำที่หลากท่วมผิวจราจรถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าโรงพยาบาลวังทอง จนถึง บ้านบึงพร้าว มีท่วมผิวจราจรเป็นช่วงๆ บางช่วงก็ท่วมทั้งเลนส์ถนน แต่รถเล็กยังสามารถสัญจรไปมาได้ ซึ่งล่าสุดระดับน้ำค่อยลดระดับลงแล้ว คาดว่าในช่วงเย็นผิวถนนจราจร ก็เป็นปกติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเหลือ กล่าวว่า ส่วนในเขตเทศบาลตำบลวังทอง ที่มีการป้องกันโดยการนำกระสอบทรายวางกั้นตลอดริมแม่น้ำ ได้ผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมไปได้ ไม่มีน้ำไหลผ่านเข้ามาในเขตตลาดหรือในเขตเทศบาลตำบลวังทอง และจากระดับน้ำที่ เริ่ม ไหลท่วมทุ่งและกระจายลงที่ต่ำ &amp;nbsp;เทศบาลตำบลวังทอง เริ่มมีน้ำ ท่วมผิวจราจรถนนสายบางสะพานบ้านวังครุฑ เส้นทางไปยังตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง แต่ก็ไม่มาเหมือนปี 2562 ที่ผ่านมา คาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติเร็วๆนี้ หากไม่มีฝนตกลงมาอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117889</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, พิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_6150122db3f23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มรสุมเข้า&#039;พิษณุโลก- สุโขทัย&#039; เตือนปชช.รับมือ เคลื่อนย้ายอพยพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64 - สถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำยม ยังคงมีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว(แม่น้ำยมสายเก่า) อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ยังคงเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีฝนตกหนัก และมีน้ำจาก จ.สุโขทัย เข้ามาสมทบทั้งแม่น้ำยม และ แม่น้ำยมสายเก่า หรือคลองบางแก้ว และในส่วนลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำน่าน ทั้งแม่น้ำแควน้อย, แม่น้ำวังทอง และแม่น้ำชมพู มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก กล่าวว่า จากปริมาณน้ำที่เพิ่มมากขึ้นใน จ.สุโขทัย และ ไนจังหวัดพิษณุโลก ทำให้กรมชลประทาน ใช้แผนบริหารจัดการน้ำ โดยผันน้ำแม่น้ำยมบางส่วนจากสุโขทัย เข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่าลงพื้นที่หน่วงน้ำ ทุ่งบางระกำโมเดล และผันออกทางคลองผันน้ำยมน่าน ไปลงแม่น้ำน่าน ที่ ต.คอรุม อ. พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เพื่อพร่องน้ำในแม่น้ำยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชำนาญ กล่าวต่อว่า ส่วนการระบายน้ำของเขื่อนหลัก ได้ปิดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ ส่วนเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ ลดการระบายเหลือวันละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเก็บกักน้ำ ลดผลกระทบท้ายเขื่อน &amp;nbsp;เพื่อให้แม่น้ำน่านสามารถรองรับน้ำจากแม่น้ำยม และแม่น้ำวังทอง ได้อย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง เตรียมความพร้อมรับมือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหาย เนื่องจากมีแนวโน้มว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นและอาจเกิดน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 12-15 ก.ย.64 &amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ อ.วังทอง และ อ.เนินมะปราง ส่วนอำเภอชาติตระการ นครไทย ได้ใช้มิสเตอร์เตือนภัย คอยเฝ้าระวัง ดินไหล โคลนถล่ม จากฝนตกสะสมอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116459</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, พิษณุโลก, สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dccbb4a73d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัดใหญ่เปิดให้เข้าสักการะพระพุทธชินราชเฉพาะด้านหน้าวิหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก สถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลก วันนี้เป็นวันแรกที่วัดใหญ่มีกำหนดเปิดวัดให้ประชาชนได้เข้าไปกราบ สักการะองค์พระพุทธชินราชได้บริเวณหน้าในวิหาร หลังจากทางวัดประกาศปิดวัด มาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบรรยากาศเช้านี้ มีประชาชนที่ทราบข่าวเปิดวัดเป็นวันแรกได้พาครอบครัว เข้ามาไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะที่เจ้าหน้าที่วัด ได้เตรียมเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ สเปรย์ฉีดแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือประชาชน &amp;nbsp;ติดตั้งไว้ตามจุดบริการต่างๆ อย่างทั่วถึง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เข้ามาภายในบริเวณวัดสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และรักษาระยะห่างตามมาตรการ การระบาดโควิด-19 &amp;nbsp;และจำกัดเวลาคนที่เข้าไปกราบบริเวณด้านหน้าวิหาร ครั้งละไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น และงดการนั่งสมาธิ สวดมนต์บริเวณด้านหน้าวิหารและไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย เข้าไปภายในบริเวณวัด และการเปิดวิหารช่วงนี้ เปิดเฉพาะประตูวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราชเท่านั้น ประตูวิหารด้านทิศเหนือ ทิศตะวันออกและทิศใต้ ยังไม่เปิดให้ประชาชนเข้าไปตามปกติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115263</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพุทธชินราช, พิษณุโลก, วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร, วัดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f0d15b5f8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาร์ม็อบพิษณุโลก บีบแตรไล่บิ๊กตู่รอบเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64 - ที่บริเวณ ด้านหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีการรวมตัวของกลุ่มคณะราษฎรภาคเหนือตอนล่าง มารวมตัวกันเพื่อแสดงออกทางการเมืองเชิงสัญญาลักษณ์ &amp;nbsp;โดยมีนายปุณณเมธ &amp;nbsp;อ้นอารี &amp;nbsp;หรือ &amp;nbsp;เกม เสรีชน &amp;nbsp;แกนนำคณะราษฎรภาคเหนือ และมีสมาชิกกลุ่มทยอยเดินทางมารวมในครั้งนี้จำนวนกว่า &amp;nbsp;30 คัน &amp;nbsp;มีทั้งใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ &amp;nbsp;พร้อมกับมีชูป้ายข้อความระบุถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ในการบริหารประเทศที่ล้มเหลว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายปุณณเมธ &amp;nbsp;กล่าวว่า กิจกรรม CAR PARK ในวันนี้ เป็นกิจกรรมการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;rdquo; ในฐานะราษฎร ที่บริหารประเทศมา 7 ปี ล้มเหลวในทุกมิติ โดยเฉพาะในวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ปล่อยให้มีผู้ติดเชื้อถึงหนึ่งล้านกว่าคน และเสียชีวิตนับหมื่นคน&amp;nbsp;ยังไม่รวมถึงประชาชนที่เสียชีวิตจากพิษเศรษฐกิจ และใช้เงินอย่างไร้ประสิทธิภาพ กู้เงินไปแล้ว 1.5 ล้านล้านบาท แก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ไม่สามารถจัดหาวัคซีนแบบ mRNA &amp;nbsp;ที่มีคุณภาพสูงได้อย่างทันท่วงที ทั้งที่มีโอกาสเลือกเข้าโครงการ covax ได้ตั้งแต่แรก ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินกว่า 12 ครั้ง จนทำให้ประชาชนรู้สึกอึดอัด สับสนกับคำสั่งของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปุณณเมธ ระบุว่า แถมยังสอดไส้การนิรโทษกรรมบุคคล &amp;nbsp;คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาหรือบริหารวัคซีน โดยการออก &amp;nbsp; พระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ..รวมถึงการจัดซื้อชุด ppe และ ชุดตรวจ antigen test kit ว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน และได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกหรือไม่ มีความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อมากน้อยแค่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่มคาร์ม็อบพิษณุโลก ได้เคลื่อนตัวพร้อมกับบีบแตร และใช้เคลื่องขยายเสียงพูดถึงการทำงานของนายกรัฐมนตรี ไปตามเส้นทางมหาวิทยาลัยนเรศวร ผ่านสี่แยกบ้านคลอง ผ่านสะพานนเรศวร เข้าสู่สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ ก่อนที่เข้าสู่วงเวียนรถไฟ ไปตามเส้นทางถนนบรมไตรโลกนาถ แล้ววนกลับสู่มหาวิทยาลัยนเรศวร อีกครั้ง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่มีสถานการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114969</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ม็อบ, พิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b888c0f33d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิษณุโลก’ฉีดบูสเตอร์เข็ม3ไฟเซอร์คึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก บุคลากรทางทางการแพทย์กว่า 1,000 คน เดินทางมารับการฉีดบูสเตอร์เข็มที่ 3 วัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งจังหวัดพิษณุโลก ได้รับการจัดสรรมาเพื่อฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 6,960 โดส หลังจากนั้นคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลก ได้กระจายไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้ง &amp;nbsp;9 อำเภอ โดยเฉพาะที่ รพ.พุทธชินราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด ได้รับวัคซีน เพื่อนำมาบูสเตอร์ &amp;nbsp;ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด่านหน้ากว่า &amp;nbsp;2,000 โดส เบื้องต้นวันนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด่าหน้า มาต่อแถวรับวัคซีน จำนวน 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุชาติ &amp;nbsp; พรเจริญพงศ์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ รพ.พุทธชินราช กล่าวว่า &amp;nbsp;ในส่วนการฉีดวัคซีนวันนี้ รพ.พุทธชินราชได้รับวัคซีนมา ก็เริ่มทำการฉีดกับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่แสดงความจำนงไว้ราว 2,000 คน ที่ต้องการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ โดยบุคลากรทางการแพทย์ของ รพ.พุทธชินราช มีจำนวนกว่า &amp;nbsp;3,000 คน ที่ได้มีการฉีดบูสเตอร์ แอสตร้าฯ ไปแล้วกว่า &amp;nbsp;1,500 คน ซึ่งที่เหลือกว่า 2,000 ก็สมัครใจรับบูสเตอร์เข็ม3 เป็นไฟเซอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการจัดสรรไฟเซอร์ของ รพ.พุทธชินราช ได้ทำการตรวจสอบว่าบุคคลใดที่ทำหน่าหน้าที่เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าจริงหรือไม่ จากนั้นก็จะนำรายชื่อทั้งหมด มาประกาศไว้เพื่อให้มีการตรวจสอบอีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสในการรับวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งหากใครไม่มีรายชื่อตามที่ประกาศ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะไม่ฉีดวัคซีนให้เด็ดขาด ทั้งนี้ทาง รพ.พุทธชินราช จะทำการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ ไฟเซอร์ เข็ม &amp;nbsp;3 ให้แพทย์ พยาบาล บุคลาการทางการแพทย์ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านหน้า รวมทั้งนักศึกษาแพทย์ในสังกัด รพ.พุทธชินราช จำนวน &amp;nbsp;2 วันคือ วันที่ &amp;nbsp;11 ส.ค. และ วันที่ &amp;nbsp;13 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112937</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุคลากรทางทางการแพทย์, บูสเตอร์, พิษณุโลก, วัคซีนไฟเซอร์, เข็มที่ 3, โรงพยาบาลพุทธชินราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_611363af8bf6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตจว.ติดเชื้อพุ่ง‘กุโบร์’ต้องถมเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่างจังหวัดรับศึกหนักโควิด! หลังผู้ติดเชื้อพื้นที่สีแดงทยอยกลับภูมิลำเนา ขณะที่สมุทรปราการวิกฤติไล่หลังเมืองกรุง ด้านพิษณุโลกทำงานเชิงรุกจัดตั้งศูนย์พักคอยทุกตำบล สลดปัตตานีกุโบร์ศพโควิดแน่นต้องถมดินเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นพ.รณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 1,336 ราย เสียชีวิต 6 ราย เป็นเพศชายจำนวน 3 ราย เป็นเพศหญิงจำนวน 3 ราย อายุระหว่าง 40-87 ปี มีโรคประจำตัว 4 ราย ไม่ระบุ 2 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 441 ราย ทั้งนี้ ล่าสุด โรงพยาบาลสนาม จำนวนเตียงคงเหลือ 226 เตียง โรงพยาบาลเอกชนจำนวนเตียงคงเหลือ 4 เตียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอเมืองพิษณุโลก กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้กำหนดมาตรการรองรับสำหรับผู้ป่วยระดับต่างๆ เพื่อให้มีความพร้อม ทางจังหวัดจึงได้มีการเตรียมศูนย์พักคอย, Home Isolation, Community Isolation &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ป่วยที่กำลังหายจากโควิดได้มาพักฟื้นก่อนเดินทางกลับบ้าน ซึ่งในส่วนอำเภอเมืองฯ ตนได้สั่งการให้ทุกตำบลดูสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือ โรงเรียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ยังอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 481 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขผู้ป่วยทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมาของ จ.บุรีรัมย์ แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 4 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 477 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 5,888 ราย เสียชีวิตสะสม 8 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 31,007 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 22,939 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 8,068 รายล่าสุด ขณะนี้มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 1,004 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 556 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทาง และส่งรถไปรับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ที่วิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ศูนย์พักพิงจะทำหน้าที่สังเกตอาการของผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดสีแดงเข้ม ซึ่งทุกคนจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ดังนั้นในช่วงของการรอผลตรวจ ทุกคนจะต้องอยู่ในการกำกับควบคุมของศูนย์พักพิงแห่งนี้ ควบคู่กับการกักตัวผู้ที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อตามแผนการดำเนินงานที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อกำหนด ล่าสุดเราได้รับการรายงานยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 188 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสม 5,520 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ระบุว่า ขณะที่การเตรียมการปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับการอภัยโทษนั้น เรือนจำกลางขอนแก่นได้ประสานงานมาที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อในการพขอปล่อยตัวชุดละ 300 คน และจะมีผู้ต้องขังได้รับการพักโทษอีก 187 คน ซึ่งทุกคนจะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและเข้ารับการตรวจร่างกายและพบแพทย์ ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวอย่างข้มงวดทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ห้องประชุมสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา แพทย์หญิง อารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด รายงานสถานการณ์คลัสเตอร์ที่ต้องจับตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุดพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่นิวไฮใหม่ จำนวน 562 ราย ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงสุดใหม่ โดยเป็นผู้ ติดเชื้อจากนอกจังหวัด จำนวน 359 ราย, &amp;nbsp;ติดเชื้อในจังหวัด จำนวน 209 ราย และเสียชีวิต 1 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมทั้งหมด จำนวน 9,471 ราย โดยยอดผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเกินครึ่งมาจากพื้นที่เสี่ยงและเป็นผู้ป่วยจากนอกพื้นที่เข้ามารักษาในจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 261 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 คน ซึ่งขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสม 10,771 คน รักษาหายแล้ว 7,115 คน และเสียชีวิตสะสม 148 ศพ ส่วนโรงพยาบาลสนามทั้ง 14 แห่ง ที่มีเตียงรองรับทั้งหมด 1,715 เตียง แต่ตอนนี้มีเตียงว่างเพียง 294 เตียง ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่วิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 5 วันแรกของต้นเดือนสิงหาคม มีผู้ที่เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปแล้วกว่า 28 ราย ซึ่งร่างของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ของจังหวัดปัตตานี ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยจะใช้วิธีการฝัง และต้องฝังภายใน 24 ชั่วโมงที่สุสานหรือกุโบร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการระบาดอย่างหนักของโควิด-19 โดยในช่วงที่ผ่านมาจากการระบาดหนักของโควิด-19 ในจังหวัดปัตตานี ทำให้กุโบร์ต้องรับศพไปฝังตามพิธีมากเช่นกัน &amp;nbsp;เช่น ที่กุโบร์โตะเบาด์ ตำบลบานา อำเภอเมืองฯ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 30-40 ราย ซึ่งเฉลี่ยวันละ 2-3 รายต่อวัน ทั้งมาจากในพื้นที่และรอบนอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขณะนี้สุสานดังกล่าวต้องนำดินมาถมเพิ่มเสมอกำแพงด้านใน เพื่อให้สามารถรับร่างผู้ที่เสียชีวิตได้ 2 ชั้น และที่สำคัญช่วยลดปัญหาเรื่องที่อาจเกิดกลิ่นได้ เนื่องจากสุสานดังกล่าวตั้งอยู่พื้นที่บริเวณติดกับถนนเศรษฐกิจแห่งหนึ่งในเทศบางเมืองปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในจังหวัดก็ยังเร่งฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มสะพานปลาให้เร็วที่สุด เนื่องจากพบว่าบริเวณท่าเทียบเรือปัตตานี หรือสะพานปลา ซึ่งเป็นตลาดปลาและจุดลงปลาจากเรือ มีกลุ่มแรงงานข้ามชาติเป็นจำนวนมากที่ติดเชื้อ ซึ่งที่ ผ่านมาทั้งประชาชนคนไทยและแรงงานข้ามชาติที่อยู่สะพานปลา ติดแล้วร่วมกว่า 300 คน ถือว่าเป็นคลัสเตอร์หนึ่งในจังหวัดปัตตานี และเกรงว่าเชื้อจะขยายมากขึ้น จึงต้องทำการฉีดให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน อ.เบตง จ.ยะลา ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะรม ฝ่ายปกครอง จากอำเภอเบตง พร้อมด้วยกำลังอาสารักษาดินแดน (อส.) ผู้นำชุมชนผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ได้ร่วมกันปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้านลูโบ๊ะบือเดร์ หมู่ที่ 3 บ้านสวนใหม่ ตำบลยะรม อำเภอเบตง เพื่อไม่ให้ประชาชนผ่านทั้งเข้าและออก ซึ่งถือเป็นการปิดหมู่บ้านแบบเด็ดขาด เนื่องจากในหมู่บ้านพบกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งปิดหมู่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด หลังพบกลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มเสี่ยงต่ำกว่า 60 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ใน จ.ยะลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 199 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย สะสม 70 ราย รักษาหายแล้ววันนี้ 176 ราย และในพื้นที่ อ.เบตง ล่าสุด วันนี้พบรายใหม่ 22 ราย เสียชีวิตสะสม 5 ราย รวมผู้ติดเชื้อ 428 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112451</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.รณรงค์ ศรีม่วง, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ, พิษณุโลก, รับศึกหนักโควิด, สมุทรปราการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5bcabcd2bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
