<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันงดสูบบุหรี่โลกชู&quot;อมควันเข้าไปโรคหัวใจถามหา&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สธ.&amp;nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;Tobacco and Heart Disease&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษ์หัวใจ ห่างไกลบุหรี่&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นปีแรกที่เชื่อมโยงโรคหัวใจกับการสูบบุหรี่ ซึ่งเกือบร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ของคนวัยหนุ่มสาวถึงกลางคนที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 18&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;จ.นนทบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศาสตราจารย์คลินิก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกียรติคุณ &amp;nbsp;นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์แดเนียล&amp;nbsp;เคอร์เทสซ์ (Dr. Daniel&amp;nbsp;Kertesz)&amp;nbsp;ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย พลตำรวจตรีนายแพทย์เกษม รัตนสุมาวงศ์ เลขาธิการสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวการจัดงานรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี&amp;nbsp;2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกลกล่าวว่า องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันที่&amp;nbsp;31พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก เพื่อให้รัฐภาคีสมาชิกทั่วโลกร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความรอบรู้ถึงอันตรายของบุหรี่ที่มีผลต่อสุขภาพ ในปี&amp;nbsp;2561นี้ เป็นปีแรกที่เชื่อมโยงโรคหัวใจมาเป็นประเด็นการรณรงค์ ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;Tobacco and Heart Disease&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษ์หัวใจ ห่างไกลบุหรี่&amp;rdquo;&amp;nbsp;เนื่องจากบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก โดยแต่ละปี &amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่มากกว่า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากรายงานผลการสำรวจการบริโภคยาสูบของประชากรไทย อายุ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปีขึ้นไป ล่าสุดในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ที่ผ่านมา พบจำนวนผู้สูบบุหรี่&amp;nbsp;10.7&amp;nbsp;ล้านคน คิดเป็นอัตราการสูบบุหรี่ ร้อยละ&amp;nbsp;19.1&amp;nbsp;ของประชากรกลุ่มนี้ เมื่อพิจารณาแนวโน้มการบริโภคยาสูบของประชากรไทยโดยรวม ในรอบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2549-2560)&amp;nbsp;พบว่า อัตราการสูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องอย่างช้า ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายสำคัญในการทำงานจึงมุ่งเน้นกลุ่มเยาวชนอายุ&amp;nbsp;15 &amp;ndash; 24&amp;nbsp;ปี เพื่อลดนักสูบหน้าใหม่ เพราะการไม่สูบบุหรี่ จะลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงานรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ขึ้น โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน และประทานรางวัล&amp;nbsp;World&amp;nbsp;&amp;nbsp;No Tobacco Day Award 2018&amp;nbsp;และโล่ประกาศเกียรติคุณแก่บุคคล หรือหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ รวมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการทางวิชาการ การให้บริการทางการแพทย์ กิจกรรมสอดแทรกความรู้ ในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00-20.00&amp;nbsp;น. ณ บริเวณลานโปรโมชั่น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เขตลาดพร้าว กทม.
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้ดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบในทุกมิติ รวมถึงมิติด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นมิติสำคัญที่ขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคม และสถานที่สาธารณะปลอดบุหรี่อย่างแท้จริง &amp;nbsp;การรณรงค์&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษ์หัวใจ ห่างไกลบุหรี่&amp;rdquo; &amp;nbsp;เป็นการรณรงค์ป้องกันควบคุมการเสพผลิตภัณฑ์ยาสูบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ที่เสพติดให้เลิกสูบบุหรี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และปกป้องประชาชนจากการได้รับ&amp;nbsp;ควันบุหรี่ เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับสารพิษจากบุหรี่ และเป็นการปกป้องดูแลหัวใจและหลอดเลือดด้วย โดยประสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ทั้งเชิงนโยบาย และการขับเคลื่อนให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงโทษ พิษภัย และผลกระทบจากการสูบบุหรี่ และการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ได้จัดระบบให้บริการช่วยเลิกบุหรี่ในสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐ สามารถขอรับบริการช่วยเลิกบุหรี่ได้ที่โรงพยาบาล สถานบริการสาธารณสุขภาครัฐใกล้บ้านได้ทุกแห่ง และขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1600&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายแพทย์แดเนียล&amp;nbsp;เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า วันงดสูบบุหรี่โลกในปีนี้องค์การอนามัยโลก กำหนดคำขวัญในการรณรงค์ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษ์หัวใจ ห่างไกลบุหรี่&amp;rdquo;&amp;nbsp;เน้นย้ำให้เห็นถึงผลกระทบของบุหรี่กับโรคหัวใจวาย และหลอดเลือดสมองอุดตัน เพื่อกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ เพิ่มความพยายามในการยุติผลกระทบจาก พิษภัยของบุหรี่ โดยเฉพาะการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการลองสูบบุหรี่ เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;โดยคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าการสูบบุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน ก่อให้เกิดโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ มีคนไทยกว่า&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;คน เสียชีวิตจากโรคที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ หลายคนทุพพลภาพ ไม่สามารถหายใจ ออกกำลังกาย เดินหรือมีชีวิตได้อย่างปกติ ปัจจุบันเยาวชน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ล้านคนทั่วโลกหันมาเริ่มสูบบุหรี่ อีกประมาณ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ล้านคนสูบบุหรี่แบบไร้ควัน มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคหัวใจเนื่องจากการสูบบุหรี่มากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านคนทั่วโลก การเลิกสูบบุหรี่จะช่วยรักษาหัวใจ โดยหลังจากเลิกสูบบุหรี่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี จะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวายลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับผู้ที่สูบบุหรี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจตรี นายแพทย์เกษม รัตนสุมาวงศ์ เลขาธิการสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองปีละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;คน คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของสาเหตุการเสียชีวิตในแต่ละปี ผู้ที่มีอายุระหว่าง&amp;nbsp;30 - 45&amp;nbsp;ปีที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนที่ไม่สูบถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เท่า หรือเกือบครึ่งหนึ่งของคนวัยหนุ่มสาวถึงกลางคนที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ ผู้ที่เป็นผู้สูบบุหรี่มือสอง (Passive or Second Hand Smoker)&amp;nbsp;มีโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดพอๆ กับผู้ที่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เพียง&amp;nbsp;1 &amp;ndash; 2&amp;nbsp;มวนต่อวันก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ บุหรี่ไร้ควัน หรือ&amp;nbsp;E cigarette&amp;nbsp;มีสารนิโคตินซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เช่นกัน ผู้ที่เคยสูบบุหรี่และสามารถเลิกบุหรี่ได้สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ถึงร้อยละ&amp;nbsp;30&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ข้อมูลจากการสำรวจล่าสุดมีคนไทยที่เคยสูบบุหรี่แต่เลิกสูบได้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.75&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านคน จึงขอเชิญชวนผู้สูบบุหรี่ให้ลงมือเลิกในวันงดสูบบุหรี่โลก โดยเริ่มต้นจากการไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ซึ่งจะทำให้เลิกสูบได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9482</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุหรี่กับโรคหัวใจ, พิษบุหรี่, วันงดสูบบุหรี่โลกปี61, สิงห์อมควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb6dae5864.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้พิษของบุหรี่มีผลต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเสวนา &amp;ldquo;พิษของบุหรี่ต่อสตรี ยิ่งมีมากกว่าบุรุษ จัดโดยมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สนับสนุนโดย สสส. โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ประธานราชวิทยาลัยสุตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย อาจารย์แพทย์หญิงนภารัตน์ อมรพุฒิสถาพร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคุณแสงเดือน สุวรรณรัศมี ผู้จัดการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกันเสวนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า การสำรวจความชุกการสูบบุหรี่ของนักเรียนไทยอายุ 13-15 ปี พบว่า&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ วัยรุ่นหญิงสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจาก 2% ในปี 2551 เป็น 5% ในปี 2558 ขณะที่นักเรียนชายยังคงที่อยู่ประมาณ 21% ถือเป็นสัญญาณอันตราย โดยประเด็นที่น่าห่วงคือเยาวชนหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งมีแนวโน้มเยาวชนไทยสูบบุหรี่มากขึ้น เพราะมีหลักฐานการวิจัยจากต่างประเทศว่า เยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าต่อมากลายไปสูบบุหรี่ธรรมดา&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า นอกจากนี้ จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2557 ระบุว่า หญิงไทยจำนวนมากมีความรู้ไม่มากพอเรื่องอันตรายของการสูบบุหรี่ต่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ โดยจากคำถามถึงการรับรู้ว่าบุหรี่เป็นสาเหตุของมารดาคลอดทารกก่อนกำหนด 28-34 สัปดาห์ พบว่า มีคุณแม่ที่ไม่สูบบุหรี่เพียง 54.3% รู้ว่ามีอันตราย ส่วนคุณแม่ที่สูบบุหรี่มีเพียง 39.5% เท่านั้นที่รู้ว่าการสูบบุหรี่มีอันตรายต่อทารกในครรภ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจการได้รับควันบุหรี่มือสองในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ของประเทศไทย พบว่า การรับควันบุหรี่มือสองภายในบ้านนั้น ผู้หญิงอยู่ที่ประมาณ 8.46 ล้านคน ผู้ชายราว 3.11 ล้านคน &amp;nbsp;การรับควันบุหรี่มือสองในที่ทำงาน ผู้หญิงประมาณ 1.34 ล้านคน ผู้ชาย 1.24 ล้านคน ภาคใต้สูงสุด 2.2 ล้านคน อัตราอยู่ที่ 43.5% ภาคอีสาน 3.9 ล้านคน อัตรา 29% ภาคกลาง 2.7 ล้านคน อัตรา 27.6% ภาคเหนือ 2 ล้านคน อัตรา 25.9% และ กทม. 6 แสนคน อัตรา 13.2%&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น &amp;nbsp;และจากงานวิจัยของ ดร.วรนุช หวังศุภชาติ ในปี พ.ศ.2553 เพื่อสำรวจอัตราการสูบบุหรี่ในผู้หญิงที่ทำอาชีพต่างๆ ในกทม. พบว่า ผู้หญิงทำงานอาบอบนวดมีการสูบบุหรี่ร้อยละ 41.4 แอร์โฮสเตสร้อยละ &amp;nbsp;10 คนงานก่อสร้างร้อยละ 9 &amp;nbsp;แม่บ้าน 5.7 และนักธุรกิจร้อยละ 4.9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.นพ.ภิเศก กล่าวว่าผู้หญิงจะมีแนวโน้มการเกิดโรคต่างๆจากการสูบบุหรี่เร็วกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงจะมีฮอร์โมนที่แตกต่างและมีมดลูก ระบบเจริญพันธุ์ที่ผู้ชายไม่มี โดยผลต่อระบบเจริญพันธ์คือ จะทำให้ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ เกิดภาวะมีบุตรยาก อาการวัยทองมากและรุนแรงมากขึ้น และประจำเดือนหมดเร็วกว่าปกติ หญิงตั้งครรภ์จะให้กำเนิดบุตรที่น้ำหนักตัวน้อยเมื่อเทียบกับอายุครรภ์ ประมาณ 200-500 กรัม มีความเสี่ยงเด็กตายในท้อง หรือเด็กเสียชีวิตกะทันหันหลังคลอด ส่งผลต่อการที่แม่ให้นมบุตรลดน้อยลง ซึ่งอาจจะเกิดจากการสูบบุหรี่หรือไม่ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพอย่างอื่น อาทิระบบหัวใจและหลอดเลือด พบว่า เสี่ยงหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดสมองอุดตัน และเส้นเลือดสมองแตก โรคปอด ทั้งหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง พบภาวะซึมเศร้ามากขึ้น การอักเสบของปริทันต์ ถุงน้ำดีอักเสบมากขึ้น เป็นโรคกระเพาะมากขึ้น ต้อกระจก หน้าตาเหี่ยวย่นจาการทำลายคอลลาเจน นอกจากนี้ในประเทศเนปาลอายุขัยของผู้หญิงจะน้อยกว่าผู้ชาย จากข้อมูลพบว่ามีอัตราการสูบบุหรี่ในผู้หญิงสูงมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4488</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุหรี่, ผู้ชาย, ผู้หญิง, พิษบุหรี่, มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, สสส., สุขภาพ, อันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fbef1568a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
