<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดทำธุรกิจรายได้หด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ภาคธุรกิจ&amp;rdquo; ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา เพราะทันทีที่สถานการณ์การระบาดเริ่มรุนแรงขึ้น รัฐบาลได้ออกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดอย่างชัดเจน ประมาณ 3 เดือน ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดหยุดชะงัก ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยผู้ประกอบการหลายส่วนพยายามดิ้นรน ขณะที่ภาครัฐเองก็พยายามออกมาตรการมาเพื่อดูแลภาคธุรกิจให้ยังคงมีชีวิตรอดต่อไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ธุรกิจในกลุ่มท่องเที่ยว อาทิ ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เป็นกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวนี้เกี่ยวเนื่องกับแรงงานเป็นจำนวนมาก เมื่อกลไกของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเดินได้ไม่ครบ แม้ว่ารัฐบาลจะคลายมาตรการล็อกดาวน์ไปพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังไม่ช่วยทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งเหมือนที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เกี่ยวกับเรื่องนี้ &amp;ldquo;ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย&amp;rdquo; โดย พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย ระบุว่า ประเมินว่าปี 2564 จะยังเป็นปีที่ธุรกิจไทยเผชิญความท้าทายแม้สถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น โดยคาดว่ายอดขายที่หดตัวมากถึง 9.0% ในปี 2563 จะยังต่ำกว่าระดับปกติในปี 2564 เป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการชำระหนี้ หลังมาตรการพักชำระหนี้เป็นการทั่วไปสิ้นสุดลง ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลงบการเงินในระดับรายบริษัทกว่า 2 แสนราย พบว่าอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio : ICR) ในภาพรวมจะลดลงจาก 3.62 เท่า ในปี 2562 มาอยู่ที่ 3.11 เท่า ในปี 2563 และจะใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี ถึงจะกลับไปสู่ระดับเดิม ขณะที่กิจการที่มีกำไรจากการดำเนินงานไม่เพียงพอจ่ายดอกเบี้ย หรือมี ICR ต่ำกว่า 1 เท่า จะมีสัดส่วนมากถึง 28-30% ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์เศรษฐกิจซบเซาที่มีแนวโน้มลากยาว อาจส่งผลให้กิจการซมไข้ยาวนาน หรือกิจการที่มี ICR ต่ำกว่า 1 เท่า ติดต่อกันเป็นเวลา 3 รอบปีบัญชี มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยอยู่ที่ 9.5% ของกิจการทั้งหมด ในปี 2562 เป็น 14% ของกิจการทั้งหมดในปี 2563 และจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 26% ภายในปี 2565&amp;rdquo; พชรพจน์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ขณะที่ &amp;ldquo;ณัฐพร ศรีทอง นักวิเคราะห์&amp;rdquo; กล่าวว่า ต้องจับตามองธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นพิเศษ หลังพบว่าเป็นธุรกิจที่มีกิจการซมไข้ยาวนานในปี 2563 มากถึง 29% และ 26% ของกิจการทั้งหมดตามลำดับ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 48% และ 38% ภายในปี 2565 ได้หากไม่มีการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้ ยังขึ้นอยู่กับแนวโน้มการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและพัฒนาการของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะมีผลต่อธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร และแนวโน้มกำลังซื้อในประเทศ ภาวะการมีงานทำ รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน เพราะจะกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง นอกจากนั้นยังมีอีกหลายธุรกิจที่จะมีจำนวนกิจการซมไข้ยาวนานสูงกว่าค่าเฉลี่ย เช่น ธุรกิจสื่อและบันเทิง ธุรกิจเครื่องหนัง ธุรกิจเครื่องสำอาง และธุรกิจสิ่งทอ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ด้าน &amp;ldquo;ชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ นักวิเคราะห์&amp;rdquo; มองว่า การจัดการกับกิจการซมไข้ยาวนานที่จะเพิ่มมากขึ้นคือโจทย์ท้าทายในระยะข้างหน้า ซึ่งการดำเนินนโยบายต่างๆ จำเป็นต้องมีความเฉพาะเจาะจง โดยคำนึงถึงพื้นฐานทางการเงินของกิจการ และศักยภาพการกลับมาฟื้นตัวของธุรกิจ รวมถึงต้องคำนึงถึงการป้องกันปัญหา Moral Hazard ที่อาจจะตามมาได้ อีกทั้ง ควรให้การสนับสนุนในมิติอื่นๆ นอกเหนือจากเงินทุนควบคู่ไปด้วย เช่น การยกเครื่องธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กับการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจปรับตัวเพื่อแสวงหาโอกาสในตลาดศักยภาพใหม่ๆ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่สอดรับกับบริบท New Normal อย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80517</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, พิษโควิดทำธุรกิจรายได้หด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
