<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกอุทธรณ์คดีหุ้นชินฯ &#039;ทักษิณ&#039;แห้ว1.7หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; หลังดิ้นสู้ ไม่ยอมเสียภาษีขายหุ้นชินคอร์ปวงเงินกว่า 1.7 หมื่นล้าน &amp;nbsp;คำวินิจฉัยระบุชัดข้ออ้างฝ่ายอุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น ให้ &amp;quot;โอ๊ค-เอม&amp;quot; เป็นตัวแทนเชิด ขายหุ้นนอกตลาดต่ำกว่าราคาตลาด ซัด เจตนาไม่สุจริตหวังเลี่ยงภาษี ทำรัฐเสียประโยชน์ ไม่ให้งดหรือลดเบี้ยปรับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากพรรคเพื่อไทย (พท.) กำลังเผชิญมรสุมทางการเมือง กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เขียนจดหมายและอัดคลิปวิดีโอเพื่อขอให้ชาวเชียงใหม่สนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ในนามพรรคเพื่อไทย ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ช่วยหาเสียง จนเป็นประเด็นทางกฎหมายอันอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นพรรคการเมืองของพรรคเพื่อไทย ล่าสุดมีอีกประเด็นที่น่าสนใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากศาลฎีกาแจ้งถึงเอกสารเลขที่ สภ.3 (อธ.3)/309/2563 เป็นผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ที่ได้พิจารณาอุทธรณ์ของนายทักษิณ &amp;nbsp;ชินวัตร ฉบับลงวันที่ 25 เมษายน 2560 เกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2549 โดยคำวินิจฉัยนี้แยกย่อยออกมาเป็นหลายประเด็น มีนายพงษ์ศักดิ์ เมธาพิพัฒน์ ผู้แทนอธิบดีกรมสรรพากร นายประภาส สนั่นศิลป์ &amp;nbsp;ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด นายพิสิทธิ์ ศรีวรานันท์ ผู้แทนกรมการปกครอง ร่วมลงนามในคำวินิจฉัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำวินิจฉัยระบุว่า ให้ยกอุทธรณ์ซึ่งคัดค้านการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามแบบ ภงด.12-03025250-25600328-001-00005 ลงวันที่ 28 มีนาคม &amp;nbsp;2560 เป็นเงินทั้งสิ้น 17,629,585,191.00 (หนึ่งหมื่นเจ็ดพันหกร้อยยี่สิบเก้าล้านห้าแสนแปดหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) ให้ผู้อุทธรณ์นำเงิน ภาษีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ไปชำระ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาบางพลัด กรุงเทพมหานคร เป็นเงิน 17,629,585,191.00 &amp;nbsp;บาท 00 สตางค์ (หนึ่งหมื่นเจ็ดพันหกร้อยยี่สิบเก้าล้านห้าแสนแปดหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ พร้อมทั้งเงินเพิ่มตามกฎหมาย โดยคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ทำไว้สองฉบับ &amp;nbsp;เก็บไว้ที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หนึ่งฉบับ ส่งให้ผู้อุทธรณ์หนึ่งฉบับ ลงวันที่ 1 กันยายน 2563 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ประเด็น 8.3 ผู้อุทธรณ์กล่าวอ้างว่า &amp;nbsp;หนังสือแจ้งการประเมินดังกล่าวไม่มีข้อเท็จจริง ผู้อุทธรณ์และคุณหญิงพจมานฯ ยังคงถือหุ้นชินคอร์ป ฯลฯ ในเวลานั้น พิจารณาในประเด็นดังกล่าวไว้แล้วข้างต้น ประกอบกับได้พิจารณาตามประเด็นที่ 1 และประเด็นที่ 2 จึงไม่พิจารณาในประเด็นนี้อีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 9 ผู้อุทธรณ์กล่าวอ้างว่า หนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) ลงวันที่ 28 มีนาคม 2560 ไม่มีการระบุเลขที่ใบแจ้งภาษีอากร ทำให้การยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษี ไม่สามารถระบุเลขที่ใบแจ้งภาษีอากร ในแบบคำอุทธรณ์ (ภ.ส.6) ได้ครบถ้วนถูกต้อง &amp;nbsp;หนังสือแจ้งภาษีฯ ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิจารณาแล้วเห็นว่าในคำอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์ได้มีการระบุเลขที่หนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีประเด็นต้องพิจารณา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 10 ผู้อุทธรณ์กล่าวอ้างว่า การประเมินภาษีผู้อุทธรณ์เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายระเบียบ การจัดเก็บภาษีไม่เป็นไปตามบทบัญญัติประมวลรัษฎากรและไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิจารณาแล้วเห็นว่า การประเมินภาษีผู้อุทธรณ์ เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายระเบียบ เป็นไปตามบทบัญญัติประมวลรัษฎากรและเป็นธรรมแล้ว ข้อกล่าวอ้างของผู้อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีข้อเท็จจริงที่ผู้อุทธรณ์กล่าวอ้างเพิ่มเติมได้พิจารณาในประเด็นดังกล่าวไว้แล้วตามประเด็นที่ 1 ถึงประเด็นที่ 3 จึงไม่พิจารณาประเด็นดังกล่าวอีก สรุปการประเมินภาษีชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงมีมติให้ยกอุทธรณ์เสียทั้งสิ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำวินิจฉัยยังระบุอีกว่า ประเด็นของดหรือลดเบี้ยปรับตามมาตรา 22 แห่งประมวลรัษฎากร พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามพฤติการณ์ผู้อุทธรณ์เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปที่แท้จริงที่ต้องเสียภาษีอากร &amp;nbsp;แต่ให้นายพานทองแท้ฯ และนางสาวพินทองทาฯ เป็นตัวแทนเชิดในการซื้อหุ้นชินคอร์ปจากแอมเพิลริชฯ นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ในราคาต่ำกว่าราคาตลาด จึงมีเจตนาไม่สุจริตเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอากรและทำให้รัฐเสียประโยชน์ จึงไม่งดหรือลดเบี้ยปรับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นของดหรือลดเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากรนั้น ไม่มีบทบัญญัติใดที่ให้อำนาจงดหรือลดเงินเพิ่มได้ จึงไม่งดหรือลดเงินเพิ่ม. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88717</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ประภาส สนั่นศิลป์, พงษ์ศักดิ์ เมธาพิพัฒน์, พิสิทธิ์ ศรีวรานันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff1d6a03af8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
