<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบกฎหมายมั่นคงไซเบอร์ กำหนดภัยคุกคาม 3 ระดับ รับมือการโจมตีทางออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.61- นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ... ตามที่กระทวงดีอีเสนอ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทั่วโลกมีการโจมตีทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยหลายประเทศถูกเจาะข้อมูล เช่น ฐานข้อมูลคนไข้ในโรงพยาบาล ระบบธนาคาร และฐานข้อมูลประชาชน ฯลฯ มีลักษณะการโจมตีแบบ Malware (มัลแวร์) ซึ่งคล้ายไวรัสเข้าระบบคอมพิวเตอร์ แบบ ddos โดยตั้งโปรแกรมให้ไม่สามารถใช้บริการของเครือข่ายการให้บริการได้ และในอนาคตจะมีการก่อการร้ายและเรียกค่าไถ่ทางไซเบอร์ &amp;nbsp;ซึ่งเกิดขึ้นแล้วในบางประเทศ โดยมีการล็อกระบบแล้ว ให้เจ้าของระบบจ่ายเงินเพื่อแลกกับการปลดล็อก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ คือกลไกในการเฝ้าระวัง ป้องกัน รับมือ ลดความเสียงจากการคุกคาม ทั้งระดับพื้นที่และความมั่นคงของรัฐ โดยกฎหมายฉบับนี้จะมุ่งไปที่ความปลอดภัยด้านการเงินการธนาคาร ระบบการขนส่ง พลังงาน และสาธารณูปโภค สาธารณสุข โทรคมนาคม บริการภาครัฐ ความมั่นคง และอื่นๆ โดยมีการกำหนดภัยคุกคาม 3 ระดับ 1.ระดับเฝ้าระวัง 2.ระดับร้ายแรง 3.ระดับวิกฤต ซึ่งส่งผลต่อความเสียหายระดับประเทศ ส่วนการรับมือนั้น มีตั้งแต่การขอความร่วมมือ ไปจนถึงการมีคำสั่งศาลขอตรวจสอบการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ โดยการจะตรวจค้น ต้องมีคำสั่งศาล และจะมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ &amp;nbsp;โดยปี 2562 จะมีการจัดซ้อมรับมือภัยทางไซเบอร์ พร้อมประสานงานระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชฐ กล่าวว่า ครม.ยังได้เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.... เนื้อหากฎหมายแบ่งเป็น 3 ส่วน 1.ส่วนบุคคลในฐานะเจ้าของข้อมูล 2.ผู้ควบคุมข้อมูล และ 3.ผู้ประมวลผลข้อมูล เมื่อกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ ถ้าเป็นข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูลประชาชน การขอความยินยอมจากประชาชนจะมีความสำคัญมาก เช่น ถ้าสมัครแอพพลิเคชั่น จะต้องมีช่องที่ขอรับการยินยอมที่จะเปิดเผยข้อมูลหรือไม่ โดยกฎหมายระบุให้ประชาชนต้องเห็นชัด และเข้าใจได้ พร้อมระบุวัตถุประสงค์ในการใช้ตั้งแต่แรก ว่าจะนำข้อมูลของคนไปทำอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะช่วยจัดระบบสังคมว่าอย่านำข้อมูลของประชาชนไปใช้ซี้ซั้ว และอย่านำข้อมูลไปหาประโยชน์ โดยไม่ได้รับการยินยอม ถ้าประชาชนเปลี่ยนใจไม่ให้ข้อมูล พ.ร.บ.ฉบับนี้อนุญาตให้เจ้าของข้อมูลถอนการยินยอมได้ แต่มีข้อยกเว้นที่ไม่เข้าข่ายกฎหมายนี้ เช่น ในกรณีอันตรายต่อชีวิต เช่น หมอกับคนไข้ เวลาฉุกเฉินสามารถดำเนินการได้ แต่อยู่ภายใต้จริยธรรม หรือ เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ การศึกษาวิจัยที่ไม่หากำไร&amp;rdquo; นายวิเชฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชฐ กล่าวว่า &amp;nbsp;จะมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจัดตั้งสำนักงานข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนบทกำหนดโทษ ได้ศึกษาจากกฎหมายของสหภาพยุโรปมาเทียบเคียง โดยจะมีโทษปรับในกรณีไม่ให้ความร่วมมือ &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่เป็นการกระทำที่มีความเสียหายก็จะมีโทษทางอาญา อย่างไรก็ตาม ในช่วงกฎหมายยังไม่ได้ประกาศใช้ จะใช้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาไปก่อนจนกว่ากฎหมายจะประกาศใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้ มี 4 ฉบับที่เคลื่อนที่ไปแล้ว คือ ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กับ ร่าง พ.ร.บ.สำนักงานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยส่งไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อบรรจุวาระแล้ว อีก 2 ร่าง พ.ร.บ.การพิสูจน์และยืนตัวตนทางดิจิทัล พ.ศ....เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กำลังส่งไปที่ สนช. และยังมี ร่าง พ.ร.บ.สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ.... เพื่อให้เอกชนมาทำงานร่วมกันมากขึ้น คล้ายกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อทำงานร่วมกับรัฐบาลและพัฒนาบุคลากร โดยกระทรวงดีอีเป็นธุระผลักดัน เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะพาไทยไปสู่ยุคดิจิทัลมีความพร้อมสูง จะทำให้เดินหน้า&amp;rdquo;นายพิเชฐ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24527</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์, พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, พิเชฐ  ดุรงคเวโรจน์, รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18ba758a01b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ดีอี’โอ่เน็ตประชารัฐขานรับนโยบายไทยแลนด์4.0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.2561 - ดร.พิเชฐ &amp;nbsp;ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า โครงการเน็ตประชารัฐ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาลที่มีนโยบายให้ประเทศไทยก้าวสู่ประเทศแห่งการพัฒนา หรือไทยแลนด์ 4.0 บนวิสัยทัศน์ มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกมิติ และผลักดันให้ไทยเป็นประเทศที่เข้าสู่ประเทศแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พิเชฐกล่าวว่า โครงการนี้กระทรวงได้มอบหมายให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสื่อสัญญาณสายเคเบิลใยแก้วนำแสง Fiber Optic ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน 24,700 หมู่บ้าน และจัดให้มีจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้ใช้บริการ หมู่บ้านละ 1 จุดให้บริการ ที่สำคัญมีการให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อพัฒนาเครือข่ายเน็ตอาสาประชารรัฐควบคู่ด้วย ซึ่งการลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและหนองคายครั้งนี้ ได้ตรวจสอบคุณภาพการติดตั้งอุปกรณ์โครงข่าย พร้อมการให้บริการ WiFi เน็ตประชารัฐแก่ประชาชน โดยบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินโครงการเน็ตประชารัฐจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมถึงบริการออนไลน์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเป็นการเปิดช่องทางค้าขายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นออนไลน์ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจในชุมชน ซึ่งเป็นฐานรากต่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo;รมว.ดีอีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.บุญฤทธิ์ อดพัฒน์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า กระทรวงได้ให้บริการ WiFi สาธารณะ ณ จุดบริการเน็ตประชารัฐ จำนวน 24,700 หมู่บ้าน ซึ่งคุณภาพการให้บริการ WiFi สาธารณะมีความพร้อมถึง 99% โดยหากประชาชนประสบปัญหาในการใช้บริการ สามารถโทรหมายเลข 1111 กด 88 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้รัฐบาลได้เปิดโครงข่ายเน็ตประชารัฐให้ผู้ประกอบการ โทรคมนาคมทั่วไปเชื่อมต่อเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไปยังบ้านเรือนประชาชนได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24223</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอี, พิเชฐ  ดุรงคเวโรจน์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, โครงการสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, โครงการเน็ตประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c1371361c918.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ฟัน&#039;ดอน&#039;พ้นเก้าอี้รมต. ชี้&#039;เมีย&#039;ถือหุ้นเกิน/8คนรอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.มีมติฟัน &amp;quot;ดอน ปรมัตถ์วินัย&amp;quot; ขาดคุณสมบัตินั่งเก้าอี้รัฐมนตรี เหตุคู่สมรสถือหุ้นในธุรกิจเกิน 5% ไม่แจ้ง ป.ป.ช.ตามกำหนด ชี้ขัด รธน.มาตรา 264, 187 เตรียมยื่นศาล รธน.วินิจฉัย ขณะที่ 8 รมต. รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 31 พฤษภาคม มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุม กกต.เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่ประชุม กกต.มีมติเสียงข้างมากเห็นว่าการถือครองหุ้นของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ประกอบมาตรา 187 ที่บัญญัติไม่ให้รัฐมนตรีถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท หรือในกรณีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากหุ้นที่ถือครอง ให้แจ้งประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งและให้โอนหุ้นจนอาจเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ ได้มอบหมายให้สำนักกฎหมายของสำนักงาน กกต. ดำเนินการยกร่างคำร้องเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวมาจากการที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 60 ขอให้ กกต.ตรวจสอบการถือครองหุ้นสัมปทานของ 9 รัฐมนตรี ที่ประกอบไปด้วย นายดอน รมว.การต่างประเทศ, นายอดิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง, นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลฯ, นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, &amp;nbsp; นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในขณะนั้น, ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ ในขณะนั้น, พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ในขณะนั้น หลังรัฐธรรมนูญ 60 มีผลบังคับใช้เมื่อ 6 เม.ย.60 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้ความเป็น รมต.ต้องสิ้นสุดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่ง กกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นตรวจสอบและรายงานว่า คณะอนุกรรมการได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อ กกต.ว่าการถือครองหุ้นของ รมต. 8 คนนั้นไม่มีปัญหา เห็นควรที่ กกต.จะยุติเรื่อง มีเพียงของนายดอน ที่อาจมีปัญหาขัด รธน. เนื่องจากคู่สมรสถือครองหุ้นในธุรกิจอยู่เกินกว่าร้อยละ 5 และไม่มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช.ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งที่ประชุม กกต.ก็ได้มีมติตามที่อนุกรรมการตรวจสอบเสนอให้ยุติเรื่องในส่วนของ 8 รมต. ขณะที่ในส่วนของนายดอนนั้น ที่ประชุมมีความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย และที่สุดก็ได้มีการลงมติ ซึ่งในชั้นแรกผลการลงมติออกมาเท่ากัน 2 ต่อ 2 ทำให้นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ออกเสียงชี้ขาดอีก 1 เสียง จึงกลายเป็นมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 ว่าการถือครองหุ้นของนายดอนเข้าข่ายทำให้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และให้เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังเหลือคำร้องของนายเรืองไกร กรณีการถือครองหุ้นของ 3 รมต. ที่ประกอบด้วย นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ และการถือครองหุ้นของ 90 สนช.ที่ กกต.ยังดำเนินการตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ดอน ปรมัตถ์วินัย, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล, พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์, ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล, วิษณุ เครืองาม, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, อุตตม สาวนายน, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0ffe2dea581.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวถูกล้วงตับ!&#039;รมว.ดีอี&#039;เผยนายกฯสั่งทุกกระทรวงคุมเข้มฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.61 - &amp;nbsp; นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีกลุ่มคนเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อใช้เป็นฐานปล่อยมัลแวร์ในการเจาะระบบเข้าไปดูข้อมูลของหลายประเทศ ว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มี 17 ประเทศที่ถูกปล่อยมัลแวร์นี้ โดยในส่วนของไทย เท่าที่เราตรวจสอบไม่พบความเสียหายอะไร แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กระทรวงดีอีเข้าไปดูแล พร้อมแจ้งเหตุต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อให้ตัดการเชื่อมโยงเครือข่ายระบบที่เกี่ยวข้องกับอีแอดเดรสนั้นจากเซิร์ฟเวอร์แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เรายังมีการประสานงานต่อเนื่องเพื่อมีการตรวจสอบย้อนกลับและดูว่าจะมีอะไรที่เราต้องทำเพิ่มหรือไม่ &amp;nbsp;แต่ตอนนี้ไม่มีรายงานข่าวว่าจะมีการก่อเหตุเช่นนี้อีก เพราะทั่วโลกตื่นตัวในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งจะมีการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และขณะนี้ฐานข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมีความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ดีอี กล่าวว่าระบบป้องกันฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาในไทยนั้น แต่ละหน่วยงานต้องมีการดูแลรักษาความปลอดภัยให้ดี แต่ตอนนี้มาตรการของไทยมีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยดีอีมีศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทยเป็นทีมงานรุกเร็วกรณีเกิดเหตุด่วนด้านคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งเราได้ประชุมกับกลุ่มหลักๆ 6 กลุ่มที่เรียกว่าโครงสร้างขั้นพื้นฐานสารสนเทศที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ กลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มพลังงาน กลุ่มสาธารณสุข กลุ่มโทรคมนาคม กลุ่มคมนาคม และกลุ่มความมั่นคง เพื่อร่วมกันทำงานล้อมรั้วป้องกันการเจาะข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของไทย พร้อมกับใช้ซอฟแวร์ที่มีความปลอดภัย ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรที่สามารถดูแลระบบไซเบอร์ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า ดีอีได้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แล้ว เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายนี้ให้มีความเรียบร้อย &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงต้องดูแลความปลอดภัยระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ของตัวเองให้ดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8265</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอี, ทุกกระทรวงดูแลเฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์, ธรรมศาสตร์, นายกฯสั่ง, ปล่อยมัลแวร์, พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์, รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, แฮกเกอร์เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae833ae8d003.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
