<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิเชษฐ&#039; ชี้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบไม่เอื้อ &#039;บิ๊กตู่&#039; อาจชิงยุบสภาก่อนร่างแก้รธน.มีผลบังคับใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า พรรคเล็กขณะนี้มีเสียงแค่ 23 เสียง ไม่พอยื่นศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;แม้พรรคภูมิใจไทยและพรรคก้าวไกลจะไม่ร่วมเข้าชื่อกับพรรคเล็กส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กำลังตามตื้อทั้ง 2 พรรคอยู่ เพราะการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นช่องทางดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากพรรคขนาดกลาง&amp;nbsp;พรรคเล็กก็ไม่มีช่องทางสู้แล้ว แต่อย่างน้อยได้ทำเต็มที่แล้ว พรรคเล็กมองว่า บัตรเลือกตั้งใบเดียวดีอยู่แล้ว เปิดโอกาสให้มีตัวแทนกลุ่มอาชีพต่างๆเข้ามาเป็นส.ส. เป็นตัวแทนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามแม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราจะผ่านวาระ 3 แล้ว แต่อาจไม่ได้ใช้ ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐ มนตรีและรมว.กลาโหม จะเล่นการเมืองสมัยหน้าหรือไม่ ถ้าไม่เล่นคงได้ใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ยังเล่นการเมืองต่อ มั่นใจว่าไม่ได้ใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แน่ เพราะระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่เป็นประโยชน์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ที่ขณะนี้คะแนนนิยมย่ำแย่ สู้ไปก็แพ้พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล อีกทั้งสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐหักกันแรงมาก ถ้าประเมินแล้วสู้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์อาจชิงยุบสภาก่อนที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ต้องกลับไปใช้กติการัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแทน กว่าที่ทุกอย่างจะเสร็จครบทุกขั้นตอนไปจนถึงแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.เสร็จ ใช้เวลา 3-6 เดือน ระหว่างนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ อาจมีการยุบสภาในช่วงนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116375</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคประชาธรรมไทย, พิเชษฐ สถิรชวาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c6d09515c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วาง6ตัวจี๊ดประท้วงศึกซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลพร้อมลุยศึกซักฟอก หลังติวเข้มสองวัน คาดปมโควิดระบาดรอบสอง ฝ่ายค้านถล่มหนัก &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; เคลียร์ใจส.ส.พปชร.กลางงานเลี้ยง หลังมีข่าวโดนแซะเก้าอี้ วิปรัฐบาลตั้งทีมองครักษ์ หากฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงเรื่องสถาบัน​ประท้วงทันที พรรคเล็กไม่เลิกงอแง อ้างขอฟังก่อนโหวต เพื่อไทยขู่จัดหนัก รมว.ศึกษาธิการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้มีการเตรียมความพร้อมกันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค มีการประชุมเตรียมพร้อมรับมือการอภิปรายของพรรคร่วมรัฐบาล ภายใต้ชื่องาน &amp;ldquo;สามัคคีรวมใจ พรรคร่วมรัฐบาล&amp;rdquo; ที่มีรัฐมนตรีซึ่งถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและ ส.ส.รัฐบาลมาร่วมงานดังกล่าว เป็นวันที่ 2 ต่อจากวันเสาร์ที่ 13 ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่าภายในงานมีแกนนำรัฐบาลและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เข้าร่วม อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์​ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าร่วมงาน ถึงกรณีที่อาจมีพรรคเล็กไม่ลงมติให้กับรัฐมนตรีบางคนว่า​ ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคยังมีความเป็นเอกภาพ ไม่มีการแบ่งพรรคใหญ่พรรคเล็ก ทุกพรรคมีความสำคัญเท่ากัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกพรรค และทุกพรรคก็มาร่วมหารือกัน พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล จึงไม่มีอะไรน่ากังวล​ และเชื่อว่าการลงมติครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ขอพูดถึงว่าโดยหลักรัฐมนตรีทุกคนจะต้องคะแนนเท่ากันหรือไม่ เพราะอยู่ที่การอภิปรายและการชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การสัมมนาทั้งสองวัน วิปรัฐบาลพยายามเก็บข้อมูลทั้งหมดเพื่อเตรียมใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะเดียวกันก็มีตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรีมาเก็บข้อมูลทุกอย่างเพื่อส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งการอภิปรายเชื่อว่าไม่น่ามีอะไร เพราะหากมีข้อมูลอะไร แค่ 10 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องขออภิปรายถึง 42 ชั่วโมง
เตือนฝ่ายค้านอย่าแตะเรื่องสถาบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณียื่นญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่า ปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาญัตติที่พรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอข้อความที่นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมืองว่าจะทำได้หรือไม่ ว่าสัปดาห์มีการพิจารณาเพียงญัตติเดียวคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งต้องยอมให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ไปก่อน แต่หากนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านได้มีการอ่านข้อความที่มีเนื้อหาต้องห้ามตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ จะลุกขึ้นทักท้วงขึ้นพอสมควร แต่ถ้านำเสนอและข้ามข้อความไปได้ก็จะไม่มีประเด็น แต่หากพูดถึงก็จะมี ส.ส.ทักท้วงจำนวนมาก ทำให้ใช้เวลานานพอสมควร และเรื่องนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการเสนอญัตติลักษณะแบบนี้ จึงหวังว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหลีกเลี่ยง และถือเป็นเรื่องดีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นการประท้วง ยังไม่นำไปสู่ยุบพรรคใช่หรือไม่ &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า การประท้วงเป็นจุดแรก แต่ถ้ายังจะดำเนินการก็ถือว่าเป็นการกระทำอันต้องห้ามตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นห่วง เพราะนายสมพงษ์ก็เป็นหัวหน้าพรรค และเรื่องนี้เป็นมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค ดังนั้นการยุบพรรคไทยรักษาชาติก็เป็นอุทาหรณ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอเรียนก่อน ผมเป็นผู้ยื่นคำร้องพรรคไทยรักษาชาติไปที่กกต. โดยเหตุเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีขัดต่อระเบียบการหาเสียงของ กกต.เท่านั้น ยังเป็นเรื่องเลยมาถึงขนาดนี้ แต่กรณีนี้ผมท้วงว่าขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2562 กรณี กกต.ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งคำวินิจฉัยมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งผู้อภิปราย หากนำประเด็นต้องห้ามมาอภิปราย ผมว่าเป็นผลที่ทำให้เรื่องไปศาล ซึ่งเรื่องไปได้หลายทาง ไม่จำเป็นต้องไปด้วยญัตติของผม หากมีการอภิปรายด้วยข้อความต้องห้าม มั่นใจว่าไปแน่&amp;quot; นายไพบูลย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวเช่นกันว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เป็นประเด็นในการปรับ ครม.ในอนาคต ขอย้ำว่าสัญญาณเรื่องการปรับ ครม.ไม่มีแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ที่ถูกยื่นอภิปรายเช่นกันกล่าวว่า คาดว่าประเด็นที่จะถูกอภิปรายน่าจะเป็นเรื่องเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กำหนดไว้ตามกฎหมายปี 2553 มั่นใจว่าจะอธิบายทุกประเด็นได้แน่นอน&amp;nbsp;
ตั้งทีมตอบโต้-งัดฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ภาพรวมการสัมมนา​ของวิปรัฐบาล​เพื่อเตรียมพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค​ ตลอด​ 2​ วันที่ผ่านมา​ บรรดารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจต่างยืนยันกับที่ประชุมว่ามีข้อมูลที่สามารถชี้แจงได้​ ขณะเดียวกัน​ที่ประชุมมีการประเมินกันว่าประเด็นที่จะฝ่ายค้านจะเน้นเป็นพิเศษคือเรื่องที่ส่งผลกระทบกับสังคม อย่าง​สาธารณสุข​ การศึกษา​ และกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวกับชาวบ้าน​ โดยเรื่องโควิด-19​ น่าจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากที่สุด​ ส่วนเรื่องของสถาบันนั้น​ จะรอดูฝ่ายค้านว่าจะอธิบายอย่างไรให้เกิดความแนบเนียน​ เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านต้องระมัดระวังเอง​ และถึงดึงดันจะพูดก็คงไปต่อไม่ได้​ เพราะถูกประท้วงอย่างหนัก​ โดยในวันที่​ 15​ ก.พ.​ ที่รัฐสภา วิปรัฐบาลจะมีการประชุมเพื่อแบ่งหน้าที่​ แบ่งกลุ่ม​ในการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน​ โดยเฉพาะเรื่องสถาบัน ที่เบื้องต้นเตรียมไว้​ 6​ คน​ ได้แก่​ นายไพบูลย์​ นิติตะวัน​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคพลังประชารัฐ, นายสิระ​ เจนจาคะ​ ส.ส.กทม.​พรรคพลังประชารัฐ,​ นายนิโรธ​ สุนทรเลขา​ ส.ส.นครสวรรค์​ พรรคพลังประชารัฐ​ และ ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลอีก 3 คน​ ซึ่งทันทีที่มีการพูดถึงสถาบันจะลุกขึ้นประท้วงทันที​ นอกจากนี้จะมีการมอบหมายให้มี​ ส.ส.ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มองครักษ์เข้าผลัดเวรยาม​ตลอดในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ประเด็นของกระทรวงมหาดไทยซึ่งน่าจะถูกอภิปรายเรื่องสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว​ โดยที่ประชุมได้สอบถาม​ พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา​ รมว.มหาดไทย ​ว่าเหตุใดจึงไม่ทำให้แล้วเสร็จตั้งแต่สมัย​ คสช.​ ซึ่ง​ พล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงว่า​ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ​ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน​ มีกฎหมายหลายตัว​ ส่วนกรณีที่กระทรวงคมนาคมคัดค้านการขยายสัมปทานให้เอกชนรายเดิมนั้น​ เป็นความเห็นต่างทางกฎหมาย​ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน​ ส่วนเรื่องก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ​ ไม่กังวล​ เพราะยังไม่ได้มีการดำเนินการ​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาล​คนอื่นๆ โดยเฉพาะนายจุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​ รองนายกรัฐมนตรี​และ รมว.พาณิชย์​​ ที่ประชุมพยายามซักถามเรื่องการทุจริตจัดซื้อถุงมือยางที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายว่ามีรายละเอียด​อย่างไร โดยนายจุรินทร์ระบุว่ามีการเตรียมข้อมูลเอาไว้แล้ว​ สามารถชี้แจงได้​ แต่ขอไปตอบในสภา​ ไม่ขอให้รายละเอียดตรงนี้​ เพราะกลัวข้อมูลจะหลุดไปถึงฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ภายหลังการสัมมนาเสร็จสิ้นเมื่อค่ำวันที่​ 13​ ก.พ.​ ในช่วงระหว่างการรับประทานอาหารค่ำ​ ซึ่งมี​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่วมอยู่ด้วย​ นายณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ​ รมว.ศึกษาธิการ​ ได้เคลียร์ใจกับ​ ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ​ ที่มีความไม่เข้าใจกันเรื่องงานในกระทรวงศึกษาธิการที่ว่า​ ส.ส.ของพรรคไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากนายณัฏฐพลได้เลย​ ซึ่งได้มีการอธิบายเหตุผลจนเข้าใจ​กัน ขณะที่เรื่องการลงมติ​นั้น​ คะแนนเสียงรัฐมนตรีจะได้ในจำนวนเท่าๆ​ กัน หรือใกล้เคียงกัน​ ไม่เหลื่อมกันมาก
พรรคเล็กทำงอแง ขอฟังก่อนโหวต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ที่เป็นพรรคเล็กในพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ต้องดูว่าที่เขาชี้แจงมามันส่งผลหรือไม่ และถ้าเกิดฝ่ายค้านเขามีหลักฐานชัดๆ หรือชัดเจน เราคงจะยกมือลำบาก ถ้ามันยังคลุมเครือ เพราะเราอยู่พรรครัฐบาล มันเป็นตามมารยาทอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเล็กๆ รวมก็กว่า 20 เสียง ยืนยันว่าจะขอฟังการอภิปรายก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าฝ่ายค้านเขามีหลักฐานชัดเจนเราก็จะมาหารือร่วมกันก่อน อย่างไรก็ตาม พูดถึงตอนนี้อายุรัฐบาลเหลือปีกว่าๆ ตนคิดว่าส่วนมากมันจะไม่ครบ 4 ปี ก็ตามระเบียบอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการถึงเวลาของพรรคพลังท้องถิ่นไทที่จะเข้าไปร่วมบริหารเรื่องนี้ อยู่ที่ผู้นำรัฐบาลว่าจะเห็นสมควรหรือไม่ ส่วนอยากจะทำงานด้านไหนนั้น เราคนท้องถิ่นก็อยากทำให้ท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ที่เป็นพรรคเล็กในรัฐบาล กล่าวเช่นกันว่า ถ้าฝ่ายค้านมีเอกสารหลักฐานที่ปรากฏเป็นจริง หรือมีใบเสร็จว่ารัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายกระทำการทุจริตจริง การดำเนินการของพรรคการเมืองก็มีมาตรา 124 ของรัฐธรรมนูญคุ้มครองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อเงินภาษีของประชาชนถูกนักการเมืองโกงนั้น จึงอยากรู้ว่าพรรคการเมืองต่างๆ จะกล้ายกมือไว้วางใจให้หรือไม่ ดังนั้นคาดว่าในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ทางพรรคเล็กจะมีการแถลงข่าวถึงแนวทางการลงมติว่าเป็นไปในทิศทางใด แต่ยืนยันได้ว่าจะยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ส.ของพรรคเล็กๆ 20 คน ได้มีการพูดคุยมาตลอด มีข้อสรุปว่าจะนั่งฟังการอภิปรายโดยตลอด พอถึงเวลาโหวตจะใช้วิจารณญาณของแต่ละคน ไม่ใช่ฟังคำสั่งจากวิปรัฐบาลหรือใครก็ตามที่บังคับให้เราโหวตไว้วางใจ เพราะผมยืนยันว่าพรรคการเมืองไม่ใช่บริษัทจำกัด ไม่ใช่ว่าฝ่ายค้านแสดงหลักฐานอย่างชัดเจน แต่กลับยกมือไว้วางใจ จะถูกประชาชนและสังคมครหาว่าไปรับกล้วยเขามาอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายพิเชษฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้าน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การอภิปรายครั้งนี้คนที่จะพูดคนแรกคือนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ &amp;nbsp;ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปรายสลับกันไปตามลำดับ การอภิปรายคราวนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะผู้อภิปรายคือตัว ส.ส. สามารถลุกขึ้นอภิปรายได้หลายครั้ง อภิปรายรัฐมนตรีให้จบเป็นคนไป แต่ทุกคนสามารถเกี่ยวพันไปถึงนายกรัฐมนตรีได้ตลอด เพราะรับผิดชอบหลายอย่าง เช่น เป็น ผอ.ศบค. หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ส่วนความผิด เช่น การใช้ ม. 44 เอื้อประโยชน์ผูกขาดตัดตอน ปัญหาแรงงานข้ามชาติลักลอบเข้าประเทศ ต้องรับผิดชอบในฐานะ รมว.กลาโหม หรือปัญหาบ่อนการพนัน นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบในฐานะที่กำกับดูแล สตช. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ขอให้กลุ่มนักเรียนเลว กลุ่มครูชุดดำเตรียมฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะมีข้อมูลว่าครูผู้หญิงที่โรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand ซึ่งตั้งอยู่เขาไม้แก้ว บางละมุง ชลบุรี แต่กลับให้สามีมารับเงินเดือนที่กระทรวงศึกษาธิการเดือนละ 50,000 บาท พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการฉ้อฉล ทุจริต ไร้สำนึก ไร้คุณธรรมหรือไม่ ขอให้ติดตามในการอภิปรายว่าโรงเรียนนี้เป็นของใคร เหตุใดจึงต้องมารับเงินเดือนที่กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว หนักแน่ เพราะมีเรื่องผิดปกติความไม่ชอบมาพากล เพราะอาจมีการเอื้อประโยชน์การสมคบคิดกับเอกชน และข้อมูลที่ออกมาถือว่าน้อยยังมีทีเด็ดอีกมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวตอนหนึ่งระหว่างร่วมบรรยายกับกลุ่มแคร์ในงาน &amp;quot;คนไทย ไร้จน&amp;quot; ซึ่งจัดโดยกลุ่มแคร์ ที่ลิโด้ คอนเนค ถึงเรื่องรัฐธรรมนูญว่า โชคดีที่ได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตอนมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีมาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนถึงภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯ ไม่มีภาวะผู้นำ ถูกต่อรองทางการเมืองตลอดก็ทำงานยาก รัฐธรรมนูญบางคนคิดว่าเป็นเพียงกฎหมาย โครงสร้างของการบริหารประเทศ แต่มันเป็นมากกว่านั้น รัฐธรรมนูญหมายถึงเศรษฐกิจ รัฐธรรมนูญที่มีกระบวนการทำให้หลักนิติธรรมถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาค เป็นธรรม จะทำให้ทุกประเทศมีความเชื่อถือ และเคารพเรา ถ้าเมื่อไหร่หลักนิติธรรมไม่เป็นสากล คนจะไม่เคารพ ไม่เชื่อถือ ไม่เอาเงินมาไว้หรือลงทุนที่ประเทศไทย อย่าคิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นเพียงกฎหมายเพื่อให้อำนาจและการปกครองเท่านั้น ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อรัฐ ซึ่งรัฐธรรมนูญเพื่อรัฐหรือเพื่อประเทศและคนไทยทุกคน ต้องมีหลักการของประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมที่เป็นสากล ถึงจะทำให้คนเชื่อถือ และเศรษฐกิจจะดี แต่ถ้าไล่ดูรัฐธรรมนูญที่มีประชาธิปไตยมากเท่าไหร่เศรษฐกิจจะดี แต่รัฐธรรมนูญที่มีประชาธิปไตยแย่ เศรษฐกิจก็จะแย่ นอกเหนือจากคุณภาพด้านการบริหารจัดการ ตัวของรัฐธรรมนูญจะเป็นกุญแจ และการทุจริตคอร์รัปชัน รัฐธรรมนูญเป็นตัวบอกหมด ฉะนั้นเราต้องเอาจริง และต้องเอารัฐธรรมนูญที่ดี อย่างรัฐธรรมนูญที่เถียงกันในสภา ว่ารัฐบาลนี้ปฏิญาณตนไม่ครบ เพราะมุ่งที่จะยึดมั่นรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงผมแอบอดพูดในใจไม่ได้ว่า ก็อย่าไปปกป้องเลยเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีประชาธิปไตย เปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ดีกว่า ให้เป็นของประชาชน ที่มีประชาธิปไตย มีหลักนิติธรรมเป็นสากล เพื่อเศรษฐกิจ สังคมที่ดีขึ้น เพื่อคนไทยทุกคนจะได้มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ฝากให้คิดด้วย&amp;quot; อดีตนายกรัฐมนตรีระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93033</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์​ ลักษณวิศิษฏ์​, ชัชวาลล์ คงอุดม, ทักษิณ ชินวัตร, นิพนธ์ บุญญามณี, พิเชษฐ สถิรชวาล, วิรัช รัตนเศรษฐ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_6029309fbee6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เต้ 007&#039; เคลื่อนไหวโต้ &#039;วัน บางบอน&#039; ปม &#039;เสี่ยผมขาว&#039; กับ &#039;ไอ้แว่น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.63 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความตอบโต้ นายวันอยู่ บำรุง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า #ตอบ พี่วัน อยู่บำรุง#พี่นับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธรรมไทย- อดีต รมช.คมนาคม-อดีต รมช.อุตสาหกรรม-อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี(นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) สำหรับ ผม ท่านพิเชษฐ ไม่ใช่ลูกน้องผม แต่ท่านเป็นลูกพี่ผม เป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพและรักมากๆ เป็นห่วงมากในเรื่องในสุขภาพเพราะท่านอายุ 77 ปีแล้ว ท่านเป็นเหมือนมากกว่าพ่อของผมในเส้นทางการเมืองสำหรับผม ตลอดที่อยู่ด้วยกันมากว่า 1 ปี 3 เดือน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอิสระ ท่านสั่งสอนผม อบรมผม ทุกอย่างในการก้าวย่างทางการเมือง เพื่อที่จะสามารถทำคุณูปการให้กับพี่น้องประชาชนไทยที่ผมรักในทุกสถานะ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล:สิ่งสำคัญสำหรับชีวิตผม คือ ต้องซื่อสัตย์และกตัญญู ต่อ ผู้ใหญ่ที่มีพระคุณ พ่อ แม่ พี่ เพื่อน คนรอบข้าง เหนือสิ่งอื่นใดคือ ต้องตอบแทนคุณแผ่นดินเกิด จงรักภักดีต่อสถาบันฯ และ ประชาชน อย่างถึงที่สุด ในชีวิตลูกผู้ชายอย่างผม.อ่านข่าวประกอบ &amp;#39;สส.วัน บางบอน&amp;#39; งงชิบ!คนระดับ &amp;#39;เสี่ยผมขาว&amp;#39; มาเป็นลูกน้อง &amp;#39;ไอ้แว่น&amp;#39; ได้งัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69761</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิเชษฐ สถิรชวาล, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, วัน อยู่บำรุง, ศรีวิไลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef55bb92a563.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิเชษฐ&#039;ยกมติ7พรรคเล็กส่ง&#039;มงคลกิตติ์&#039;นั่งในครม.นิวนอร์มอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 63 - ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย แถลงว่า กลุ่มพรรคเล็กไม่เคยเรียกร้องให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ถ้ามีการปรับครม.ก็ควรใช้โอกาสนี้ ขอให้พิจารณาพรรคเล็กเข้าไปร่วมทำงานในฐานะที่พรรคทั้งหมด 11 พรรคได้ร่วมตั้งรัฐบาล โดยให้ตัวแทนพรรคเล็กเป็นรัฐมนตรีเพื่อดูแลพรรคเล็กให้นโยบายของแต่ละพรรคได้รับการขับเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในฐานะที่ผมมีความอาวุโสสูงสุดใน 11 พรรคได้หารือกันว่า 1 ปีที่ผ่านมา เราไม่มีรัฐมนตรีจาก 11 พรรคเลย ถ้าปรับก็ควรใช้โอกาสนี้เพื่อให้มีส่วนร่วมการบริหารประเทศ ผมยอมรับว่าผมไปทาบทามทุกคน มีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สาเหตุที่ทำไมต้องเป็นคุณมงคลกิตติ์ ผมดูแล้วเด็กคนนี้น่าจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ การจะทำให้เกิดการยอมรับคุณมงคลกิตติ์ก็ต้องคุยกับพรรคเล็ก และดูผลงานในสภาและการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาประเทศ เท่าที่อยู่ด้วยกันมา 1 ปีที่เป็นฝ่ายค้านอิสระ ผมได้มีโอกาสในการแนะนำว่าจะวางตัวอย่างไร ผมคิดว่าคุณมงคลกิตติ์เปลี่ยนนิสัยค่อนข้างมาก&amp;quot; นายพิเชษฐ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ กล่าวว่า ขณะนี้ใน 11 พรรคมีอย่างน้อย 7 พรรคให้การสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในทางการเมืองต้องอยู่ด้วยการเจรจาและลายลักษณ์อักษร ถ้าตนเองไม่มีอะไรอยู่ในมือคงไม่กล้าออกมาแถลง อย่าให้ต้องประจานไปมากกว่านี้ อยากให้เป็นเรื่องภายในของพรรคการเมืองทั้ง 11 พรรค แต่เมื่อเป็นประเด็นออกมาทำให้ตนเองต้องออกมาชี้แจง ขณะนี้ประชาชนยอมรับนายมงคลกิตติ์ทั้งผลงานและการวางตัว คนจะมาบริหารประเทศต้องทันกับเหตุการณ์ ตนเป็นเองไม่ได้เพราะไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ NEW NORMAL ถึงที่สุดแล้วการปรับคณะรัฐมนตรีขึ้นอยู่กับนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพรรคการเมืองชนาดเล็กที่เห็นด้วยจำนวน 7 พรรค ประกอบด้วย 1.พรรคประชาธรรมไทย 2.พรรคไทยศรีวิไลย์&amp;nbsp; 3.พรรคไทรักธรรม 4.พรรคพลังชาติไทย 5.พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 6.พรรคพลังไทยรักไทย และ 7.พรรคประชานิยม ประชาธิปไตยขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก 7 พรรคเห็นด้วย 4 พรรคไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่เราขอโอกาสให้พรรคเล็กเข้าไปมีโอกาสการบริหารประเทศ ถึงที่สุดแล้วไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่เป็นไรและยังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตามเดิม เพราะเป็นอำนาจของนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ถ้ามีโอกาสจะไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายพิเชษฐ กล่าว่า อะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและช่วยให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ตนเองก็พร้อม และเคยบอกรองนายกฯ ว่าอะไรที่ขับเคลื่อนไปได้ก็ต้องพิจารณา แต่ตอนนี้ยังเป็นพรรคการเมืองเล็กอยู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69374</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคเล็ก, ปรับครม., พิเชษฐ สถิรชวาล, มงคลกิตติ์, เต้ พระราม7</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef0313d7ae12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระอา!แย่งชามข้าว ต้นแบบไม่ดีให้เยาวชน/อึ้ง!พรรคเล็กหนุน&#039;ตี๋เต้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลเผยเยาวชนยี้ผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองแย่งตำแหน่ง รมต. จ้องถอนทุนคืนไม่เป็นแบบอย่างเด็กและเยาวชน ลั่นจะไม่เชื่อผู้ใหญ่ในรัฐบาลชี้แนะสั่งสอน สวนดุสิตโพลระบุการเปลี่ยนแปลงใน พปชร.แค่การแย่งชิงอำนาจ เชื่อการเมืองไทยยังเหมือนเดิม ด้าน พปชร.เปลี่ยนแผนเทียบเชิญ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; จะเดินทางเข้าที่พรรคพร้อมจัด ส.ส.รอหามนั่งหัวหน้า ฮือฮา &amp;quot;พิเชษฐ&amp;quot; รับ 7 ใน 11 พรรคเล็กหนุน &amp;quot;เต้-พระราม 7&amp;quot; ได้โควตา รมต. ขณะที่ 2 พรรคเล็กจ่อยุบรวม พปชร.ซ้ำรอย &amp;quot;พรรคไพบูลย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง การเมืองกับเยาวชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,539 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15-20 มิ.ย.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการประพฤติตัว ปฏิบัติตนของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมือง แบบอย่างแก่เด็กและเยาวชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 ระบุแย่งตำแหน่งรัฐมนตรี จ้องจะถอนทุนคืน รองลงมาคือร้อยละ 88.7 ระบุคิดคด ทรยศ หักหลัง ฆ่าลูกน้องและเพื่อนร่วมต่อสู้กันมา แบบเสร็จนาฆ่าโคถึก, ร้อยละ 86.1 ระบุกร่าง หัวร้อนใช้อำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องคนอื่นไปทั่ว, ร้อยละ 78.1 ระบุมีภาวะตัณหาอยากมีอยากเป็น ที่น่าเป็นห่วงคือ เพียงร้อยละ 8.7 เท่านั้นที่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองเป็นคนดี มีคุณธรรม เข้าวัดปฏิบัติธรรม และเพียงร้อยละ 7.9 ที่รักประชาชน ไม่เลือกปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.6 ระบุไม่ดีเลย แย่สุดๆ ในเรื่องแบบอย่างที่เยาวชนได้รับจากการทำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมือง มีเพียงร้อยละ 10.4 ระบุว่าดี นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 ระบุเยาวชนจะไม่เชื่อไม่ทำตามเมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลชี้แนะและสั่งสอน มีเพียงร้อยละ 8.6 ระบุเชื่อฟัง ทำตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงเช่นกันคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.9 ระบุการทำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองกำลังไปสู่การเมืองเก่า ที่มีแต่ทุจริต คอร์รัปชัน ไม่ซื่อสัตย์ ร้อยละ 7.1 เท่านั้นที่ระบุการเมืองใหม่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.2 ระบุไม่เห็นผลงานรัฐบาลทำอะไรที่ดูแลเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของเยาวชนเลย ในขณะที่ร้อยละ 22.8 เห็นผลงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านสวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่องประชาชนคิดอย่างไร? กับการปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จากความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,108 คน ระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย.2563 สรุปผลได้ดังนี้ &amp;nbsp;1.ประชาชนคิดอย่างไร? กับการปรับเปลี่ยนในพรรค พปชร. อันดับ 1 เป็นการแย่งชิงอำนาจ 62.16%, อันดับ 2 มีปัญหาภายในพรรค 57.22%, อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเกมการเมือง 56.12%, อันดับ 4 สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง 27.79%, อันดับ 5 สมบัติผลัดกันชม 25.78%, อันดับ 6 เพื่อปรับ ครม. 25.59%, อันดับ 7 เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานใหม่ 18.65%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. ถึงเวลาที่จะมีการปรับเปลี่ยนในพรรค พปชร.หรือยัง? อันดับ 1 ถึงเวลาแล้ว 72.20% เพราะไม่มีผลงาน ขาดประสิทธิภาพ การทำงานจะได้ดีขึ้น ต้องการผู้ที่เหมาะสมมีความรู้จริง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ฯลฯ, อันดับ 2 ยังไม่ถึงเวลา 27.80% เพราะยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า เสียเวลา ควรทำงานต่อไป ถึงเปลี่ยนใหม่ปัญหาต่างๆ ก็ยังเหมือนเดิม ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.คิดว่าใคร? สมควรจะเป็น &amp;ldquo;หัวหน้าพรรค&amp;rdquo; อันดับ 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;54.26%, อันดับ 2 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 14.36%, อันดับ 3 นายวิรัช รัตนเศรษฐ 13.83%, อันดับ 4 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 9.57%, อันดับ 5 นายไพบูลย์ นิติตะวัน &amp;nbsp;7.98%
เปลี่ยนแผนหามป้อมที่พรรค &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.คิดว่าใคร? สมควรจะเป็น &amp;ldquo;เลขาธิการพรรค&amp;rdquo; อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 35.76%, อันดับ 2 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 24.35%, อันดับ 3 นายไพบูลย์ นิติตะวัน 13.99%, อันดับ 4 นายอนุชา นาคาศัย 13.21%, อันดับ 5 นายอิทธิพล คุณปลื้ม 12.69% และ &amp;nbsp;5.การปรับเปลี่ยนภายในพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้การเมืองไทยเป็นอย่างไร? อันดับ 1 เหมือนเดิม 54.15%, &amp;nbsp;อันดับ 2 แย่ลง 25.99%, อันดับ 3 ดีขึ้น 19.86%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าการเทียบเชิญพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ว่าได้รับทราบจากนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ว่าเนื่องจากวันดังกล่าวตรงกับวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทาง พล.อ.ประวิตร จะเดินทางไปพบกับ ส.ส.ภายหลังการประชุม ครม.ในช่วงบ่ายด้วยตนเองที่ศูนย์ประชุมพรรค โดยมี ส.ส.จำนวนมากจากทุกกลุ่มมารอต้อนรับ เพื่อเรียนขอร้องให้ พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นที่รักและเคารพของสมาชิก ยอมลงมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อช่วยทำให้พรรคเป็นเอกภาพ มีความมั่นคง เป็นปึกแผ่น เติบโตได้อย่างมั่นคง และสนับสนุนงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า ส่วนการประชุมใหญ่สามัญพรรค พปชร.ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายนนั้น เชื่อว่าการประชุมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนรายชื่อของกรรมการบริหาร (กก.บห.)พรรค ก็จะเป็นบุคคลที่เป็นคนของพรรค สังคมรู้จักอยู่แล้ว โดยตำแหน่งที่สำคัญและ ส.ส.อยากเห็นชื่อมากที่สุดก็คือชื่อของ พล.อ.ประวิตร ในการมานั่งเป็นหัวหน้าพรรค สิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองในการปรับ ครม.และการเปลี่ยนแปลงของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าตนไม่ได้ให้ความสนใจหรือติดตามความเคลื่อนไหวการเมืองใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง ยังมีภารกิจที่จะต้องทำงานเพื่อประชาชนต่อไปอีก คือติดตามตรวจสอบโครงการต่างๆ จึงไม่ต้องมาหวาดระแวงตนในเรื่องนี้ เพราะไม่มีความคิดหรือความกระสันที่จะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ และไม่มีความคิดจะเข้าไปเป็น กก.บห.ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวใดๆ ภายในพรรค จะขอทำหน้าที่เป็น ส.ส.จะเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนประเทศได้มากกว่าตำแหน่งอื่นใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงความเคลื่อนไหวภายในพรรค ปชป. ว่าเรื่องต่างๆ ต้องจบด้วยการพูดคุยกัน แม้การพูดคุยจะเป็นเรื่องง่าย แต่ตนไม่รู้ว่าเหตุใดจึงทำยาก ที่ผ่านมาเรื่องข่าวความเคลื่อนไหว การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น ฟังกันมาคนละทิศละทางแล้วจับเป็นประเด็น ตนได้ยินชัดๆ จริงๆ แค่ว่าให้คุยกันหน่อยไหม เรื่องทิศทางการทำงานของพรรค การประชุม กก.บห. วันที่ 29 มิ.ย.นี้ เชื่อว่าไม่มีเรื่องการเสนอเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคนะ มีแต่คนที่จะขอพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาพรรคเท่านั้น ที่ผ่านมามี ส.ส. อดีต ส.ส. และบางคนใน กก.บห.ประมาณ 30 คน ติดต่อมายังตนให้ช่วยสื่อสารให้เกิดการพูดคุย ล่าสุดตนจะเป็นเจ้าภาพให้เอง ซึ่งคงจะจัดขึ้นที่ กทม. โดยจะเน้นอดีต ส.ส.ภาคใต้เป็นหลัก มาพูดคุยปรับการทำงาน เบื้องต้นยังไม่ได้กำหนดวันว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่ แต่น่าจะเร็วๆ นี้
พรรคเล็กหนุน&amp;#39;มงคลกิตติ์&amp;#39;นั่งรมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวกรณีพรรคเล็กรวมตัวเพื่อสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ให้ได้โควตารัฐมนตรีว่า ทางพรรคเล็ก 11 พรรคมีการหารือเรื่องดังกล่าวจริง โดยหารือกันมาโดยตลอด มองว่าถ้าเป็นไปได้ ในฐานะ 11 พรรคเล็กที่สนับสนุนรัฐบาลมาโดยตลอด อยากมีตัวแทนของ 11 พรรคเข้าไปทำหน้าที่รัฐมนตรี ซึ่งตนก็ได้เสนอนายมงคลกิตติ์ เนื่องจากเห็นว่ามีคุณสมบัติที่ครบ เหมาะสม ทั้งวุฒิการศึกษา วัยวุฒิ ผลงานในสภา มีความสามารถ รอบรู้ เป็นคนรุ่นใหม่ และมีน้ำใจ จะเห็นว่าช่วงโควิด-19 นายมงคลกิตติ์ยอมสละเงินเดือน ส.ส. จึงคิดว่ามีความเหมาะสม มีพรรคที่เห็นด้วยจำนวน 7 พรรค กับการเสนอรายชื่อของนายมงคลกิตติ์ แต่ทั้งนี้อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดเป็นของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย ในฐานะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และในฐานะผู้ประสานงาน 11 พรรคเล็ก กล่าวว่า ขณะมีการเคลื่อนไหวกันหลายพรรค แต่ในส่วนพรรคเล็กที่ตนทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานนั้น ยังไม่ได้ข่าวว่าจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ หรือจะมีโควตาให้พรรคเล็กหรือไม่ โดยส่วนตัวก็ไม่มีความคิดที่จะเข้าไปเป็น เนื่องจากเราเป็นพรรคเล็ก และขณะนี้รัฐบาลโดยการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร มีเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลประชาชนมากมาย ดังนั้นพวกเราไม่อยากไปเสนอตัวหรือไปสร้างข่าวให้ท่านเกิดความกังวลมากเพื่อท่านจะได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการบริหารงานและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังจากผ่านเหตุการณ์โควิด-19 ยืนยันว่าพรรคเล็กไม่มีการเรียกร้องเรื่องตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รักษาการรองหัวหน้าพปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว 2 พรรคเล็กเตรียมยุบรวมกับพรรคพปชร. ว่าเป็นไปตามข่าวที่ปรากฏ เบื้องต้นทราบว่าอยู่ระหว่างรอกระบวนการต่างๆ ของพรรคให้เสร็จสิ้นก่อนจึงดำเนินการได้ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การควบรวมพรรค แต่เป็นการเลิกกิจการพรรค ตัวเขาในฐานะที่เป็น ส.ส. ก็มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมายที่สามารถดำเนินได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ หัวหน้าพรรคประชานิยม กล่าวถึงกระแสข่าวว่าเตรียมยุบรวมกับพรรค พปชร.ว่า ข้อเท็จจริงยอมรับ มีกรรมการบริหารพรรคลาออกจำนวน 9 คน จึงได้เรียกประชุม กก.บห.ทั้งหมด ก่อนที่ทุกคนจะมีมติร่วมกันว่าดำเนินการต่อไปไม่ไหว เพราะต่างคนต่างมีภารกิจของตัวเอง และไม่สามารถแบกรับภาระได้ จึงได้ทำเรื่องถึง กกต. เพื่อขอแจ้งการเลิกกิจการพรรคฯ และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งใช้รูปแบบเดียวกับกรณีที่นายไพบูลย์ดำเนินการยื่นยุบพรรคประชาชนปฏิรูปก่อนหน้านี้ ส่วนสถานะ ส.ส.ของตนเองที่จะต้องหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดจะเป็นพรรค พปชร.ตามกระแสข่าวหรือไม่ ทุกอย่างจะต้องรอขั้นตอนต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อน แต่ที่ชัดเจนเรายังอยู่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลแน่นอน เพราะเราสนับสนุนการทำงานมาตั้งแต่ต้น ส่วนจะเป็นพรรคไหน ให้ว่ากันไปตามกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพรรคการเมืองขนาดเล็ก 2 พรรค เตรียมเลิกกิจการพรรคนั้น ใช้โมเดลเดียวกับนายไพบูลย์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 91 วรรคท้าย ในเรื่องการรับรองสิทธิ ส.ส.กรณีที่มีการเลิกพรรค ซึ่งทำให้พรรคสิ้นสภาพนั้น ถือว่าเป็นกรณียุบพรรค ส.ส.ของพรรคดังกล่าวไป สามารถหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน ไม่เช่นนั้นก็จะพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศเรื่องดังกล่าวลงในราชกิจจานุเบกษา
&amp;ldquo;อ้วน&amp;rdquo;สวนกลับใครริษยารู้กันดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุต้องการทำงบ 64 และปรับวิธีทำงาน New Normal ให้จบก่อน ถึงจะทำเรื่องปรับ ครม. ว่ากระแสข่าวปรับ ครม.ที่ไม่มีความชัดเจน ปล่อยให้อึมครึมนานๆ จะส่งผลเสียต่อประเทศชาติและประชาชน รัฐมนตรีที่มีข่าวจะถูกปรับออก คงไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานอะไร สภาพไม่น่าจะแค่เกียร์ว่าง บางกระทรวงอาจถึงขั้นล็อกเกียร์ ข้าราชการทำงานต่อลำบาก เพราะต้องลุ้นหลายขยัก ตั้งแต่ปรับโครงสร้างพรรครองรับการปรับครม. ปรับสัดส่วนโควตาพรรคร่วมรัฐบาล จนปั่นป่วนวุ่นวาย สร้างมุ้ง ดูด ส.ส.งูเห่า โชว์ตัวเลข รวมแต้มวางบิล ปั่นราคา ทวงโควตารัฐมนตรี ทำให้การเมืองไทยยังวนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์ เป็นพฤติการณ์ Old Normal ครม.เก่าหรือใหม่ อาจตอบโจทย์เพียงการเปลี่ยนตัวเล่นลากยาวอำนาจ แต่ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศที่วิกฤติรอบด้าน ไวรัสโควิด คนไทยช่วยกันป้องกันได้ แต่ไวรัสการเมืองน้ำเน่าระบาด ถ้าไม่ปฏิรูปการเมืองจริงจัง ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ไม่สามารถแก้ไขได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแคร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสกับพิษเศรษฐกิจหลังโควิด แทนที่จะได้เห็นนักการเมืองร่วมมือช่วยกันนำเสนอหาทางเลือกทางรอดให้ประชาชน แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นกลับตรงข้าม เพราะเมื่ออ่านบทสัมภาษณ์ผู้นำทางการเมืองช่วงนี้ ต่างกล่าวโจมตีและโยนความผิดกันไปมา คงเป็นไปตามความถนัด คนที่เก่งสร้างภาพด้วยการโยนผิดใส่คนอื่น ล้วนทำไปด้วยโมหจริตของปุถุชน ความจริงๆ เป็นเช่นไร ผู้คนทั่วไปต่างรู้ดี..ไม่จำเป็นต้องแก้ต่าง ไม่จำเป็นต้องลงไปเกลือกกลั้วให้เปื้อนโคลน เพราะใครเป็นนักสร้างภาพสร้างอีเวนต์ ใครจริง ใครปลอม ใครริษยา ผู้คนเค้ารู้กันดี!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโพสต์ข้อความอย่างดุเดือดของนายภูมิธรรมครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าเกิดขึ้นหลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหา คำพูดบางตอนที่ดูเหมือนอาจจะไปพาดพิงสมาชิกพรรคบางคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมสามัญประจำปีของพรรคว่า ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการกำหนดวาระการประชุม โดยคาดว่าจะจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีหลังการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 64 น่าจะมีขึ้นประมาณกลางเดือน ก.ค.เป็นต้นไป โดยวาระการประชุมจะกำหนดให้เป็นไปตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด สำหรับโครงสร้างและจำนวนของ กก.บห.พรรคคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวบุคคลก็คงมีการดำเนินการปรับปรุงให้เป็นไปตามโครงสร้างและข้อบังคับของพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจในพรรคหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ขอยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยไม่เคยมีขั้วอำนาจ ผู้บริหารและสมาชิกพรรคต่างร่วมมือกันทำงานด้วยความสามัคคี ในการทำงานที่ผ่านมาอาจมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่ไม่ใช่การแตกแยก และการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทุกคนต่างทำงานโดยยึดอุดมการณ์และเป้าหมายในการเป็นพรรคแกนนำของฝ่ายประชาธิปไตยร่วมกัน แม้จะมีการปรับเปลี่ยน กก.บห.พรรคบางตำแหน่ง ก็มั่นใจพรรคจะเป็นปึกแผ่นเช่นเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69327</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์, พิเชษฐ สถิรชวาล, ภูมิธรรม เวชยชัย, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เทพไท เสนพงศ์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef61ced17d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2020 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2020 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คู่ซี้พรรคเล็กเสียงแตก! หนุน-ต้านเปิดสภาฯถกพรก.กู้เงิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.63 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ ฐานะแกนนำกลุ่มพรรคเล็กร่วมรัฐบาล กล่าวเมื่อวานนี้า ส่วนตัวและส.ส.พรรคเล็ก อย่างน้อย 3 คน เห็นด้วยและพร้อมลงนามร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน เพื่อขอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ แต่ต้องมีเงื่อนไข คือ จำนวน ส.ส.ที่ร่วมลงนามกับพรรคฝ่ายค้านมีความเป็นไปได้เพียงพอจะเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญได้หรือไม่ และหากพบว่ามีความเป็นไปได้ ตนพร้อมจะลงนามให้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคลกิตติ์ มองว่าการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ที่จะใช้ห้องสุริยันนั้น มีความพร้อม แต่ต้องเข้มเรื่องมาตรการเว้นระยะห่าง และคัดกรองบุคคลที่จะเดินทางมายังอาคารที่ประชุมต้องถูกตรวจสอบหาเชื้อไวรัสโควิด ด้วยกระบวนการแรพพิท เทสทุกคน และหากกังวลว่า ส.ส. และผู้เกี่ยวข้อง จะแพร่เชื้อไปยังประชาชนนั้นการนัดประชุมไม่จำเป็นต้องมาให้ครบทุกคน ขอให้มาประชุมแค่ 420 คน หรือ เกินกึ่งหนึ่งที่เป็นองค์ประชุมได้เท่านั้น เพื่อให้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในห้องประชุมทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวเตรียมอภิปรายในเนื้อหาสาระของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมปล่อยกู้ให้เอกชนเพื่อนำไปชดใช้หุ้นกู้ของเอกชนที่จะหมดอายุ โดยตนไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่จะนำเงินของรัฐช่วยเหลือกลุ่มเจ้าสัว ที่ติดอันดับมีหุ้นกู้สูงสุด และใกล้ครบกำหนดไถ่ถอน และแม้ไม่เห็นด้วยอยากเสนอให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการที่รัดกุม คือ ให้กลุ่มเจ้าสัวที่จะเข้าโครงการต้องนำสินทรัพย์ค้ำประกันด้วย เช่น ยักษ์ใหญ่ต้องนำร้านสะดวกซื้อของตัวเองเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกับกับกระทรวงการคลัง หากกลุ่มธุรกิจเบี้ยวหนี้ รัฐสามารถยึดสินทรัพย์มาเป็นของรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ฐานะแกนนำพรรคเล็กร่วมรัฐบาล กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับพรรคฝ่ายค้านที่จะเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ ทั้งกรณีของการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด เนื่องจากรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ปัญหาให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน 3 พ.ร.ก.กู้เงินนั้น ตนมองว่า เมื่อรัฐบาลอนุมัติให้ดำเนินการแล้วต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนการนำเข้าสภาฯ สามารถเสนอช่วยการเปิดสภาฯ สมัยสามัญ ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ได้ ส่วนความเดือดร้อนของประชาชน เช่น การรับเงินเยียวยาประชาชน 5,000 บาทนั้น หน่วยงานของร้ฐอยู่ระหว่างการแก้ปัญหา จึงไม่มีเหตุผลใดที่สภาจะแสดงความเห็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64179</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเล็ก, พิเชษฐ สถิรชวาล, มงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de753686edb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2020 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2020 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้วเว้ย!! &#039;ลิง&#039; ขู่กบฏไม่โหวตอุ้ม &#039;รมต.สีเทา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.63 - เมื่อเวลา 09.50 น.ที่โรงแรม Way Hotel อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการสัมมนาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่า จากข้อมูลของสื่อที่คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร(วิปรัฐบาล)อยากให้ยกมือสนับให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่ากันนั้น คงต้องดูเป็นกรณีไป เช่น เรื่องคุณสมบัติ การเป็นรัฐมนตรีของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ถ้าชี้แจงข้อมูลคดีชัดเจนและเป็นเรื่องจริงเราต้องฟัง และต้องหารือในวิปรัฐบาลอีกครั้ง การจะยกมือสนับสนุนใครก็ตามถ้าฝ่ายค้านข้อมูลถูกต้อง เราก็ยกมือลำบาก ขอฟังข้อมูลจะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคลกิตติ์​ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นนั้น เราจะทำหน้าที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากฝ่ายค้านนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จเราก็ต้องคัดค้านตามข้อบังคับการประชุม แต่หากฝ่ายค้านมีข้อมูลรัฐมนตรีรายบุคคลที่ค่อนข้างชัดเจนดำเมี่ยม แล้ววิปรัฐบาลมีมติให้เรายกมือให้ก็ต้องมาคุยกันใหม่ แม้แต่เทาๆก็ให้ไม่ได้ ที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐไม่เคยช่วยคนผิด ดังนั้นรัฐมนตรีคนไหนที่มีเรื่องทุจริต ไม่มีทางที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐจะยกมือโดยเป็นไปตามมติวิปรัฐบาล เพราะตนเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาล จะมีความหนักใจ ตอบประชาชนและสังคมไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการบกพร่องโดยประมาทเลินเล่อ ไม่มีความผิดอะไรร้ายแรง เราผ่านให้ได้ แต่ถ้าตั้งใจทุจริตยาก ชาติหน้าก็ไม่ยกมือให้ เราต้องดูเอกสารที่ฝ่ายค้านชี้แจงถ้าถูกต้องตามกฎหมาย มีการยืนยันจากหน่วยงานราชการก็ต้องรับฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านเปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับคุณสมบัติรัฐมนตรีบางคน นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูเอกสารทางราชการว่าเป็นเอกสารวินิจฉัยของออสเตรเลียว่ามีคำรับรองจากทางการออสเตรเลียอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ &amp;nbsp;ต้องไม่ใช่เอกสารตัดแปะและต้องมีเอกสารฉบับแปล โดยมีลำดับการรับรองตามขั้นตอนจากกระทรวงการต่างประเทศ และถ้าชัดเจนขนาดนั้นเราก็ต้องไปดูคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 60 ด้วยว่าขัดหรือไม่ ถ้าหากคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ ตนเชื่อว่ามติวิปรัฐบาล รวมถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯก็คงต้องได้คุยกัน ถ้าจะให้เราฝืนใจทำในส่ิงที่ไม่ถูกต้อง เราก็ไม่อยากทำอย่างนั้น ตนเชื่อว่าหลายคนส่วนใหญ่ในพลังประชารัฐ รวมถึงแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็นคนดี แต่ต้องอย่าลืมว่าไม่มีใครทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ ฉะนั้นต้องมีส่วนเสีย 2-3 เปอร์เซ็นต์ เราก็เขี่ยออกเพื่อทำให้รัฐบาลทำงานได้ราบรื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57857</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ซักฟอก, พรรคเล็ก, พิเชษฐ สถิรชวาล, มงคลกิตติ สุขสินธารานนท์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e50bb0dd69e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
