<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อิสระ01’กัญชาพันธุ์แรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กวก.เผยโฉม &amp;quot;อิสระ 01&amp;quot; กัญชาพันธุ์แรกผ่านเกณฑ์พันธุ์พืชขึ้นทะเบียนของไทย หลังตรวจสอบข้อมูลและลักษณะประจำพันธุ์ตามหลักวิชาการผ่านเงื่อนไข พร้อมติดประกาศโฆษณา 30 วันไร้ผู้ทักท้วง หนุนเกษตรกรและนักปรับปรุงพันธุ์นำพันธุ์พืชมาขอขึ้นทะเบียนเป็นเกียรติประวัติ และเป็นฐานข้อมูลพันธุ์พืชของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้รับการขึ้นทะเบียนกัญชาพันธุ์อิสระ 01 ซึ่งพัฒนาคัดเลือกพันธุ์โดยกรมการแพทย์ กรมวิชาการเกษตร และมูลนิธิวนเกษตรอินทรีย์ โดยสำนักคุ้มครองพันธุ์พืชได้ตรวจสอบเอกสารและลักษณะประจำพันธุ์เบื้องต้นของพืชดังกล่าวตามหลักวิชาการเรียบร้อยแล้ว จึงได้ออกประกาศโฆษณาเพื่อแจ้งให้สาธารณชนทราบ และเปิดโอกาสให้ทักท้วงเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ผลปรากฏว่าภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันปิดประกาศไม่มีผู้ใดทักท้วง กรมวิชาการเกษตรจึงได้ออกหนังสือรับรองพันธุ์กัญชาอิสระ 01 เป็นพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 พันธุ์ล่าสุดของกรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกัญชาพันธุ์อิสระ 01 ได้มาจากการพัฒนาคัดเลือกกลุ่มประชากรกัญชาสายพันธุ์ไทยที่ปลูกอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ระยะเวลาในการดำเนินการปรับปรุงพันธุ์ประมาณ 24 ปี และได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในโครงการปลูกและสกัดพืชกัญชาผลิตตำรับยารักษาโรค กรณีจำเป็นเฉพาะผู้ป่วยเฉพาะราย และโครงการผลิตช่อดอกกัญชาจากระบบผลิตกัญชาไทยคุณภาพสูงเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งคณะผู้ดำเนินงานใช้ชื่อว่ากัญชา &amp;ldquo;พันธุ์อิสระ 01&amp;rdquo; สื่อความหมายถึงกัญชาสายพันธุ์ดีของประเทศไทยที่มีสาร Cannabinoid (CBD) ซึ่งมีสรรพคุณทางยา ได้รับการปลดปล่อยให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า การนำพันธุ์พืชมาขอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรจะทำให้พันธุ์พืชที่ผ่านการรับรองได้รับความเชื่อมั่นและการยอมรับในคุณสมบัติของพันธุ์ ซึ่งผู้ที่ต้องการนำพันธุ์พืชมาขอรับการขึ้นทะเบียนสามารถมายื่นคำขอได้ที่สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช หรือยื่นคำขอทางไปรษณีย์ โดยจะต้องมีข้อมูลที่มาของพันธุ์พืชที่จะขอขึ้นทะเบียน ได้แก่ ชื่อพันธุ์ แหล่งที่มา ประวัติพันธุ์ วิธีการปรับปรุงพันธุ์ ลักษณะประจำพันธุ์ทางพฤกษศาสตร์ ลักษณะอื่นๆ และรูปภาพต้น ใบดอก และผล เอกสารหลักฐานยืนยันตัวบุคคล นิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ) กรณีขอขึ้นทะเบียนพืชกัญชงและกัญชาซึ่งเป็นพืชยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 จะต้องแนบหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายยาเสพติดให้โทษจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณสมบัติของพันธุ์ที่จะยื่นขอหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนพันธุ์ต้องมีความแตกต่างทางสัณฐานวิทยา มีความสม่ำเสมอ มีความคงตัว รวมถึงมีชื่อไม่ซ้ำและเหมาะสม หากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง จะจัดทำข้อมูลเสนออธิบดีกรมวิชาการเกษตรเพื่อประกาศโฆษณาบนเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร และติดประกาศที่สำนักคุ้มครองพันธุ์พืชเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อแจ้งให้สาธารณชนทราบ และเปิดโอกาสให้ทักท้วงกรณีไม่มีผู้ทักท้วงภายใน 30 วันนับจากวันปิดประกาศกรมวิชาการเกษตรจะออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนให้เจ้าของพันธุ์ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาพันธุ์อิสระ 01, พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a96833003b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมสหกรณ์ชวน “ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์”   รับเทศกาลปีใหม่ 2563</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมส่งเสริมสหกรณ์ชูแนวคิด &amp;ldquo;ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์&amp;rdquo; คัดสรรสินค้าสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มอาชีพที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน จัดลงกระเช้าของขวัญและตกแต่งสวยงาม ให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเน้นสินค้าหลากหลายและมีประโยชน์ ทั้งข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้อง และข้าวกข 43 สินค้าประเภทผลไม้และอาหารแปรรูป สมุนไพร นมพร้อมดื่ม น้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย และสินค้าหัตถกรรม &amp;nbsp;เปิดจำหน่ายทุกวันตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ถึง 12 มกราคม 2563 พร้อมบริการส่งฟรีในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อซื้อสินค้าครบ 10,000 บาท ขึ้นไป ผู้สนใจกระเช้าสินค้าสหกรณ์สั่งซื้อได้ทางออนไลน์ Facebook : coop market&amp;nbsp; และ Line ID : cpd.shop หรือโทร 02 - 2807506 , 065 - 5241124 หวังขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ไปสู่ผู้บริโภค ได้เพิ่มมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp; วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ โดยรวบรวมสินค้าดีมีคุณภาพของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มอาชีพจากจังหวัดต่าง ๆ มาจัดตกแต่งเป็นกระเช้าสินค้าสหกรณ์เพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป โทรมาสั่งจองและมาเลือกซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์ ในแต่ละปีสามารถรายได้กลับคืนสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรปีละประมาณ 1.2 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 นี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังคงจัดกิจกรรมจำหน่ายกระเช้าสินค้าสหกรณ์เช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา ในชื่อ &amp;ldquo;โครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์&amp;rdquo; โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมด้านการตลาดให้กับสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp; เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น&amp;nbsp; โดยคาดหวังว่าผู้บริโภคจะได้รับสินค้าดีมีคุณภาพ มอบให้กันเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ สร้างความสุขใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สินค้าที่จะนำมาจัดลงกระเช้าในปีนี้ ได้ที่คัดสรรมาจากหลายแหล่งทั่วทุกภาคของประเทศ โดยจะคัดสรรเฉพาะสินค้าคุณภาพทั้งอุปโภคบริโภค เน้นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพเป็นหลัก อาทิ &amp;nbsp;สินค้าประเภทข้าวเพื่อสุขภาพ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวสังข์หยด ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวหอม &amp;nbsp;&amp;nbsp;มะลิแดง และข้าวกข 43 ซึ่งเป็นข้าวที่ได้รับการวิจัยว่ามีน้ำตาลน้อย เหมาะสำหรับผู้ต้องการลดน้ำหนักและผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สินค้าประเภทอาหารแปรรูปและผลไม้แปรรูป อาทิ กล้วยตาก หมี่กรอบสามรส ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง หมูทุบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมูฝอย เนื้อทุบ เนื้อกระจก กุนเชียง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ คุกกี้รสงา คุกกี้รสจมูกข้าวกล้อง ผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้ง แยมมัลเบอรี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผัดหมี่โคราชปรุงรส ปลาร้าทรงเครื่อง และน้ำพริกประเภทต่าง ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สินค้าประเภทสมุนไพร&amp;nbsp; สมุนไพรชงดื่ม ขิงผง เก๊กฮวยผง ดอกคำฝอย ชาใบหม่อนอินทรีย์&amp;nbsp; ชาเขียวข้าวหอมมะลิ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าขาวม้า ผ้าห่ม ผ้าพันคอ สินค้าหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์แก้วเบญจรงค์ แก้วมุก และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากยางพารา ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา&amp;nbsp; หมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ สินค้าประเภทนมและเครื่องดื่ม นม UHT นมปรุงแต่งชนิดเม็ด น้ำผลไม้ กาแฟชงพร้อมดื่ม กาแฟดริป ผลิตภัณฑ์อาหารจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาและโครงการหลวงดอยคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ จะนำสินค้าสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพต่าง ๆ มาจัดวางและตกแต่งให้สวยงามด้วยผ้าขาวม้าหรือกระดาษสาลามี่ หรือตามวัสดุที่ลูกค้าต้องการ โดยราคามีตั้งแต่หลักร้อยจนถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระเช้าขนาดใหญ่ราคา 1,000 - 3,000 บาท มีทั้งกระเช้าสำเร็จรูปที่จัดสินค้าและตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว และยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาเลือกสินค้าที่ต้องการจะให้จัดกระเช้าได้ด้วยตัวเองด้วย โดยทางกรมฯได้จัดเตรียมห้องจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ศูนย์จำหน่ายสินค้าสหกรณ์ อาคาร 3 ชั้น 1 ภายในกรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่าน้ำเทเวศร์ เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ถึง 12 มกราคม 2563 จำหน่ายทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันจันทร์ &amp;ndash; ศุกร์ เปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 09.00 &amp;ndash; 19.00 น. และปีนี้เปิดขายวันเสาร์- อาทิตย์ด้วย จำหน่ายตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานต่าง ๆ หรือประชาชนที่สนใจจะสั่งซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สามารถดูรายละเอียดสินค้าและรูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ได้ทาง Facebook : coop market&amp;nbsp; และ Line ID : cpd.shop หรือโทร&amp;nbsp; 02 - 2807506 , 065 - 5241124 ซึ่งกรมฯ มีโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป บริการจัดส่งกระเช้าสินค้าสหกรณ์ฟรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52162</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, พิเชษฐ์  วิริยะพาหะ, ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์, เทศกาลปีใหม่ 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def263b77956.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สางปัญหาตากข้าว! กรมส่งเสริมฯสั่งการสหกรณ์เกษตรเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกพร้อมประสานธ.ก.ส.อนุมัติสินเชื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.62-นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่าขณะนี้เกษตรกรหลายจังหวัดในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ รวมถึงภาคกลางตอนบนเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวเปลือก จึงได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดเร่งสำรวจสหกรณ์การเกษตรที่เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ว่ามีสหกรณ์กี่แห่งที่เริ่มเปิดจุดรวบรวมข้าวเปลือก &amp;nbsp;และใช้เงินทุนจากแหล่งใด รวมถึงมีสหกรณ์ใดบ้างที่ไม่สามารถเปิดจุดรับซื้อข้าวได้ เนื่องจากมีปัญหาติดขัดเรื่องเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้สำหรับการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ให้รีบแจ้งกลับมาทันที เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ และขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์การเกษตรที่มีโรงสี และอุปกรณ์การตลาด ทั้งโกดัง ฉาง ลานตาก ช่วยเปิดจุดรับซื้อข้าวจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ ระบุด้วยว่านอกจากนี้ กรมฯยังได้ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส.) เพื่อขออนุมัติสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวให้กับสหกรณ์ไปก่อนในอัตราดอกเบี้ยปกติของ ธ.ก.ส.และเมื่อโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวเปลือกและโครงการเก็บชะลอข้าวเปลือกที่กระทรวงพาณิชย์เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบแล้ว &amp;nbsp;ธ.ก.ส.ก็จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับสหกรณ์ตามที่กระทรวงพาณิชย์จ่ายชดเชยมาตรการของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ ระบุด้วยว่า ทราบว่าขณะนี้อยู่ในระหว่างที่กระทรวงพาณิชย์ขออนุมัติชดเชยการดอกเบี้ยต่อกระทรวงการคลัง คาดว่าสัปดาห์หน้าคงได้รับการอนุมัติ ดังนั้น ในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย.นี้ ธ.ก.ส.จะแจ้งทุกสาขาให้อนุมัติสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวให้กับสหกรณ์ไปก่อนในอัตราดอกเบี้ยปกติของ ธ.ก.ส.และเมื่อกระทรวงพาณิชย์ได้รับอนุมัติโครงการแล้ว ธ.ก.ส.ก็จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ให้กับสหกรณ์ตามที่กระทรวงพาณิชย์จ่ายชดเชย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวต่อว่า เหตุจากขณะนี้มีสมาชิกสหกรณ์นำข้าวมาเข้าคิวขายจำนวนมาก ส่วนใหญ่เกษตรกรจะเกี่ยวข้าวสดความชื้นเกิน 25 % มาขาย เนื่องจากไม่มีที่ตากและเครื่องอบลดความชื้น เมื่อเกี่ยวข้าวแล้วต้องขนมาขายในทันที ส่งผลให้มีรถขนข้าวเปลือกมาจอดรอคิวยาวเยียดหน้าสหกรณ์การเกษตรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสหกรณ์บางแห่งมีข้อจำกัดเรื่องเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากใช้เงินของสหกรณ์เองซึ่งมีไม่มากนัก ทำให้สหกรณ์ต้องปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก เกษตรกรจึงต้องขนข้าวไปขายให้พ่อค้าในพื้นที่ ซึ่งอาจจะถูกกดราคาเพราะต้องโดนหักค่าความชื้น &amp;nbsp;ดังนั้น ปัญหานี้จะต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว หากสหกรณ์ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมข้าวในช่วงนี้ ขอให้สหกรณ์จังหวัดประสานกับ ธ.ก.ส.ในพื้นที่ได้ทันที.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50515</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์, ตากข้าวเปลือก, พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ, ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวเปลือก, อธิบดีกรมส่งเสริมฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2220ade2e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯทอดพระเนตรกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนโรงเรียนบ่อเกลือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.62 - นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ &amp;nbsp;นางสุภาพ ไทยน้อย สหกรณ์จังหวัดน่าน เฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 12-16 พฤษภาคม 2562 และได้เสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนของโรงเรียนบ่อเกลือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 440,000 บาท จัดสร้างอาคารกิจกรรมสหกรณ์ เมื่อปี 2547 เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และห้องฝึกปฏิบัติกิจกรรมสหกรณ์ และมีความรู้ความเข้าใจในการทำงานร่วมกันตามวิธีการสหกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในการนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้กราบบังคมทูลถวายรายงานถึงความก้าวหน้าในการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนของโรงเรียนบ่อเกลือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35827</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.น่าน, พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์, อำเภอบ่อเกลือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda73dae28d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสวนทุเรียนเฮ! &#039;อาลีบาบา&#039;เหมาปีละ8แสนลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค. 61 - นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป ของจีน มีความสนใจจะสั่งซื้อทุเรียนไทยส่งไปขายผ่านออนไลน์ในประเทศจีน พร้อมทั้งได้ประสานมายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้บริษัท&amp;nbsp; Win Chain Supply Chain Management&amp;nbsp; Co.LTD ซึ่งเป็นบริษัทจัดซื้อในเครือของอาลีบาบา เจรจาการค้าร่วมกับตัวแทนสหกรณ์ในจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราด เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจากการหารือร่วมกันครั้งนั้น ตัวแทนของอาลีบาบาได้แจ้งความประสงค์ที่จะทำธุรกิจซื้อขายทุเรียนกับสหกรณ์โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระหว่างวันที่ 21-23 พ.ค.นี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมด้วยกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้นำผู้แทนของบริษัท อาลีบาบา ลงพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรีและตราด เพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิตผลไม้คุณภาพ GAP&amp;nbsp; ซึ่งเริ่มตั้งแต่การบริหารจัดการในแปลงของสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp; จากนั้นได้ไปดูกระบวนการรวบรวมผลไม้ การคัดเกรด การบรรจุและขนส่งสินค้าของสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัดและสหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการรวบรวมผลไม้เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ทำให้บริษัทเกิดความมั่นใจในกระบวนการผลิตผลไม้คุณภาพของสหกรณ์ จึงได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมด้านการกระจายผลไม้ออกสู่ตลาดจีน โดยขายผ่านออนไลน์เว็บ Tmall.com ในเครืออาลีบาบา นอกจากนี้ยังเก็บข้อมูลผลไม้ไทย เพื่อไปทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ ว่าเป็นผลไม้ที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในประเทศจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเดินทางมาของตัวแทนบริษัทของอาลีบาบา กรุ๊ปในครั้งนี้ ได้มีการเจรจาการค้าร่วมกับกับสหกรณ์&amp;nbsp; 5 แห่ง ในภาคตะวันออก ได้แก่สหกรณ์นิคมวังไทร จำกัด สหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จำกัด จังหวัดระยอง สหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp; สหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด และสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจการเกษตร จำกัด จังหวัดตราด โดยมีกรอบความร่วมมือซื้อขายผลไม้ 5 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวและเสาวรส โดยในจำนวนดังกล่าวบริษัทต้องการเริ่มสั่งซื้อทุเรียนก่อนผลไม้ชนิดอื่น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มซื้อขายได้ในปีหน้า ปริมาณขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 3,000 ตันหรือ 800,000 ลูก ซึ่งสหกรณ์จะต้องส่งสินค้าถึงปลายทางไม่เกิน 7 วัน และทั้งสองฝ่ายจะยอมรับการสูญเสียของสินค้าไม่เกินร้อยละ 10 ของปริมาณการส่งออกในแต่ละครั้ง&amp;quot; อธิบดีกรมส่งเสริมสหรณ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิธีการชำระเงิน ทางบริษัทตกลงชำระเงินค่าสินค้าล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 20% ของการทำสัญญาในแต่ละช่วง และเมื่อส่งมอบสินค้าแล้วทางบริษัทจะชำระเงินทั้งหมดทันที และสหกรณ์ยินดีให้บริษัทเข้ามาบริหารจัดการด้าน Logistics ตั้งแต่จุดรวบรวมของสหกรณ์ ซึ่งภายใต้ข้อตกลงร่วมกันนี้ จะมีการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างตัวแทนของบริษัท อาลีบาบา กับสหกรณ์ในภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณกลางเดือนมิ.ย.นี้ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9784</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, ทุุเรียน, พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ, ภาคตะวันออก, ระยอง-จันท์-ตราด, อาลีบาบา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b04f2f930609.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
