<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังอวดปล่อยกู้พิโกไฟแนนซ์8.2พันล้านจับมือตำรวจปราบหนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย. 2563 นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2563 ภาพรวมการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) มีผู้ที่ได้รับอนุญาตจาก รมว.การคลัง ให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้วสะสมสุทธิ 858 ราย ใน 72 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 508 ราย รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง 134 ราย, ภาคเหนือ 114 ราย, ภาคตะวันออก 60 ราย และภาคใต้ 42 ราย โดยตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2559 ที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์จนถึงสิ้นเดือน ส.ค. 2563 ได้มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 328,300 บัญชี รวมเป็นวงเงิน 8,250.38 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 25,130.61 บาทต่อบัญชี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมการประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2563 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์สะสมสุทธิทั้งสิ้น 851 ราย ใน 75 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 775 ราย ใน 72 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 67 ราย, กรุงเทพมหานคร 58 ราย, ขอนแก่นและร้อยเอ็ด 43 ราย ส่วนภาพรวมการประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัส ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2563 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัสสะสมสุทธิทั้งสิ้น 94 ราย ใน 32 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 83 ราย ใน 29 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 14 ราย, อุดรธานี 8 ราย และอุบลราชธานี 7 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาพรวมสถานะสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2563 มียอดสินเชื่อคงค้างจำนวนทั้งสิ้น 149,860 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 3,512.16 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อค้างชำระ 1-3 เดือน สะสมรวมทั้งสิ้น 20,246 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 523.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น 14.91% ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม และมีสินเชื่อค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) สะสมรวมจำนวน 23,920 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 569.01 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16.20% ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม ซึ่งมีแนวโน้มลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับยอด NPL ของเดือน ก.ค. 2563 ซึ่งอยู่ที่ 16.60%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังคงดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคีแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559 จนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายจำนวนสะสม 7,476 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. 2563 จำนวน 121 ราย การลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ย การเพิ่มศักยภาพลูกหนี้นอกระบบ และการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยองค์กรการเงินชุมชน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82913</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), พรชัย ฐีระเวช, พิโกไฟแนนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5de9ec65d6784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านเฮ!คลังเล็งขยายปล่อยกู้พิโกไฟแนนซ์เป็นแสนบาทต่อราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค. 2562 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งศึกษาการปรับเงื่อนไขการปล่อยกู้ของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ให้มีขอบเขตกว้างขึ้น โดยจากเดิมจะปล่อยกู้ได้รายละไม่เกิน 50,000 บาท ให้เพิ่มเป็น 1 แสนบาท พร้อมกับปรับลดเพดานการคิดดอกเบี้ยให้ต่ำลงจากปัจจุบันที่คิดที่ 36% ต่อปี เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของประชาชนที่นิยมพิโกไฟแนนซ์มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากมีการปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้แล้ว เพดานดอกเบี้ยเงินกู้พิโกไฟแนนซ์จะต้องลดลงด้วย เนื่องจากต้นทุนการบริหารจัดการจะถูกลงตามขนาดวงเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น เช่น เรื่องการทวงหนี้ทางบัญชี ซึ่งสศค.จะต้องศึกษาเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับคนกู้ด้วย ขณะเดียวกัน สศค.จะศึกษาประเด็นการปรับเพิ่มทุนจดทะเบียนผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์จากปัจจุบันที่กำหนดไว้ 5 ล้านบาท โดยรูปแบบจะมีต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับวงเงินสินเชื่อที่จะขยายออกไปให้เกิดความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการสำรวจที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนนิยมการกู้พิโกไฟแนนซ์มากกว่าสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) เพราะเงื่อนไขการกู้เป็นสินเชื่อเอนกประสงค์ยืดหยุ่นกว่า สามารถนำไปใช้ได้หลายรูปแบบ และยังสามารถนำหลักทรัพย์ไปค้ำประกันได้ ซึ่งต่างจากนาโนไฟแนนซ์ที่เน้นให้กู้เพื่อการประกอบอาชีพและไม่ต้องมีหลักประกัน แต่ยืนยันว่าการปล่อยกู้พิโกไฟแนนซ์จะยังคงให้บริการได้เฉพาะในพื้นที่ คือบุคคลที่มีทะเบียนบ้าน หรือที่ทำงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่พิโกไฟแนนซ์จดทะเบียนอยู่ ซึ่งแตกต่างจากนาโนไฟแนนซ์ที่ให้กู้ได้โดยไม่จำกัดพื้นที่&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ สศค.จะมีการเร่งศึกษา โดยการปรับปรุงหลักเกณฑ์จะต้องมีความแตกต่างจากนาโนไฟแนนซ์อย่างชัดเจน หากเสร็จสิ้นก็จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา และยืนยันว่าพิโกไฟแนนซ์ยังต้องขออนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังอยู่เหมือนเดิม ส่วนการปล่อยกู้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ ขณะนี้กฎหมายได้เปิดช่องให้พิโกไฟแนนซ์ทำได้อยู่แล้ว ซึ่งต่อไปหากมีการขยายวงเงิน ก็จะให้กู้จำนำทะเบียนได้เป็น 1 แสนบาทด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายวงเงินปล่อยกู้, พิโกไฟแนนซ์, รมว.การคลัง, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51bb1624862.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศค. จ่อยึดใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์คืน 8 ราย หลังได้ไปไม่ยอมดำเนินการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ( สศค. ) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สศค. เตรียมลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการที่ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (พิโกไฟแนนซ์) ที่ยังมีใบอนุญาตค้างอีกราว 300 - 400 ราย ซึ่งมีทั้งรายที่ยื่นเอกสารไว้ และรายที่ได้รับอนุญาตแล้วแต่ยังไม่เปิดดำเนินการให้เร่งเปิดดำเนินการ &amp;nbsp;หากได้รับใบอนุญาตแล้วเกิน 1 ปียังไม่เปิดดำเนินการ ทาง สศค. จะเข้าไปตรวจสอบข้อมูลว่ายังความพร้อมอยู่หรือไม่ ซึ่งขณะนี้คาดว่าจะมีจำนวน 8 ราย ที่จะพิจารณาขอใบอนุญาตคืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สศค. ยังเตรียมพัฒนาระบบการยื่นคำขอใบอนุญาตใหม่ โดยจะนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาพัฒนาให้ผู้ยื่นคำร้องมีความสะดวกสบายมากขึ้นหากเอกสารครบ คาดว่า สศค. จะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนในการให้ใบอนุญาตได้ &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุหลักของผู้ประกอบการที่ยื่นคำร้องแล้วแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากเขียนแผนนธุรกิจไม่ได้ ทำให้ สศค. ไม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับผลดำเนินงานสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ตั้งแต่ เดือน ธ.ค. 2559 จนถึง ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2561 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาตทั้งสิ้น 579 ราย ใน 67 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 52 ราย กรุงเทพมหานคร 46 ราย และร้อยเอ็ด 35 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีจำนวนที่คืนคำขออนุญาตทั้งสิ้น 92 ราย ใน 45 จังหวัด จึงมีนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตสุทธิ 487 ราย ใน 65 จังหวัด และมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 386 ราย ใน 64 จังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้ ได้เปิดดำเนินการแล้ว 310 ราย ใน 63 จังหวัด และมีผู้ประกอบการที่ปล่อยสินเชื่อแล้ว 287 ราย ใน 60 จังหวัด โดยผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตสามารถปล่อยสินเชื่อได้ภายในเขตจังหวัดให้แก่ผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ภายในจังหวัดนั้น ๆ วงเงินรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน 36 % ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในปีนี้จะมากระตุ้นเรื่องพิโก นาโนไฟแนนซ์อีก เพื่อเป็นกลไกในการแก้หนี้นอกระบบ ตอนนี้ในส่วนใบอนุญาติพิโก ขอไปแล้วเปิดดำเนินการได้แล้ว 83 % ที่เหลืออีกแค่ 17 % ยังไม่เปิด ต้องเข้าไปดูว่าติดขัดอะไร&amp;quot; นายลวรณ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2561 มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสม 3.03 หมื่นบัญชี รวมเป็นเงิน 785.45 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ย 2.5 หมื่นบาทต่อบัญชี ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกัน 1.58 หมื่นบัญชี เป็นเงิน 474.98 ล้านบาท คิดเป็น 60.47 % ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 1.44 หมื่นบัญชี เป็นเงิน 310.47 ล้านบาท คิดเป็น 39.53 % ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างรวมมีทั้งสิ้น1.35 หมื่นบัญชี คิดเป็นเงิน 329.41 ล้านบาท สำหรับสินเชื่อที่ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน มีจำนวน 796 บัญชี คิดเป็นเงิน26.51 ล้านบาท หรือ 8.05 % ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม และมีสินเชื่อค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน หรือ เอ็นพีแอล จำนวน 276 บัญชี คิดเป็นเงิน 8.06 ล้านบาท หรือ 2.45 %ของสินเชื่อคงค้างรวม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29531</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิโกไฟแนนซ์, ยึดใบอนุญาต, ลวรณ แสงสนิท, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea220dd560c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเร่งเครื่องดันกม.คุมปล่อยกู้รายย่อย-สินเชื่อทะเบียนรถ ไม่ให้เอาเปรียบประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังลุยรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายคุมปล่อยกู้พิโกไฟแนนซ์-สินเชื่อทะเบียนรถ-เช่าซื้อ จ่อตั้งสำนักงานดูแลโดยตรง กำหนดค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ย ไม่ให้เอาเปรียบประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ระบุว่า ขณะนี้สศค.ได้จัดทำร่างพ.ร.บ.การกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงินพ.ศ.....เสร็จแล้ว และกำลังเปิดรับฟังความเห็นอยู่จนถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้ โดยกฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน กลุ่มสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) สินเชื่อรับสมุดคู่มือจดทะเบียนรถเป็นประกันการชำระหนี้ (สินเชื่อทะเบียนรถ) &amp;nbsp;การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลีสซิ่งและแฟคตอริ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนื่องจากบริการทางการเงินนี้ ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากภาครัฐ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลมาตรฐานและคุ้มครองผู้บริโภคจึงเห็นควรให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงินและมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงินขึ้นมา&amp;rdquo; &amp;nbsp;รายงานข่าว ระบุ
สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ. ดังกล่าว ประกอบด้วย การกำหนดนิยามของผู้ให้บริการทางการเงินที่จะได้รับการกำกับภายใต้ร่างพ.ร.บ.ฯร่าง ฉบับนี้ &amp;nbsp;รวมถึงการตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ พร้อมด้วยกรรมการอีก 6 คน อาทิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่ออกระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขและแนวปฏิบัติในการประกอบธุรกิจ การขอรับใบอนุญาต การขึ้นทะเบียนของผู้ให้บริการ รวมถึงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการขออนุญาตการขึ้นทะเบียนและค่าธรรมเนียมอื่น ส่วนการแต่งตั้งและคุณสมบัติของเลขาธิการฯ ให้ รมว.คลัง แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก พร้อมกับให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงินเป็นหน่วยงานของรัฐและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน กำหนดผู้ให้ธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ ผู้ประกอบการสินเชื่อทะเบียนรถ จะต้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดหรือนิติบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศ และได้รับอนุญาตจากรมว.คลัง &amp;nbsp;ส่วนผู้ให้บริการธุรกิจเช่าซื้อแบบลีสซิ่งและแฟคตอริ่งต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ให้บริการทางการเงินทั้ง 2 ประเภท ต้องทำธุรกิจตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการฯกำหนด อาทิ มาตรฐานการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม การเปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้บริการทางการเงิน รวมถึงให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจสอบกิจการสินทรัพย์และหนี้สินของผู้ให้บริการทางการเงินตลอดจนลูกหนี้และผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการทางการเงินหากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม &amp;nbsp;มีบทลงโทษทางอาญา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังกำหนดบทเฉพาะกาลให้ผู้ให้บริการทางการเงินที่ต้องขออนุญาตหรือขึ้นทะเบียนยื่นคำขออนุญาตหรือขึ้นทะเบียนแล้วแต่กรณีต่อสำนักงานฯภายใน 120 วันนับแต่วันที่พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้และในวาระเริ่มแรกให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน
ทั้งนี้กระทรวงการคลัง ได้ประเมินว่าเมื่อกฎหมายนี้บังคับใช้แล้ว จะสร้างกลไกการอนุญาตและการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเงินทำให้ภาครัฐเข้าถึงข้อมูลสถิติของผู้ให้บริการทางการเงินขนาดเล็กขนาดกลางและขนาดใหญ่ในท้องที่ต่างๆทั่วประเทศโดยทำให้ภาครัฐทราบปริมาณธุรกรรมสินเชื่อสำหรับประชาชนรายย่อยและนำมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจการเงินได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมการให้บริการทางการเงินหลากหลายประเภทที่ไม่เคยมีผู้กำกับดูแลให้มาอยู่ภายใต้การกำกับอย่างเป็นระบบมีมาตรฐานและไม่เอาเปรียบผู้บริโภคโดยผู้บริโภคจะได้รับความคุ้มครอง &amp;nbsp;ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินเชื่ออย่างครบถ้วนมีเงื่อนไขสัญญา และการทำสัญญาที่เป็นธรรมมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูงเกินส่วนอันสมควรมีการเปิดโอกาสให้ร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้บริการโดยได้รับการตอบสนองเพื่อแก้ไขปัญหาในข้อร้องเรียนอย่างทันท่วงที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7247</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, พิโกไฟแนนซ์, ยกร่างกฎหมาย, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สินเชื่อทะเบียนรถ, สินเชื่อรายย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a891d9be74d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
