<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 21:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039; ขอบคุณแฟนคลับ &#039;พีซทีวี&#039; เผยยังเคลื่อนไหวในนามกลุ่มสามัคคีประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์ ในหัวข้อ &amp;quot;ขอบคุณแทน Peace TV&amp;quot; เริ่มต้นนายจตุพรได้ขอบคุณผู้ติดตามและแฟนคลับที่ติดตามช่อง Peace TV มาโดยตลอด หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวยุติออกอากาศ ได้มีแฟนคลับและผู้ติดตามแสดงความห่วงใย และซื้อสินค้าที่ระลึกมากมายเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรย้ำถึงอุดมการณ์ในการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ยังคงเป็นวิถีทางแห่งความจำเป็น และความสุจริตที่ใช้เป็นเกราะกำบัง จะคงนำพาสู่ปาฏิหาริย์ที่จะได้พบกันอีกครั้ง และยังคงเคลื่อนไหวในนาม &amp;quot;กลุ่มสามัคคีประชาชน&amp;quot; ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก่อนเข้ามาจัดรายการวันนี้ ก็นัดประชุมบรรดาน้อง ๆ พนักงานต่างๆซึ่งหลายคนเลยนะครับได้ร่วมชีวิตกันมาบางคนอยู่ยาวนานถึง 14 ปี 10 ปี 5 ปี 6 ปี มากมาย ตามลำดับ ผมก็ได้บอกกล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ... ผมมีความวาดหวังกันว่าเราจะแยกย้ายกันในวันที่เรามีความสมบูรณ์มากที่สุด นั่นก็คือวันเวลาที่เราเพียบพร้อม แล้ว เราเดินมาถึงจุดอิ่มตัว ในการทำหน้าที่ แต่ว่าไม่มีความประสงค์เลยที่เราจะต้องแยกย้ายกันในวันที่เรามีความยากลำบาก&amp;quot; นายจตุพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงถัดมานายจตุพรกล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองต่าง ๆ ในปัจจุบัน อาทิ ภารกิจเปิดประเทศภายใน 120 วันที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) ที่มองว่า เป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายของประเทศ แต่กลับไม่มีการเดิมพันว่าหากล้มเหลว จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรต่อประเทศ และเรื่องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ที่แต่ละฝ่ายกำลังมุ่งไปสู่การแก้ระบบการเลือกตั้ง แต่ปัญหาของประเทศยังคงไม่ผ่านไป ไม่ได้รับการแก้ไข และยังมองว่าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญอาจจะเป็นศึกใหม่ระหว่างฝ่ายค้านด้วยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงสุดท้ายนายจตุพร ระบุว่าในวันอังคารหน้า (22 มิ.ย. 2564) จะมีการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ลาออกจากตำแหน่งเพิ่มเติม และจะมีการประกาศแนวทางของกลุ่มสามัคคีประชาชนในวันที่ 24 มิ.ย. 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับช่อง Peace TV เป็นสถานีโทรทัศน์เคเบิล ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารหลักของกลุ่มนปช. โดยจะยุติออกอากาศในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เนื่องจากไม่มีเงินทุนสนับสนุน หลังจากนี้จะเผยแพร่ผ่านทางช่องทางโซเชียลเป็นหลัก ในระยะเวลาในการออกอากาศตลอด 7 ปี Peace TV ถูกฝ่ายความมั่นคงในยุคคสช. สั่งยุติการออกอากาศ และถูกกสทช.เพิกถอนและพักใช้ใบอนุญาตการออกอากาศอีกบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106742</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นปช., พีซทีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a4fb00a802.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พีซทีวี-จตุพร หมดลมหายใจ หลังแบกหนี้อ่วม 140 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ &amp;lsquo;พีซทีวี&amp;rsquo; จะยุติการออกอากาศในสิ้นเดือน มิ.ย. 2564 โดยเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา อรุโณทัย ศิริบุตร พิธีกรข่าวพีซทีวี แจ้งว่า ในวันที่ 30 มิ.ย. 2564 พีซทีวีจะออกอากาศเป็นวันสุดท้าย โดยมีปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เมื่อ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ก่อตั้งพีซทีวี ยืนยันว่า พีซทีวีจะยุติออกอากาศจริง เนื่องจากไม่มีทุนสนับสนุน โดยจะใช้ช่องทางโซเซียลมีเดียแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2564 พบว่า สถานีโทรทัศน์พีซทีวี จดทะเบียนจัดตั้งในชื่อบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด (ชื่อเดิมบริษัท รวยทันที จำกัด) จดทะเบียนเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2556 ทุนปัจจุบัน 50 ล้านบาท แจ้งประกอบธุรกิจ ประกอบกิจการออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียง (ยกเว้นทางออนไลน์) ตั้งอยู่ที่ 281,281/1 ซอยรามอินทรา 40 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏชื่อนายอนันต์ศักดิ์ คำเก่า เป็นกรรมการรายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจ้งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2564 นายอนันต์ศักดิ์ คำเก่า ถือหุ้นใหญ่สุด 51% นายณรงค์ศักดิ์ คำเก่า ถือ 24.5% และนายวุฒิไกร ทองย่น ถือ 24.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นำส่งงบการเงินล่าสุดเมื่อปี 2562 แจ้งมีสินทรัพย์รวม 13,376,537 บาท หนี้สินรวม 140,934,113 บาท มีรายได้รวม 25,733,165 บาท รายจ่ายรวม 29,485,389 บาท ขาดทุนสุทธิ 3,752,224 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2561 มีรายได้รวม 11,060,520 บาท รายจ่ายรวม 37,983,640 บาท ขาดทุนสุทธิ 26,923,120 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2560 มีรายได้รวม 8,168,184 บาท รายจ่ายรวม 46,691,913 บาท ขาดทุนสุทธิ 38,523,729 บาท
&amp;#39;จตุพร&amp;#39; รับ &amp;#39;พีซทีวี&amp;#39; ยุติออกอากาศ 30 มิ.ย. เหตุไร้ทุนสนับสนุน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106642</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรมพันธุ์, จอดำ, ทีวีเสื้อแดง, พีซทีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60ca94fa0d899.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ทนมันปาก รุมอัดบิ๊กตู่-พ.ร.ก. ปูดพ้นเก้าอี้‘พ.ค.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เวทีด่าออนไลน์มันปาก &amp;ldquo;ไทยไม่ทน&amp;rdquo; รุมกะซวกปัญหาโควิด-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; ฟันธง &amp;rdquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ไปแน่เดือน พ.ค. เพ้อหนัก ครม.ไม่มีใครกล้ากินน้ำกลัวถูกวางยา &amp;ldquo;นคร มาชิน&amp;rdquo; โผล่ปลุกฝ่ายค้านร่วมมือม็อบ 3 นิ้ว ปูดมี 4 ชื่อนายกฯ สำรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 เม.ย. ที่ห้องประชุมไทยไม่ทน สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี มีการจัดเวทีอภิปรายออนไลน์เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะรัฐมนตรี ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย&amp;rdquo; เป็นวันที่สอง โดยส่วนใหญ่เป็นการโจมตีการแก้ไขปัญหาโควิดของรัฐบาล โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 กล่าวเปิดเวทีตอนหนึ่งว่า รัฐบาลเลือกสั่งวัคซีนที่ประสิทธิภาพต่ำ เป็นการค้าขายกับความตายของคนในชาติ ค้าชีวิตมนุษย์ ทำให้บัดนี้คนไทยต้องเสี่ยงได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพไม่สูงเท่าที่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำอีสานกู้ชาติ ปราศรัยว่า การจัดการแก้ไขปัญหาโควิด พล.อ.ประยุทธ์ล้มเหลว มองประชาชนไร้ค่า รวบอำนาจการบริหารจัดการมาไว้ในมือตัวเองตั้งแต่ 25 มี.ค.2563 และได้ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากวันนั้นถึงวันนี้ ทางข้างหน้าที่ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พาคนไทยไป จุดหมายปลายทางคือ ป่าช้า ไม่ฝังก็เผา ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อไป โควิดไม่หยุดระบาด ประชาชนก็ตาย ถ้าให้ประชาชนรอด พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไป คือบันไดก้าวแรกที่จะหยุดวงจรหายนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ปราศรัยโดยนำคลิปของนายอนุทินที่เคยอ้างว่าไทยมีวัคซีนมากสุดในเอเชีย ก่อนระบุว่าความเป็นจริงทำไมยังฉีดให้ประชาชนไม่ถึง 1% ทุกวันนี้นายอนุทินก็วิ่งไปหารัสเซียขอซื้อวัคซีน สิ่งนี้คือที่ประชาชนได้จากรัฐบาลประยุทธ์ ไม่เคยมีความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายคนก็บอกว่าต้องไล่ทั้งนายอนุทิน นายสมศักดิ์ และนายศักดิ์สยาม ขอบอกว่าไล่ประยุทธ์คนเดียว ไปหมดทุกคน เอานายกฯ ออกให้ได้คนเดียวแก้ปัญหาได้แน่นอน มีนายกฯ คนต่อไปชื่ออะไร มีทั้ง ประวิตร และธรรมนัส ก็อยู่ในลิสต์จะได้เป็น ก็มาเลย ไม่มีปัญหา ถ้าบริหารได้ บริหารดี แก้ปัญหาได้ ไม่เป็นอะไร ถ้าบริหารประเทศไม่ได้ก็ไล่อีก&amp;rdquo; นายวีระระบุ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปราศรัยว่า การแพร่ระบาดของโควิดในไทย ระยะแรกก็เป็นหนึ่งในคนที่สนับสนุนให้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ควรใช้เพียง 15 วัน เมื่อจัดการแล้วเสร็จก็จบ แต่ทุกวันนี้เราอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินมา 15 เดือนแล้ว ซึ่งรัฐบาลอย่าย่ามใจจะถูกฟ้องร้องไม่ได้ ขอให้สังวรณ์ให้จงหนัก อำนาจเมื่อสถาปนาก่อตั้งแล้วต้องมีความรับผิดชอบรวมอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้มีการเตรียมวัคซีนเวอร์ชั่นสอง เวอร์ชั่นสามออกมาอีก ดังนั้นใครที่ไปฉีดวัคซีนอาจเป็นผู้เสพติด ต้องฉีดวัคซีนในขั้นต่อไป กลายเป็นทาสวัคซีน ยามที่เขาอัปเดตเชื้อโรคใหม่มาอีกก็ต้องฉีดวัคซีนอีก&amp;rdquo; นายไพศาลระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม ที่เคยออกมาเปิดเผยเรื่องราวไม่ชอบมาพากลในกองทัพ กล่าวว่า ปัญหาจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และให้อำนาจผู้ว่าฯ แก้ปัญหาโควิด บางพื้นที่ทำให้เกิดปัญหาผู้ว่าฯ จะใช้โรงเรียนแห่งหนึ่งเป็นสถานที่กักตัวทั้งที่ไม่มีแม้แต่กระทั่งน้ำประปา &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ปราศรัยว่า ความผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ คือการคอร์รัปชันอำนาจ นักธุรกิจที่ยังอุ้มชู ถึงเวลาที่จะเลิกอุ้มชู แล้วหันมาดูประชาชน สร้างเศรษฐกิจเป็นธรรม เอารัฐบาลฉ้อฉล ผูกขาดอำนาจออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปราศรัยว่า การบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ล้มเหลวสิ้นเชิงทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาโควิด ได้ยินมาว่า พล.อ.ประยุทธ์จะชิงยุบสภา และตอนนี้มีการเข้าชื่อขับไล่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข และจะเอานายธนาคารบางคนมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ นายอนุทินหากไม่อยากถูกถีบออกมา ก็รีบออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดเสวนาอภิปรายออนไลน์สองวันที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เชื่อว่าคนที่มาฟังปราศรัยสัปดาห์หน้าเรามาพบกันใหม่ เจอกัน เพื่อเตรียมการจัดการขั้นเด็ดขาดต่อไป เชื่อว่าประยุทธ์จะไปเร็ว เดือนพฤษภาคมรอดยาก สภาพข้างในเละเทะ ชนิดที่ไม่มีใครกล้ากินน้ำร่วมกันเพราะกลัวถูกวางยา&amp;rdquo; นายจตุพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนคร มาฉิม อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หากฝ่ายประชาธิปไตยขาดยุทธวิธีการต่อสู้ ยังใช้วิธีการเดิมๆ ก็จะถูกไล่ล่าและพ่ายแพ้ตลอดไป ถึงแม้รัฐบาลเผด็จการทรราชนี้จะล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าในการบริหารจัดการโรคระบาดโควิด-19 เพราะรัฐบาลได้ใช้เงินภาษีและเงินกู้มาซื้อเสียงล่วงหน้าผ่านโครงการต่างๆ การที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านสู้เฉพาะแนวรบในสภา ไม่มาร่วมกับประชาชนสู้กับเผด็จการในแนวรบนอกสภา โดยตั้งเป้าหมายว่าจะกวาด ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างถล่มทลาย บอกเลยว่าคิดและประเมินผิดอย่างมหันต์ เพราะอีกไม่นานหลังจากมีการแจกเงินเยียวยาโควิดในเดือน มิ.ย.นี้ รัฐบาลมีแผนจะยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้งใหญ่บนความไม่พร้อมของพรรคร่วมฝ่ายค้านฝั่งประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อมูลวงในระบุว่า ฝ่ายเผด็จการได้วางคนที่จะมาเป็นนายกฯ ไว้แล้ว 4 คน ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง คือ พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร นายอนุทิน และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงมีคำถามถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคว่าพวกท่านจะดันทุรังสู้ภายใต้กฎกติกา แล้วปล่อยให้นักเรียน นิสิตนักศึกษา ปัญญาชนสู้อย่างโดดเดี่ยว ถูกไล่ล่า ถูกจับกุม คุมขัง ถูกอุ้มหายตลอดไปหรือ ขอเชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้านตัดสินใจอย่างกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ออกมาร่วมกับนักเรียน นิสิตนักศึกษา ใช้วิธีการต่อสู้ทุกวิถีทาง ทุกรูปแบบ เพื่อโค่นระบอบเผด็จการซ่อนรูปนี้ให้ได้&amp;rdquo; นายนครกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100716</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาโควิด, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พีซทีวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เวทีอภิปรายออนไลน์, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6085773dde9ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ทนไล่ประยุทธ์ไปก่อนโควิด &#039;จตุพร&#039; จับสัญญาณยุบสภา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 64 - ที่ร้านห้องประชุมไทยไม่ทน สถานีพีซทีวี กทม. คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเวทีอภิปรายออนไลน์ ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามายึดอำนาจรักษาความสงบ ปัจจุบันเข้ามาเพื่อรักษาโควิด ทั้งที่ความบกพร่องทั้งหมดเกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ แถลงการณ์นอกจากพูดไม่ได้เรื่องยังทำไม่ได้เรื่อง บัดนี้ยังไม่สามารถบริหารจัดการวัคซีนได้ พล.อ.ประยุทธ์สามารถจัดการได้ง่ายที่สุด เพราะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยึดอำนาจจากรัฐมนตรีมาอยู่ที่นายกฯ เหตุที่วัคซีนไม่เพียงพอเกิดจากประเมินสถานการณ์ผิด สะท้อนความบกพร่องต้องแสดงความรับผิดชอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ระหว่างไล่ พล.อ.ประยุทธ์ กับโควิดหาย ต้องไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนโควิดจะหาย เพราะประยุทธ์อับจนปัญญาแก้โควิดไม่ได้ ทุกสัญญาไม่เคยเป็นจริงเป็นรูปธรรม ยังมีหน้ามาถามไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จะเอาใคร ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ แก้ปัญหาไม่ได้ ขนาดอ่านภาษาอังกฤษยังอ่านไม่รู้เรื่อง โควิดระบาดถึงรอบสาม วันนี้สองพันกว่าคน รัฐบาลบริหารท่ามกลางความตื่นตระหนก ไม่มีใครไปตรวจสอบ เราไม่เห็นความรับผิดชอบ เชื่อว่ารัฐบาลไปไม่รอด จะมีการยุบสภาก่อนวันเปิดสภา และอาจปรับทีมเศรษฐกิจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายจตุพร กล่าวอีกว่า ตนเคยบอกสิ่งที่น่าห่วงสุดคือการระบาดระลอกสาม ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข จะกลับมาอีกรอบไม่มีวัน ประชาชนเข็ดขยาด พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประโยชน์จากการแบ่งแยกแล้วปกครอง เวทีไทยไม่ทนมาเพื่อบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นศูนย์กลางปัญหา รับปากไม่เคยทำเป็นรูปธรรม ขนาด พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯ ตระบัดสัตย์ครั้งเดียวยังไม่ได้โอกาส พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีศักยภาพแก้ไขปัญหาชาติยังได้รับโอกาส ระบอบประยุทธ์คือการปกครองของประยุทธ์ โดยประยุทธ์ เพื่อประยุทธ์ และไม่รู้จะไปเมื่อไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100578</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรพมพันธุ์, ประชาชนสามัคคี, พีซทีวี, ไทยไม่ทน, ไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_608407e1ad7b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกแบบกระดานประเทศไทยใหม่! &#039;จตุพร&#039;ชี้แม้ปรับครม. เศรษฐกิจก็ไปไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 63 - ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ว่า ในกระดานทางการเมืองแม้คนเสื้อแดงเป็นฝ่ายที่ติดคุกและได้รับชะตากรรมต่างๆ มากมาย แต่อีกซีกหนึ่ง คดีก็อยู่ในชั้นศาลไม่ได้แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นคดียึดสนามบิน คดีของ กปปส. ซึ่งอีกไม่กี่เดือนศาลชั้นต้นก็จะได้อ่านคำตัดสิน ดังนั้นสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย คนที่ต่อสู้กันมาก่อน พื้นที่ในการต่อสู้จะเหลือน้อย ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งเริ่มการต่อสู้ เพียงแต่พยายามคิดว่า ในสถานการณ์ของประเทศไทยกำลังจะเดินไปสู่ทิศทางใด ในภาวะที่มองเห็นกันว่า ปลายทางจะมีแต่ความยากลำบากอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ไม่มีอะไรเป็นสัจธรรม เพื่อยืนยันกันว่า ใครจะต้องเป็นฝ่ายชนะตลอดไป หรือใครจะเป็นฝ่ายพ่ายเเพ้ตลอดไป เพียงแต่ในสถานการณ์ที่เป็นจริงนั้น ต้องคิดและต้องอ่านกระดานอย่างมีความเข้าใจ ในกระดานทางการเมืองเวลานี้ใครก็พูดกันเรื่องพรรคพลังประชารัฐ ความจริงแล้วการเปลี่ยนแปลงแทบจะเบ็ดเสร็จจบไปแล้ว พูดง่ายๆ ว่ารอวันเวลาที่จะเข้าไปอย่างเป็นทางการ แม้ว่าผลซุปเปอร์โพลจะออกมาในแนวทางที่ทำให้เป็นกำลังใจกับ 4 กุมารก็ตาม ตนเชื่อว่า เกมนี้ทั้งหมดอยู่ที่บรรดาคณะ 3 ป. ยังไม่เสร็จเด็ดขาด ส่วนที่เหลือนั้นก็เดินตามเกมที่ถูกกำหนด แต่ก็อย่างที่ตนบอกว่า สถานการณ์ของประเทศไทยนั้นลึกลับซับซ้อน หากได้อ่านโพสต์ของหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หลายคนก็อาจคิดว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ตนเป็นคนติดตามและเป็นคนการเมืองก็จะมองทุกปรากฏการณ์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด สิ่งที่ขีดเส้นใต้มาโดยตลอดและต้องเน้นย้ำว่า การต่อสู้ทั้งหมดอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเท่านั้น เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นในการขับเคลื่อน เรามักจะถูกแปลงเจตนาหลากหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนซึ่งโดยส่วนใหญ่ประชาชนก็ยึดในแนวทางนี้มาโดยตลอดและไม่มีใครที่จะมาเป็นปัญหา เพราะหากเราไม่ขีดเส้นใต้อย่างเข้าใจ ภูมิต้านทานซึ่งมีน้อยอยู่แล้วจะไม่เหลืออะไรเลย ดังนั้นปรากฏการณ์ต่างๆ ในการแสดงความคิดเห็นในฐานะที่ตนไม่สามารถเข้าสู่สนามการเมืองได้เพราะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ได้เเสดงความคิดเห็น โดยที่ไม่มีผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บนกระดานขณะนี้ต่างคนต่างก็เห็นชัดเจน ทั้งกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ปัญหาและแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ขยายเวลาไป 90 วัน ลองไปถามกรรมาธิการฯ ชุดนี้ดูสักคนว่า ใครเชื่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะแก้ไขได้ ดังนั้นเป็นแต่เพียง สถานที่ที่ได้ระบาย ซึ่งความจริงก็ไม่ควรจะมีคณะกรรมาธิการฯชุดนี้ตั้งแต่ต้น เพราะเราอ่านกระดานการเมืองกันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้มีเอาไว้เพื่อการแก้ไข แต่มีเอาไว้เพื่อใช้และฉีก ซึ่งเปรียบเสมือนทางตัน&amp;quot; นายจตุพร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นกระดานทุกอย่างได้ถูกออกแบบเอาไว้เสร็จสิ้น เพราะฝ่ายคณะยึดอำนาจได้ศึกษาบทเรียนทางการเมืองของประเทศไทยอย่างแยบยลและที่สำคัญที่สุดคือเทคโนโลยีหลายอย่างที่ใครคิดว่าจะฉลาดกว่าทางกองทัพนั้นจะต้องกลับไปคิดเสียใหม่ เพราะเทคโนโลยีทุกชนิดวันนี้ไม่มีใครมีประสิทธิภาพเหนือกว่ากองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้หลายเรื่องราวของประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงเป็นจำนวนมาก เราจึงต้องอยู่ในบริบทที่มีความเข้าใจในแต่ละสถานการณ์อย่างมากที่สุด ต้องมองทุกปรากฏการณ์ อย่างที่ตนเคยบอกว่าความเป็นจริงกับความเป็นข่าวนั้น ความเป็นข่าวมีอยู่เพียง 30 %ของกระดานทางการเมืองในแต่ละเรื่องราว แต่ความเป็นจริงอีก 70 % อยู่ด้านหลัง ซึ่งตนอยู่ในบริบทที่เป็นคนการเมืองมีบรรดาเพื่อนพ้องทุกวงการทุกฝ่าย แต่เข้าใจในแต่ละกระดานในการขับเคลื่อน ดังนั้นการวิเคราะห์ทางการเมืองการข่าวต้องครบถ้วน หลักการ รู้เขารู้เรา และต้องเข้าใจสถานการณ์ วิเคราะห์สถานการณ์อย่างเข้าใจ ว่า เราเป็นใครอยู่ตรงไหนอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ในทางกระดานทางการเมือง ผมเชื่อว่าอย่างไรก็ตามความทุกข์ของประชาชนเกินศักยภาพ แม้จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีก็ตาม เศรษฐกิจก็ไปไม่ได้ ดังนั้นที่ผมบอกว่าเพียงอยากเห็นดอกไม้บานนั้นคือต้องการให้ประเทศไทยเดินต่อไปได้&amp;rdquo; ประธาน นปช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ย้ำว่า เราต่างก็มองเห็นว่าประเทศนี้กำลังจะเกิดอะไรขึ้น เดือนนี้เดือนสุดท้ายของการเยียวยา ต้องคิดกันใหม่ว่าจะรับมือกับความอดอยากที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไร วันนี้ต้องคิดออกแบบกระดานของประเทศไทยกันใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะเชื่อว่าการยุบสภาไม่ใช่ทางออกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68065</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ประธานนปช., พีซทีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edcd25b37407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ฝากความหวังในมือปชช.ตรวจสอบเงินกู้ มองขาดตั้งกมธ.แค่การแสดงสกัดโกงไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;31 พ.ค.63- ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี มีการจัดรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวตอนหนึ่งว่า การอภิปราย ร่างพระราชกำหนดเงินกู้ 3 ฉบับ และสิ่งที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลบางคนพยายามนำเสนอว่าควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อมาตรวจสอบการใช้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท ส่วนตัวมองว่า ตั้งไม่ตั้งก็มีค่าเท่ากัน ที่ตั้งขึ้นมานั้นในประวัติศาสตร์ทางการเมืองมองไว้ 2 เรื่องคือ ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และขอแบ่งด้วย เป็นไปได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง หวังว่าเจตนาของการตั้งกรรมาธิการฯเพื่อการตรวจสอบแต่ทั้งหมดคือการแสดงไม่เชื่อว่าตั้งกรรมาธิการตรวจสอบฯแล้วจะไม่มีการโกงเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า แต่เชื่อว่าขบวนการตรวจสอบภาคประชาชนและโลกสื่อสารไร้พรมแดนจะมีพลานุภาพมากว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการตรวจสอบฯ ดังนั้นจะมีหรือไม่กรรมาธิการตรวจสอบก็ตาม ต้องฝากความหวังไว้ที่ประชาชนและต้องเป็นหูเป็นตา เพราะเงินจำนวนนี้คือเงินของประชาชน คือหนี้ของประชาชน ที่ต้องเฝ้าติดตาม ตรวจและต้องกล้าที่จะพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวด้วยว่า การกู้เงินรอบนี้ก็เพื่อจะรอกู้กันอีกรอบตอนพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี2564 ซึ่งปีงบประมาณคือวันที่ 1 ตุลาคม2563 ก็ต้องกู้อีกหลายแสนล้าน เพราะการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน ก็เป็นการจัดทำแบบงบประมาณแผ่นดินแบบขาดดุล และแน่นอนที่สุดในทางการเมืองคนที่ใช้เงิน กับคนใช้หนี้มักจะเป็นคนละคนกันเสมอ สภาพประเทศ ซึ่งพยายามจะออกแบบว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้น เชื่อว่าเป็นการสะสมหนี้ตามลำดับและภาวะเศรษฐกิจที่เสื่อมเวลานี้ ทำให้สภาพสังคมเสื่อมไปแทบทั้งหมด มีแต่ข่าวสังคมแย่ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานปช. ระบุว่า วันนี้เราอยู่ในสถานการณ์บ้านเมือง ที่บางครั้งพอดูแล้ว มันก็คือการแสดงกันทั้งนั้น อย่าไปอินว่ามันใช่กันทั้งหมด ตนเองเคยพลัดหลงไปในดงละครหลายครั้ง ไม่ค่อยจะผลีผลามใดๆทั้งสิ้นในสถานการณ์ทางการเมืองแบบนี้ เพราะที่เห็นกันอยู่บนกระดานปัจจุบันยังไม่ใช่คำตอบ มันก็ยังเป็นการแสดงกันอยู่และทุกคนต่างก็รู้ว่า ขณะนี้เลือกตั้งไปก็เท่านั้น ตราบใดรัฐธรรมนูญเป็นอย่างนี้ปัญหาก็ยังไม่จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ระบุว่า บอกได้เลยว่าเงินจำนวน 4 เเสนล้านนั้น หากตำน้ำพริกละลายแม่น้ำก็ทำได้ หากไม่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จะมาหยุดความเดือดร้อนของประชาชนเฉพาะหน้านั้น ไม่เชื่อว่า เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท จะไปสร้างอนาคตอะไรได้ เพราะภาวการณ์ต่างๆไม่เอื้อว่า เงินจำนวน 4 แสนล้านที่ว่านี้จะไปฟื้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ เเม้แต่นักธุรกิจที่ร่ำรวยมหาศาลยังบอกว่านี่หนักกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งหลายเท่า และทุกคนต่างก็รู้ว่าเป็นเพียง แค่ยาชาชั่วคราวเท่านั้นเพียงเพียงแต่จะฉีดกันตรงจุดได้หรือไม่ เนื่องจากปัญหารออยู่ข้างหน้าโดยเฉพาะในพรรคร่วมรัฐบาลก็รอปรับคณะรัฐมนตรี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวด้วยว่า การเมืองในรอบหน้าภายใต้กติกาอันนี้จะเหนื่อยหนักยิ่งกว่าเดิม ฝ่ายค้านก็ต้องกระจายรัฐบาลเองก็ต้องกระจายเพื่อมาจัดสำรับไพ่ใหม่กันหมด เท่าที่ดูปรากฏการณ์ขณะนี้ เห็นอย่างชัดเจนว่าแต่ละฝ่ายก็กระจายกันเพราะถูกออกแบบไว้อย่างนั้น เหมือนที่เคยบอกว่ารวมกันแพ้แยกกันชนะ ยังเป็นปรากฏการณ์เช่นนี้ และต่อให้พรรคการเมืองรวมกันยังไงก็ไม่ได้ 376 เสียง หรือได้ 376 เมื่อประชุมรัฐสภาก็แพ้เสียงส.ว.อยู่ดี หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องใช้เสียงส.ว.1ใน3 คือ 84 คน และเป็นไปได้ยากที่ส.ว.จะโหวตเพื่อตัดอำนาจตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ระบุด้วยว่า &amp;nbsp;ดังนั้นละครฉากนี้ตั้งแต่ฉากรัฐธรรมนูญ ตั้งกรรมาธิการการศึกษาแค่เพื่อซื้อเวลาเท่านั้น เพราะใครก็รู้ว่าต่อให้ศึกษาเสร็จก็ไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญ เพราะในอดีตมีตัวอย่างมาแล้วที่สุดท้ายก็ไม่กล้าโหวตวาระ 3 อย่างไรก็ตาม นักการเมือง ต้องรู้เช่นกันว่าภาวะเช่นนี้ประชาชนมีความยากลำบาก ส่วนที่แสดงกันไปมาก็ว่ากันไป เพียงแต่สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ ดังนั้นขอให้คิดดีๆ หากคิดไม่ดี เดี๋ยวก็จะถูกให้พ้นกระดานกันทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67457</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร  พรหมพันธุ์, นปช., พ.ร.ก.เงินกู้3ฉบับ, พีซทีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebbaa337baea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;เหน็บไม่เชื่อมีรัฐบาลขอทาน แต่ภาพมันฟ้อง! คนแทบเหยียบกันตายแห่รับของบริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย. 63 - ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี มีการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ยังคงจัดในรูปแบบสตูดิโอและงดกิจกรรมร้องรำทำเพลง มีเพียงการสื่อสารของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการตอนหนึ่งว่า ไม่เชื่อ ประเทศไทยมีรัฐบาลขอทาน นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ จะทำจดหมายเปิดผนึกถึงเจ้าสัวลำดับที่ 1 ถึง 20 ของประเทศไทย จนกระทั่งมีแฮชแท็กติดในทวิตเตอร์ ว่ารัฐบาลขอทาน ซึ่งตนไม่เชื่อ บรรยากาศของประเทศไทยเหมือนอยู่ในสภาพของสงคราม เกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรง ประชาชนคนไทยต้องไปต่อแถวเพื่อรับเงิน รับของบริจาค ข้าวสารอาหารกล่อง ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่า สภาพการณ์ของประเทศไทยเราเดินมาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร ทั้งที่งบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยปี 2563 มีมูลค่าทั้งสิ้น 3.2 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ถ้อยคำที่นายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์นั้นไม่มีข้อความใด ที่ไปขอสตางค์จากบรรดาเจ้าสัว แต่ภาพมันฟ้อง ว่าบริหารจัดการจนประชาชนอดอยากเข้าแถวรับของบริจาคแทบจะเหยียบกันตายโดยไม่คำนึงถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เพราะคนกลัวอดตายมากกว่ากลัวโควิด 19 ซึ่งตอนเเรกคนก็กลัว แต่ตอนนี้กลัวจนกล้า มีการฆ่าตัวตายไม่เว้นแต่ละวัน ขณะเดียวกันประสิทธิภาพของผู้ที่รับผิดชอบเรื่องการแจกเงินเยียวยา ซึ่งที่ผ่านมาตนก็เคยอธิบายไว้ว่า ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บอกว่า มีเงินเยียวยาแค่เดือนเดียวเท่านั้น ต่อมาก็แก้ข่าวว่า แจกได้ 3 เดือน อยากถามพลเอกประยุทธ์ว่า ในขณะนั้นเอาข้อมูลที่ไหนมาแถลงข่าวว่ามีเงินเยียวยาเพียงเดือนเดียว จนกระทั่งต้องไปตราพระราชกำหนดกู้เงิน 1จุดล้านล้านบาท แต่ทุกมาตรการเป็นไปด้วยความล่าช้า ตอนกู้เงินเร็วเสมือนกับกระต่าย แต่พอเยียวยาช้ากว่าเต่าขาขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขอให้พอเสียทีกับการออกมาพูดแบบไม่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการใช้เอไอ คัดกรองประชาชนกว่า 27 ล้านคน ปรากฏว่าเห็นหน้าคนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรกับนักศึกษาแทบทั้งหมด ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปเยียวยาคนที่เป็นเกษตรกร เมื่อคนที่ไม่ได้เป็นเกษตรกรจริง แต่เอไอ บอกว่าเป็นเกษตรกร คนเหล่านี้จะโดนข้อหาแจ้งความเท็จหรือไม่ หรือเอไอ เฟกนิวส์ นี่เป็นความเหลวแหลก อย่างไรก็ดีควรไปลดภาระเรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเรื่องค่าไฟ ปรากฏว่าค่าไฟเดือนนี้แพงแทบทุกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อแสดงเจตนาว่าจะคุยกับบรรดาเจ้าสัวทั้ง 20 คนซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่กลุ่มทุนประชารัฐอยู่แล้ว ได้ประโยชน์จากสัมปทานผูกขาด ได้ประโยชน์กับการเลือกมาตรการ มีอำนาจเหนือการตลาดจากการเปิดช่องว่างให้ ดังนั้น การที่ไปทำจดหมายเปิดผนึกถึงบรรดาเจ้าสัวนั้น สิ่งที่น่ากลัวกว่าการขอสตางค์ คือ ผลประโยชน์ทับซ้อน ประเทศไทยคนไทยจะต้องเสียอะไร เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มีข่าวออกมาว่า จะเปิดให้บริการวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ถามว่ารู้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลชุดนี้พังเพราะเรื่องการแจกเงิน โลกต้องจดจำเพราะสุดท้ายแล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ควรระดมความคิดเห็นจากคนทั้งชาติ ไม่ใช่มาเน้นการรับข้อเสนอและจาก 20 เจ้าสัว วันนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการบริหารประเทศ คือศักยภาพ ตามด้วยคำว่าประสิทธิภาพ และความโปร่งใส เเม้ว่าวันนี้จะยึดอำนาจจากบรรดานักการเมืองส่วนใหญ่มาใช้ข้าราชการประจำ แต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้น เมื่อไม่สามารถแก้ไขปัญหาความอดอยากได้ ในทางการแพทย์ก็สามารถควบคุมได้ ทุกคนในประเทศมีหน้ากากอนามัยใช้หากรัฐบาล ยังไม่มีประสิทธิภาพ เรื่องการแจกเงินและปล่อยให้คนอดอยาก ก็ควรยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเสียให้ประเทศเดินต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ประเทศไทยเราต่างฝ่ายต่างได้ให้ความร่วมมือ กับรัฐบาลและให้โอกาสมาค่อนข้างมาก ซึ่งเชื่อว่าจากนี้ไป ก็ถือว่าเป็นคำเตือนที่ไม่ได้มาจากตน หากประชาชนกลัวอดตายชนิดที่ทนกันไม่ได้ ไม่กลัวโควิด 19 กันอีกต่อไป และสภาพการเหมือนวันนั้นไม่มีใครกลัวใครกันอีกแล้ว มองว่าเรื่องเหล่านี้น่าเป็นห่วง เพราะรัฐบาลชุดนี้มีโอกาสมากที่สุด แต่กลับไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนั้นคือความทุกข์ของคนไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63630</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร  พรหมพันธุ์, จม.ถึงเจ้าสัว, บิ๊กตู่, ประธานนปช., พีซทีวี, รัฐบาลขอทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9c2e53b6727.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
