<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีซีพีจี สยายปีกเพิ่มทุน 1 หมื่นล้านบาท ลุยพัฒนาโรงไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.2563 นายบัญฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีซีพีจี จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำการเพิ่มทุน 10,350 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนโครงการของบริษัทรวม 64% แบ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยจำนวน 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 20 เมกะวัตต์ &amp;nbsp;เงินลงทุนรวม 1,200 ล้านบาท , โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมใน สปป.ลาว กำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ (SWAN) และดารชำระหนี้เงินกู้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Nam San 3A และ Nam San 3B ในลาว และการสร้างสายส่งขนาด 220 กิโลโวลต์ เพื่อส่งไฟฟ้าที่ผลิตจากโครงการทั้ง 2 แห่งไปยังประเทศเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เงินเพิ่มทุนอีกประมาณ 3,700 ล้านบาท จะใช้เพื่อลงทุนพัฒนาโครงการไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณาข้อเสนอซึ่งตั้งเป้าอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 10% ทั้งนี้มั่นใจว่าจากแผนการลงทุนดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทสามารถทำผลประกอบการได้เพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่ากำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อม(อีบิทดา) จะเติบโตขึ้นกว่า 75% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3,500-4,000 ล้านบาท เติบโตไปแตะ 7,000-8,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปีตั้งแต่ 2563 - 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความคืบหน้าของโครงการ SWAN ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีของประเทศเวียดนาม ได้มีการอนุมัติแผนการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการฯเรียบร้อยแล้ว และบรรจุโรงไฟฟ้าดังกล่าวเข้าไปอยู่ในแผนพีดีพีของเวียดนามด้วย โดยแผนงานต่อไปบริษัทฯได้ทำการเจรจากับบริษัทผู้เชี่ยวชาญและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเครื่องผลิตไฟฟ้าเจ้า 4 ใหญ่ระดับโลก เพื่อมารับเหมาก่อสร้างโครงการดังกล่าว โดยเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกา 1 ราย จากฝั่งยุโรป 2 ราย และบริษัทจากจีน 1 ราย ซึ่งปลายปีนี้คาดว่าจะมีการสรุปรายชื่อผู้รับเหมา ก่อนที่จะดำเนินการทางด้านการเงินและคาดว่าจะก่อสร้างได้ภายในปี 2565 โดยขณะเดียวกันจะต้องก่อสร้างสายส่งขนาด 500 กิโลวัตต์เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าดังกล่าวควบคู่ไปด้วย ซึ่งคาดว่าโครงการจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2566&amp;quot;นายบัญฑิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแผนกลยุทธ์ 5 ปี บริษัทได้ตั้งงบลงทุนกว่า 45,000 ล้านบาท โดยมุ่งขยายไฟฟ้าไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ผลประกอบการภายในปีนี้ อีบีทดาของบริษัทจะเติบโตกว่า 15% ดูได้จากผลประกอบการของบริษัทที่ในไตรมาสที่ 1-2 ของปี 63 เติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 12% จากการขายไฟฟ้า แต่ยอมรับว่าทั้งปีนี้ปริมาณการใช้ไฟจะต้องลดลง แต่บริษัทยังมั่นใจว่าจะไปได้ต่อ ส่วนการสนับสนุนโรงไฟฟ้าชุมชน หรือนโยบายอื่น ๆ ของนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่เตรียมจะออกมานั้น บริษัทก็ได้มีการเตรียมแผนรองรับและจะสามารถดำเนินงานตามได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่สถานการณ์สำรองไฟฟ้าที่สูงกว่าปกติในช่วงนี้ หากรัฐบาลจะต้องดำเนินการลดสำรองไฟ โดยสั่งการให้หยุดเดินเครื่องผลิตนั้น ก็ไม่น่าจะกระทบกับบริษัท เพราะทางรัฐบาลจะต้องไปสั่งให้ที่อื่นหยุดผลิตก่อน ส่วนฝั่งเอกชนอย่างเรานั้นจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่โดน&amp;quot;นายบัญฑิต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75783</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญฑิต สะเพียรชัย, พีซีพีจี, เพิ่มทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f487068a3e52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
