<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศิริ&quot; ถกแผนพีดีพีใหม่ เน้นโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ผสมพลังงานทดแทน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ศิริ&amp;quot; เร่งเครื่องถกแผนพีดีพีฉบับใหม่ หวังชง กพช. เคาะ ธ.ค.นี้ เพื่อเปิดประชาพิจารณ์และประกาศใช้ได้ภายในต้นปี 2562 &amp;nbsp;แย้มโรงไฟฟ้าก๊าซฯจะมาเป็นลำดับแรก ผสมกับพลังงานทดแทน ขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินกำหนดเกิดหลังปี 2570 เพื่อรอผลศึกษา SEA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เร่งหารือกับสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เพื่อเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่(พีดีพี 2561-80) เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานภายในเดือนธ.ค. จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในต้นปี 2562 ก่อนจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันการจัดทำแผนอยู่ระหว่างการลงรายละเอียดถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าหลังปริมาณสำรองที่ขณะนี้อยู่ระดับเฉลี่ยสูงถึง 25- 30% ของกำลังการผลิตติดตั้งจะเพียงพอการใช้ไปถึงปี 2567-68 จากนั้นจะต้องมีโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามาเพิ่มเพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคง ดังนั้นเบื้องต้นการจัดลำดับโรงไฟฟ้าภายใต้แผนพีดีพีใหม่ที่กำหนดให้มีโรงไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงจึงมองทางเลือกไปยังโรงไฟฟ้าหลักที่เป็นเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) เป็นลำดับแรกก่อน ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นจะถูกจัดไว้ในแผนหลังปี 2570 เนื่องจากยังมีความเห็นต่างจึงต้องรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการกำกับการศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์(SEA) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้สรุปชัดเจนก่อนว่าจะสามารถมีโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โรงไฟฟ้าหลักที่เป็นเชื้อเพลิงก๊าซฯคงจะมาก่อนลำดับแรกก็คงต้องมาดูสัดส่วนว่าจะมาจากไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟเอกชนรายใหญ่(ไอพีพี) และกฟผ.ในสัดส่วนเท่าใด ที่เหลือจะเป็นในส่วนของโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่าสัดส่วนระหว่างโรงไฟฟ้าหลักกับพลังงานทดแทนนั้นยังต้องหาจุดสมดุลอยู่เพราะโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเช่น แสงอาทิตย์ ลม ยังไม่เสถียรหากดำเนินการจะต้องมองในเรื่องของการปรับระบบให้เป็น Power System Flexibility &amp;quot;แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21585</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลังงานทดแทน, พีดีพี, ศิริ จิระพงษ์พันธ์, สำนักนโยบายและแผนพลังงาน, แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่(พีดีพี 2561-80), โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8ed0c22aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.รอพีดีพีสรุปก่อนลุยคลัง LNG ลอยน้ำที่พม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปตท.&amp;rdquo; รอความขัดเจนพีดีพี ก่อนลุยโครงการคลังแอลเอ็นจี ลอยน้ำที่พม่า เผยเอฟเอสอาร์ยูภาคใต้กำลังศึกษาศักยภาพพื้นที่ &amp;rdquo;ศิริ&amp;rdquo;ย้ำความมั่นคงไฟฟ้าต้องมีเป็นรายภาค ลงพื้นที่เก็บข้อมูลหากต้องขยายกำลังการผลิตไฟในภาคใต้ ด้าน&amp;rdquo;เอ็กโก&amp;rdquo;ยันมีความพร้อมเพิ่มกำลังผลิตไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยภายหลังรับคณะผู้บริหารของกระทรวงพลังงาน ตรวจเยี่ยมโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าความคืบหน้าของการศึกษาดำเนินโครงการสถานีเก็บก๊าซธรรมชาติแบบลอยน้ำ(เอฟเอสอาร์ยู) ที่ประเทศเมียนมา โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ร่วมทุนหลายรายและรัฐบาลเมียนมา รวมถึงรอความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี)ฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากการสร้างเอฟเอสอาร์ยูนี้เพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับพีดีพีฉบับใหม่ที่จะกำหนดความต้องการและโควต้าการนำเข้าอยู่ที่เท่าใด เพื่อให้ ปตท. ส่งก๊าซกลับมายังประเทศไทย ทั้งนี้โดยทั่วไปการสร้างคลังลอยน้ำจะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 3-4 ล้านตันต่อปี เพื่อให้เกิดการคุ้มทุนสามารถรองรับความต้องการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันโครงการเอฟเอสอาร์ยูในพื้นที่ภาคใต้อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ โดยจะเลือกระหว่างพื้นที่อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช หรือพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งต้องดูถึงศักยภาพของพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเลือกที่ไหน แต่อย่างไรก็ตามต้องดูถึงความต้องการ และความสะดวกในการส่งผ่านก๊าซธรรมชาติเพื่อให้กระจายใช้ในพื้นที่โดยรอบได้และส่งไปยังอีกโรงไฟฟ้าหนึ่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมชพื้นที่โรวไฟฟ้าขนอม ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (เอ็กโก) ว่าในระยะต่อไปทุกภาคของประเทศไทยจะต้องมีความมั่นคงของระบบไฟฟ้ารายภาค เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าขัดข้องหรือดับ ซึ่งในภาคใต้เป็นพื้นที่ที่สำคัญมาก จากปัจจุบันที่มีโรงไฟฟ้าหลักเพียง 2 แห่งได้แก่โรงไฟฟ้าขนอมและโรงไฟฟ้าจะนะ กำลังการผลิตรวม 2,400 เมกะวัตต์ ซึ่งกระทรวงกำลังศึกษาแนวทางการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งอาจจะเป็นการขยายกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าหลักทั้ง 2 แห่งนี้เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต ซึ่งอาจจะต้องพึ่งพาการใช้ก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อนำข้อมูลของพื้นที่ขนอมไปศึกษาถึงศักยภาพก่อนที่จะมีการกำหนดตั้งคลังเอฟเอสอาร์ยู แต่อย่างไรก็ตามยังพอมีเวลาอยู่ เนื่องจากสำรองไฟฟ้าของประเทศยังเพียงพอ ขณะเดียวหากแผนพีดีพีจะแล้วเสร็จแต่ก็ยังเปิดทางเลือกให้มีความยืดหยุ่นอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่าหากรัฐบาลมีนโยบายสั่งการให้ขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขนอมเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟในภาคใต้นั้น บริษัทมีความพร้อมเต็มที่ในการพัฒนา ซึ่งเบื้องต้นได้เตรียมตัวเพื่อขยายกำลังการผลิตไว้แล้วบางส่วนแล้ว แต่ก็ยังรอคำสั่งจากกระทรวงพลังงานด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15831</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังแอลเอ็นจีลอยน้ำ, ปตท., พีดีพี, วิรัตน์ เอื้อนฤมิต, ศิริ จิระพงษ์พันธ์, สถานีเก็บก๊าซธรรมชาติแบบลอยน้ำ, เมียนมา, เอฟเอสอาร์ยู, แผนพีดีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b0423d49084d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.แต่งชุดดำค้าน”ศิริ” MOU ชะลอถ่านหิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานกฟผ.แต่งชุดดำ&amp;nbsp;เดินทางมากระทรวงพลังงานวันที่ 28 ก.พ. นี้ค้านเอ็มโอยูของศิริ จิระพงษ์พันธ์&amp;nbsp;รมว.พลังงาน กับกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ลั่นเป็นการตัดสินใจเกินอำนาจย้ำเป็นหน้าที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ. 61- นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(สร.กฟผ.) เปิดเผยว่าในวันที่ 28 ก.พ. 2561นี้ สร.กฟผ.ได้รณรงค์ให้พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ทั้งหมดแต่งชุดดำและส่วนหนึ่งจะเดินทางมายังกระทรวงพลังงานในช่วงเช้า เพื่อคัดค้านกรณีที่นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ใช้อำนาจเกินหน้าที่ไปลงนาม(เอ็มโอยู) กับเครือข่ายต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน กระบี่ - เทพา โดยให้ถอนการศึกษารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยให้มีการศึกษาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์(เอสอีเอ) ภายใน 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราไม่ได้ที่จะให้เกิดมีการทะเลาะกับภาคเอกชนหรือเอ็นจีโอที่เห็นต่างในการให้ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ ซึ่งเราเคารพความเห็นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราคัดค้านคือการใช้อำนาจของรมว.พลังงานไปลงนามโดยฝ่ายเดียวไม่ถูกต้อง ควรจะต้องเป็นเรื่องของคำสั่งจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหรือมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) &amp;quot;นายศิริชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากการดำเนินงานด้านต่างๆ ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน กระบี่และเทพาของกฟผ.ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็เป็นไปตามคำสั่งของทั้งครม.และนายกรัฐมนตรีภายใต้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า(พีดีพี) ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)และครม.ทั้งสิ้น ดังนั้นการไปลงนามชะลอของรมว.พลังงานครั้งนี้ จึงสังเกตได้ว่าอาจจะเป็นการใช้อำนาจที่เกินเลยหน้าที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน, ชุดดำ, พลังงาน, พีดีพี, ศิริชัย  ไม้งาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a95238f3f2a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
