<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุบัติภัย&quot;กิ่งแก้ว&quot;บทเรียนสำคัญ วิชาเกิน&quot;ทรงพลัง&quot;กว่าวิชาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีโรงงานเม็ดพลาสติก บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ในซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;เกิดระเบิดและไฟไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งโรงงานแห่งนี้มีการใช้สารสไตรีน โมโนเมอร์&amp;nbsp;(Styrene monomer)&amp;nbsp;และเพนเทน&amp;nbsp;(Pentane)&amp;nbsp;ในกระบวนการผลิตเม็ดโฟมและเม็ดพลาสติก&amp;nbsp;ซึ่งนับได้ว่าเป็นอุบัติภัยสำคัญครั้งรุนแรงที่สุด ด้วยประเด็นปัญหาการรั่วไหลของสารเคมี และการแพร่กระจายไปในอากาศ สร้างความตระหนกแตกตื่นตกใจในบริเวณรอบโรงงานและประชาชนผู้อยู่อาศัยในแถบบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือเป็นความโชคดีที่มีบริษัทในเครือของ ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ส่งทีมงาน &amp;nbsp;ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;amp;E ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ ส่งหน่วยฉุกเฉินที่มีความชำนาญด้านการบรรเทาอุบัติภัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการสารเคมีในครั้งนี้ได้อย่างทันท่วงที และเป็นระบบตามมาตรฐานสากล จากการประสานงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เหตุการณ์ร้ายที่สงบลง กลับยังมีปัญหาควันคุกรุ่นอยู่ในสังคมไทย โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ที่ส่งต่อสร้างความสับสน ปั่นป่วน อันเกี่ยวกับผลกระทบในเหตุการณ์นี้ จนกลายเป็นความหวาดกลัว สร้างความเครียด วิตก จนส่งผลในการดำรงชีวิตของผู้คนในย่านดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อิทธิพลของ &amp;quot;สื่อพลเมือง&amp;quot; ในสังคมออนไลน์ ไม่ยอมปล่อยให้ &amp;quot;ควันดำ&amp;quot; จากกรณีนี้หายไปตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น และตามหลักของวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำมาอธิบายเหตุผลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อกรณีนี้ดังกล่าว คนรู้จริงมีคำอธิบายที่สังคมไทยควรจะนำไปพิจารณา นายณัฐธัญ ละอองทอง ผู้จัดการส่วนบริหารภาวะฉุกเฉิน บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ &amp;nbsp;NPC S&amp;amp;E &amp;nbsp; กล่าวว่า หลังจากควบคุมเพลิงได้แล้วก็คืนพื้นที่ให้กับเจ้าของพื้นที่ พร้อมทั้งได้แนะนำแนวทางการใช้อุปกรณ์กับท้องที่ ก่อนที่บริษัทจะถอยตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัวนั้น &amp;nbsp;จากกรณีที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นว่างานบรรเทาสาธารณภัยในประเทศไทย ปัจจุบันยังมีปัญหาอยู่มาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ยังเดิมๆ เก่าๆ ยกตัวอย่าง เช่น กรณีที่ไฟไหม้หมิงตี้เคมีคอลนั้น สายฉีดที่มีขนาด 2.5 นิ้วนั้นไม่พอดีกับงานต้องใช้ขนาด 6 นิ้วจึงเหมาะสม น้ำน้อยก็ต้องไฟน้อย ไฟเยอะก็ต้องน้ำเยอะ เราต้องปรับเปลี่ยนนวัตกรรมให้เกิดความสมดุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากสารเคมีนั้น นายณัฐธัญ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้มีนักวิชาการเยอะมากที่ออกมาให้ข้อมูลของสารเคมีต่างๆ แต่พบว่าข้อมูลที่ได้มาจากนักวิชาการเป็นข้อมูลที่ล่องลอย นักวิชาการส่วนใหญ่คาดการณ์ และการประมาณการโดยใช้อัลกอริทึม (Algorithm) ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาคิด ปกติสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ให้ถูกกรณี ไม่ใช่มาใช้กับกรณีฉุกเฉินเหมือนแบบนี้ เพราะใช้แล้วชาวบ้านตื่นตกใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในพื้นที่จริงนั้นมีเครื่องมือวัด อันนี้คือผู้เชี่ยวชาญต้องเชื่อเครืองมือวัด ไม่ใช่เชื่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งกรมควบคุมเอาเครื่องมือมาตรวจวัดทุกอย่าง ทุกทิศทาง ชาวบ้านไม่มีผล เพราะในพื้นที่ขณะนี้มีความเข้มข้นของสไตรีน ณ จุดเกิดเหตุอยู่ที่ 4-8PPM ดังนั้นถ้าจุดเกิดเหตุมีแค่นี้ ไปใช้โปรแกรมกลายเป็นไกล หรือ 5กิโลเมตร 10 กิโลเมตร มีค่าเพิ่มเป็นพันเลย ไม่ได้แสดงว่าใช้ผิด&amp;quot; นายณัฐธัญ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการพูดว่าน้ำกินไม่ได้มีสารตกค้างนั้น ขอแนะนำว่า การรับข้อมูลข่าวสารกับการดำเนินชีวิตต้องแยกออกจากกัน ต้องยอมรับว่าโซเชียลนั้นเร็วมาก และคนก็เชื่อมากว่ามีความเสี่ยง และไม่รู้จะเชื่อข่าวจากแหล่งไหน เพราะเต็มไปหมด กลายเป็นความสับสน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องรับฟังข่าวสารข้อมูลจากผู้รับผิดชอบเท่านั้น &amp;nbsp; ซึ่งทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์ข้อมูลสำหรับให้ความรู้กับประชาชนในด้านนี้โดยตรงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนที่มีการพูดกันเยอะว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งทางดิน ทางน้ำ ทางอากาศ โดยเฉพาะทางอากาศ ที่บอกว่าผลกระทบตอนนี้ค่าความเข้มข้นของสไตรีนอันตรายเป็นสารก่อมะเร็ง เขาก็พูดกว้างๆ &amp;nbsp;ถ้าลงลึกจริงๆ คำว่าก่อมะเร็งมันมีปัจจัยอีกมากมาย ทั้งระยะเวลา ความถี่ แต่เมื่อนักวิชาการพูดกว้างๆ เขาต้องการเอาแค่ว่าพาดหัวข่าวอย่างเดียว &amp;nbsp;ประชาชนต้องมีความรู้ความเข้าใจในส่วนนี้ด้วย ถ้าตื่นตระหนกเกินไป จะส่งผลเสียมากกว่า ดังนั้นจึงแนะน้ำให้ฟังที่ศูนย์กลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่บอกว่าจะทำให้กินน้ำไม่ได้นั้น ก็ต้องถามข้อมูลกับผู้เกี่ยวข้อง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องลงพื้นที่วัดค่าน้ำ ค่าดิน และเอามากระจายข่าวสารให้ประชาชนรับทราบอย่างเปิดเผยและรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถ้ามองปัญหาคือปัญหาภาครัฐ ที่ต้องเร่งควบคุมและประสานงานกระจายข่าวส่วนนี้ไปอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นประชาชนจะตื่นตกใจ สู้โซเชียลไม่ได้ จริงๆ ไม่ได้มีผลกระทบขนาดนั้น หรือแม้แต่ว่าตอนนี้มีการพูดกันว่าเราได้รับ PM10 สูง คือฝุ่นสุมควัน ตอนนี้มันหมดไปแล้ว ซึ่งค่า PM10 กรมควบคุมมลพิษมีการวัดค่าแบบเรียลไทม์ติดตั้งไว้ 3 จุด บอกได้ว่าแต่ละพื้นที่มีค่าเท่าไหร่ ไม่เกี่ยวกับอะไรเกิดขึ้น เป็นข้อเท็จจริง ถ้าไปฟังคนที่ให้ข้อมูลที่ผิดพลาด ก็ทำให้ชาวบ้านตกใจ และเอามาเชื่อมโยงกับความเป็นพิษ ดังนั้นขอย้ำว่าต้องเชื่อฟังเครื่องมือวัดที่มีการติดตั้งในท้องถิ่นโดยตรง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สารสไตรีนหนักกว่าอากาศ อยู่ในอากาศประมาณ 7-8 ชั่วโมงก็สลายตัว &amp;nbsp;แม้ว่าจะมีความอันตราย แต่ก็มีคุณสมบัติบางอย่างที่สามารถดูแลควบคุมได้ ดังนั้นการให้ข้อมูลทางวิชาการ และต้องยึดกับเครื่องมือวัด ปกติสสารทุกอย่างจะมีขีดจำกัดในการรับสารหรือสัมผัสได้ เรียกว่าค่าความปลอดภัยในการสัมผัสสาร เหมือนน้ำตาล ถ้ากินเยอะก็อันตราย แต่ถ้าไม่เยอะก็ไม่อันตราย สารทุกตัวจะมีเกณฑ์ของค่าความปลอดภัยที่สัมผัสได้ สำหรับสไตรีนนั้น มาตรฐานสากลมนุษย์จะรับได้ที่ 100 PPM แต่ที่วัดได้ในพื้นที่ &amp;nbsp;8PPM ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ไม่ถึงค่าอันตราย และในจุดที่เกิดเหตุนั้น ถ้าสามารถควบคุมเพลิงได้ก็หมด หรือปะทุเล็กน้อยก็มีความเข้มข้นน้อย&amp;quot; นายณัฐธัญ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายณัฐธัญ กล่าวย้ำว่า เวลาที่นักวิชาการจะให้ข้อมูล ควรบอกให้ชัดเจนว่าค่าการทดสอบตามมาตรฐานสากลให้ประชาชนรับทราบไปด้วย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ในส่วนนี้รับแต่ฝ่ายเดียวก็เกิดแพนิก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108992</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดระยอง, นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด, บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;E, บางพลี, พีทีที โกลบอล เคมิคอล, ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน, สมุทรปราการ, หมิงตี้เคมีคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e5a4dc7d121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC โชว์กำไรQ2 1.6 พันล้านอานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.2563 นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยถึงผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 &amp;nbsp;ว่า GC &amp;nbsp;มีรายได้จากการขายรวม 69,271 ล้านบาท ปรับตัวลดลง26% จากไตรมาส 1/2563 และลดลง 35% จากไตรมาส 2/2562 โดยบริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงาน &amp;nbsp;(ไม่รวมผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและการกลับรายการมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ กำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง) &amp;nbsp;ในไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 1,409 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 1,128 ล้านบาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 25% โดยมี Adjusted EBITDA ในไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 6,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาส 1/2563 แต่ลดลง 15% จากไตรมาส 2/2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและการกลับรายการมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Loss Net Reversal of NRV) เป็นผลขาดทุนรวม 899 ล้านบาท รวมทั้งผลการขาดทุนตราสารอนุพันธ์ 340 ล้านบาท และจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาสจึงส่งผลให้บริษัทฯ มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,501 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 1,671 ล้านบาท (0.37 บาท/หุ้น) ปรับสูงขึ้นจาก ไตรมาส 1/2563 อีก 119%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ GC จัดเตรียมมาตรการสำคัญและปรับกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วงที่โลกยังเผชิญวิกฤตโควิด-19 รวมถึงราคาน้ำมัน และสงครามทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับบริษัทฯ โดย GC ยึดหลัก 4 มาตรการสำคัญ คือ 1. ความปลอดภัยของพนักงาน 2. ความต่อเนื่องทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) &amp;nbsp;3. การช่วยเหลือชุมชนและสังคมโดยรวม 4. ความชัดเจนในการสื่อสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74676</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงกระพัน อินทรแจ้ง, ผลกำไรไตรมาส 2, พีทีที โกลบอล เคมิคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a05364bb76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;ไขก๊อกจาก GC ลือหึ่งเตรียมตัวรับตำแหน่ง รมว.พลังงานคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 8.42 น. &amp;nbsp;บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์เรื่องกรรมการของลาออก &amp;nbsp;โดยนายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน)(PTTGC) เปิดเผยว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ กรรมการและกรรมการกำกับดูแลกิจการ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทโดยมีผลตั้งแต่วันที่23ก.ค.นี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ปัจจุบันอายุ 60 ปี เป็นบุคลากรที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงาน และเป็น 1 ในทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกระแสข่าวว่านายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในส่วนโควตาที่นายกฯเป็นผู้เลือก ที่มีกระแสข่าวว่าต้องการคนนอกมานั่งตำแหน่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประวัติของนายสุพัฒนพงษ์ จบการศึกษา วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมเคมี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;เป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานด้านพลังงาน 5 ปีย้อนหลัง เคยเป็นประธานกรรมการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) กรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) อดีตประธานกรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) อดีตกรรมการ บริษัท PTTGC International Private Limited เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72364</URL_LINK>
                <HASHTAG>พีทีที โกลบอล เคมิคอล, รมว.พลังงาน, ลาออก, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24d779bb1ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC &amp; ไทยเบฟ  ส่งมอบเจลแอลกอฮอล์ 1,000,000 ขวด ให้กระทรวงสาธารณสุข และอสม.ทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เมษายน 2563 นับว่าเป็นการสานพลังความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง 2 บริษัทยักษใหญ่ของประเทศไทย &amp;nbsp;ที่ต่างก็เป็นองค์กรที่ถูกจัดอันดับให้เป็นองค์กรต้นแบบแห่งความยั่งยืนระดับโลก ที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI &amp;nbsp;บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ที่ได้ผนึกกำลังกันออกมาร่วมกู้วิกฤต COVID-19 &amp;nbsp;ด้วยการสนับสนุน &amp;nbsp;Ethyl Alcohol 72% ในรูปแบบ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สำหรับพกพา ขนาด 50 ซีซี จำนวน 1,000,000 ขวด เพื่อส่งมอบให้กับกระทรวงสาธารณสุข แจกจ่ายไปยังอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ทั่วประเทศ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต &amp;nbsp;ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รับมอบเจลแอลกอฮอล์ดังกล่าวจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรับมอบครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า &amp;ldquo;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทยที่ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากให้ทุกส่วนร่วมมือร่วมใจกัน ซึ่งในวันนี้ก็เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้รอดพ้นจาก COVID-19 ต้องขอขอบคุณ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมสนับสนุนเจลแอลกอฮอล์จำนวน 1,000,000 ขวด ให้กับบุคลาการทางการแพทย์ และ อสม.ทั่วประเทศ ซึ่งเค้าจะได้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ได้อย่างปลอดภัย &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของ GC ที่จะเป็นบริษัทชั้นนำด้านเคมีภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต (Chemistry for Better Living) ได้จับมือร่วมกันกับ กลุ่ม บริษัท ไทยเบฟ พันธมิตรสำคัญรายใหญ่ของ GC ทั้งด้านกลยุทธ์ (Strategic Partner) และการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability) จัดทำเจลแอลกอฮอล์ ภายใต้แบรนด์เจลโค &amp;nbsp; GelCo โดยเจลแอลกอฮอล์นี้ผลิตจากวัตถุดิบสำคัญในประเทศ ซึ่ง GC ได้สนับสนุนวัตถุดิบหลักสำคัญ จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ไตรเอทานอล &amp;nbsp;เอมีน (Triethanolamine: TEA) ซึ่ง GC เป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศไทย มีคุณสมบัติในการยึดเกาะกับผิวหนังของคน ทำให้คงประสิทธิภาพของการฆ่าเชื้อได้ยาวนาน และ กลีเซอรีน (Glycerine) ระดับฟาร์มาซูติคอลเกรด (Pharmaceutical Grade) มีคุณสมบัติในการทำให้อนุภาคไอออนนาโนเป็นสารแขวนลอยในน้ำยา ไม่เกิดการตกตะกอน ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น และไม่ระคายเคืองผิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการสนับสนุนอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์มาอย่างต่อเนื่องนับจากเกิดวิกฤต ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่ดูแลป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ เสื้อกาวน์ ชุดอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ ตู้ฆ่าเชื้อโควิเคลียร์ หน้ากากอนามัยป้องกันใบหน้า (Face Shield) เป็นต้น ให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศจำนวน 77 จังหวัด กว่า 900 โรงพยาบาลและสถานพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณโฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายพัฒนาความเป็นเลิศ (Executive Vice President Center of Excellence) และ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า &amp;ldquo; กลุ่ม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตระหนักและให้ความสำคัญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เป็นอย่างยิ่ง และได้ให้การสนับสนุนทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยควบคุม ป้องกัน และลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; COVID-19 ดังจะเห็นได้ว่าไทยเบฟได้มีการส่งมอบแอลกอฮอล์ให้กับโรงพยาบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถานบริการสาธารณสุข 76 จังหวัด ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของแอลกอออล์ได้มีการส่งมอบไปแล้วกว่า 6 แสนลิตร ที่ยังไม่รวมถึงความช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ ของบริษัทในกลุ่มไทยเบฟ ที่เราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมอบเงินบริจาค มอบอาหารและน้ำดื่ม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับครั้งนี้เป็นการมอบ Ethyl Alcohol 72% ในรูปแบบเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สำหรับพกพาขนาด 50 ซีซี &amp;nbsp;จำนวน 1,000,000 ขวด เพื่อส่งมอบให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจกจ่ายไปยังอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการผนึกความร่วมมือครั้งสำคัญร่วมกันกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ได้มีการดำเนินงาน &amp;nbsp;ต่าง ๆ ร่วมกันเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาความยั่งยืน 17 ข้อ ขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ไทยเบฟ จึงได้เชิญชวน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่างได้รับการจัดอันดับเป็น World Industry Leaders Down Jones Sustainability Index (DJSI) มาร่วมในการสนับสนุนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะร่วมกันกู้วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐ และเอกชนที่จะบรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืนขององค์การสหประชาติ ในข้อ 3.Good Health and Well-being การมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งทั้ง ไทยเบฟ และ GC หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือนี้ จะเป็นหนึ่งแรงหนุนเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน และเชื่อว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ร่วมผนึกกำลังด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน ที่ต้องการช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของชุดปฏิบัติการคัดกรองผู้ป่วยระดับตำบล ซึ่งช่วยดูแลประชาชนในชุมชนให้ปฏิบัติตามระเบียบ ให้อยู่ในมาตรการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ ส่งผลให้ ณ ขณะนี้ ประเทศไทยมีการดูแลและควบคุมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ดีเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ให้ได้เร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64197</URL_LINK>
                <HASHTAG>พีทีที โกลบอล เคมิคอล, ไทยเบฟเวอเรจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200425/image_big_5ea3bd0a6add8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GCสนับสนุนวัสดุเพื่อจัดทำชุดอุปกรณ์ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ร่วมต่อสู้กับไวรัสโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เมษายน นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า GC ในฐานะผู้ผลิตเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ชั้นนำเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทีมบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับวิกฤตการณ์แพร่กระจายของไวรัส โควิด-19 ด้วยผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของ GC อาทิ เสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Disposable Gown) ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก InnoPlus ของ GC ซึ่งได้บริจาคไปยังโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง เป็นจำนวนทั้งสิ้น 84,000 ชุด แล้ว และในวันนี้ GC ได้สนับสนุนตู้โควิเคลียร์ หรือตู้พ่นซิลเวอร์นาโนฆ่าเชื้อ รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อ จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ไตรเอทานอลเอมีน (Triethanolamine: TEA) ซึ่ง GC เป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศไทย และ กลีเซอรีน (Glycerine) ไว้ใช้ร่วมกับตู้โควิเคลียร์ ให้กับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปที่จำเป็นต้องมาใช้บริการในโรงพยาบาล ในช่วงภาวะวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการหารือร่วมกับทีมแพทย์เพิ่มเติมจากหลายโรงพยาบาล ทำให้เข้าใจและพบว่าบุคลากรทางการแพทย์ยังคงต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขั้นรุนแรง GC จึงได้ร่วมจัดหาวัสดุเพื่อจัดทำชุดอุปกรณ์ป้องกันฯ จำนวน 100 ชุด เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับการพัฒนาช่วงแรก โดยในแต่ละชุดประกอบไปด้วยชุด Isolation Gown ที่ทำจากผ้าสปันบอนด์ผสม Meltblown ผลิตจากเม็ดพลาสติก PP (Polypropylene) ของบริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด (HMC) บริษัทในกลุ่ม GC ชุด Coverall และหมวกอัดอากาศป้องกันการติดเชื้อ (PAPRs) สำหรับกล่องกรองอากาศของอุปกรณ์ PAPR ต้นแบบ จะขึ้นรูปโดย GC ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ซึ่งชุดอุปกรณ์ป้องกันฯ นี้ จะถูกออกแบบและพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เพื่อใช้ในโรงพยาบาล และโรงพยาบาลเครือข่าย ทั้งนี้ คุณสมบัติของชุดอุปกรณ์ป้องกันฯ ในลักษณะ Medical Suit นี้ มีมาตรฐานสูง ใช้เฉพาะในห้องผ่าตัดและ ICU สำหรับคนไข้โควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงและมีโอกาสแพร่กระจายของเชื้อสูง เพื่อป้องกันบุคลากรที่ทำหัตถการหรือที่อยู่ในห้องปฏิบัติการเท่านั้น มิใช่การป้องกันบุคลากรสาธารณสุขโดยทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวิกฤตนี้ จึงนับว่าพลาสติกมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้สังคมและโลกปลอดภัยจากการติดเชื้อเป็นอย่างมาก เพราะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ ซึ่งเท่ากับสามารถช่วยให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ลดน้อยลง &amp;nbsp;GC &amp;nbsp;มีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของคนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งมีความสำคัญในการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 GC จึงนำนวัตกรรมจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและพลาสติกของบริษัทฯ มาผลิตชุด PPE และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยตอบโจทย์และแก้ปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ GC ได้ดำเนินมาตรการจัดการในองค์กรและบริษัทในกลุ่ม เพื่อป้องกัน ควบคุม และพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ การฆ่าเชื้อทำความสะอาดสำนักงานใหญ่ สถานที่ประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทใน GC Group ทุกแห่ง การให้พนักงานใส่หน้ากากอนามัย เมื่อมีการประชุมหรือรวมตัวกัน การให้พนักงานหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประชุมหรือปฏิบัติการข้างนอก โดยมีการสนับสนุนด้านไอทีเพื่อการปฏิบัติงานนอกสถานที่ การปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home) การคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัทฯ รวมถึงงดการเดินทางหรือผ่านประเทศกลุ่มเสี่ยงตามประกาศกรมควบคุมโรคอย่างเด็ดขาด โดยพนักงานทุกคนต้องแจ้งสถานะของตนเองต่อผู้บังคับบัญชา รวมถึงแจ้งทุกครั้งเมื่อมีการเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดหรือเดินทางมาจากต่างประเทศ การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ต้องสงสัยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือมีอาการป่วย มีไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62612</URL_LINK>
                <HASHTAG>พีทีที โกลบอล เคมิคอล, เม็ดพลาสติก, เสื้อกาวน์พลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8eac7dee944.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC Group สนับสนุนเสื้อกาวน์ให้กับ 12 โรงพยาบาลสู้ภัย COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 มี.ค. 2563 กลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC Group มีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของคนในสังคมเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งมีความสำคัญในการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอย่างยิ่ง GC Group จะมอบเสื้อกาวน์เพื่อป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 41,000 ชุด เพื่อใช้ในโรงพยาบาลและสถานประกอบการที่ให้การรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทั้งหมด 12 แห่ง ได้แก่
&amp;nbsp;
1. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 5,000 ชุด
2. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 4,000 ชุด
3. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 4,000 ชุด
4. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 4,000 ชุด
5. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลวชิรพยาบาล จำนวน 4,000 ชุด
6. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จำนวน 4,000 ชุด
7. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 4,000 ชุด
8. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันบำราศนราดูร จำนวน 4,000 ชุด
9. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลตำรวจ จำนวน 3,000 ชุด
10.&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลระยอง จำนวน 2,000 ชุด
11.&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ &amp;nbsp;จำนวน 2,000 ชุด
12.&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง จำนวน 1,000 ชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเสื้อกาวน์ที่ส่งมอบจะเป็นเสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Disposable Gown) ผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิดโพลีเอทิลีนคุณภาพดีจาก GC อุปกรณ์ชุดตรวจเหล่านี้จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ตลอด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของคนไข้ ยิ่งในสถานการณ์ที่มีจำนวนยอดผู้ป่วยสูงขึ้นทุกวัน รวมถึงเราต้องคัดแยกและทิ้งให้ถูกต้อง เสื้อกาวน์นี้ออกแบบตัดเย็บให้สวมใส่ง่าย ปลายแขนยาว น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ช่วยให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน สวมใส่เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสารคัดหลั่งและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากผู้ป่วยสู่บุคลากรทางการแพทย์ ณ จุดคัดกรอง ซึ่งถือเป็นด่านแรกรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลและมีคุณลักษณะเฉพาะ คือผลิตภัณฑ์ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์กันน้ำ น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี มีความเหนียว และยืดหยุ่นสูง สามารถป้องกันเชื้อโรค เลือด และสารคัดหลั่ง ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า รวมทั้งบริเวณคอ และบ่าด้านหลังมีรอยบาก สามารถกระตุกเพื่อให้เสื้อฉีกขาดหลังการใช้งานได้เลย สามารถอ้อมเอวมาผูกด้านหน้าได้ เพื่อลดการปนเปื้อนหลังใช้งาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ในฐานะองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม GC Group จะมอบกลีเซอรีนคุณภาพสูง จำนวน 1,250 กิโลกรัม ภายใต้โครงการ Green Health Project ของบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ซึ่งเป็นบริษัทใน GC Group ให้แก่กองเรือยุทธการ (กร.) เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการจัดทำเจลแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดมือ เพื่อแจกจ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อใช้สำหรับดูแลสุขอนามัยและป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทั้งนี้ GGC ได้ดำเนินโครงการ Green Health Project ร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ Healthcare &amp;amp; Personal Care และเป็นลูกค้ารับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ของ GGC ในการผลิตเจลแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดมือ โดยการใช้กลีเซอรีนเป็นส่วนผสม ซึ่งได้นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;นอกจากนี้ GC ยังได้ร่วมกิจกรรมโครงการให้ความรู้และป้องกันโรค COVID-19 และ ร่วมเป็นผู้ช่วยวิทยากรสอนการทำหน้ากากอนามัย เพื่อส่งเสริมการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัส COVID-19 ณ จังหวัดระยอง ในเดือนมีนาคมอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60767</URL_LINK>
                <HASHTAG>12 โรงพยาบาล, GC Group, พีทีที โกลบอล เคมิคอล, มอบเสื้อกาวน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79e4418cd60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;GC คว้าอันดับ 1 ดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI ใน Chemical Sector &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้รับการจัดอันดับเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนี Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI ปี 2019 อันดับ 1 ของโลกด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และอยู่ในระดับ Top 10 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ใน Chemical sector&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานด้วยความเป็นเลิศ มีประสิทธิภาพทัดเทียมองค์กรระดับโลกในภูมิภาคอื่นๆ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนในระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GC เคมีที่เข้าถึงทุกความสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45782</URL_LINK>
                <HASHTAG>Dow Jones Sustainability Indices, พีทีที โกลบอล เคมิคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7dad6187fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
