<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้องกันเดินสะดุดหกล้มด้วยตนเอง บริหารปลายมือ-เท้า...ลดอาการชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;กำบีบและคลายลูกบอลนวดมือ&amp;rdquo; เทคนิคแก้อาการชาที่บริเวณปลายมือผู้สูงอายุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ออกกำลังกายยิ่งทำก็ยิ่งดีต่อสุขภาพ&amp;rdquo; โดยเฉพาะผู้สูงวัยหลายท่าน ที่เมื่ออายุมากก็มักจะเกิดอาการชาบริเวณปลายมือและเท้า อันเนื่องจากเลือดลมที่ไหลติดขัด ตลอดจนกล้ามเนื้อที่เริ่มฝ่อและอ่อนล้าลง ไม่เฟิร์มกระชับเหมือนวัยหนุ่มสาว ซึ่งอาการดังกล่าวเป็นสาเหตุของการหกล้ม และหยิบจับสิ่งของที่ไม่ถนัด ส่งผลต่อการใช้ชีวิตได้อย่างคาดไม่ถึง คุณพี-พีรพงศ์ วงศ์สวรรค์ นักกายภาพบำบัดอิสระ แนะนำเทคนิคการเอกเซอร์ไซส์ปลายมือและเท้าไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พีรพงศ์ วงศ์สวรรค์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พีรพงศ์ นักกายภาพบำบัดอิสระ บอกว่า &amp;ldquo;สำหรับ &amp;ldquo;ท่ากายบริหารลดอาการชาปลายมือ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัยหยิบจับสิ่งของที่ไม่ถนัดเนื่องจากกำลังแขนอ่อนแรง แนะนำให้ กำบีบลูกบอลนวดมือ จากนั้นให้คลายออก หรืออาจจะใช้ลูกมะกูดแทนได้ โดยให้ทำประมาณ 100 ครั้ง ซึ่งท่านี้สามารถทำได้เรื่อยๆ หากมีเวลาว่าง ซึ่งกายบริหารดังกล่าวไม่เพียงลดอาการชา แต่ยังเป็นการเพิ่มกำลังแขนบริเวณช่วงปลายมือให้แข็งแรงอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ท่ากายบริหารปลายเท้า&amp;rdquo; แก้อาการชาและลดปวดฝ่าเท้า ช่วยให้ผู้สูงอายุไม่เดินสะดุดหกล้ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อกันที่ &amp;ldquo;ท่ากายบริหารปลายเท้า&amp;rdquo; อันเนื่องจากเวลาที่ผู้สูงอายุเดินและรู้สึกว่าไม่มั่นคงจากอาการชาที่ปลายเท้า จึงทำให้บริเวณดังกล่าวไม่มีแรง โดยแนะนำว่า ให้วางผ้าขนหนูไว้ที่พื้น จากนั้นให้คุณตาคุณยายเอาเท้าขยุ้มและยกผ้าขึ้นให้ลอยจากพื้น ให้ทำทีละข้าง (ซ้าย-ขวาสลับกัน) ข้างละประมาณ 10 ครั้ง เมื่อเริ่มทำไปสักพัก ผู้สูงอายุจะเริ่มรู้สึกว่าสามารถลงน้ำหนักที่เท้าเวลาเดินได้ค่อนข้างดีและมั่นคงขึ้น และท่าเอกเซอร์ไซส์นี้ยังช่วยลดอาการปวดบริเวณฝ่าเท้าได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ท่ากายบริหารน่อง&amp;rdquo; ช่วยลดอาการข้อเข่าเสื่อม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายกันที่ &amp;ldquo;ท่ากายบริหารน่อง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นท่าเพิ่มเติมจากอาการชาที่ปลายประสาทมือและเท้ากรณีผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม โดยการนั่งบนเก้าอี้ จากนั้นให้แตะขาขึ้น 1 ข้าง พร้อมกับกระดกข้อเท้าขึ้น โดยให้ผู้ฝึกรู้สึกว่าเกิดอาการตึงบริเวณน่อง และทำค้างไว้พร้อมกับนับในใจ 1-10 และให้ทำข้างละ 10 ครั้ง สลับกันซ้ายและขวา ความพิเศษของท่านี้ คุณตาคุณยายที่นั่งรถเข็นหรือวีลแชร์ เวลาไปไหนมาไหนก็สามารถบริหารท่านี้ได้ ซึ่งจะมีประโยชน์โดยการช่วยให้ท่านสามารถยันลุกขึ้น และเดินได้โดยไม่เซหกล้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่เลือกบริโภคอาหารมีวิตามิน B1 จะช่วยป้องกันอาการชาบริเวณปลายมือและปลายเท้าได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเลือกบริโภคอาหารที่มีวิตามิน B1 เช่น ข้าวซ้อมมือ, ข้าวกล้อง (ข้าวไม่ขัดสี) หรือข้าวไรซ์เบอร์รี, ข้าวโพด, ข้าวโอ๊ต, ลูกเดือย, ซีเรียล, เนื้อหมู, ไข่แดง, ตับ, โยเกิร์ต, มะเขือเทศ ตลอดจนถั่วต่างๆ ก็จะมีคุณสมบัติในการบำรุงปลายประสาท หรือลดอาการชาที่ปลายมือและเท้าได้อีกด้วย เพราะอย่าลืมว่าหากผู้สูงอายุไม่มีอาการชาก็จะไม่หกล้มนั่นเอง ที่สำคัญเมื่ออายุมากขึ้นก็จำเป็นต้องหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเดิน ซึ่งไม่เพียงเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้ใหญ่แล้ว ยังช่วยยืดกล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแรงให้กำลังขาและแขนของผู้สูงวัยดีขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวกล้อง, ข้าวโพดคั่ว, ข้าวไม่ขัดสี, ข้าวไรซ์เบอร์รี, คุณภาพชีวิต, บริหารน่อง, บริหารปลายเท้า, พีรพงศ์ วงศ์สวรรค์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b1939b8ec67f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กายบริหารยืดกล้ามเนื้อ&#039; เทรนด์ออกกำลังไล่อาการล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พีรพงศ์ วงศ์สวรรค์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การป้องกันย่อมดีกว่ารักษา โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องขับขี่ยวดยานพาหนะ ตลอดจนผู้ที่ต้องนั่งรถยนต์โดยสารกลับบ้านในช่วงทั้งก่อนและหลังเทศกาลสงกรานต์ กระทั่งทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยจากการไม่ได้ขยับอิริยาบถเป็นเวลานานๆ ซึ่งนั่นอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพร้ายแรงตามมา หากปล่อยให้อาการเจ็บป่วยดังกล่าวเรื้อรัง คุณพี-พีรพงศ์ วงศ์สวรรค์ นักกายภาพบำบัดอิสระ ได้มาให้ข้อมูลในการนวดบริการร่างกาย เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางทั้งไปและกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยไว้น่าสนใจ ที่สำคัญคนวัยหลัก 5 หลัก 6 สามารถทำได้ด้วยตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณพี-นักกายภาพบำบัด กล่าวว่า &amp;ldquo;สำหรับท่านวดบริหารทั้ง 5 ท่าต่อไปนี้ ค่อนข้างมีความปลอดภัย สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยร่างกายได้ ที่สำคัญยังเป็นท่าซึ่งคุณตาคุณยายสามารถทำได้ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;( &amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจาก &amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่&amp;rdquo; อันเนื่องมาจากการขับรถไปกลับต่างจังหวัดเป็นเวลานานๆ เพราะการที่คนหลัก 5 หลัก 6 ต้องการนั่งจับพวงมาลัยหลายชั่วโมง จะทำให้บริเวณกล้ามเนื้อหัวไหล่ตึง ซึ่งท่านวดกายบริหารดังกล่าวให้เริ่มจาก 1.เอามือทั้งสองข้างประสานที่บริเวณท้ายทอย 2.ให้แบะมือทั้งข้างกางออกในท่าประสานมือ 3.จากนั้นยืดหัวไหล่ให้ตึง โดยที่มือทั้ง 2 ข้างยังประสานกันอยู่ที่บริเวณท้ายทอย 4.ทำค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นให้ทำซ้ำเช่นนี้อีก 10 ครั้ง ซึ่งท่าดังกล่าวสามารถทำได้ในช่วงที่จอดรถแวะปั๊ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อคอ&amp;rdquo; )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไล่มาที่อาการปวดคอ ที่สามารถบรรเทาได้ด้วย &amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อคอ&amp;rdquo; โดยเริ่มจาก 1.ใช้มือซ้ายอ้อมศีรษะไปขับหูด้านขวา พร้อมๆ กับการออกแรงยืดกล้ามเนื้อต้นคอให้เอนพอตึง 2.ทำค้างไว้ 10 วินาที และทำซ้ำท่านี้อีก 10 ครั้ง จากนั้นให้สลับเปลี่ยนมาทำอีกข้างหนึ่ง โดยการใช้มือขวาอ้อมศีรษะไปจับหูด้านซ้าย ซึ่งท่านี้จะช่วยบริหารต้นคอจากการเกร็งขณะขับรถ หรือนั่งโดยสารรถยนต์ที่ต้องเบียดเสียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยับมาที่ท่ากายบริหารกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างอย่าง &amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง&amp;rdquo; เพื่อลดอาการปวดเมื่อยหลังและบริเวณสะโพกจากการนั่งนานๆ จากการที่กล้ามเนื้อหดเกร็ง โดยเริ่มจาก 1.ให้ผู้สูงอายุนอนหงายราบกับพื้น พร้อมกับงอเข่าทั้ง 2 ข้าง 2.ใช้มือทั้ง 2 ข้างจับใต้หัวเข่าข้างขวา และดึงขาเข้าหาตัว ซึ่งขณะที่ออกแรงดึงจะทำให้บริเวณกล้ามเนื้อด้านหลังตึง 3.ทำค้างไว้ 10 วินาที และทำต่อเนื่องอีก 10 ครั้ง จากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนสลับขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อส่วนกลางและด้านข้างลำตัว&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาเป็น &amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อส่วนกลางและด้านข้างลำตัว&amp;rdquo; โดยเริ่มจาก 1.ให้ผู้สูงอายุนอนหงายกับพื้น พร้อมกับชันขาทั้ง 2 ขึ้น 2.วางมือทั้งสองไว้ข้างลำตัว 3.ออกแรงบิดลำตัวไปด้านขวา 4.ทำค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นให้ทำซ้ำขาด้านขวาอีก 10 ครั้ง และจึงสลับมาบริหารที่ขาข้างซ้าย สำหรับท่ากายบริหารดังกล่าวจะช่วยยืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัวและกล้ามเนื้อด้านหลังที่หดเกร็งจากการโดยสารยวดยานพาหนะให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อน่อง&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายกันที่ &amp;ldquo;ท่ายืดกล้ามเนื้อน่อง&amp;rdquo; ความพิเศษของท่านวดกายบริหารนี้จะช่วยป้องกันอาการข้อเข่าเสื่อมที่สามารถพบได้ในผู้สูงอายุทุกคน โดยเริ่มจาก 1.ให้ผู้สูงอายุนั่งชิดพนัง พร้อมกับยืดขาทั้งสองข้างให้ยืดตรง 2.หาหมอนรองที่บริเวณข้อเข่าของผู้สูงอายุ 3.ใช้ผ้าขาวม้าคล้องที่บริเวณฝ่าเท้าขวา 4.ออกแรงดึงผ้าขาวม้าเข้าหาตัว (สามารถใช้ผ้าขนหนูแทนได้) ก็จะช่วยคลายกล้ามเนื้อน่องที่หดเกร็งให้ผ่อนคลายลงได้ ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยที่บริเวณขา ทำให้ก้าวเดินหรือขึ้น-ลงรถยนต์ได้โดยไม่สะดุดหรือรู้สึกอ่อนแรง 5.ทำค้างไว้ 10 วินาที และทำซ้ำอีก 10 ครั้ง จึงค่อยเปลี่ยนสลับมาทำขาด้านซ้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8370</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนวดบริการร่างกาย, การป้องกันย่อมดีกว่ารักษา, คุณภาพชีวิต, นักกายภาพบำบัดอิสระ, ผลเสียต่อสุขภาพ, ผู้สูงอายุ, พีรพงศ์ วงศ์สวรรค์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9b4cb83af5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
