<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ปาเจียงแสนปิ๊กบ้าน&#039; ค้นหาความทรงจำ  พัฒนาเมืองพิพิธภัณฑ์มีชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อยกระดับเมืองโบราณเชียงแสนให้เป็นเมืองพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต &amp;nbsp;งาน&amp;quot; มหกรรมเมืองพิพิธภัณฑ์เชียงแสน : ปาเจียงแสนปิ๊กบ้าน &amp;quot; &amp;nbsp;จึงเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) เครือข่ายพิพิธภํณฑ์ท้องถิ่นล้านนา และคนเชียงแสน ซึ่งไม่เฉพาะคนในพื้นที่ แต่ชักชวนคนไทยวนเชียงแสนที่โยกกย้ายไปอยู่พื้นที่ต่างๆ ของไทย และลาว กลับบ้านอีกครั้งเหมือนชื่องานปิ้กบ้าน &amp;nbsp; มาเติมเต็มความทรงจำ เมืองเชียงแสนมรดกชาติ ให้สมบูรณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กๆร่วมกิจกรรมพิพิธภัณฑ์เล่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองประวัติศาสตร์เชียงแสนริมแม่น้ำโขง จ.เชียงราย &amp;nbsp;มีโบราณสถานมากกว่า 50 แห่ง และป้อมประตูเมืองกระจายอยู่ทั่ว งานมหกรรมเมืองพิพิธภัณฑ์เชียงแสน : ปาเจียงแสนปิ๊กบ้าน เลือกใช้พื้นที่วัดเจดีย์หลวง อยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน ซึ่งมีเจดีย์หลวงที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงแสน ศูนย์รวมจิตใจของผู้คน เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำเสนอข้อมูลความรู้และผลจากการทำงานของเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือที่ทำงานหนักมาตลอด 1 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2561 &amp;nbsp;มาจัดกิจกรรมเปิดประตูสู่ความทรงจำในอดีตและแนวทางการพัฒนาพิพิพิธภัณฑ์ต่อไปให้ดึงดูดคนเชียงแสนและนักท่องเที่ยวยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีรพน พิสณุพงศ์ เยี่ยมชมนิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเชียงแสน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พีรพน พิสณุพงศ์ ผู้อำนวยการ ศมส. กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศมส.สนับสนุนทุนการจัดมหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นครั้งนี้ มีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ของภาคเหนือทำงานและนำเสนอข้อมูลประวัติศาสตร์เมืองเชียงแสนที่ศึกษาจากโบราณสถาน ตำนาน เอกสารโบราณ จารึก ภาพถ่ายเก่า บันทึกและคำบอกเล่าของคนเชียงแสน &amp;nbsp;แสดงถึงของดีเมืองเชียงแสน &amp;nbsp;เติมประวัติศาสตร์ที่ขาดช่วงไปได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ได้ชักชวนชาวไทยวนเชื้อสายเชียงแสนที่ไปตั้งถิ่นฐานในจังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;10 จังหวัด เช่น ราชบุรี นครราชสีมา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก มาร่วมจัดนิทรรศการวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทยวน เพื่อให้คนเชียงแสนในท้องถิ่นได้ฟื้นความทรงจำ เพราะปัจจุบันวิถีไทยวนเชียงแสนเริ่มจาง เนื่องจากมีหลายชาติพันธุ์ในอำเภอเชียงแสน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; คลีนิกพิพิธภัณฑ์เป็นอีกกิจกรรมเพิ่มศักยภาพพิพิธภัณฑ์ในเชียงแสน ศมส. ร่วมกับเครือข่ายทำงานพัฒนาพิพิธภัณฑ์ใน อ.เชียงแสน โดยแนะนำการซ่อมวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์อาข่าสะโง้ สร้างผลิตภัณฑ์พิพิธภัณฑ์และของที่ระลึก รวมทั้งให้คำปรึกษาในการปรับปรุงและออกแบบนิทรรศการใหม่ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าทอล้านนาเชียงแสน วัดผาเงา &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่สืบค้นภาพเก่ารวมถึงคำบอกเล่าของชาวเชียงแสนกลับคืนมาเพื่อเติมเต็มประวัติศาตร์ที่ขาดหายทั้งวิถีชีวิต สถานที่ ประเพณี สิ่งเหล่านี้จะรวบรวมเพื่อใช้เติมเนื้อหาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้สมบูรณ์ ทำให้คนเชียงแสนสนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์มากขึ้น &amp;quot; พีรพน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาธิตการทำผ้าห่อคัมภีร์ มรดกภูมิปัญญาเชียงแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือเข้มเข็ง &amp;nbsp;นเรนทร์ ปัญญาภู พิพิธภัณฑ์มิกกี้เฮาส์ ลำพูน &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;แม้จะทำพิพิธภัณฑ์อยู่ลำพูน แต่ได้มีส่วนร่วมค้นหาและถ่ายทอดความทรงจำในอดีตของเมืองเชียงแสน &amp;nbsp;ใช้เวลา 1 ปี กระตุ้นความทรงจำร่วมของชาวเชียงแสน ซึ่งสำคัญไม่แพ้ประวัติศาสตร์กระแสหลัก ใช้สมุดภาพเก่าเชียงแสนเป็นเครื่องมือให้ดู มีทั้งภาพเวียงเก่า, เกาะก๋าง, ฮิมน้ำของ, เมืองแฟนซี ฯลฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อชาวบ้านเล่าจะบันทึกและมีศิลปินเชียงแสนวาดภาพร่างจากคำบอกเล่าด้วย ทั้งภาพการจับปลาบึก วิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดไทยวนอายุ100ปี สมบัติทายาทตระกูลเชื้อเจ้าเจ็ดตน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; จากคำบอกเล่าได้พบประเพณีที่หายไป เมื่อ 60 ปีก่อน เป็นงานกฐินสามัคคีเมืองเชียงแสนที่คนแต่งชุดแฟนซีกันทั้งเมือง ปัจจุบันไม่มีแล้ว รวมถึงประเพณีกฐินทางน้ำของชาวลาว &amp;nbsp;เกาะแก่งกลางน้ำโขงที่หายไป และสถานที่ที่ไม่พบเห็นแล้วในปัจจุบัน ในมหกรรมนี้จัดเป็นนิทรรศการภาพร่าง มีคนสนใจมาก ก่อนหน้านี้ สร้างเพจปิ๊กเชียงแสน เปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมส่งภาพมาเพิ่ม &amp;nbsp;ถือเป็นคลังข้อมูลของเชียงแสน อยากให้ท้องถิ่นร่วมจัดการและต่อยอด ภาพที่ได้รับอนุญาตยังนำมาทำโปสการ์ดและของที่ระลึกพิพิธภัณฑ์ สร้างรายได้เข้าท้องถิ่น &amp;quot; นเรนทร์ กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มืองประวัติศาสตร์เชียงแสนมีโบราณสถานกว่า 50 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.เชียงราย นำนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม ภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ โชว์เสื้อไทยยวนอายุร้อยกว่าปี ตลอดจนชวนแม่บัวคลี่ วันฟู ครูภูมิปัญญาชาวเชียงแสน สาธิตทอตุงลายแบบเชียงแสน สะท้อนความผูกพันกับพุทธศาสนา มีผู้คนแวะเวียนชมนิทรรศการไม่ขาด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.สมหวัง อินทร์ไชย ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.เชียงราย บอกว่า เมืองโบราณเวียงเชียงแสนร่ำรวยด้วยมรดกชาติ มีชุมชนต่างๆ กระจายตัว เกิดภูมิปัญญามากมาย โดยเฉพาะการทอผ้า มหกรรมนี้นำเสื้อไทยยวนอายุมากกว่า 100 ปี &amp;nbsp;สมบัติทายาทผู้ครองนครเชียงราย ตระกูลเชื้อเจ้าเจ็ดตน &amp;nbsp; เล่าเรื่องการแต่งกายของเจ้านายในอดีต อีกชิ้นเป็นผ้าซิ่นตีนจกเชียงแสน &amp;nbsp;ซึ่งเชียงแสนถูกทิ้งเป็นเมืองร้าง ผู้คนอพยพ ลวดลายผ้าก็ตามคนไปที่อื่น นักวิชาการของมหาวิทยาลัยถอดลายและทดลองทอใหม่ ก่อนนำลายเชียงแสนดั้งเดิมไปแจกจ่ายให้ชุมชน &amp;nbsp;รวมถึงไปสร้างศักยภาพปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ผ้าทอในเชียงแสนให้สมบูรณ์ขึ้น &amp;nbsp;มหกรรมครั้งนี้พาคนเชียงแสนกลับบ้าน รู้จักอดีตอย่างสนุกสนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดผาเงามีพิพิธภัณฑ์ผ้าทอล้านนาเชียงแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29031</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ปาเจียงแสนปิ๊กบ้าน&#039; ค้นหาความทรงจำ  พัฒนาเมืองพิพิธภัณฑ์มีชีวิต, ทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเชียงแสน, พิพิธภัณฑ์ผ้าทอล้านนาเชียงแสน, พีรพน พิสณุพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63c0ad66498.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความลักลั่นของศักราชในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือใหม่&amp;quot;การปรับแก้เทียบศักราช และการอธิบายความ พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2562&amp;nbsp; มีหนังสือใหม่ที่จะพิมพ์ออกเผยแพร่สู่สายตานักอ่านมากมาย หนังสือประวัติศาสตร์ที่เสนอเรื่องราวให้คนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ตระหนักถึงประวัติศาสตร์และให้ความรู้ปูพื้นเหตุการณ์ใดเกิดก่อนหรือหลังก็มีคุณค่า เหตุนี้ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(มหาชน) (ศมส.) &amp;nbsp;เตรียมเปิดตัวหนังสือใหม่เรื่อง การปรับแก้เทียบศักราช และการอธิบายความ พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ &amp;nbsp;โดย ดร.ตรงใจ หุตางกูร &amp;nbsp;นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ศมส. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลงานล่าสุดนี้เป็นผลผลิตจากการศึกษาเอกสารโบราณเหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ไทยสมัยศรีอโยธ-ยา (รัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ถึงเสียเมืองแก่พม่าครั้งแรก) กับรอยต่อเข้าสู่สมัยศรีอยุธยา (รัชกาลสมเด็จพระธรรมราชาถึงถึงเสียเมืองแก่พม่าใน พ.ศ.2310 ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พีรพน&amp;nbsp; พิสณุพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร &amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ซึ่งรวบรวมขึ้นเมื่อ พ.ศ.2223 ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย เอกสารชิ้นนี้ยอมรับกว้างขวางในผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยว่า ให้ข้อมูลเลขศักราชของเหตุการณ์ต่างๆ แม่นยำ และคลาดเคลื่อนน้อยกว่าพงศาวดารไทยฉบับอื่น ที่เพิ่งรวบรวมและชำระในช่วงรัชกาลที่ 1 แต่วิธีการให้รายละเอียดเหตุการณ์ต่างๆ ของพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ มีความรวบรัด และสิ้นสุดเพียงปลายรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเท่านั้น&amp;nbsp; เป็นไปได้ว่า มีอีกฉบับที่สูญหายไป ซึ่งอาจลำดับเรื่องราวตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชสวรรคต &amp;nbsp;จนถึงรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; แม้จะได้รับการยอมรับว่า เป็นเอกสารที่ให้ข้อมูลปีศักราชแม่นยำที่สุดในเอกสารประวัติศาสตร์ไทยทั้งหมด แต่เมื่อเทียบศักราชของเหตุการณ์ต่างๆ กับเอกสารประวัติศาสตร์อื่น โดยเฉพาะของจีนสมัยราชวงศ์หมิงแล้ว พบว่า มีข้อมูลความไม่สอดคล้องของลำดับรัชกาล โดยเฉพาะตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระราเมศวร จนถึงรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ &amp;nbsp;ศมส. เห็นความสำคัญในการสะสางลำดับเหตุการณ์เอกสารประวัติศาสตร์ฉบับต่าง ๆ โดยใช้พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสิรฐ เป็นหลักลำดับเหตุการณ์&amp;nbsp; จึงมอบหมายให้ ดร.ตรงใจ หุตางกูร เป็นผู้สะสางและชำระศักราชให้ใกล้เคียงประวัติศาสตร์มากที่สุด ปรับเทียบศักราชกับพงศาวดารหมิงและพื้นเมืองเชียงใหม่ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจศึกษา &amp;quot; พีรพน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีรพน&amp;nbsp; พิสณุพงศ์ ผอ.ศมส. หนุนผลิตหนังสือเครื่องมือศึกษาประวัติศาสตร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ตรงใจ หุตางกูร นักวิชาการประวัติศาสตร์ กล่าวถึงผลงานชิ้นนี้ว่า หนังสือจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าตนไม่ได้มีโอกาสร่วมทำงานกับบรมครูด้านประวัติศาสตร์อย่าง ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร บรมครูด้านภาษาบาลีอย่าง รศ.เสมอ บุญมา และนักวิชาการรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง ผศ.ณัฐพล อยู่รุ่งเรืองศักดิ์ ที่ร่วมกันตั้งกลุ่มศึกษางานด้านประวัติศาสตร์และวรรณกรรมโบราณ ทำให้ตนได้รู้จักเอกสารประวัติศาสตร์หลายชิ้น ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และเปิดกว้างรับฟังมุมมอง ทั้งสามจุดประกายความคิดให้กล้าคิดกล้าเขียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ความจริงในประวัติศาสตร์มีเพียงหนึ่งเดียว แต่มักถูกถ่ายทอดด้วยมุมมองที่หลากหลาย กลายเป็นข้อเท็จและข้อจริง ซึ่งการวินิจฉัยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ จำเป็นต้องใช้เอกสารทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลายตามไปด้วย แต่ผลที่ได้ ก็สรุปไม่ได้ว่า เรื่องใดเท็จ เรื่องใดจริง หนังสือเล่มนี้เปรียบกับลายแทงเอกสารประวัติศาสตร์ ที่ตนได้รวมรวบเชื่อมโยงกับเหตุการณ์กับพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ในการตัดสินหรือไม่ตัดสิน ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ สมัยอยุธยา &amp;nbsp;&amp;quot; ดร.ตรงใจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ตรงใจ หุตางกูร &amp;nbsp;&amp;nbsp;นักวิชาการประวัติศาสตร์-โบราณคดี ศมส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. เขียนคำนิยมให้แก่หนังสือใหม่เล่มนี้ มีความตอนหนึ่งว่า &amp;quot; พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ เป็นเอกสารประวัติศาสตร์ไทยที่ยกย่องว่ามีความแม่นยำสูง แต่น่าเสียดายที่เล่าเรื่องตั้งแต่สถาปนากรุงศรีอโยธยามาสิ้นสุดเพียงรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยตั้งข้อสังเกตว่า พระราชพงศาวดารฉบับนี้ให้ศักราชปีเหตุการณ์ที่แม่นยำมากตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เป็นต้นมา โดยเทียบกับเอกสารชาวตะวันตกที่เริ่มเข้ามาในสยาม แต่ข้อสมมติฐานนี้ใช้ไม่ได้กับเหตุการณ์สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถย้อนหลังกลับไป ต้องตรวจสอบเป็นกรณีไป โดยเทียบกับหลักฐานจารึกและจดหมายเหตุจีน&amp;nbsp; นอกจากนี้ การค้นพบเอกสารใหม่ เช่น จารึกวัดบูรพาราม (สุโขทัย) พระราชพงศาวดารฉบับไมเคิล วิกเกอรี และฉบับอุบลศรี อรรถพันธุ์ รวมทั้งการแปลเอกสารจีนหมิงสือลู่เป็นภาษาไทยเปิดโอกาสให้แก่การพิจารณาพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ ใหม่&amp;nbsp; ซึ่ง ดร.ตรงใจ และคณะทำงาน ทำให้ได้ผลงานเล่มนี้เป็นทางเลือกของผู้สนใจ และผมพอใจที่จะอ้างอิงถึงฉบับชำระใหม่นี้ว่า &amp;quot;ฉบับชะเลยสัก&amp;quot; หรือฉบับชำระอิสระ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; อุปสรรคที่นักวิชาการประสบในการอ่านเอกสารโบราณ คือ ความสับสนเรื่องศักราช ไม่ว่าจะเป็นกลียุศักราช มหาศักราช แม้ศักราชเดียวกันยังมีทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ เช่น จุลศักราชในสมัยโบราณไทยใช้แบบลังกา พม่า และเขมร เร็วกว่าที่ใช้ในปัจจุบันหนึ่งปี&amp;nbsp; ดร.ตรงใจ ไปค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อปรับศักราชให้เป็นเกณฑ์เดียวกัน อ่านแล้วไม่สับสน &amp;quot; ดร.วินัย กล่าวไว้ในหนังสือนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สนใจใคร่รู้ประวัติศาสตร์จับจองเป็นเจ้าของหนังสือได้ราคา 300 บาท ส่วนใครที่ต้องการรับฟังเรื่องราวการสะสางลำดับเหตุการณ์จนสำเร็จเป็นผลงานชิ้นนี้จากปากผู้เขียน ดร.ตรงใจ หุตางกูร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ศมส.จัดกิจกรรมเล่าสู่กันฟังเรื่องหนังสือ ครั้งที่ 29 เรื่อง &amp;ldquo;ความลักลั่นของศักราชในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ &amp;rdquo; วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 เวลา 13.30-15.30 น. ที่ ศมส. &amp;nbsp;ตลิ่งชัน มาพบนักเขียนและนักวิชาการในแวดวงประวัติศาสตร์ได้ &amp;nbsp;ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25682</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรับแก้เทียบศักราช และการอธิบายความ พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ, ดร.ตรงใจ หุตางกูร, พีรพน  พิสณุพงศ์, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2dd9c0a1ca2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดแสดงรำถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมศิลป์ร่วมกับ สบศ.จัดแสดงรำถวายพระพร &amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ธ สถิตหทัยไทย&amp;quot; &amp;nbsp;และละครดึกดำบรรพ์เรื่องนางเสือง สื่อถึงพระราชจริยาวัตรงดงามของพระบรมราชินีนาถใน ร.9 ยิ่งใหญ่!! ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรร่วมพารากอนจัดนิทรรศการงานช่างชิ้นเอกนับพันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 วันที่ 12 สิงหาคม &amp;nbsp;2561 กระทรวงวัฒนธรรม โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.) ร่วมกับสำนักการสังคีต กรมศิลปากร &amp;nbsp;จัดการแสดงรำถวายพระพร &amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ธ สถิตหทัยไทย&amp;quot; และการแสดงละครดึกดำบรรพ์ เรื่องนางเสือง ในวันที่ 10 ส.ค.61 เวลา 14.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงพสกนิกรในทุกถิ่นทุกแดน และถวายพระพรให้พระองค์มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน แสดงโดยนาฏศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ประพันธ์บทโดยนายสมรัตน์ ทองแท้ นาฏศิลปินอาวุโส บรรจุเพลงโดยนายกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ คีตศิลปินอาวุโส นายชวลิต สุนทรานนท์ นักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาและออกแบบการแสดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแสดงเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้จะเป็นการอนุรักษ์และสืบสานการแสดงละครดึกดำบรรพ์ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับชมการแสดงที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะเห็นเหตุสำคัญแห่งนางเสืองที่ละม้ายเหมือนพระราชจริยาวัตรในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้งในพระราชอิสริยยศแห่งพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระราชมารดา ตลอดจนความภักดีเทิดทูนบูชาที่ทรงได้รับจากอาณาประชาราษฎร์ แสดงโดยนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และนาฏศิลปินจากสำนักการสังคีต สำหรับนางเสือง บทประพันธ์ของอาจารย์สมภพ จันทรประภา กำกับการแสดงโดย ศ.กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬรักษ์ แสดงโดย ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป สบศ. และศิลปินจากสำนักการสังคีต&amp;quot; นายอนันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ศมส.สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จึงกำหนดจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติขึ้น โดยร่วมกับชุมชนในพื้นที่เขตตลิ่งชัน จัดกิจกรรมเทศมหาชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ณ ชุมชนวัดจำปา เ ขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ในวันที่ 11-12 ส.ค. เวลา 07.00-20.00 น. นอกจากจะเป็นกิจกรรมเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแล้ว ยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธาน &amp;quot;ธรรมราชินี&amp;quot; ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริให้ประชาชนได้ปฏิบัติธรรมเป็นมงคลแก่ชีวิต อีกทั้งยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทยตามแนวทางที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานไว้ 9 แนวทางให้รัฐบาลและประชาชนยึดเป็นหลักปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กิจกรรมเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ เป็นการจัดการเทศน์มหาชาติแบบโบราณร่วมกับชุมชนวัดจำปา โดยใช้บทประพันธ์ที่เป็นบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเทศน์เป็นทำนอง เรียกว่าเทศน์มหาชาติ หรือเรียกเต็มว่าเทศน์มหาชาติเรื่องเวสสันดรชาดก แปลว่าชาติที่ยิ่งใหญ่, การเกิดครั้งยิ่งใหญ่ &amp;nbsp;หมายถึงการเกิดของพระเวสสันดรโพธิสัตว์ ถือเป็นการเกิดครั้งสำคัญยิ่งใหญ่กว่าทุกชาติที่ผ่านมา ทั้งยังมีการแสดงเพลงทรงเครื่องเรื่องพระเวสสันดร โดยแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติประกอบด้วย เพื่ออนุรักษ์การแสดงพื้นบ้านมรดกของชาติ โดยจะมีการบันทึกพิธีกรรมไว้เป็นฐานข้อมูลของ ศมส. สำหรับประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าในอนาคต&amp;quot; นายพีรพนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นประธานเปิดนิทรรศการความหลากหลายทางจิตรกรรมศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ซึ่งศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมกับมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;และภาคเอกชนจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านอนุรักษ์งานช่างฝีมือไทย และเผยแพร่ผลงานจิตรกรรมที่หลากหลายของครูและนักเรียนศิลปาชีพแผนกต่างๆ จัดแสดงและจำหน่าย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำทูลเกล้าฯ &amp;nbsp;ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อสมทบทุนโครงการศิลปาชีพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเวก อรุณรัตน์ กรรมการบริหารศูนย์ศิลปาชีพบางไทร กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มีพระราชประสงค์ให้ก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางภูมิปัญญาด้านศิลปหัตกรรมของไทย มุ่งเน้นการฝึกและส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรในชนบท เพื่อเป็นรายได้เสริมยามว่างจากการทำการเกษตร และสืบทอดภูมิปัญญาศิลปะไทยทุกแขนง ที่ผ่านมาได้สร้างสรรค์ผลงานที่ทรงคุณค่าจนเป็นที่ประจักษ์ในชื่อสกุลช่าง นิทรรศการครั้งนี้ได้รวบรวมผลงานจำนวนกว่า 1,000 ชิ้นมาจัดแสดงและจำหน่าย อาทิ งานวาดสีน้ำมัน จิตรกรรมประยุกต์ เครื่องเคลือบดินเผา &amp;nbsp;ภาพเขียนลายไทย โดยจะมีการนำผลงานชุดใหม่ผลัดเปลี่ยนมาจัดแสดงและจำหน่าย ถือเป็นผลงานชิ้นเอก เช่น งานเซรามิก โดยช่างเซรามิกของศูนย์ฯ ชนะเลิศการประกวดในไทยและระดับนานาชาติทางด้านศิลปกรรม ด้านหัตถกรรม และอุตสาหกรรมดีเด่น และจิตรกรรมประยุกต์ในสหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการได้ ณ ไลฟ์สไตล์ฮอล ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน &amp;nbsp;ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 12 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;งานจิตรกรรมของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรโดดเด่นเป็นงานศิลปะบริสุทธิ์ มีเทคนิคหลากหลาย ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมของไทย เห็นได้จากผลงานผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผา ภาพสีน้ำมัน จิตรกรรมประยุกต์ และลายไทย ลายรดน้ำ สร้างผลิตภัณฑ์สกุลช่างให้เป็นที่จดจำและมีเอกลักษณ์ว่ามาจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภายในงานนำผลงานจิตรกรรมไทยชิ้นเอกมาจัดแสดง อาทิ ภาพสีน้ำมันรังสรรค์พระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดย อ.สมาน &amp;nbsp;คลังจัตุรัส งานประติมากรรมสื่อผสมยุ้งข้าว งานเครื่องเคลือบดินเผา &amp;#39;ดินแดนแห่งความสุข&amp;#39; ภาพลายไทยที่คัดลอกภาพวัดสุทัศนเทพวรารามฯ เพื่อการเรียนรู้ตามครูช่างโบราณ โดยใช้เทคนิคสีฝุ่น ปิดทอง&amp;quot; &amp;nbsp;นายวิเวกกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, นายอนันต์ ชูโชติ, พีรพน พิสณุพงศ์, วิเวก อรุณรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b6857c867619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
