<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯดีเดย์ใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ 15 ม.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.62-นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยถึงการเริ่มใช้งานใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์วันที่ 15 ม.ค.นี้ว่า กรมการขนส่งทางบกจะออกประกาศรับรองการใช้งานใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์วันที่14 ม.ค.นี้และจะมีการเปิดให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ทั้งระบบแอนดรอยด์และ iOS เพื่อใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าใบขับขี่ที่จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับแอพพลิเคชั่นได้นั้นต้องเป็นใบขับขี่ที่มีระบบ QR code โดยการออกประกาศดังกล่าวเพื่อให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรับทราบถึงการมีผลบังคับใช้ของระบบใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ส่วนการบังคับใช้กฎหมายจราจรกับผู้ถือใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์กรณีกระทำผิดนั้น วิธีการเชื่อมโยงข้อมูลและกำหนดบทลงโทษแทนการยึดใบขับขี่จะเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไปวางระบบการดำเนินการต่อไป

นายพีระพลกล่าวว่าการจัดทำใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ลงในแอพพลิเคชั่นจะทำให้เกิดความสะดวกกับประชาชนที่ต้องพกพาใบขับขี่ รวมทั้งมีฐานข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้รถอยู่ในฐานข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ยังมีการแสดงข้อมูลส่วนตัว เช่น ประวัติการแพ้ยา, กรุ๊ปเลือด, โรคประจำตัว, สิทธิ์การเข้ารับการรักษาพยาบาล, ชื่อผู้ติดต่อกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการแชร์เส้นทางการเดินทาง เพื่อแจ้งพิกัดพร้อมหมายเลขทะเบียนรถสาธารณะให้แก่บุคคลที่ต้องการทราบ และการขอความช่วยเหลือกรณีเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะมีการประสานการทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26510</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, พีระพล ถาวรศุภเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c32f213823.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯย้ำ 21ม.ค.นี้ขึ้นค่าโดยสารแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.2562 &amp;nbsp;นายพีระพล ถาวรศุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ) เปิดเผยถึงการปรับค่าโดยสารรถสาธารณะหมวด 1-4 &amp;nbsp;ตามมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งระบบกลาง โดยมีผลในวันที่ 21 มกราคมนี้ ว่า ช่วงที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดูแลการคำนวณอัตราค่าโดยสาร ทำการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่อการคำนวนค่าโดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาแม้ว่าราคาน้ำมันจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมติแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกลางฯ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาได้อนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารสำหรับรถร้อน ทั้ง ขสมก. และรถร่วมบริการ 1 บาท ส่วนรถปรับอากาศให้ปรับขึ้นระยะละ 1 บาทส่วนกรณีรถที่ซื้อมาเข้าร่วมแผนการปฏิรูปมีการซื้อรถที่อายุไม่ถึง 2 ปี และมีการติดตั้งระบบ E-Ticket และ GPS รถดังกล่าวให้ปรับราคา โดยในส่วนของรถร้อนค่าโดยสาร 12 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของรถปรับอากาศ 4 กิโลเมตรแรก คิดอัตราค่าโดยสาร 15 บาท หลังจากนั้นให้จัดเก็บ 25 ตลอดสาย รวมทั้งพิจารณาให้ปรับราคารถ บขส.และรถร่วมบริการ บขส. ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงได้อนุมัติให้รถหมวดดังกล่าวปรับค่าโดยสารขึ้นอีก 10 % โดยมีผล 21 ม.ค.62 เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.ที่จะปรับขึ้น 21 ม.ค.นี้ รถโดยสารธรรมดา (ครีม-แดง) จากเดิม 6.50 บาทตลอดสาย เป็น 8 บาทตลอดสาย ,รถโดยสารปรับอากาศ (ครีม-น้ำเงิน) จากเดิม 10-18 บาท ตามระยะทาง เป็น 12-20 บาท ตามระยะทาง รถโดยสารปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม) และรถปรับอากาศเชื้อเพลิง NGV (สีขาว) จากเดิม 11-23 บาท ตามระยะทาง เป็น 13-25 บาท ตามระยะทาง, รถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ (สีฟ้า) ระยะทาง 4 กิโลเมตรแรก เก็บไม่เกิน 15 บาท, ระยะทาง 4-16 กิโลเมตร เก็บไม่เกิน 20 บาท, ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไป เก็บไม่เกิน 25 บาท ส่วนรถโดยสารธรรมดา หากผู้โดยสารใช้ทางด่วนจะมีการเก็บค่าทางด่วนเพิ่มจากค่าโดยสารปกติอีก 2 บาท ส่งผลทำให้ค่าโดยสารเพิ่มจาก 8 บาท เป็น 10 บาทต่อคนต่อเที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน ช่วงเวลา 23.00 - 05.00 น. จะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 1.50 บาท ทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 บาท เป็น 9.50 บาทต่อคนต่อเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะที่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศแอร์พอร์ตบัส (Airport Bus) ได้แก่ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-จตุจักร กับ สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยฯ 30 บาทตลอดสาย, สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สวนลุมพินี กับ สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สนามหลวง 50 บาทตลอดสาย และสาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง 60 บาทตลอดสาย ยังคงเก็บค่าโดยสารอัตราเดิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนรถร่วมบริการ ขสมก.รถร้อนปรับราคาจาก 9 บาท เป็น 10 บาท รถปรับอากาศ 2 ประเภท &amp;nbsp;แบบขาว-น้ำเงิน ปรับราคาระยะละ 1 บาท จากเริ่มต้น 12 บาท เป็น 13 บาท และรถสีครีม จากราคาเริ่มต้น 13 บาท เป็น 14 บาท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26274</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ม.ค., ขึ้นค่ารถบขส., ขึ้นค่ารถเมล์, ขึ้นค่าโดยสาร, พีระพล ถาวรศุภเจริญ, รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c53764183d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื้อเคาะปรับขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะไป 14 ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คมนาคม ยื้อเคาะปรับขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะไป 14 ธ.ค.นี้ สั่งขนส่งฯกลับไปทำรายละเอียดให้ชัดเจน ผลกระทบรอบด้านเยียวยาประชาชนตามนโยบายรัฐฐาบก่อนปรับขึ้น 1 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ธ.ค.61-นายพีระพล ถาวรศุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ที่มีนายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน &amp;nbsp;ว่า ในการพิจารณาวาระเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าโดยสาร คณะกรรมการฯ มองว่าการพิจารณาในส่วนของการปรับราคารถโดยสารสาธารณะหมวด 1 และหมวด 4 ซึ่งเป็นรถที่วิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและรถหมวด 2 และ 3 ที่วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด และระหว่างจังหวัดนั้น ยังไม่มีการพิจาณาให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยจะมีการพอจารณาอีกครังในวันที่ 14 ธันวาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวว่า คณะกรรมการฯให้ความเห็นว่าในการปรับขึ้นค่าโดยสารจะต้องมีการพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมหลายประเด็นทั้งเรื่องจำนวนรถเก่าและใหม่ มาตรฐานการให้บริการ ผลกระทบต่อประชาชน และที่สำคัญมาตรการเยียวยาทั้งในมุมของผู้ประกอบการหากไม่มีการปรับราคาจะมีการเยียวยาอย่างไร และในมุมของผู้โดยสาร หากมีการอนุมัติให้ปรับราคาจะมีมาตรการเยียวยาอย่างไร โดยคณะกรรมการจะมีการพิจารณามาตรการเยียวยาเพิ่มเติมวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุป&amp;rdquo;นายพีระพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับการพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารนั้น ที่ผ่านมาไม่ได้ปรับมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ขณะเดียวกันในเรื่องนโยบายรัฐบาลต้องการให้ประชานได้รับมาตรฐานการให้บริการที่ดีขึ้น นั้นคือการกำหนดอัตราค่าโดยสารต่างๆจะต้องสอดรับกับมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการที่กรมขนส่งทางบกต้องไปเขียนและระบุมาให้เกิดความชัดเจน โดยยืนยันว่าในวันที่ 14 ธ.ค.นี้จะได้รับความชัดเจน หลังจากคณะกรรมการได้ให้ข้อคิดเห็นในหลายๆด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมคณะกรรมการวันนี้ได้มีการยอมรับถึงปัญหาต้นทุนที่ผู้ประกอบการแบกรับมานานและมีแนวทางที่เป็นไปได้ว่าจะอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร ในส่วนของรถร้อนอาจปรับขึ้น 1 บาท หรือจาก 9 บาท เป็น 10 บาท ขณะที่รถปรับอากาศปรับระยะละ 1 บาท จาก 13 -25 บาท เป็น 14-26 บาท ส่วนรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ความเห็นของคณะกรรมการฯ หลายคนยังไม่ได้ข้อสรุป และหากจะมีการอนุมัติปรับราคาก็จะไม่สูงมากตามที่ผู้ประกอบการเรียกร้อง ดังนั้น เมื่อจะมีการพิจารณาให้ผู้ประกอบการสามารถปรับราคาได้ตามอัตราดังกล่าว คณะกรรมการจำเป็นต้องไปพิจารณามาตรการที่จะเยียวยาให้แก่ประชาชนผู้โดยสารที่ใช้บริการ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23994</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ, พีระพล ถาวรศุภเจริญ, ยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร, รถเมล์, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f730ca1d3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นวันนี้ ขนส่งฯจะขึ้นค่ารถร่วมขสมก.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุ้นขนส่งทางบกกลางนัดประชุมวันนี้ เคาะราคาค่าโดยสารรถร่วม ขสมก. &amp;nbsp;พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายโดยจะคำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล ถาวรศุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ในวันที่ 11ธันวาคม. นี้กระทรวงคมนาคมจะมีการประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง &amp;nbsp;โดยมีนายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน &amp;nbsp;โดยยอมรับว่าจะมีวาระพิจารณาข้อเรียกร้องที่ผู้ประกอบการรถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จะมี 2 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางกับสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน ที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;เพื่อขอปรับขึ้นค่าโดยสารบรรเทาผลกระทบการดำเนินธุรกิจ &amp;nbsp;โดยมีข้อเรียกร้องขอปรับราคารถร้อนจาก &amp;nbsp;9 บาท เป็น 12 บาท รถปรับอากาศเริ่มต้นจาก 13 - 25 บาท เป็น 15 - 27 บาท &amp;nbsp;รถปรับอากาศรุ่นใหม่ 4 กิโลเมตรแรก 20 บาท ส่วนที่เกิน 4 กิโลเมตร เป็น 25 บาทตลอดสาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวว่า ในฐานะเลขาของคณะกรรมการฯ ยืนยันว่าจะมีการรับฟังความเห็นจากกรรมการทุกคน ซึ่งที่ประชุมมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิรวมอยู่ด้วย โดยจะคำนึงถึงผลกระทบรอบด้านที่มีต่อทุกฝ่าย ทั้งประชาชนผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความเห็นของคณะกรรมการฯ หลายคนที่เข้าร่วมประชุมวันที่11 ธ.ค.นี้ เห็นว่าหากมีการอนุมัติปรับราคาค่าโดยสารให้แก่ผู้ประกอบการ อัตราที่เป็นไปได้และประชาชนผู้ใช้บริการจะไม่ได้รับผลกระทบมากเกินไปในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมีค่าครองชีพสูง โดยในส่วนของรถร้อนอาจปรับขึ้น 1 บาท หรือจาก 9 บาท เป็น 10 บาท ขณะที่รถปรับอากาศปรับระยะละ 1 บาท จาก 13 -25 บาท เป็น 14-26 บาท ส่วนรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ความเห็นของคณะกรรมการฯ หลายคนยังไม่ได้ข้อสรุป และหากจะมีการอนุมัติปรับราคาก็จะไม่สูงมากตามที่ผู้ประกอบการเรียกร้อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าโดยสาร, คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง, ค่าโดยสารรถร่วม ขสมก., พีระพล ถาวรศุภเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6f537199c55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
