<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งส่งหัวโจกศึกสถาบัน ไปเรียนในต่างจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.5 เผย 22 นักเรียนช่างไล่ฆ่าอริ อยู่ในข่ายถูกดำเนินคดี เตรียมขอหมายจับล็อตแรก 7 คน มีทั้งผู้ที่ยังเรียนและศิษย์เก่า รองเลขาฯ กอศ.กำชับสถานศึกษาห้ามยื่นมือช่วยเหลือเพื่อให้เป็นตัวอย่าง แย้มแนวทางแก้เด็กเหลือขอ หากพักการเรียนยังไม่ดีขึ้น จะส่งไปเรียนต่างจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ กรณีกลุ่มนักเรียนอาชีวะไล่ปาระเบิดและยิงนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ ที่ถนนศรีนครินทร์ เขตบางนา จนนายชนาธิป เปี่ยมอยู่ หรือมอส อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ถูกยิงเสียชีวิต ว่าคดีนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 22 คน ใช้จักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 12 คัน โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค. เจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถที่ใช้ในการก่อเหตุได้ 3 คัน ขณะเดียวกันได้เชิญพยานแวดล้อม พยานบุคคล และให้ผู้ปกครองพากลุ่มเยาวชนมาให้ข้อมูลแล้ว 6 คน ทราบความสอดคล้องในการสืบสวนว่า ขณะเกิดเหตุใครทำอะไร ที่ไหน แต่ละคนมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุอย่างไรบ้าง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามหาผู้ที่ใช้อาวุธปืนและระเบิด รวมถึงผู้ร่วมก่อเหตุทั้ง 22 คนกับจักรยานยนต์ทั้งหมด โดยกำลังรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดพระโขนงออกหมายจับผู้ก่อเหตุที่ยังเป็นเยาวชนและศิษย์เก่า 7 คน ใน 4 ข้อหา คือ &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.5 กล่าวว่า สำหรับมาตรการในการป้องกันเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังสถาบันการศึกษา เชิญผู้อำนวยการและฝ่ายปกครอง ทั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ มาพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อวางมาตรการป้องกันนักเรียนไม่ให้มาก่อเหตุทำให้สังคมเดือดร้อนอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวภายหลังประชุมหารือกับผู้บริหารสถานศึกษาที่นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพื่อทบทวนมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหา ว่า ที่ประชุมได้พูดถึงเหตุการณ์ก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยเหตุการณ์ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างเด็กวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการกับวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ตนได้มอบหมายให้ทั้ง 2 สถาบันไปรวบรวมรายชื่อผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้งหมด แล้วให้วิทยาลัยตั้งข้อกล่าวหาเด็กเหล่านี้ว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสม พร้อมกับเรียกตัวผู้ปกครองมารับทราบว่าจะต้องให้เด็กหยุดพฤติกรรมดังกล่าวในทันที หากยังก่อเหตุขึ้นอีกจะต้องถูกพักการเรียน หรือหากยังมีพฤติกรรมไม่ดีขึ้นจะใช้มาตรการการแยกตัวเด็กออกไปเรียนที่อื่นในต่างจังหวัด เช่น เพชรบุรี หรือประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น หากเด็กคู่กรณีไม่เจอกันแล้วเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทก็จะไม่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพลกล่าวว่า กรณีเด็กวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ ที่ก่อเหตุยิงกันจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น จากข้อมูลพบว่าน่าจะเป็นความเข้าใจผิด ซึ่งนักเรียนทั้งสองสถาบันขี่รถจักรยานยนต์สวนทางกัน แล้วท้าทายกันทั้งที่ไม่รู้จักกัน และไม่รู้ว่าใครอยู่สถาบันไหน เพราะไม่ได้แต่งชุดนักศึกษา ซึ่งในกรณีนี้ต้องให้กลุ่มเด็กที่ถูกกระทำหยุดเรียนไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลาย ส่วนกลุ่มก่อเหตุปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยห้ามไม่ให้ทางวิทยาลัยเข้าไปรับรองหรือช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่าง นอกจากนี้ตนยังขอให้ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการคุมเด็กให้ดี ต้องรู้ว่าใครเป็นหัวโจก ต้องแยกเด็กออกจากกลุ่ม และให้ทำกิจกรรม กลับบ้านช้ากว่าคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมเห็นตรงกันว่ามาตรการต่างๆ ที่ สอศ.ออกมานั้น ยังดีและเข้มแข็งอยู่ แต่ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะปฏิบัติไม่เข้มแข็งพอ ประกอบกับพฤติกรรมในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของเด็กได้เปลี่ยนไป โดยอาจารย์จากวิทยาลัยบางแห่งได้เล่าให้ที่ประชุมฟังว่า เด็กเปลี่ยนจากตีกันตามป้ายรถเมล์แล้ว เพราะทุกวันนี้เด็กไม่ขึ้นรถเมล์มาเรียน แต่ขับขี่จักรยานยนต์มาเรียนแทน ส่งผลให้ค่อนข้างป้องกันปัญหาได้ยาก แม้เราจะมีมาตรการไม่ให้เด็กแต่งชุดนักศึกษา อีกทั้งสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่สุดท้ายก็ยังก่อเหตุกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยลดปัญหาแย่ๆ เหล่านี้ได้ก็คือ เมื่อเด็กคนไหนก่อเหตุแล้วต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด&amp;quot; รองเลขาฯ กอศ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41871</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ, พีระพล พูลทวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d385ffe15126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองเลขาฯสอศ.ขู่สถาบันอาชีวะ เลิกช่วยเหลือเด็กก่อเหตุทะเลาะวิวาท ชี้มาตรการดี แต่ปฎิบัติไม่เข้มแข็งพอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ก.ค.62-นายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) กล่าวภายหลังประชุมหารือกับผู้บริหารสถานศึกษาที่นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพื่อทบทวนมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะของนักเรียน นักศึกษา ว่า ที่ประชุมได้พูดถึงเหตุการณ์ก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยเหตุการณ์ที่หนึ่งเกิดความขัดแย้งระหว่างเด็กวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการกับวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ซึ่งตนได้มอบหมายให้ทั้ง 2 สถาบันไปรวบรวมรายชื่อผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้งหมด แล้วให้วิทยาลัยตั้งข้อกล่าวหาเด็กเหล่านี้ว่า มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พร้อมกับเรียกตัวผู้ปกครองมารับทราบ ว่า จะต้องให้เด็กหยุดพฤติกรรมดังกล่าวในทันที หากยังก่อเหตุขึ้นอีกจะต้องถูกดำเนินการในขั้นพักการเรียน หรือหากยังมีพฤติกรรมไม่ดีขึ้นอีกจะใช้มาตรการการแยกตัวเด็กออกไปเรียนที่อื่น ทั้ง นี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การแยกเด็กออกไปนี้ไม่ใช่การไล่เด็กออกแต่เป็นการหาที่เรียนแห่งใหม่ที่เหมาะสมให้ในต่างจังหวัด เช่น เพชรบุรี หรือประจวบคีรีขันธุ์ เป็นต้น หากเด็กคู่กรณีไม่เจอกันแล้วเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทก็จะไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่สอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเด็กวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ ที่ก่อเหตุยิงกันจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น จากข้อมูลพบว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เกิดจากความเข้าใจผิด ซึ่งนักเรียนทั้งสองสถาบันขับรถจักรยานยนต์สวนทางกัน แล้วท้าทายกันทั้งที่ไม่รู้จักกันและไม่รู้ว่าใครอยู่สถาบันไหนเพราะไม่ได้แต่งชุดนักศึกษา แถมยังสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ ซึ่งในกรณีนี้ก็ต้องให้เด็กกลุ่มที่ถูกกระทำหยุดเรียนไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลาย ส่วนกลุ่มก่อเหตุปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยห้ามไม่ให้ทางวิทยาลัยเข้าไปให้การรับรองหรือช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างกับผู้ที่ก่อเหตุ เพื่อที่เราจะได้หยุดวงจรแย่ๆนี้ให้ได้
นอกจากนี้ตนยังขอให้ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ ซึ่งเป็นฝ่ายก่อเหตุคุมเด็กให้ดี ต้องรู้ว่าใครเป็นหัวโจก ต้องแยกเด็กออกจากกลุ่ม และให้ทำกิจกรรม กลับบ้านช้ากว่าคนอื่น สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรีนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการรับน้องตามที่เป็นข่าว และตนก็ได้ยืนยันในที่ประชุมว่า สอศ.ยังเน้นย้ำห้ามจัดกิจกรรมรับน้องเด็ดขาด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้รับรายงานว่า รุ่นพี่ได้พารุ่นน้องไปกินข้าวกันที่บ้าน แล้วเข้าใจว่ารุ่นพี่อาจจะอยากโชว์ให้รุ่นน้องเห็นถึงความเป็นรุ่นพี่จึงสั่งให้ทำอะไรที่เกินเลย ขณะที่รุ่นน้องไม่สบายมาก่อนจึงได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ประชุมได้พูดคุยถึงมาตรการและแนวทางต่างๆ ในการการป้องกันปัญหาก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่ามาตรการต่างๆ ที่ สอศ.กำหนดออกมานั้น ยังดีและยังเข้มแข็งอยู่ แต่ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะปฏิบัติไม่เข้มแข็งพอ ประกอบกับพฤติกรรมในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของเด็กได้เปลี่ยนไป โดยอาจารย์จากวิทยาลัยบางแห่งได้เล่าให้ที่ประชุมฟัง ว่า เด็กเปลี่ยนจากตีกันตามป้ายรถเมล์แล้ว เพราะทุกวันนี้เด็กไม่ขึ้นรถเมล์มาเรียน แต่ขับขี่จักรยานยนต์มาเรียนแทน ส่งผลให้ค่อนข้างป้องกันปัญหาได้ยาก แม้เราจะมีมาตรการไม่ให้เด็กแต่งชุดนักศึกษา อีกทั้งสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่สุดท้ายก็ยังก่อเหตุกันทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยลดปัญหาแย่ๆ เหล่านี้ได้ก็คือ เมื่อเด็กคนไหนก่อเหตุแล้วต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ปล่อยให้ตำรวจดำเนินการเต็มที่ วิทยาลัยจะต้องไม่เข้าไปช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้นเด็กก็จะยิ่งได้ใจ&amp;quot;รองเลขาฯ กอศ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหานักเรียนอาชีวะตีกัน, พีระพล พูลทวี, สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d38121b10251.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
