<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พีระพันธุ์ : &#039;ยุติธรรมค้ำจุนชาติ&#039; ความยุติธรรม กับ ความอนาถใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.63 - นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค &amp;nbsp;ในฐานะอดีตผู้พิพากษาและข้าราชการตุลาการและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เผยแพร่บทควมเรื่อง &amp;quot;&amp;ldquo;ยุติธรรมค้ำจุนชาติ&amp;rdquo; ความยุติธรรม กับ ความอนาถใจ&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งใจจะเขียนเรื่องพยานบอกเล่าและพยานที่เป็นความเห็นที่รับฟังไม่ได้ตามกฎหมาย และเรื่องทางออกของการถกเถียงเรื่องความเร็ว แต่ฟังการแถลงของอัยการเมื่อวานนี้แล้วเหนื่อยใจ เพราะประเด็นเยอะขึ้นทุกวันจนลำดับเรื่องไม่ถูกแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่น่าเชื่อว่าคดีขับรถชนคนตายที่เป็นความผิดที่เกิดขึ้นบ่อยๆเหมือนคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นแทบทุกวันคดีนี้ จะทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อถือในระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เพียงเพราะคดีนี้มีผู้กระทำผิดเป็นอภิมหาเศรษฐีไฮโซไม่ใช่ชาวบ้านร้านช่องเหมือนคดีอื่นๆ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันคุ้มไหมครับกับสิ่งที่ทำๆ กันลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยพิจารณาพิพากษาคดีประเภทนี้มาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่เคยมีคดีใดเลยที่ผู้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนและฟ้องคดีถูกสังคมตรวจสอบและโต้แย้งไม่เชื่อจนวุ่นวายเหมือนคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางครั้งแค่ฟังเสียงก็ไม่แน่ใจว่าฝ่ายไหนเป็นคนพูด ต้องหันไปดูภาพข่าวประกอบจึงทราบว่า อ้อ! ฝ่ายที่ต้องเป็นคนฟ้องคดีเป็นคนพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามองในแง่ดีไม่มีเรื่องผลประโยชน์ ก็เห็นได้ว่ากระบวนการสอบสวนและการสั่งฟ้องคดีนี้ ล้มเหลว น่าสงสัย และสังคมไม่ให้ความเชื่อถืออีกต่อไปแล้ว นี่ขนาดคดีง่ายๆ ธรรมดาๆ ยังเป็นแบบนี้ แล้วคดีใหญ่ๆ ซับซ้อนมากๆ จะเชื่อถือได้อย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อนอยู่เบื้องหลัง ก็คงต้องแก้กฎหมายให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนฟ้องร้องคดีต้องเข้ารับการอบรมกฎหมายทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี เป็นอย่างน้อย เพราะคดีนี้ชี้ให้เห็นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งทำงานยิ่ง.......&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ นะ ถ้าผมมีอำนาจหน้าที่แก้ไขเรื่องนี้เมื่อไร ผมทำแน่นอน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ 7 สิงหาคม &amp;ldquo;วันรพี&amp;rdquo; ที่เป็นวันระลึกถึงกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย ผมจำคำสอนที่ท่านทิ้งไว้ให้บรรดานักกฎหมายไม่ว่าจะมีตำแหน่งหน้าที่อะไรได้อย่างขึ้นใจ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เอ็งกินเหล้าเมายา ไม่ว่าหรอก แต่อย่าออกนอกทางให้เสียผล จงอย่ากินสินบาท คาดสินบน เรามันชนชั้นปัญญาตุลาการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวใจของคำสอนของพระองค์คือ ให้นักกฎหมายทั้งหลายตระหนักถึงเกียรติยศศักดิ์ศรียิ่งกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวและสิ่งที่เรียกว่า &amp;ldquo;สินบน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รู้ว่าวันที่ 7 สิงหาคม นี้ จะมีคนใหญ่คนโตกี่คนในกระบวนการยุติธรรมที่กล้าปฏิญาณว่ายังยึดมั่นในคำสอนของพระองค์ไม่เสื่อมคลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อในประโยคที่ว่า &amp;ldquo;หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ควรจะต้องถกเถียงกันในเรื่องพฤติการณ์แห่งคดีและสิ่งที่กฎหมายเรียกว่า &amp;ldquo;พยานพฤติเหตุแวดล้อมกรณี&amp;rdquo; ซึ่งเป็นสิ่งที่ศาลจะใช้พิจารณาการกระทำของผู้กระทำผิดมากกว่าประเด็นเรื่องความเร็ว ว่าเข้าองค์ประกอบหลักของความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือไม่ มากกว่าทฤษฎีทางวิชาการเรื่องความเร็วที่ศาลถือว่าเป็นเพียง &amp;ldquo;ความเห็น&amp;rdquo; ซึ่งมีน้ำหนักในการพิสูจน์ความผิดในระดับท้ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ดูแล้วเรื่องความเร็วนี้คงจะจบยาก ไม่รู้ว่าเป็นไปโดยธรรมชาติหรือมีคนไม่อยากให้จบ จะได้ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องอื่นที่น่าสงสัยและควรจะตรวจสอบมากกว่า เช่น เหตุใดนายเนตร นาคสุข ในขณะสั่งฟ้องคดีเป็นเพียงอธิบดีอัยการธรรมดาจึงมาเกี่ยวข้องสั่งคดีนี้ได้ ทั้งๆ ที่เจ้าของสำนวนเดิมสั่งฟ้องไปแล้ว นายเนตรได้รับมอบอำนาจสั่งคดีมาจากใครตามกฎระเบียบใด มีอัยการท่านอื่นที่อาวุโสหรือมีตำแหน่งสูงกว่านายเนตรที่ควรจะเป็นผู้มีอำนาจสั่งคดีแทน อสส. หรือไม่ ทำไมเมื่อจะต้องสั่งคดีสำคัญๆ ขึ้นมาทีไรก็จะต้องมีเหตุให้ อสส. ไม่อยู่ทุกที และเมื่อ อสส. ไม่อยู่ทีไร เหตุใดคนสั่งคดีพวกนี้จึงต้องเป็นนายเนตรทุกครั้งทุกทีไป ไม่มีอัยการท่านอื่นที่มีอาวุโสหรือมีตำแหน่งสูงเหมาะสมกว่าหรือ คดีเล็กน้อยขับรถชนคนตายแค่นี้ทั้งพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีจริงหรือ ฯลฯ เหล่านี้คือข้อสงสัยและเป็นปัญหาที่ต้องมีคำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องการใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องหรือไม่เห็นแย้ง ก็มีข้อสงสัยว่าเหตุใดจนบัดนี้ที่สังคมจะทนไม่ไหวแล้วนั้น ทั้งนายเนตร กับ พล.ต.ท. เพิ่มพูน ซึ่งเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจก็ยังไม่ออกมาชี้แจงอธิบายเหตุผล และเหตุใดผู้บังคับบัญชาจึงไม่สั่งการให้ออกมาชี้แจงเหตุผลด้วยตนเองเช่นกัน แต่กลับให้คนอื่นออกมาอธิบายในสิ่งที่คนทั้งสองนี้ทำลงไปเต็มไปหมด แล้วพยายามมาอธิบายให้สังคมเชื่อ พอโดนถามหนักๆ ในเรื่องการใช้ดุลยพินิจซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ตอบไม่ได้ ก็แก้ตัวว่าไม่อาจก้าวล่วงการใช้ดุลยพินิจของท่านนั้นๆ ได้ ก็ถ้าเช่นนี้ทำไมไม่ให้เจ้าตัวออกมาชี้แจงแถลงไขเอง แทนที่จะตั้งคนอื่นมาเป็นทนายหน้าหอแก้ตัวให้ เหมือนกับไม่ต้องการให้เจ้าตัวต้องถูกซักถาม มันปกติหรือไม่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รู้จริงๆ หรือครับว่าการทำเช่นนี้ก็เข้าหลักการเป็นพยานบอกเล่าหรือเป็นเพียงความเห็นของผู้ชี้แจงที่ฟังไม่ได้ตามกฎหมายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องดุลยพินิจนี้เป็นประเด็นสำคัญ หากชี้แจงไม่ได้หรือไม่มีเหตุผลเพียงพอ ก็เท่ากับว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจสั่งการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผลคือ ผู้ออกคำสั่งต้องรับผิด และคำสั่งนั้นเป็นโมฆะ ตามทฤษฎีกฎหมายที่ว่า &amp;ldquo;ผลของต้นไม้พิษยังไงมันก็เป็นพิษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อการใช้ดุลยพินิจเป็นเรื่องเฉพาะตัว ผิดถูกก็ให้เจ้าตัวอธิบายกันไป เหตุใดจึงต้องเอาความน่าเชื่อถือขององค์กรทั้งองค์กรมาออกรับแทนคนสองคน ทำไมไม่ให้เขาชี้แจงเอง น่าประหลาดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพูดถึงพยานที่เสียชีวิตไปแล้วก็บอกว่าไม่ใช่พยานใหม่ แต่มาให้การเป็นพยานตั้งแต่ 5 วันหลังเกิดเหตุ แล้วทำไมต้องรอถึง 7-8 ปี เพื่อจะให้พยานระลึกชาติย้อนหลังไปว่าเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วในขณะเกิดเหตุขับรถด้วยความเร็วเท่าใด หาก &amp;ldquo;ความเร็ว&amp;rdquo; เป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิดในคดีนี้จริงๆ แล้ว ทำไมพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนจึงสั่งฟ้องไปแล้วได้ และทำไมต่อมาพนักงานอัยการผู้อื่นจึงค่อยเตือนสติให้พนักงานสอบสวนไปหาข้อมูลนี้มาเพิ่มหลังเวลาผ่านไป 7-8 ปี ทำไมต้องรอให้ผู้กระทำผิดร้องขอความเป็นธรรมเตือนสติอัยการก่อน แล้วอัยการจึงไปเตือนสติพนักงานสอบสวนอีกที่หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยานผู้นี้ก็เก่งจริงๆ ยังจำได้เป๊ะว่าในเวลาตี 5 เมื่อ 7-8 ปี ก่อน ขับรถด้วยความเร็วเท่าใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่รู้จักผมจะรู้ว่าผมก็เป็นคนจำแม่นพอสมควร แต่ผมยังจำไม่ได้เลยว่าเมื่อวานตอน 5 โมงเย็น ผมขับรถด้วยความเร็วเท่าใด เพราะจะมีสักกี่คนที่เวลาขับรถสายตาจะจ้องมองอยู่ที่เข็มวัดความเร็ว และจะมีกี่คนที่เวลาพบอุบัติเหตุจะก้มลงไปดูทันทีเลยว่าขณะนั้นตนเองขับรถด้วยความเร็วเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้อ่านจำได้ไหมครับว่าก่อนอ่านโพสต์ของผมท่านขับรถมาด้วยความเร็วเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนและอัยการบอกว่ารถของพยานคนนี้อยู่ตรงที่เกิดเหตุพอดีและอยู่ในภาพวงจรปิด แต่ไม่บอกว่ามีพยานหลักฐานใดเชื่อได้ว่าพยานคนนี้เป็นเจ้าของรถหรือเกี่ยวข้องกับรถคันดังกล่าวอย่างไร มีพยานหลักฐานใดที่ทำให้เชื่อได้ว่าพยานผู้นี้เป็นคนขับรถหรืออยู่ในรถคันดังกล่าวในเวลานั้นจริง นอกจาก &amp;ldquo;คำบอกเล่า&amp;rdquo; ของพยานเอง พยานนั่งรถมากับใครที่ยืนยันข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้ พยานกำลังจะไปที่ไหนในเวลาตี 5 ทั้งๆ ที่พยานมีภูมิลำเนาอยู่เชียงใหม่ แต่กลับมุ่งหน้าไปทางพระโขนงซึ่งเป็นเส้นทางไปชลบุรีด้วยเหตุผลใด มาทำอะไรอยู่ที่กรุงเทพฯ จะไปไหน มีธุระอะไรในเวลาตี 5 ฯลฯ เหล่านี้ที่พนักงานสอบสวนจะต้องสอบสวนให้ได้ความชัดเจนจนมีพยานหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอที่เชื่อได้ก่อนที่จะรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดเหตุว่าพยานผู้นี้เป็นประจักษ์พยานจริงมิใช่พยานบอกเล่าที่ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามกฎหมาย แต่แทนที่จะให้ได้ความชัดเจนเรื่องนี้ก่อนกลับไปฟังคำบอกเล่าของพยานผู้นี้เลยแล้วนำมาเป็นประโยชน์แก่ผู้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันข้ามขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยานที่เป็นทหารและข้อพิรุธน่าสงสัยอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลังนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องรอยเบรค อัยการแถลงว่าที่ไม่มีรอยเบรคเป็นเพราะรถเฟอรารี่ของผู้กระทำผิดมีระบบเบรค ABS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความวัวยังไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวก่อนตำรวจบอกว่าสารโคเคนในเลือดมาจากยาที่ใช้ในการทำฟัน หมอฟันออกมาบอกว่าไม่จริงและเลิกใช้สารนี้ในการทำฟันมาแล้วประมาณ 140 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวนี้อัยการบอกว่าไม่มีรอยเบรคเพราะรถมีระบบเบรค ABS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่มันปี พ.ศ. 2563 ค.ศ. 2020 แล้วนะครับ ระบบเบรค ABS มีใช้แรกๆ ประมาณ พ.ศ. 2523 หรือประมาณ ค.ศ. 1980 ประมาณ 40 ปีก่อน เกือบครึ่งศตวรรษมาแล้ว ในช่วงแรกๆ เป็นอุปกรณ์เสริมราคาแพง แต่ปัจจุบันเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มากับรถแทบทุกคัน แทบทุกรุ่น และแทบจะทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบเบรค ABS ไม่ใช่ระบบป้องกันไม่ให้เกิดรอยเบรคบนถนน และไม่ใช่ระบบลบรอยเบรคเหมือนยางลบดินสอนะครับ แต่เป็นระบบป้องกันการลื่นไถลเวลาเบรคครับ พูดง่ายๆ คือช่วยการทรงตัวป้องกันไม่ให้รถลื่นไถลไปซ้ายหรือขวาเวลาเบรคฉุกเฉินขณะรถมีความเร็วสูงเท่านั้น แต่ร่องรอยการเบรคบนพื้นถนนยังมีอยู่ตามความเร็วของรถเช่นเดิม ดูได้จากการเกิดอุบัติเหตุทั่วไปในปัจจุบันที่มีรอยเบรคเสมอ รถเหล่านั้นแทบทุกคันก็มีระบบเบรค ABS กันหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ แล้ว ถ้าไม่มีรอยเบรคก็คือชนโดยไม่ได้เบรคนั่นเอง ไม่ประมาทก็เจตนาย่อมเล็งเห็นผลครับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะสรุปว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดจากการขับขี่มอเตอร์ไซด์ของนายดาบที่พยายามยกขึ้นมาสร้างความชอบธรรมให้ใครสักคนหนึ่งแล้วละก้อ ก็ควรพิจารณาตั้งข้อหานายดาบว่าขับรถโดยประมาทไม่หลบหลีกให้รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงจนเป็นเหตุให้ตนเองถึงแก่ความตายเลยจะดีไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนาถใจจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แค่ปฏิรูปคงไม่พอแล้วครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73702</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, คดีบอส, พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69ffdf5f6d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ชุดพีระพันธุ์&#039; ชงปลดล็อกมาตรา 256  เปิดทางตั้ง &#039;สสร.&#039; รื้อรธน.ปี 60 ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63 - นายพีระพันธุ์&amp;nbsp;สาลีรัฐวิภาค &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการ แถลงว่า ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิและมีความเป็นเจ้าของมากขึ้น โดยมีหลายเรื่องที่จะต้องแก้ไข เพื่อให้เกิดการปฏิรูปบ้านเมืองและระบบกฎหมาย &amp;nbsp;จึงมีความเห็นว่าจะต้องแก้ไขในมาตรา 256 ก่อน เนื่องจากหลักเกณฑ์ในมาตรานี้ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากลำบาก นอกจากนี้กรรมาธิการฯยังมีความเห็นตรงกันว่า หากเป็นไปได้จะต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และอาจจะต้องเสนอตั้งสสร. หรืออะไรก็แล้วแต่รัฐบาลจะพิจารณา และหากเป็นไปได้ทางกรรมาธิการฯจะเพิ่มเติมหมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเข้าไปอีกหนึ่งหมวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโภคิล พลกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯกล่าวว่าขณะนี้ประชาชน นิสิต นักศึกษาอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ดังนั้นการแก้ไขม.256 จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญไม่ยุ่งยาก &amp;nbsp;และมีความเห็นว่าควรตั้งสสร.เหมือนปี 2534 เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ2540 ทำให้ออกจากวิกฤตพฤษภาทมิฬ ทางคณะกรรมาธิการฯจึงขอให้กรรมาธิการทุกคนที่เป็นตัวแทนจากแต่ละพรรคไปพิจารณาประเด็นนี้ ซึ่งตนก็เสนอไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าหากดำเนินการตามนี้จะได้2 อย่างคือ 1.สสร.2.มีการแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นปัญหาต่างๆไปได้เลยควบคู่กัน ซึ่งขั้นตอนนี้หากทุกพรรคการเมืองและส.ว.เห็นพ้องด้วยขั้นตอนนี้ก็จะเสร็จภายใน5 เดือน ก็จะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่มีการแก้ไขและจากนั้น สสร.ก็จะทำการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขอีก 390 วัน ในอนาคตจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เห็นชอบโดยประชาชน และร่างโดยประชาชน ซึ่งระหว่างดำเนินการตรงไหนที่ไม่ดี ไม่เหมาะสมก็แก้ไขไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงโมเดลของสสร. นายโภคินอ้างถึงสสร.ปี2534โดยให้ทุกคนที่สนใจในแต่ละจังหวัดมาสมัครและทำการคัดเลือกกันเองให้เหลือจังหวัดละ10 คนและให้รัฐสภาเลือกเหลือ1 คน รวมกับนักวิชาการที่รัฐสภาจะเลือกมาอีกส่วนหนึ่งรวมเป็น99 คน แต่ร่างที่กรรมาธิการฯเสนอไว้ให้เลือกคนมาเป็นสสร.200 คน ต้องมีอย่างน้อยจังหวัดละ1 คน ถ้าจังหวัดใหญ่ก็มีได้หลายคน &amp;nbsp;ซึ่งไม่มีใครทราบว่าบุคคลเหล่านี้จะเข้ามาแก้ไขอย่างไร และไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงอะไรได้เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปโดยเสรีและเป็นธรรม &amp;nbsp;และหากรัฐสภาจะมีการแก้ไขปรับปรุงอะไรก็สุดแล้วแต่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73034</URL_LINK>
                <HASHTAG>พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, โภคิน พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23cf4b97a0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
