<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;จี้รัฐบาลเร่งออกมาตรการรับมือพืชกระท่อมล้นตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า ผู้ปลูกพืชกระท่อม ซึ่งส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ กับการที่รัฐสภาได้ออกกฏหมายปลดล็อคพืชกระท่อม ทำให้เกษตรกรมีอาชีพใหม่ เช่น การเพาะพันธุ์ ตอนกิ่ง จัดจำหน่ายพืชกระท่อมกันอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp; มีเกษตรกรหลายราย มีอาชีพใหม่ ทำธุกิจเปิดขายใบกระท่อม และต้นกระท่อมไปทั่วประเทศ หลังจากนี้จะทำให้มีปริมาณพืชกระท่อมเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อปริมาณพืชกระท่อมล้นตลาดได้ จึงอยากจะให้รัฐบาลเตรียมมาตรการรับมือ เกี่ยวกับพืชกระท่อมได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะพืชกระท่อมจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของเกษตรกร โดยการเร่งออกกฎหมาย พ.ร.บ.พืชกระท่อม และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการแปรรูป และนำพืชใบกระท่อมเป็นส่วนผสมของอาหาร ออกมาโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ารัฐบาลจะออกประกาศมีข้อกำหนดให้พืชกระท่อมใช้เพื่อการบริโภคเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการอนุญาต หรือส่งเสริมให้แปรรูป เป็นยาสมุนไพร เครื่องดื่มชูกำลัง หรือส่วนผสมของอาหาร และเป็นสินค้าส่งออกไปต่างประเทศ ก็จะทำให้ปัญหาพืชกระท่อมล้นตลาด เกิดขึ้นเหมือนกับผลิตผลการเกษตรของเกษตรกรตัวอื่นๆตามมาอย่างแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117158</URL_LINK>
                <HASHTAG>พืชกระท่อม, รัฐบาล, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121d3b6c99fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องส.ว.ปรับแก้กม.กระท่อมฉบับสภาผู้แทนฯ ห้ามขายเด็กต่ำกว่า20ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - ที่อาคารวุฒิสภา เกียกกาย นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง นายโยธิน&amp;nbsp; ทองพะวา ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย นายรวิศุทธ์ คณิตกุลเศรษฐ์&amp;nbsp; รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย ตัวแทนมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และภาคีด้านเด็กและเยาวชน เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายวัลลภ&amp;nbsp; ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชนสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา เพื่อขอให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ.....ในประเด็นปกป้องเด็ก เยาวชนและสังคมอย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโยธิน กล่าวว่า จากกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. ....แล้วนั้น ซึ่งโดยหลักการเหตุผลและสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการส่งเสริมและให้มีการพัฒนาเป็นพืชทางเศรษฐกิจ โดยร่างกำหนดมาตรการดูแล เฉพาะการนำเข้าและการส่งออกเท่านั้นที่ต้องขอรับใบอนุญาตก่อน ส่วนการเพาะ การปลูก และการขายใบพืชกระท่อม นอกเหนือจากที่ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดไว้ ให้ทำได้ ประชาชนสามารถครอบครอง บริโภค และใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้ ทั้งนี้แม้ จะมีมาตรการคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ด้วยการห้ามขายให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร และการห้ามโฆษณาใช้พืชกระท่อมเป็นส่วนผสมของยาเสพติด 4X100 แต่ยังขาดความรอบด้านในมิติการปกป้องเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง เราห่วงใยว่าในอนาคตน้ำกระท่อมจะไม่ใช่มีแค่ 4x100 แต่จะมีพัฒนาการไปมากกว่านั้นแน่นนอน&amp;nbsp; ซึ่งอาจะเป็นส่วนผสมที่ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย แต่ส่งผลให้เกิดอาการมึนเมา เสพติดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าพืชกระท่อมยังสามารถเสพติดและมีผลกระทบได้ ถ้าใช้ไม่เหมาะสม จึงควรมีมาตรการควบคุม โดยเฉพาะธุรกิจที่มุ่งหาผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชน และสังคมที่จะตามมา&amp;rdquo; นายโยธิน ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อมฯ มุ่งการส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นพืชทางเศรษฐกิจ แต่ยังขาดความรอบด้านในมิติการปกป้องเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; จึงขอให้วุฒิสภาพิจารณาดังนี้ 1.ควรกำหนดห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เพื่อลดโอกาสการเข้าถึง เช่นเดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่แม้จะไม่ใช่สินค้าที่ผิดกฎหมาย แต่มีโอกาสที่เกิดผลกระทบต่อตัวผู้บริโภคและสังคมส่วนรวม 2.ควรกำหนดให้สถานศึกษา เป็นสถานที่ห้ามบริโภคน้ำต้มใบกระท่อม รวมถึงกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ที่สถานศึกษาอนุญาตให้จัด เช่น กิจกรรมรับน้อง กิจกรรมค่าย กิจกรรมทัศนศึกษา กิจกรรมกีฬาสี หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน นักศึกษา 3. ควรเปิดช่องให้สามารถออกอนุบัญญัติใหม่ๆ เพื่อควบคุมการขาย/การบริโภคที่อาจมีพัฒนาการส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และประชาชนมากขึ้นในอนาคต และ 4. ควรควบคุมการโฆษณาหรือการทำการสื่อสารการตลาดใบกระท่อมหรือน้ำต้มใบกระท่อม หรือผลิตภัณฑ์อื่นใดไม่ให้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ภาครัฐเร่งสื่อสาร ให้เด็กและเยาวชนเข้าใจถึงผลกระทบในทางสุขภาพ หากใช้อย่างไม่เหมาะสมถูกต้อง และความผิดที่คงอยู่ตามกฎหมาย เนื่องจากยังพบว่าเยาวชนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าน้ำต้มใบกระท่อมผสมสูตรต่างๆ สามารถทำได้ไม่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; จึงบริโภคกันแพร่หลายทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงยังผิดกฎหมายอยู่หากมีส่วนผสมของสิ่งเสพติดหรือยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และที่น่าห่วงคือการไปคิดค้นสูตรใหม่ๆ มาต้มผสมเพื่อไปบริโภค ซึ่งน่ากังวลว่าอาจจะนำไปสู่สูตรที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง ดังนั้นในข้อกฎหมายวุฒิสภาพิจารณาประเด็นนี้ด้วย&amp;rdquo; นายณัฐพงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวัลลภ&amp;nbsp; กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ต้องขอบคุณน้องๆ เครือข่ายเยาวชนฯ ที่ห่วงใยต่อปัญหาดังกล่าว จากนี้จะนำเข้าหารือในที่ประชุมกรรมธิการฯ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116533</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม., ครูหยุย, พืชกระท่อม, วุฒิสภา, เด็กและเยาวชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ee0c9b0f25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์​&#039; แจงขายน้ำพืชกระท่อมยังผิดกฎหมาย อนุญาตต้มกินเอง-แจกจ่าย ขายใบสดได้เสรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;9 ก.ย.64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ภายหลังจากที่รัฐสภาได้เห็นชอบ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) ซึ่งเป็นการถอดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไปแล้วนั้น แต่ยังมีหลายคนสงสัย เกี่ยวกับการใช้พืชกระท่อมว่าสามารถทำในส่วนใดได้บ้าง ดังนั้นตนจึงขอชี้แจงว่า ในส่วนของการเคี้ยวใบ การปลูก การครอบครองและการขายใบสดที่ไม่ได้ปรุงหรือทำเป็นอาหารทำได้อย่างเสรีไม่ผิดกฎหมาย แต่ส่วนการนำไปทำผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่แจ้งว่ามีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ต้องไปขออนุญาตตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข เพราะมี พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562 ควบคุมอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้การนำไปทำเป็นอาหารหรือเป็นส่วนผสมในอาหารเพื่อขายนั้น&amp;nbsp; พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ยังไม่ปลดล็อคให้สามารถนำพืชกระท่อมไปทำอาหารหรือผสมในอาหารเพื่อจำหน่ายได้ โดยประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424 ) พ.ศ. 2564 ออกตามความใน พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ซึ่งกำหนดให้อาหารที่ปรุงจากพืชกระท่อมเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย หรือแม้กระทั่งน้ำต้มกระท่อมที่ไม่ได้ผสมกับสิ่งใดเลยก็เป็นสิ่งที่ห้ามผลิตเพื่อจำหน่ายตามประกาศฉบับนี้ การฝ่าฝืน ผลิต และขาย อาหาร ที่ พ.ร.บ. อาหาร ห้าม มีโทษตามมาตรา 50 จำคุก 6 เดือน - 2 ปี ปรับ 5,000 - 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร และเครื่องสำอาง ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ จากพืชกระท่อมได้อย่างเต็มที่ กระทรวงสาธารณสุขจึงสมควรที่จะแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์ จากพืชกระท่อมเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร และเครื่องสำอางได้เรื่องนี้เป็นอุปสรรคในการค้าขายแบบชาวบ้าน ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ..... คณะกรรมาธิการฯ ซึ่งตนเป็นประธานฯ ได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะส่งให้กระทรวงสาธารณสุขรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไปแล้ว แต่สำหรับในช่วงนี้ที่ประกาศยังไม่ถูกแก้ไข หากผู้ประกอบการที่อยากจะพัฒนาต่อยอดเพื่อสกัดหรือแปรรูปพืชกระท่อม โดยใช้ประโยชน์จากสารสำคัญในใบกระท่อมเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือยาแผนโบราณ ที่มีสรรพคุณในการบำบัดหรือบรรเทาออาการต่างๆนั้น สามารถขอคำแนะนำหรือติดต่อได้ที่ กองควบคุมผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116161</URL_LINK>
                <HASHTAG>พืชกระท่อม, ยาเสพติด, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139baad0e39e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯผ่านร่างกฎหมายพืชกระท่อม ปลูก-ใช้เสรี กำหนดมาตรการควบคุมเด็กต่ำกว่า 18 ปี คนท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.64 - เมื่อเวลา11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ...ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานกมธ.ฯ กล่าวว่า หลังการยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดประเภท 5 ประชาชนสามารถครอบครอง บริโภคและใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้ จึงควรส่งเสริมและให้มีการพัฒนาเป็นพืชทางเศรษฐกิจ โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดมาตรการดูแลโดยเฉพาะการนำเข้าและการส่งออกเท่านั้นที่ต้องขอรับใบอนุญาตก่อน ส่วนการเพาะ การปลูกและการขายใบพืชกระท่อม นอกเหนือจากที่ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดไว้ ให้ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กมธ.เห็นว่าการบริโภคใบกระท่อมมากเกินควรอาจจะเกิดอันตราย โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร จึงกำหนดมาตรการกำกับดูแลการขาย การโฆษณาและการบริโภคใบกระท่อมในบางประการ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคและกลุ่มบุคคลดังกล่าว แต่ไม่ควรกำหนดข้อบังคับที่กระทบกับวิถีชีวิตและชุมชน การโฆษณาทำได้แต่ห้ามโฆษณา หรือนำมาทำน้ำต้มที่ผสมกับยาเสพติดหรือ 4x100 และกมธ.มีข้อสังเกตุเพิ่มเติมเพราะใบกระท่อมมีประโยชน์หลายอย่างที่สามารถนำเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร และเครื่องสำอางได้ แต่ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหารและเครื่องสำอาง ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้อย่างเต็มที่ จึงเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขสมควรที่จะแก้กฏหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง กับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นสมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวางทั้ง 49 มาตรา และลงมติผ่านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 281 ต่อ 0 งดออกเสียง 1 จากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116063</URL_LINK>
                <HASHTAG>พืชกระท่อม, ยาเสพติด, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61388f2c7b965.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออกหนังสือเวียนพิจารณาคดี &#039;พืชกระท่อม&#039; หลังปลดล็อก ยกฟ้องปล่อยตัวแต่ไม่คืนค่าปรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาล เผย เลขาฯ ศาลออกหนังสือเวียนถึงศาลทั่วประเทศพิจารณาคดี &amp;ldquo;กระท่อม&amp;rdquo; ตามกฎหมายเเก้ไขใหม่ หลังได้ปลดล็อคสั่งระงับจำหน่ายคดี-ยกฟ้องนิรโทษโทษเก่า ให้ปล่อยตัว เเต่ไม่คืนค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 2564 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้เปิดเผยกรณี ผลบังคับใช้ พ.ร บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 8 พ.ศ.2564 ซึ่งมีผลบังใช้เป็นวันแรก เกี่ยวกับพืชกระท่อม โดยให้ถือว่าประชาชนสามารถปลูกพืชกระท่อมได้อย่างเสรี หรือจะบริโภคก็สามารถทำได้ ว่า เรื่องนี้ นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ศย016/ว903 เรื่องข้อพิจารณาเกี่ยวกับพรบ.ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 8 พ.ศ.2564 ลงวันที่ 18 ส.ค.ที่จัดทำโดย สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรมสำนักงานศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความว่า พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพรบ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522ในสาระสำคัญคือยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 และยกเลิกความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมพระราชบัญญัติดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2564 &amp;nbsp;ซึ่งมาตรา 2ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับ แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ร.บ.ดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับในวันที่ 24 ส.ค.2564 การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวมีข้อพิจารณาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษโดยไม่กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 และการยกเลิกบทบัญญัติความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมทำให้การกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดอีกต่อไปถือว่าบทบัญญัติแห่ง พรบ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ที่บัญญัติในภายหลังการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไปซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรคสอง ให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้วก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้นถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ผลของกฎหมายดังกล่าวทำให้ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีหรือจำเลยที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลในความผิดฐานดังกล่าวพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(5) ศาลจึงไม่อาจขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ในระหว่างสอบสวนหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาลได้ดังนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ต้องหาในความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมอยู่ระหว่างฝากขังไม่มีเหตุที่จะขังผู้ต้องหาอีกต่อไปได้ต้องยกเลิกการฝากขังปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือตรวจคืนหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว (ถ้ามี) หรือหากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) สำหรับคดีความผิดฐานดังกล่าวที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วโดยผลของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรคสองจำเลยที่ได้รับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง ดังนั้นหากเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษและคุมประพฤติหากจำเลยชำระค่าปรับแล้วถือว่าการบังคับโทษปรับเสร็จสิ้นแล้ว จำเลยไม่อาจขอคืนค่าปรับได้ แต่หากจำเลยอยู่ระหว่างการถูกกักขังแทนค่าปรับ ศาลก็ต้องปล่อยจำเลยเนื่องจากไม่มีโทษปรับอันจะกักขังแทนค่าปรับต่อไปได้ หรือหากจำเลยอยู่ระหว่างการคุมประพฤติเมื่อถือว่าจำเลยไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้นจึงไม่มีโทษจำคุกที่ศาลจะรอการลงโทษและคุมประพฤติได้จำเลยจึงพ้นจากการคุมประพฤติ ต้องยกเลิกการคุมประพฤติทั้งนี้หากจำเลยอยู่ระหว่างการถูกจำคุกในการกระทำความผิดฐานอื่นด้วยก็จะต้องมีการแก้ไขหมายจำคุกหรือหมายจำคุกคดีถึงที่สุดเพื่อยกเลิกการบังคับโทษสำหรับความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมที่ได้แก้ไขตามกฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) คดีความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ย่อมไม่มีเหตุที่จะขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ในความผิดฐานดังกล่าว ทั้งนี้หากมีกรณีที่ศาลอุทธรณ์ต้องอ่านคำพิพากษาในคดีความผิดฐานดังกล่าวที่จำเลยถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์ อาจนำระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลสูงในคดีอาญาและคดีแพ่งที่ศาลสูงโดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 มาใช้ในการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับเพื่อลดขั้นตอนการส่งคำพิพากษาไปอ่านที่ศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการตามเเนวปฏิบัตินั้นหากมีคดีอยู่ที่ศาลยุติธรรม ศาลก็จะมีอำนาจพิจารณามีคำสั่งจำหน่ายคดีได้ตามกฎหมายที่เเก้ไขใหม่ ส่วนคดีที่ยังไม่ได้มีการยื่นฟ้อง หรือคดีที่ตัดสินเเล้ว ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการประสานงานกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114394</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ยาเสพติดให้โทษ, พืชกระท่อม, ศาลยุติธรรม, สุริยัณห์ หงษ์วิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124cf3f23def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดล็อก &#039;พืชกระท่อม&#039; พ้นยาเสพติด มีผล 24 ส.ค.นี้ ปล่อยตัวผู้ทำผิด 1,038 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ซึ่งจะมีผลวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เป็นการปลดพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ ทำให้ประชาชนสามารถปลูกและขายได้ รวมทั้งมีการปล่อยผู้กระทำความผิดตามกฏหมายพืชกระท่อมในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 จำนวน 1,038 ราย โดยถือว่าไม่เคยกระทำความผิด สำหรับผู้ถูกจับกุมหรือจำเลยในชั้นต่างๆ จะได้ดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปล่อยตัวผู้กระทำความผิดและผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับพืชกระท่อมต่อไป&amp;nbsp;เบื้องต้นภาครัฐจะได้รับประโยชน์เมื่อมีการปลดกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ สามารถลดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของภาครัฐและผู้ต้องหาหรือจำเลย&amp;nbsp;1,691,287,000 บาท &amp;nbsp;โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) ศึกษาพบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลเท่ากับ 76,612 บาท ซึ่งคดีข้อหาพืชกระท่อมที่ขึ้นสู่ศาลตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 - 30 มิถุนายน 2564 มีอยู่ถึง &amp;nbsp;22,076 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังกำชับให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เร่งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทราบถึงข้อกฎหมายว่า ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ประชาชนสามารถปลูกและบริโภคกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน รวมทั้งยังซื้อหรือขายใบกระท่อมโดยไม่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากมีการนำไปผสมยาเสพติดอื่นๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;4 &amp;times; 100 เป็นความผิดตามกฎหมาย &amp;nbsp;สำหรับการนำเข้าหรือส่งออกไปต่างประเทศในเชิงอุตสาหกรรมนั้น ต้องขออนุญาตก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังย้ำถึงการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน โดยเน้นจับกุม ยึดทรัพย์ ลงโทษทางอาญา เครือข่ายผู้ค้า ควบคู่ไปกับบำบัดโดยนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ต้องรณรงค์สร้างการรับรู้และภูมิคุ้มกันในกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย รวมถึงกลุ่มเสี่ยงที่เป็นแรงงานนอกระบบด้วย&amp;rdquo; นายอนุชา&amp;nbsp;กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113820</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ยาเสพติดให้โทษ, พืชกระท่อม, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611dc41028d54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เห็นชอบปลูกขาย นำเข้าพืชกระท่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม กำหนดมาตรการกำกับดูแล ปลูก ขาย นำเข้า-ส่งออกเชิงอุตสาหกรรมต้องมีใบอนุญาต&amp;nbsp; ระบุแหล่งที่มาได้ ห้ามขายเมนูใบกระท่อมให้เด็กต่ำกว่า 18 ปี ใช้ในหอพัก สถานศึกษา ปรับไม่เกิน 5 หมื่น ฝ่าฝืนจำหน่ายเกินปริมาณมีโทษทั้งจำทั้งปรับ เตรียมเสนอสภาเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 มิ.ย. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... โดยเป็นการปรับปรุงจากร่างเดิมที่กระทรวงยุติธรรมได้เสนอ ครม.ไปแล้ว เมื่อ 12 ต.ค.2563 อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงร่างฉบับนี้ยังคงยึดหลักการเดิมตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ซึ่งเป็นการกำหนดมาตรการกำกับดูแลการปลูกพืชกระท่อม การขาย การนำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อม เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุด โดยมีสาระสำคัญ 1.กำหนดนิยาม พืชกระท่อม หมายความว่า พืชซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mitragyna speciosa (Korth.) Havil ส่วนใบกระท่อม หมายความว่า ใบของพืชกระท่อม และให้หมายความรวมถึงสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่สกัดได้จากใบของพืชกระท่อมตามที่ประกาศกำหนด 2.มาตรการควบคุมและกำกับดูแล 1)กำหนดให้การปลูกพืชกระท่อม การขาย การนำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อม เพื่อประโยชน์เชิงอุตสาหกรรม ต้องได้รับใบอนุญาต 2) กำหนดอายุใบอนุญาต โดยใบอนุญาตปลูกพืชกระท่อม ใบอนุญาตขายใบกระท่อม มีอายุ 5 ปี ส่วนใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อม มีอายุ 1 ปี 3) กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต เช่น เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ไม่เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรืออยู่ระหว่างการถูกพักใช้ใบอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สาระสำคัญต่อมา 3.หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต 1) ผู้รับใบอนุญาตปลูกพืชกระท่อม มีหน้าที่ต้องเพาะหรือปลูกในที่ดินหรือสถานที่และพิกัดตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต 2) ผู้รับใบอนุญาตขายใบกระท่อม นำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อม มีหน้าที่ต้องจัดให้มีป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่ขาย นำเข้า หรือส่งออกใบกระท่อม จัดให้มีฉลากและเอกสารกำกับใบกระท่อม โดยอย่างน้อยต้องระบุแหล่งที่มาของใบกระท่อม คำเตือน หรือข้อควรระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การคุ้มครองบุคคลและการป้องกันการใช้ใบกระท่อมในทางที่ผิด 1) ห้ามผู้ใดขายใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อม หรืออาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท กรณีมีการขายในสถานศึกษา หอพัก สวนสาธารณะ สวนสัตว์ หรือสวนสนุก หรือขายโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท 2) ห้ามผู้ใดบริโภคใบกระท่อมหรือน้ำต้มใบกระท่อมที่ปรุงผสมกับยาเสพติดให้โทษ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท 3)กำหนดให้ผู้ปลูกพืชกระท่อม ขายใบกระท่อม เกินปริมาณที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง หรือนำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อม โดยไม่มีใบอนุญาต ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ในลำดับต่อไปจะส่งร่างพระราชบัญญัติให้คณะกรรมการประสานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104971</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำหน่ายเกินปริมาณ, พ.ร.บ.พืชกระท่อม, พืชกระท่อม, ส่งออกเชิงอุตสาหกรรม, ส่งออกเชิงอุตสาหกรรมต้องมีใบอนุญาต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เด็กต่ำกว่า 18 ปี, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b6503915d6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
