<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>   คลังฟุ้งเศรษฐกิจไทยปึ๊กต่างชาติรุมจีบลงทุน “อีอีซี-ทีเอฟเอฟ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังฟุ้งนักลงทุนต่างชาติตามจีบลงทุนโครงการบิ๊กโปรเจ็กต์ &amp;ldquo;อีอีซี-ทีเอฟเอฟ&amp;rdquo; อวดพื้นฐานเศรษฐกิจไทยสุดแกร่ง ไม่สะท้านตลาดเงินโลกผันผวน เงินทุนไหลออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07ก.ย.61- นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ความผันผวนของตลาดการเงินตอนนี้กระทบทุกประเทศในโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย อย่างไรก็ตามพื้นฐานเศรษฐกิจประเทศไทยดีมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่เกิดความปั่นป่วน เกิดภาวะเงินทุนไหลออก ค่าเงินอ่อนลง แต่ในส่วนของประเทศไทยทุกอย่างนิ่ง ค่าเงินของไทยแทนที่จะอ่อนค่ากลับแข็งค่าขึ้น เพราะเงินไม่ไหลออกและยังมีเงินไหลเข้ามาด้วย เนื่องจากต่างชาติเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการ สศค. ได้นำคณะทำงาน สศค. ไปโรดโชว์ให้กับนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่กว่า 20 แห่ง ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นนักลงทุนที่ลงทุนในไทย โดยบางแห่งลงทุนในไทยถึง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับพื้นฐานเศรษฐกิจและโครงการต่าง ๆ ที่ประเทศไทยจะเดินหน้าในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นักลงทุนยังเชื่อมั่นพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยดี และเตรียมเงินไว้ซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ทีเอฟเอฟ) และลงทุนในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ดังนั้นจึงจะเห็นว่าแม้ว่าตลาดการเงินของโลกจะมีความผันผวนมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ในส่วนของไทยจะมีผลกระทบเฉพาะในส่วนตลาดหุ้นที่นักลงทุนขายหุ้นและนำเงินไปพักไว้ในตลาดพันธบัตร เพื่อลงทุนในทีเอฟเอฟ และ โครงการอีอีซี&amp;quot; นายศรพล กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายศรพล กล่าวอีกว่า สศค. ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับนักลงทุนสถาบันเรื่องความผันผวนของตลาดการเงินในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ว่าเป็นเรื่องการบริหารการลงทุนปกติ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันลดการลงทุนในประเทศจีน เพราะเป็นห่วงเรื่องสงครามการค้ากับประเทศสหรัฐ ถึงแม้ว่าจะมีความเห็นต่างกันว่าจะเกิดผลกระทบไม่รุนแรงหรือรุนแรง แต่ในแง่ของนักลงทุนประเภทสถาบันก็จะลดการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นนักลงทุนสถาบันก็จะไปลดน้ำหนักการลงทุนกับประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับจีน และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ส่วนใหญ่มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ที่นักลงทุนขายทั้งหุ้นและพันธบัตรและนำเงินออก แม้ว่าประเทศอินโดนีเซียจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ยังไม่สามารถดึงนักลงทุนไว้ได้ ทำให้เกิดความผันผวนกับค่าเงินอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของไทยแม้ว่าจะเป็นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่นักลงทุนสถาบันลดน้ำหนักการลงทุน แต่มีผลกระทบไม่มากเพราะต่างจากประเทศอื่น ๆ เนื่องจากประเทศไทยยังเกินดุลบัญชีสะพัด ทำให้นักลงทุนมองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังดีน่าลงทุน จึงมีความผันผวนเรื่องทางการเงินที่มีการโยกเงินจากตลาดหุ้นไปในตลาดพันธบัตรไม่ได้นำเงินออกนอกประเทศ เหมือนประเทศอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความผันผวนของตลาดเงินโลก กระทบกับประเทศไทยน้อยและไม่ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเหมือนปี 2540 เพราะเศรษฐกิจจริงของไทยมีพื้นฐานดีไม่มีปัญหาโครงสร้าง ยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัด จากการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยที่ขยายตัวได้ดี นักลงทุนสถาบันจึงยังไม่ดึงเงินลงทุนออกจากประเทศไทย เพียงแต่พักรอจังหวะลงทุน&amp;quot; นายศรพล กล่าว
&amp;nbsp;
นายสุวิชญ เปิดเผยว่า จากการไปโรดโชว์ในประเทศสิงคโปร์ นักลงทุนสถาบันเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย และพร้อมจะนำเงินเข้ามาลงทุนเพิ่ม เนื่องจากรัฐบาลมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งจำนวนมาก รวมถึงโครงการอีอีซี และ กองทุนทีเอฟเอฟ ที่นักลงทุนสอบถามและสนใจจะมาลงทุน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16976</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, ค่าเงินบาท, นักลงทุนต่างชาติ, พื้นฐานเศรษฐกิจไ, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
