<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หญิงหน่อย’วอนเร่งลุยตรวจโควิดเชิงรุกผวาสินามิเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และทีมพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่เดินเท้าเข้าชุมชน ในเขตลาดพร้าว จตุจักร ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะมีผู้ติดเชื้อในลำดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ และมีชุมชนแออัดหลายแห่ง โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ ดร.ประพนธ์ เนตรรังษี และ นส.บุณฑริกา ประสงค์ดี อดีตสก.ดูแลใน 2 เขตนี้ โดยมอบตะกร้าป้องกันโรคที่บรรจุอาหาร ยาและหน้ากาก เพื่อมอบให้บ้านที่มีผู้ติดเชื้อ และมอบถุงแดงเพื่อใส่แยกขยะจากบ้านผู้ติดเชื้อ ในโครงการ ถุงแดงเปี่ยมแรงใจ ที่ทีมไทยสร้างไทย จัดทำขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ยังมีผู้ติดเชื้อ และผู้ที่สัมผัสผู้ติดเชื้อ ต้องถูกกักตัวในชุมชนอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทุกชุมชนที่ไปเยี่ยมประชาชนได้ร้องขอให้มีการตรวจเชิงรุกในชุมชน เพราะมีการระบาดจากหนึ่งคนไปติดทั้งครอบครัว ยกบ้าน จากหนึ่งบ้านก็ไปติดอีกหลายบ้านในชุมชน เป็นเช่นนี้เกือบทุกชุมชนที่ได้เดินเท้าเข้าไปพบเห็น ถ้าเราปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ก็จะควบคุมการแพร่ระบาดได้ยาก และต้องใช้เวลายาวนาน กว่าจะสยบการระบาดในรอบนี้ได้ เราคงต้องสูญเสียชีวิตของประชาชนอีกหลายร้อยราย และความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล &amp;nbsp;ตามตัวเลขที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ประเมินว่า เฉพาะในไตรมาส 2 นี้ไตรมาสเดียวก็จะทำให้เศรษฐกิจพังไปถึง 450,000 ล้านบาท ขอย้ำว่ามันจะกลายเป็นสึนามิทางเศรษฐกิจ จะกวาด คนตัวเล็กทุกคนอย่างย่อยยับ จึงวอนขอผู้มีอำนาจ ได้โปรดใส่ใจ และทุ่มเทต่อการตรวจเชิงรุก เพราะเป็นหนทางเดียวที่เราจะคุมการระบาดได้เร็วที่สุด ดังที่ตนได้พยายามเสนอมาตั้งแต่ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอรัฐบาลได้โปรดฟังเสียงเรียกร้อง ของประชาชนที่มีความทุกข์อย่างแสนสาหัสเหล่านี้ด้วย และทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจเพื่อจะฟันฝ่ามหาวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ตนเองก็จะช่วยอย่างเต็มที่ ตนและทีมไทยสร้างไทยจะยังคง เดินเท้าเข้าชุมชน อย่างต่อเนื่อง จะไม่ทอดทิ้งให้พี่น้องประชาชนต้องต่อสู้โดยลำพัง&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102614</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, พรรคไทยสร้างไทย, พื้นที่, สึนามิเศรษฐกิจ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b384c4a2e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039;ขึ้นเซ้าซี้ถามเรื่องแบ่งงานรัฐมนตรีดูแลจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลเกิดการน้อยใจ จำเป็นต้องพูดคุยกันหรือไม่ ว่าไม่มีอะไร ไม่จำเป็นต้องพูดคุยกัน เพราะไม่มีอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันที่มองว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะไปฮุบฐานเสียงภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีชี้แจงไปแล้ว ไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า พล.อ.ประวิตร มีส่วนร่วมในการเขียนแผนแบ่งจังหวัดกับนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็แล้วแต่นายกฯ ว่าไป เพราะเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมาดูแลพื้นที่จังหวัดภาคใต้ พล.อ.ประวิตร ตอบเสียงดังว่า นายกฯตอบไปแล้ว ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีนายกฯ ตำหนิในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีรัฐมนตรีบางคนนินทา พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่ทราบว่านายกฯตำหนิใคร และเรื่องนี้ไม่ได้คุยกับนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นเอกภาพในการทำงาน เรียบร้อย ไม่มีปัญหา ตอนนี้ต้องมุ่งการบริหารงานของรัฐบาลก่อนดีกว่า เรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101033</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคร่วมรัฐบาล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พื้นที่, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_606695c6620e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจ่อร้องนายกฯจี้เลิกกฎหมายเขตปลอดอากรแหกตาใช้ไม่ได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.2562 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่ที่ได้รับการยกเว้นไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมการนำเข้า-ส่งออกทั้งใน-นอกราชอาณาจักร การครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ซึ่งของในเขตปลอดอากรหลายพื้นที่ คือ เขตสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการหากนำสินค้าใดๆ เข้ามาในพื้นที่ปลอดอากรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งออกนั้น ไม่ต้องขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้พื้นที่ปลอดอากรเป็นฮับ (Hub) ของภูมิภาค ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาลนั้น แต่ข้อเท็จจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะปรากฏว่าในการสั่งสินค้าเข้ามาพักในพื้นที่ปลอดอากรดังกล่าวเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคต่างๆนั้น ผู้ประกอบการจะต้องทำเรื่องไปขออนุญาตจากหน่วยงานที่ควบคุมการนำเข้า-ส่งออกสินค้านั้นๆ พร้อมเสียค่าธรรมเนียมเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยกตัวอย่างกรณีการนำเข้าเนื้อวัว-เนื้อไก่-เนื้อหมูแช่แข็ง จากต่างประเทศเพื่อนำมาพักไว้ที่เขตปลอดอากร เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ ผู้ประกอบการต้องวิ่งไปขออนุญาตการนำเข้า-ส่งออกที่กรมปศุสัตว์เสียก่อนด้วย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐพยายามเล่นแร่แปรธาตุกันในการใช้กฎหมาย ซึ่งกฎหมายที่กระทรวงการคลังออกมากำหนดเป็นข้อยกเว้นให้ผู้ประกอบการนั้น ในทางปฏิบัติไม่สามารถบังคับได้จริง เพราะขณะนี้ได้ก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการนำเข้า-ส่งออกซึ่งสินค้าต่างๆ เป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ค้าจำนวนมากหันไปใช้เขตปลอดอากรของประเทศเพื่อนบ้านแทนแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณระบุว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เห็นว่า กฎกระทรวงดังกล่าวเป็นปัญหาต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไม่เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 2/2560 หรือ &amp;nbsp;พ.ร.บ.เศรษฐกิจพิเศษ 2560 ไม่สอดคล้องกับ ม.152 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร 2560 จึงจะนำความไปร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อให้ใช้อำนาจในการสั่งยกเลิกกฎกระทรวงดังกล่าวเสีย หรือไม่ก็ให้ตั้งคณะกรรมการสอบเอาผิดหน่วยงานต่างๆ ที่เล่นแร่แปรธาตุกฎหมายจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศเสีย โดยสมาคมจะนำผู้ประกอบการเกี่ยวข้องที่ถูกกฎหมายเล่นแร่แปรธาตุเล่นงานเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 8 ก.ค. 2562 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ตึก กพร.(เดิม) ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, การนำเข้า-ส่งออก, พื้นที่, ศรีสุวรรณ จรรยา, ออกกฎกระทรวง, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d141c8b76c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
