<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อุตฯ ดันตลาดสิ่งทอ-แฟชั่นไทยในชายแดนใต้สู่ตลาดต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 2563 &amp;nbsp;นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทยส่วนใหญ่ เป็นการผลิตจำกัดอยู่ในระดับวิสาหกิจชุมชน ทำให้ผลิตได้ในจำนวนน้อย ผู้บริโภคยังไม่นิยมหรือตระหนักในคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมากนัก ทำให้มีตลาดจำกัดเฉพาะกลุ่ม และขาดการกระตุ้นความต้องการของตลาดในประเทศ ขณะที่ชุมชนเองก็มักผลิตสินค้ารูปแบบเดิม ขาดการพัฒนาสินค้า ทำให้สินค้าไม่มีความหลากหลายและไม่มีความโดดเด่น ทำให้ส่งผลกระทบต่อการ ประกอบกิจการของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สิ่งทอและผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดนใต้กว่า 500 ราย ซึ่งจากข้อมูลพบว่า 63% เป็นผู้ประกอบการที่ผลิตเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายมุสลิม ส่วนที่เหลืออีก 37% เป็นผู้ประกอบการที่ผลิตผ้าทอพื้นเมือง ผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม เคหะสิ่งทอ และสินค้าแปรรูปจากสิ่งทอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จึงได้มอบหมายให้ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอและแฟชั่นด้วยการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในพื้นที่ชายแดนใต้ขึ้น โดยวางพื้นที่เป้าหมายของโครงการในพื้นที่จังหวัด ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 257 คน ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และการตลาดเพื่อนำความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ ผนวกกับคุณสมบัติพิเศษของวัตถุดิบที่เป็นเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น การเลือกใช้วัสดุในการออกแบบให้เหมะสมกับการใช้งาน &amp;nbsp;ตอบสนองประโยชน์การใช้งาน และมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ การสร้างสรรค์จากวัฒนธรรม หรือผสมผสานรูปแบบที่มีความร่วมสมัย ให้สามารถตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันได้ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า และสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของผลสำเร็จที่ได้จากโครงการฯ นอกจากจะเกิดการรวมกลุ่มผู้ประกอบการสิ่งทอ ที่สามารถพัฒนาและต่อยอด สร้างเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ ยังเพิ่มโอกาสในการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งจากข้อมูลยอดการจำหน่ายของร้านค้า และรายได้กลุ่มผู้ประกอบการสินค้าผ้าบาติก ผ้าปาเต๊ะ และสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์ พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 20% โดยในปี 2562 &amp;nbsp;ผู้ประกอบการหลังจากเข้าโครงการแล้ว และมียอดรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 16,210,000 บาท และในปี 2563 มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจากเดิม 19,908,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77193</URL_LINK>
                <HASHTAG>พื้นที่ชายแดนใต้, วรวรรณ ชิตอรุณ, อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5c381a333dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
