<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กทพ.กางแผนลุยแผนพัฒนาพื้นที่ใต้ทางด่วน 7 แห่ง เล็งดึงเอกชนร่วมทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามนโยบาย เรื่อง การใช้พื้นที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มาทำประโยชน์ให้ประชาชน ผ่านระบบแอปพลิเคชั่น ZOOM ว่า กทพ. ได้รายงานว่า ปัจจุบัน กทพ. มีเขตทางรวมทั้งหมด ประมาณ 2,900 ไร่ สามารถนำมาใช้เป็นสาธารณประโยชน์ได้ประมาณ 1,136 ไร่ หรือคิดเป็น 39.17% โดยที่ผ่านมา กทพ. ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่บางส่วน เพื่อสาธารณประโยชน์ไปบางแล้ว เช่น การพัฒนาสวนหย่อมสวนสาธารณะ เส้นทางจักรยาน และการจัดทำเส้นทางลัด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพัฒนาพื้นที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตามนโยบายของนายศักดิ์สยามนั้น กทพ. ได้พิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพ จำนวน 7 แห่ง ขนาดเนื้อที่ประมาณ 189.5 ไร่ ดังนี้ 1.บริเวณใต้ทางด่วน ด่านอโศก 1 เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ พัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว พร้อมลู่วิ่ง ลานพักผ่อน และกิจกรรม โซนสันทนาการและลานจอดรถ คาดว่าจะส่งมอบพื้นที่ให้พันธมิตรรับไปพัฒนาได้ใน พ.ย. 2564 2.บริเวณพื้นที่ร่วมบริการทางพิเศษเพลินจิต เนื้อที่ประมาณ 4.5 ไร่ พัฒนาเป็นพื้นที่ร่วมบริการ และลานกิจกรรม คาดว่าจะส่งมอบพื้นที่ให้พันธมิตรรับไปพัฒนาได้ใน ก.ค. 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.บริเวณศูนย์บริการทางพิเศษบางโปรง เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ พัฒนาเป็น Service Center ครบวงจร (เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ PPP ซึ่งจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป)4.บริเวณพื้นที่บริการสังคมทางพิเศษสีลม เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ พัฒนาเป็นพื้นที่ร่วมบริการ และลานกิจกรรม คาดว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกได้ประมาณ ก.ย. 25665.บริเวณสถานที่บริการทางพิเศษอุดรรัถยา กม.16 เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ พัฒนาเป็น Service Area ครบวงจร (เป็นโครงการ PPP ซึ่งจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.พื้นที่ทางพิเศษอุดรรัถยา บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต เนื้อที่ประมาณ 98 ไร่ พัฒนาเป็น Park &amp;amp; Ride และโลจิสติกส์ (เป็นโครงการ PPP ทั้งนี้ อาจพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) และ7.พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ พัฒนาเป็น ศูนย์บริการรัฐวิสาหกิจ ร้านค้า Skywalk และพื้นที่สาธารณะ คาดว่าจะส่งมอบพื้นที่ให้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกได้ ประมาณ ก.ย. 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ตนได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมให้ กพท. กล่าวคือ การพัฒนาพื้นที่ ขอให้ กทพ. พิจารณาภายใต้หลักการว่า การพัฒนาจะต้องสร้างรายได้ให้เพียงพอต่อการบริหาร และไม่เป็นภาระต่อภาครัฐ ทั้งนี้ การออกแบบโครงการจะต้องออกแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้พื้นที่ด้วย ขณะเดียวกัน ขอให้ กทพ. ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงวัตถุประสงค์ของการพัฒนาให้มีความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการดำเนินการตามที่ได้วางแผนไว้ รวมถึงเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดจากการพัฒนาพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำหรับพื้นที่ที่การพัฒนาจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ขอให้ กทพ. พิจารณาแนวทางร่วมลงทุนที่ดีที่สุดในการดำเนินการ โดยจะต้องมีความชัดเจน ทั้งในส่วนของวงเงินการลงทุน และผลตอบแทน ขณะที่ การพัฒนาพื้นที่ต่างๆ นั้น กทพ. จะต้องจัดทำ Action Plan ให้มีความชัดเจน และจะต้องสื่อสารการดำเนินการตามแผนงานเพื่อสร้างการรับรู้อย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101141</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้พื้นที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), พื้นที่ที่มีศักยภาพ จำนวน 7 แห่ง, พื้นที่ใต้ทางด่วน, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a2f8a14ad1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
