<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯห่วงปชช.​สั่ง​มท.ใช้เทคโนโนโลยีแจ้งเตือนภัยในพื้นที่จุดเสี่ยงอย่างทันท่วงที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ต.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม​ ห่วงใยประชาชนทั่วประเทศ และขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามสถานการณ์พายุฝนอย่างใกล้ชิด ที่ขณะนี้ปกคลุมทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาล โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)​ ได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; โดยนายกฯยังได้สั่งการ&amp;nbsp; กองทัพ กอ.รมน. มหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบน้ำป่าไหลหลาก หรือ อุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดในการอพยพ ขนย้ายสิ่งของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;รวมถึงกำชับ กระทรวงมหาดไทยแจ้งเตือนภัยประชาชน โดยให้นำเทคโนโลยีสื่อสารเข้ามาใช้ในแต่ละพื้นที่ อาทิ การแจ้งเตือนภัยแบบ SMS ให้ประชาชน ในพื้นที่กลุ่มเสี่ยงได้รับทราบทันที ส่วนในพื้นที่ กทม. นั้น ได้กำชับกระทรวงมหาดไทย ประสาน กทม. ให้เฝ้าระวัง พื้นที่เสี่ยง น้ำท่วมขัง พร้อมขอประชาชนเฝ้าระวังพื้นที่น้ำท่วมขัง การสัญจรใช้รถ ที่ยากลำบากด้วย ดังนั้นขอให้ประชาชนเดินทางโดยรถสาธารณะแทน &amp;quot;นายอนุชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79940</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา บูรพชัยศรี, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พื้นที่ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f7fdf7a392ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปภ.ลำปาง&#039; ยันไม่พบรอยร้าวอ่างเก็บน้ำ &#039;แม่เฮียว&#039; หลังน้ำป่าทะลักวังเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.63 -&amp;nbsp;นายประเสริฐ ต่อเขต ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จังหวัดลำปาง สาขาวังเหนือ เปิดเผยว่า จากกรณีที่เมื่อคืนที่ผ่านมาทางผู้ใหญ่บ้านแม่เฮียว ได้มีการประกาศให้ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำวังให้ขึ้นไปนอนบนวัด&amp;nbsp;หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้ตรวจพบว่าอ่างเก็บน้ำแม่เฮียวมีรอยร้าวนั้น&amp;nbsp;วันนี้ ทางนายพงษ์สฤษดิ์ ไชยเครื่อง หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่1โครงการชลประทานลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอวังเหนือ นำโดยนายไพรัช ผมไพ ปลัดอำเภอวังเหนือ เจ้าหน้าที่ส่วนการช่าง อบต.วังเหนือ และ ชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายจรัญ อวดร้าง ผู้ใหญ่บ้านแม่เฮียว ม.7 ได้เดินทางเข้าไปยังอ่างเก็บน้ำแม่เฮียว โดยทางรถยนต์และต่อด้วยรถมอเตอร์ไซต์และเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณกว่า 12 กิโลเมตร เพื่อสำรวจความเสียหายตามที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านเมื่อคืนวานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเข้าตรวจสอบพบว่าบริเวณอ่างเก็บน้ำซึ่งสามารถจุน้ำได้ทั้งสิ้นประมาณ 1.1 ลบ.ม. สร้างมาตั้งแต่ปี 2527 ขณะนี้ยังคงรับน้ำได้อีกในระดับความสูงที่เหลือจนถึงสันอ่างประมาณกว่า 2 เมตร ส่วนจุดที่มีน้ำไหลออกหรือสปิลเวย์ นั้นพบว่าหลังจากน้ำป่าไหลลงมาทำให้พัดพาเอาทั้งดินโคลนเศษสวะต่างๆมาปิดกั้นการไหลของน้ำทำให้น้ำไหลไม่สะดวก ทำให้น้ำไหลล้นสปิลเวย์ออกไปจากอ่างจำนวนมาก และแรงน้ำกัดเซาะทั้งริมฝั่งและจุดที่มีตะกอนดินไหลทับถมมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ท้ายอ่างทรุดพังทลายลงไปกว้างประมาณ 10 เมตร ลึก 10-30 เมตร และเมื่อน้ำหลากจึงทำให้น้ำซัดตะกอนบางส่วนหลุดออกไปทำให้น้ำไหลผ่าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ให้นำเศษสวะต่างๆออกจากสปิลเวย์เพื่อให้น้ำระบายออกจากอ่างได้ดีขึ้นและขุดลอกที่เกิดตะกอนดินทับถมออกให้น้ำไหลสะดวกมากขึ้นเพื่อไม่ให้บริเวณที่ถูกกัดเซาะพังทลายมากกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าสันอ่างเก็บน้ำแม่เฮียวยังปกติไม่มีรอยร้าวบริเวณสันอ่างที่จะเป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่กรมชลประทานที่2 จะได้ให้ช่างเข้าสำรวจอย่างละเอียดโดยรอบตัวอ่างเก็บน้ำโดยเฉพาะบริเวณแกนสันดินเหนียวอีกครั้ง&amp;quot;นายประเสริฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสรุปความเสียหาย จากเหตุอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ช่วง วันที่ 2-4 สิงหาคม 2563 ในพื้นที่ 4 อำเภอ 13 ตำบล 83 หมู่บ้าน 3,823 ครัวเรือน 9,935 คน ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.อำเภอวังเหนือ 5 ตำบล 41 หมู่บ้าน 1,072 ครัวเรือน 2,947 คน&amp;nbsp;ความเสียหาย พืชไร่ 149 ไร่ พืชสวน 220 ไร่ นาข้าว 448 ไร่ บ่อปลา 26 บ่อ เป็ด/ไก่ 460 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.อำเภอแจ้ห่ม 3 ตำบล 19 หมู่บ้าน 1,797 ครัวเรือน 4,104 คน&amp;nbsp;ความเสียหาย ข้าวโพด 90 ไร่ นาข้าว 325 ไร่ พืชไร่ 18 ไร่ พืชสวน 30 ไร่ บ่อปลา 1 บ่อ สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหาย ถนน 10 สาย สะพาน 4 แห่ง คอสะพาน 1 แห่ง ฝาย 1 แห่ง ท่อลอดเหลี่ยม 3 แห่ง ศาลาสุสาน 1 แห่ง ตลิ่ง 3 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.อำเภอเมืองปาน 1 ตำบล 8 หมู่บ้าน 695 ครัวเรือน 2,212 คน&amp;nbsp;ความเสียหาย นาข้าว 760 ไร่ ข้าวโพด 10 ไร่ ถั่ว 20 ไร่ พริก 1 ไร่ บ่อปลา 13 บ่อ ไก่ 210 ตัว&amp;nbsp;สิ่งสาธารณประโยชน์ ฝาย 42 แห่ง ตลิ่ง 17 แห่ง ถนน 6 สาย ท่อลอดเหลี่ยม 2 แห่ง สะพานไม้ 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.อำเภองาว 4 ตำบล 15 หมู่บ้าน 259 ครัวเรือน 672 คน&amp;nbsp;ความเสียหาย นาข้าว 63 ไร่ บ่อปลา 2 บ่อ&amp;nbsp;สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหาย ถนน 4 สาย สะพาย 3 แห่ง ฝาย 1 แห่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73514</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ปภ.จังหวัดลำปาง, พายุซินลากู, พื้นที่ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a9377783cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผยยังมีพื้นที่น้ำท่วม 4 จว. เร่งสำรวจความเสียหายก่อนฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;quot;โพดุล&amp;quot; และพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมจนถึงปัจจุบัน (3 ต.ค. 62 เวลา 06.00 น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ รวม 32 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ลำปาง และสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ สุรินทร์ อุดรธานี เลย ศรีสะเกษ และสกลนคร ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ตราด และสระแก้ว ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ระนอง และชุมพร รวม 184 อำเภอ 836 ตำบล 7,293 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนได้รับผลกระทบ 419,988 ครัวเรือน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 22,882 หลังผู้เสียชีวิต 38 ราย (ยโสธร 9 รายร้อยเอ็ด 6 ราย อุบลราชธานี 6 ราย อำนาจเจริญ 5 ราย ขอนแก่น 3 ราย ศรีสะเกษ 3 ราย พิจิตร 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย สกลนคร 1 ราย น่าน 1 ราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และร้อยเอ็ด อพยพประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี 38 จุด 6,233 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำรถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายอาหารปรุงสุก น้ำดื่มและถุงยังชีพตามวงรอบ อีกทั้งดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว อำนวยความสะดวกในการขนย้ายสิ่งของและการเดินทางในพื้นน้ำท่วมขัง อีกทั้งให้บริการด้านสาธารณสุขครอบคลุมการดูแลสุขภาพและสภาพจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจประเมินความต้องการการช่วยเหลือของผู้ประสบภัย พร้อมจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการประกอบอาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์สาธารณูปโภค เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย แยกเป็น เสียหายทั้งหลัง และเสียหายบางส่วน ตลอดจนซ่อมแซมและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว ท้ายนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47204</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จ.ยโสธร, จ.ร้อยเอ็ด, จ.ศรีสะเกษ, จ.อุบลราชธานี, ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม, พื้นที่ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d79a834e5c32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2019 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2019 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.ระบุยังเหลือ 4 จังหวัดที่ยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัยจากอิทธิพลพายุโพดุลและคาจิกิ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2562 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;อิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;quot;โพดุล&amp;quot; และพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน (29 ก.ย. 62 เวลา 06.00 น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย รวม 32 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ลำปาง และสุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ สุรินทร์ อุดรธานี เลย ศรีสะเกษ และสกลนคร ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ตราด และสระแก้ว ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ระนอง และชุมพร รวม 184 อำเภอ 836 ตำบล 7,282 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 419,988 ครัวเรือน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 4,943 หลัง ผู้เสียชีวิต 35 ราย (ยโสธร 9 ราย ร้อยเอ็ด 6 ราย อำนาจเจริญ 5 ราย ขอนแก่น 3 ราย อุบลราชธานี 3 ราย ศรีสะเกษ 3 ราย พิจิตร 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย สกลนคร 1 ราย น่าน 1 ราย) ผู้บาดเจ็บ 1 คน (ชัยภูมิ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ อพยพประชาชน 5,755 คน ในพื้นที่ 3 จังหวัด รวม 43 จุด ได้แก่ อุบลราชธานี 40 จุด รวม 5,755 คน และศรีสะเกษ อพยพประชาชน 3 จุด รวม 63 คน ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำรถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายอาหารปรุงสุก น้ำดื่ม และถุงยังชีพตามวงรอบ อีกทั้งดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว อำนวยความสะดวกในการขนย้ายสิ่งของและการเดินทางในพื้นน้ำท่วมขัง อีกทั้งให้บริการด้านสาธารณสุขครอบคลุมการดูแลสุขภาพและสภาพจิตใจ สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจประเมินความต้องการการช่วยเหลือของผู้ประสบภัย พร้อมจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการประกอบอาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์ สาธารณูปโภค เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย ตลอดจนซ่อมแซมและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, พื้นที่ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f63017c7c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
