<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 6จว.ใต้เสี่ยงฝนถล่ม เขื่อนบางลางวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุฯ เตือนมรสุมเข้า 6 จังหวัดใต้เสี่ยงฝนถล่ม &amp;quot;กอนช.&amp;quot; เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเตรียมปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนบางลาง หลังคาดการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องไหลลงอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น นราธิวาสอ่วม! น้ำท่วมขัง 6 อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2564)&amp;quot; ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 06 มกราคม 2564 ระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังฉบับที่ 1 หลังติดตามสภาพอากาศบริเวณภาคใต้ พบช่วงวันที่ 4-5 มกราคมมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขณะนี้ปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่มากกว่า 90 มิลลิเมตร และการติตตามสถานการณ์น้ำพบเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 1,383 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 95 ของความจุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประเมินสถานการณ์จากฝนคาดการณ์ (OneMap) ในช่วงวันที่ 5-7 มกราคม ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ จะมีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น คาดการณ์เขื่อนบางลางจะมีปริมาณน้ำมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ของความจุ และจะระบายน้ำลงแม่น้ำปัตตานีในอัตรา 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำปัตตานีบริเวณด้านท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นเอ่อล้นตลิ่งสูงประมาณ 1.5-2 เมตร และท่วมขังบริเวณอำเภอเมือง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา (6 ม.ค.64) และท่วมขังบริเวณอำเภอเมือง อำเภอหนองจิก และอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี วันที่ 7 ม.ค. เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเขื่อนบางลางและน้ำในแม่น้ำปัตตานีเป็นไปตามแผน กอนช. จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันหากเกิดน้ำหลาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอนช.ยังให้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำแม่น้ำ ส่วนเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำให้พิจารณาพร่องน้ำเพื่อรองรับน้ำหลาก และเตรียมพื้นลุ่มต่ำเพื่อเป็นแก้มลิงในการหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก พร้อมทั้งพิจารณาบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาจต้องระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดน้ำหลากเอ่อล้นตลิ่งบริเวณที่ลุ่มต่ำและด้านท้ายน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำให้สามารถรองรับน้ำฝนและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงาน ว่า อิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ปัจจุบัน (6 มกราคม 2564 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 1 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสาคร อำเภอบาเจาะ อำเภอระแงะ อำเภอสุไงปาดี และอำเภอรือเสาะ รวม 15 ตำบล 67 หมู่บ้าน ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระดมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำ และให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่และประเมินความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและพื้นที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีสภาวะฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 2 สาย คือ แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำสุไหงโก-ลก เอ่อล้นตลิ่ง จากมวลน้ำป่าที่สะสมอยู่บนเทือกเขาสันกาลาคีรี ในพื้นที่ อ.สุคิริน ไหลลงมาสมทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลทำให้มีสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ 1.อ.ระแงะ 2.อ.รือเสาะ 3.อ.สุคิริน 4.อ.สุไหงปาดี 5.อ.สุไหงโก-ลก ส่วนที่ถือว่าหนักที่สุดอยู่ในพื้นที่ อ.แว้ง ซึ่งรองรับมวลน้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา และจากมวลน้ำป่าบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่กำลังไหลระบายลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลกในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ในพื้นที่ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องกันหลายวัน โดยเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ในพื้นที่ตำบลสะท้อน ตำบลนาประดู่ และตำบลทับช้าง อ.นาทวี เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้หลายหมู่บ้านใน 3 ตำบล ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านพระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี และรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ได้ออกเยี่ยม ดูแลวัดและสำนักสงฆ์ที่ถูกน้ำท่วม เพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89016</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมขัง, น้ำล้นตลิ่ง, ฝนถล่ม, พื้นที่ภาคใต้, เขื่อนบางลาง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5b01e17929.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งภาค9 ขึ้นป้ายล่ามือบึ้ม ศรีวราห์โอ่มั่นใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; นำคณะลงพื้นที่ภาคใต้ กำชับตำรวจคุมเข้มงานป้องกันปราบปรามทุกด้าน พร้อมประสานหน่วยข่าวความมั่นคงใกล้ชิด สั่ง &amp;quot;ภ.9-สตม.&amp;quot; ขึ้นป้ายติดภาพตามจับผู้ต้องหาคดีระเบิดที่หลบหนีให้ปชช.ช่วยแจ้งเบาะแส &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; มั่นใจมีหลักฐานโยงเอาผิดผู้บงการบึ้มป่วนกรุงได้แน่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.), พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจและรับฟังสถานการณ์ด้านความมั่นคง รวมทั้งมอบนโยบายในการป้องกันปราบปราม ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก สตช.) กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้กำชับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน โดยให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราสถานที่สำคัญของทางราชการ เอกชน และสถานที่เชิงสัญลักษณ์ ระบบขนส่งมวลชน สถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ห้างสรรพสินค้า สถานบริการที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก สำรวจจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมในพื้นที่รับผิดชอบ และกำหนดเป็นจุดเฝ้าระวัง อีกทั้งประสานแนะนำเจ้าของพื้นที่ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดในการป้องกันเหตุ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ให้สามารถเชื่อมโยงทางยุทธวิธีใช้งานได้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก สตช.กล่าวว่า ผบ.ตร.เน้นย้ำการออกสืบสวนหาข่าวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย รวมถึงการตรวจสอบร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถนำมาก่อเหตุได้ และให้ตั้งด่าน จุดตรวจความมั่นคง ในเส้นทางต่างๆ ที่อาจจะมีการสร้างสถานการณ์ หรือก่อเหตุร้ายในลักษณะต่างๆ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยข่าวในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์ของฝ่ายตรงข้ามเป็นระยะ เพิ่มความเข้มและมีมาตรการในการระวังป้องกันการโจมตีที่ตั้งหน่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ต.อ.จักรทิพย์สั่งการไปยัง ภ.9 และ สตม. ให้นำภาพผู้ต้องหาในคดีระเบิดขึ้นป้ายประกาศเพื่อให้ประชาชนหรือบุคคลใดผู้พบเห็นหรือมีเบาะแส &amp;nbsp;สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ และได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดในการสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดความปลอดภัยของตนเองและลูกน้องเป็นหลัก และจะกระทำการสิ่งใดให้ใช้หลักยุทธวิธี ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเป็นสำคัญ&amp;quot; โฆษก สตช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีระเบิดป่วนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ประกอบด้วย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ. รวมทั้งมีพล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วมประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุใช้ระเบิดแสวงเครื่องและระเบิดเพลิงแสวงเครื่อง โดยแบ่งเป็นระเบิดเพลิงแสวงเครื่อง 10 ลูก และเป็นระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูก สรุปได้ว่าถึงตรงนี้มีหมายจับผู้ต้องหาของ สน.ปทุมวัน 2 หมาย, สน.พญาไท 5 หมาย, สน.ทุ่งสองห้อง 2 หมาย ผู้ต้องหา 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คนพนักงานสอบสวนสามารถยืนยันหมายเลขประชาชน 13 หลักได้ทั้งหมด สามารถยืนยันตัวบุคคลแน่นอนได้ทั้งหมด ผู้ที่ถูกออกหมายจับมีประวัติเคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆ มาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนเองจะรับผิดชอบดูแลในเรื่องหลักกฎหมาย ส่วนด้านการสืบสวนมี ผบ.ตร.และทีมงานเป็นผู้ดูแลอยู่ จึงดูว่าเมื่อมีการสืบสวนมาแล้วมีการนำมาปฏิบัติด้านกฎหมาย ด้าน ป.วิอาญาครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ครบถ้วน จะต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ซึ่งจากนี้จะต้องมีการพิจารณาต่อว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป หลักฐานไปถึงไหนอย่างไร เพื่อที่จะทำให้สำนวนแน่นหนาที่สุด ขาดตกบกพร่องตรงไหนก็ต้องดำเนินการให้แน่นหนาขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากจะให้วิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มาจากสาเหตุอะไรคงตอบไม่ได้ เพราะผมมีหน้าที่ดูสำนวน การวิเคราะห์นำไปฟ้องศาลไม่ได้ แต่จากหลักฐานที่มีอยู่คาดว่าน่าจะสาวไปถึงผู้บงการอยู่เบื้องหลังได้ แต่ยังต้องรออีกสักหน่อย เพราะผลการตรวจพิสูจน์ต่างๆยังไม่เสร็จ ยังมีขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน การดำเนินการด้านกฎหมายเราดำเนินการตามกฎหมายปกติ กรอบระยะเวลาในการฝากขังผู้ต้องหา จึงดำเนินการตามปกติ หากสำนวนเสร็จไม่ทันก็ปล่อยตัวไปก่อนได้ แต่เชื่อว่าสำนวนส่งฟ้องเสร็จทัน ตามกรอบระยะเวลา เพราะสามารถฝากขังได้ 84 วัน การตรวจพิสูจน์ของพฐ.น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน ดังนั้นทันแน่นอน ยืนยันทุกหน่วยเดินหน้าเต็มที่&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ. กล่าวว่า เนื่องจากคดีนี้มีของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์ แค่รถยนต์ที่ต้องนำมาตรวจพิสูจน์มีถึง 17 คัน จึงต้องมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง เพราะรถยนต์ 1 คัน ต้องเก็บตัวอย่างเกือบ 100 ตัวอย่างมาตรวจพิสูจน์ เพื่อที่จะสามารถยืนยันตัวผู้กระทำความผิดให้ได้ กระบวนการตรวจพิสูจน์จึงต้องดำเนินการอีกสักระยะ อีกทั้งยังไม่รวมถึงหลักฐานอื่นๆ อีกที่เก็บได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหลักฐานที่เก็บได้เชื่อมโยงถึงใครบ้าง รองผบช.สพฐ.กล่าวว่า ประเด็นนี้คงตอบไม่ได้ เพราะเป็นหลักฐานในสำนวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43597</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นป้ายล่ามือบึ้ม, คุมเข้มงานป้องกันปราบปราม, พื้นที่ภาคใต้, ล่ามือบึ้ม, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d56a93767da8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผมรับผิดชอบเอง!&#039;ณัฐวุฒิ&#039;ฟุ้งใช้ประชาธิปไตยนำทางยึดหัวหาดภาคใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.61- &amp;nbsp; นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่าการเมืองเวลานี้ สถานการณ์ประชาธิปไตยเป็นเรื่องใหญ่ 4-5 ปีที่ผ่านมาปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจชีวิตความเป็นอยู่ ผลผลิตการเกษตร ปัญหาประมงของชาวใต้ อยู่ในขั้นวิกฤต และจะต่อเนื่อง โดยไม่มีสัญญาณว่า จะได้รับการแก้ไข ซึ่งเป็นโอกาสของทุกพรรครวมถึงพรรคไทยรักษาชาติที่จะได้เสนอตัวให้พี่น้องชาวใต้พิจารณา หากประชาชนเปิดใจให้โอกาส พรรคการเมืองที่สามารถทำงานได้จริงและเป็นรูปธรรมเข้าไปดูแลก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าพรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาใหม่ จึงตั้งใจที่จะทุ่มเทสุดความสามารถจะพยายามทำงานอย่างหนักที่สุด เพื่อพิสูจน์ความจริงใจ ความตั้งใจ ให้ประชาชนคนใต้ได้เห็น เราจึงยังไม่ประกาศ ที่นั่งส.ส.เพียงแต่หวังที่นั่งเล็กๆในหัวใจของประชาชน คนภาคใต้ ให้เราได้มีโอกาสทำงาน ให้เราได้มีโอกาสยืนหยัดในหลักการที่ถูกต้อง เอาประชาธิปไตยนำทาง เอานโยบายและผลงานที่สัมผัส จับต้องได้ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ให้กับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า พรรคไทยรักษาชาติ จะทำงานหนัก เพื่อให้ได้รับคะแนนสนับสนุน ซึ่งไม่สามารถประเมินได้ว่า จะได้คะแนนเท่าใด เพื่อแพ้หรือชนะ นำไปสู่การมุ่งหวังคะแนนส.ส. บัญชีรายชื่อ เพราะท้ายที่สุด ทุกพรรคการเมืองจะต้องทำเพื่อชัยชนะเพื่อคะแนนเสียงมากที่สุดในแต่ละเขต ดังนั้นพรรคปาร์ตี้ลิสต์ ที่มีการพูดถึงจึงไม่มีจริง พรรคจะส่งผู้สมัครที่มีคุณภาพที่สุดลงสู้ในทุกเขตเลือกตั้ง และแกนนำของพรรคก็จะลงพื้นที่พูดคุยในทุกเขตเลือกตั้ง และคาดหวังว่าจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตเลือกตั้งทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าคนไทยพร้อมเปิดอ้อมกอดให้กันและกัน เพราะท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้ให้บทเรียนกับทุกคนว่า มีเพียงพลังของประชาชนเท่านั้น ที่สามารถช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ แม้จะมีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง แต่ถ้ายืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตยไม่มีใครที่จะลิดรอนอำนาจของประชาชนได้ จึงมั่นใจว่าพี่น้องคนใต้ ก็รู้สึกแบบเดียวกัน พรรคไทยรักษาชาติ น้อมรับทุกการตัดสินใจของประชาชนและจะทำให้ดียิ่งขึ้นในทุกการเลือกตั้ง เพื่อการยอมรับที่มากขึ้นต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิกล่าวว่าพรรคไทยรักษาชาติพยายามเชิญชวน บุคคลเข้าร่วมงานทางการเมืองให้มากที่สุดและเห็นว่าหากจะมีเพื่อนอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปร่วมงานกับพรรคฝ่ายผู้มีอำนาจ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และไม่สามารถปฏิเสธสิ่งนี้ได้ ดังนั้นที่ออกไปก็ออกไปครับ ที่เดินเข้ามาใหม่ก็มีอีกมาก แต่ผมไม่เชื่อว่าประชาชนจะยอมให้นักการเมืองทรยศต่อเจตนารมย์ได้ง่ายๆ ดังนั้นผมเชื่อว่าถ้าเรายืนหยัดบนหลักการที่ถูกต้องโอกาสยังเปิดอยู่สำหรับประชาชนเสมอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22725</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ประชาธิปไตยนำทาง, พื้นที่ภาคใต้, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfa6f0398c8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
