<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; เตรียมถก มท. -สธ. เปิดภาคเรียน เทอม 2 On site  เจาะรายพื้นที่ &#039;สีเขียว&#039; แม้จังหวัดยังเป็นสีแดง   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9ก.ย. 64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ในการบริหารจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ต้องยอมรับว่าครู คือ บุคลากรด่านหน้าที่ทำงานอย่างหนัก เพราะต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาตนมีมาตรการลดภาระงานครู เพื่อจะได้เตรียมการสอนนักเรียนได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นให้ครูลดการรายงานและโครงการต่างๆให้คงไว้เฉพาะที่จำเป็น รวมถึงลดการประเมินที่เป็นงานของหน่วยงานภายในและภายนอกให้เหลือ 3 โครงการ หรือร้อยละ 1 จากเดิมที่มี 72 โครงการ หรือร้อยละ 32 ขณะที่การลดภาระนักเรียน โดยให้การบ้านเท่าที่จำเป็น เน้นหลักฐานการเรียนรู้มากกว่าการสอบ ทั้งนี้ขอส่งกำลังใจและขอบคุณครูทุกคนที่เสียสละอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนการเปิดภาคเรียนที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ &amp;nbsp;นางสาวตรีนุชกล่าวว่า ตนมีแนวทางที่จะเปิดภาคเรียนที่ 2 เพื่อให้นักเรียนได้มาเรียนที่โรงเรียนอยู่แล้ว เพราะถือเป็นการเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด แต่การเปิดเรียนจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพด้วย ซึ่งได้มอบหมาย สพฐ.ไปสำรวจข้อมูลนักเรียนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปพร้อมความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้เข้ารับการจัดสรรวัคซีน Pfizer ตามแผนการจัดสรรวัคซีนไตรมาส4 ของรัฐบาลที่จะมาในปลายเดือนกันยายนนี้&amp;nbsp;โดยศธ.จะหารือกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดมาตรการร่วมในการเปิดภาคเรียน เช่น ในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม แต่ในอำเภอหรือหมู่บ้านไม่มีการระบาดของเชื้อโควิดและเป็นพื้นที่สีเขียว ก็จะมีการพิจารณาวางแผนให้เปิดเรียนที่โรงเรียนได้ เป็นต้น แต่ทั้งนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากชุมชน และคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดก่อน จะดำเนินการในลักษณะใช้ชุมชนเป็นรั้ว รวมถึงจะถอดบทเรียนการเปิดเรียนที่โรงเรียนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดรอบแรกในภาคเรียนที่ 2/2563 ที่ผ่านมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนขอให้สถานศึกษาได้เร่งจัดสรรเงินเยียวยา จำนวน 2,000 บาทให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียน และจะต้องดำเนินการด้วยกระบวนการที่โปร่งใสด้วย สำหรับประเด็นโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลให้สถานศึกษาอัดคลิปนักเรียนขอบคุณรัฐบาลแจกเงินเยียวยานั้น เรื่องนี้ไม่ได้มีข้อสั่งการจาก ศธ. แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;quot;ขอฝากผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ได้ไปทำความเข้าใจถึงนโยบายการศึกษาที่อาจมีปัญหาเรื่องการสื่อสารจนส่งผลให้เกิดความไม่เข้าใจระหว่างผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ปกครองด้วย &amp;nbsp;&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116166</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #ศธ., #โควิด19, พื้นที่สีเขียว, เปิดเรียน เทอม 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139c97b4f3b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟื้น ”คลองฝั่งธนฯ” สู่เครื่องฟอกอากาศคูลๆ ให้คนเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำรวจพื้นที่แนวคลองเขตธนบุรี พื้นที่ฟอกอากาศของคนกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่สีเขียวที่เป็นปอดของกรุงเทพฯ มีจำนวนจำกัด และกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติจากการขยายตัวของเมือง ส่งผลให้อุณหภูมิในเมืองร้อนขึ้น ยังคงเป็นประเด็นสำคัญต้องร่วมมือกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว ถ้าสำรวจแผนของกรุงเทพมหานคร ขณะนี้กำลังเดินหน้าโครงการ &amp;ldquo;Green Bangkok 2030&amp;rdquo; โดยมีเป้าหมาย กรุงเทพฯ จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ถึง 10 ตารางเมตรต่อคนภายในปี 2573
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียว 6.99 ตร.ม.ต่อประชากร 1 คน ซึ่งยังตกเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดให้แต่ละเมืองนั้นควรมีพื้นที่สีเขียวในอัตรา 9 ตรม.ต่อคน การพิชิตเป้านั้น กทม.มองการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละย่าน สำรวจพื้นที่ว่าง ที่รกร้าง และที่ดินที่ไม่มีการใช้ประโยชน์&amp;nbsp;เพื่อนำมาพัฒนาเป็นสวนหย่อม สวนสาธารณะ และสวนป่า โดย 11 พื้นที่นำร่อง เช่น สวนปิยะภิรมย์ เขตบางกะปิ พื้นที่ 10 ไร่ สวนสันติพร เขตพระนคร 2.5 ไร่ สวนต่างระดับร่มเกล้า-เจ้าคุณทหารลาดกระบัง 18 ไร่ แล้วยังมีสวนภายในสถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร (ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล) อีก 37 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่พื้สีเขียวร่มรื่นในพื้นที่แนวคลองฝั่งธนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองสีเขียวได้ ตัวช่วยคงไม่ได้มีแค่พื้นที่ใต้ทางด่วน ที่ว่างตามซอกซอยต่างๆ และสวนสาธารณะเท่านั้น ขณะนี้นักวิชาการด้านสถาปัตยกรรมให้ความสนใจกับ &amp;ldquo;พื้นที่แนวคลอง&amp;rdquo; มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการช่วยเพิ่มความร่มรื่นในเมืองและแก้ปัญหาโลกร้อน โดยชูพื้นที่คลองย่านฝั่งธนบุรี 4 เขตนำร่อง ประกอบด้วย เขตทุ่งครุ เขตจอมทอง เขตธนบุรี และเขตคลองสาน สู่การเป็นเครื่องฟอกอากาศของกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไอเดียคลองเพิ่มความคูลให้คนเมืองนี้มาจาก โครงการสำรวจข้อมูลกายภาพพื้นที่ริมน้ำต้นแบบเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตเมืองเพื่อเปรียบเทียบผลกระทบเกาะความร้อนในพื้นที่แนวคลอง ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยเฉพาะเขตทุ่งครุ ทุกวันนี้มีทางเดินเลียบคลองหลายเส้นกระจายตามคลองต่างๆ สองฝั่งคลองมีต้นไม้ร่มรื่นสุดๆ พื้นที่แห่งนี้ยังมีเสน่ห์ของวิถีชุมชนริมคลองในอดีต มีการทำสวนในย่านให้เห็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. ผู้รับผิดชอบโครงการฯ บอกว่า เราได้ศึกษาและสำรวจพื้นที่คลองย่านฝั่งธนบุรี มี 4 เขต ประกอบด้วยเขตทุ่งครุที่มีโครงข่ายคลองเชื่อมโยงขนาดใหญ่ ที่สามารถเชื่อมไปยังเขตจอมทอง เขตธนบุรี และเขตคลองสาน เพื่อศึกษาคุณภาพน้ำคลอง คุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงศักยภาพของชุมชนริมน้ำ โดยข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวและเส้นทางเชื่อมต่อเส้นทางคลองในพื้นที่ฝั่งธนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; พื้นที่ริมน้ำและพื้นที่สีเขียวร่วมกันเป็นจุดความเย็น หรือ Cool Spot ของกรุงเทพฯ ถ้าดูแผนที่จะเห็นว่า ใจกลางกรุงเทพฯ นั้นมีพื้นที่สีเขียวน้อยมาก แต่เขตทุ่งครุยังมีพื้นที่สีเขียวที่เป็น Cool Air อยู่จำนวนมากมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่าพื้นที่เขตทุ่งครุสามารถใช้เป็นพื้นที่ฟอกอากาศ หรือ Air Condition ที่จะเป็นประโยชน์กับกรุงเทพฯ ช่วยทำอากาศเย็นให้กับ กทม.ได้หรือไม่&amp;rdquo; ดร.กัญจนีย์จุดประเด็น พร้อมชี้ว่ามีความเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษาพื้นที่สีเขียวริมคลองเป็นปอดคนเมือง ควบคู่ส่งเสริมท่องเที่ยวทางเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการทำงานภายใต้โครงการดังกล่าว มีการจัดแบ่งออกเป็น 4 ทีม คือ ทีมสำรวจ ทีมวิเคราะห์ข้อมูลและแผนที่ ทีมประสานงาน และทีมชาวบ้าน เพื่อค้นหาคำตอบใน 3 เรื่อง คือ คุณภาพชีวิตชุมชนริมน้ำ (Quality of Life) คุณภาพน้ำ และคุณภาพอากาศ ซึ่งการสำรวจแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา ข้อมูลและผลลัพธ์เบื้องต้นจากการศึกษา ทาง กทม.และผู้บริหารสำนักงานเขต รวมถึงผู้นำชุมชน สนใจนำไปต่อยอดในการพัฒนาพื้นที่&amp;nbsp; โดยมี มจธ.เป็นแกนนำด้าน Data Center
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่เขียวๆ ริมคลองภายใต้โปรเจ็กต์นี้ยังสามารถบอกว่ามีมลพิษอากาศได้ด้วย เพราะเครือข่ายพันธมิตรอเมริกาสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ นำไปติดตั้งบริเวณริมคลองใน 4 จุดที่กำหนด เพื่อวัดค่าอากาศ อุณหภูมิ (Temperature Control) แรงลม (Wind Load) และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 มลพิษอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคนกรุง การรายงานปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในพื้นที่มีผลทำให้คนฝั่งธนฯ ตื่นตัวลุกขึ้นมาปกป้องสุขภาพของตนเองอย่างเห็นได้ชัด เพราะรู้ค่าคุณภาพอากาศที่นอกเหนือจากค่าที่ได้มาจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านริมคลองบางใหญ่ยังใช้การสัญจรทางน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกภาวะที่น่าห่วง เป็นปัญหาความเค็มของน้ำและปัญหาน้ำเสียใน 4 เขตดังกล่าว งานนี้ คณะสถาปัตยกรรมฯ บูรณาการความร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์ มจธ. ในการตรวจวัดคุณภาพน้ำ เพื่อสะท้อนข้อห่วงกังวลของชุมชนดังกล่าว โดยเครื่องมือวัดประกอบด้วย การวัดค่าความเค็มของน้ำ สภาพนำไฟฟ้าของน้ำ ปริมาณของแข็งละลายน้ำทั้งหมดในน้ำ ค่าที่ตรวจวัดได้ใช้ประเมินการรุกหรือการหนุนของน้ำทะเลสู่คลอง และการวัดปริมาณออกซิเจนละลายน้ำที่เป็นสัญญาณบ่งบอกคุณภาพน้ำ การเน่าเสียของน้ำในคูคลองต่างๆ เพื่อวางแนวทางอนุรักษ์ฟื้นฟูให้กลับมาใสอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ทีมงานได้สำรวจคลองอื่นๆ ที่สามารถใช้สัญจรได้ และคลองที่มีเส้นทางเลียบคลอง เข้าไปทำกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้โครงการท่องเที่ยวเกิดขึ้นได้จริง อย่างทุ่งครุมีเส้นทางจักรยานเลียบคลองเป็นที่นิยมนักปั่น นอกจากนี้ประชาชนจะเข้าถึงพื้นที่สีเขียวริมคลองเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ใกล้ขึ้น ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้ามหานคร MRT ในพื้นที่ทั้ง 4 เขต เชื่อมต่อการเดินทาง ช่วยเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในอนาคต&amp;rdquo; ดร.กัญจนีย์บอก ถ้ารักษาพื้นที่คูลๆ ริมคลอง นอกจากได้แหล่งฟอกปอดคนเมือง ยังเพิ่มทางเลือกในการเดินทางรูปแบบใหม่ๆ ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เม็ดเงินเข้าชุมชนอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าเขตทุ่งครุทำเส้นทางจักรยานเลียบคลองต่ออีก 2 กิโลเมตรได้จริง จะสามารถปั่นจักรยานจากฝั่งคลองบางมดไปถึง MRT ใหม่ของเขตได้ ซึ่งในเขตมีทางเลียบคลองอยู่บางส่วนแล้ว ถ้าเชื่อม 2 กิโลเมตรนี้ได้ก็จะสามารถปั่นจักรยาน หรือขี่มอเตอร์ไซค์ไปขึ้น MRT จากอีกด้านหนึ่งได้ คล้ายการวางแผนผังเส้นทางย่านฝั่งธนฯ ล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลองสาน 1 ใน 4 เขตนำร่อง เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สตอรี่แต่ละชุมชนน่าเรียนรู้ อย่างชุมชนริมคลองบางมด นักสถาปัตย์คนเดิมบอกว่า อดีตทำเกษตรสวนส้ม เป็นที่รู้จักกันในชื่อ &amp;ldquo;ส้มบางมด&amp;rdquo; แต่ภายหลังเกิดน้ำท่วมและเจอปัญหาน้ำเสีย ทำให้สวนส้มบางมดมีจำนวนลดลงจนแทบไม่เหลือในปัจจุบัน ผู้จัดทำโครงการฯ คุยกับชุมชน และร่วมกันหาทางสร้างรายได้โดยใช้วิถีชีวิตริมคลองที่เป็นเอกลักษณ์ มาลงตัวที่การท่องเที่ยวทางน้ำตามเส้นทางคลอง ทดลองดำเนินการในพื้นที่ ทดแทนการทำเกษตรที่ปัจจุบันแทบจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิถีชุมชนริมคลองบางใหญ่ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย่านฝั่งธนบุรีมีความอุดมสมบูรณ์กว่าฝั่งพระนคร วิไลวรรณ ประทุมวงศ์ หนึ่งในทีมสำรวจฯ พื้นที่ 4 เขตนำร่องให้ข้อมูลน่าสนใจว่า ปัจจุบันพื้นที่ตั้งแต่เขตจอมทองถึงเขตทุ่งครุ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมยังไม่ถูกทำลายมากนัก ทั้งด้านคุณภาพน้ำและสิ่งมีชีวิตในน้ำ ทรัพยากรส่วนใหญ่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่สีเขียวจำนวนไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่พื้นที่เขตธนบุรีและคลองสาน สภาพทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมค่อนข้างเสื่อมโทรม หลายแห่งเสื่อมโทรมไปแล้ว เช่น คลองบางไส้ไก่ เมื่อก่อนใช้ในการสัญจร แต่ปัจจุบันกลายเป็นเพียงคลองระบายน้ำเสียเท่านั้น เนื่องจากคลองสานเป็นชุมชนที่ค่อนข้างหนาแน่นถึงแออัด และกลายเป็นชุมชนเมืองที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการวางแผนระบบจัดการน้ำเสียของชุมชนยังไม่มีประสิทธิภาพมากนัก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่เขตทุ่งครุ นักวิจัยระบุ ยังมีสภาพผสมผสานกันระหว่างชุมชนกับสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก แต่อนาคตหากมีรถไฟฟ้าเข้ามา ทำให้การสัญจรคล่องตัวมากขึ้น ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาอาศัยในพื้นที่มากขึ้น ส่งผลเมืองขยายตัว จะมีการเตรียมพร้อมวางแนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีดังเดิม และพัฒนาการท่องเที่ยวท้องถิ่นที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชาวบ้านชุมชนริมคลองได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิไลวรรณบอกด้วยว่า พื้นที่ทั้ง 4 เขตมีศักยภาพสูงมากในการเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกัน และเป็นเส้นทางสัญจรหลักในอนาคต ถ้าใช้คลองให้เกิดประโยชน์ เมื่อมีรถไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่จะสามารถเชื่อมต่อได้อย่างดี แต่จากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันคลองหลายๆ สายในฝั่งธนบุรี เช่น คลองเขตธนบุรี และเขตคลองสาน เรือไม่สามารถผ่านได้ เนื่องจากลักษณะคลองที่แคบและตื้นเขิน อีกทั้งมีโครงสร้างหลายอย่างกีดขวางเส้นทาง นอกจากนี้คุณภาพน้ำสกปรกและส่งกลิ่นเหม็นในบางช่วง จากข้อมูลเบื้องต้นทำให้วิเคราะห์หาแนวทางเป็นไปได้ ทำให้การสัญจรเชื่อมต่อกัน เช่น คลองที่มีศักยภาพทำเส้นทางคลองเพื่อการท่องเที่ยวได้ อนาคตอาจจัดบริการเรือโดยสารสาธารณะ ส่วนคลองที่เรือสัญจรไม่ได้ ชูเป็นเส้นทางคนเดินริมคลอง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.เส้นทางจักรยานเลียบคลองบางมด เขตทุ่งครุ ร่มรื่น สวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ณัฐชนน ปราบพล ทีมสำรวจ มจธ. กล่าวว่า หากนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจภายใต้โครงการนี้ไปใช้ประโยชน์ หรือขยายผลต่อ จะเกิดผลดีต่อการพัฒนาย่านฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะการเชื่อมต่อและการเข้าถึงพื้นที่ ได้พูดคุยกับชาวบ้านริมคลองทั้ง 4 เขต บอกว่า การสัญจรในพื้นที่ลำบาก ถ้าเชื่อมต่อเส้นทางเดิน ประโยชน์ที่ได้ไม่ใช่แค่เพียงนักท่องเที่ยว แต่จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับคนในชุมชนริมคลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าเป็นอีกโครงการที่จุดประกายให้หันมาสนใจและดูแลรักษาพื้นที่ริมคลองในเขตกรุงเทพฯ คงไม่เฉพาะย่านฝั่งธนฯ เท่านั้น พื้นที่เหล่านี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อคุณภาพชีวิตคน กทม.ได้อย่างมหาศาล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97483</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คลองฝั่งธนบุรี, พื้นที่สีเขียว, มจธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605f38e1155dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมเฮ! เผยคืบหน้าเปลี่ยน &#039;อดีตสนามม้านางเลิ้ง&#039; เป็น &#039;สวนสาธารณะ&#039; 216 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64 - เพจเฟซบุ๊ก โบราณนานมา เปิดเผยความคืบหน้าการปรับปรุงสนามม้านางเลิ้งเป็นสวนสาธารณะ 216 ไร่ ระบุว่า &amp;quot;ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;quot;&amp;nbsp;หรือที่รู้จักกันว่า &amp;ldquo;สนามม้านางเลิ้ง&amp;rdquo; ก่อตั้งโดย &amp;ldquo;พระยาประดิพัทธภูบาล&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;พระยาอรรถการประสิทธิ์&amp;rdquo; ทำหนังสือขึ้นทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6&amp;nbsp;ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ก่อตั้ง &amp;ldquo;สโมสรสนามม้าแข่งเพื่อบำรุงพันธุ์ม้า&amp;rdquo; โดยถวายที่ดินของ &amp;ldquo;กรมอัศวราช&amp;rdquo; เป็นสถานที่แข่งขัน ซึ่งต่อมามีพระบรมราชานุญาตพร้อมพระราชทานนามว่า &amp;ldquo;ราชตฤณมัยสมาคมแห่งกรุงสยาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อ 18&amp;nbsp;ธันวาคม 2459&amp;nbsp;รวมไปถึงพระองค์ยังทรงส่งม้าในคอกของพระองค์เข้าร่วมแข่งอีกด้วย สมาคมฯ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจการแข่งม้า จัดทำทะเบียนประวัติม้า เจ้าของและผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการแข่งขันจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์ สลับกันกับ &amp;ldquo;ราชกรีฑาสโมสร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสัญญาเช่าได้ครบกำหนดอายุสัญญาเช่ามานานแล้ว สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จำเป็นต้องใช้ที่ดินและอาคารดังกล่าว จึงไม่สามารถให้เช่าได้อีกต่อไป ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้ประสานและแจ้งบอกเลิกสัญญาเช่า &amp;ldquo;สนามม้านางเลิ้ง&amp;rdquo; และขอให้ส่งมอบสถานที่เช่าคืน และในเดือนมีนาคม 2562&amp;nbsp;ได้ทำการรื้อถอน &amp;ldquo;สนามม้านางเลิ้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากนี้ &amp;nbsp;&amp;ldquo;อดีตสนามม้านางเลิ้ง&amp;rdquo; จะถูกเปลี่ยนเป็น &amp;ldquo;สวนสาธารณะ&amp;rdquo; ที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานคร ในโครงการนี้มี
1. สวนสาธารณะประมาณ 216&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;
2. พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
3. จอดรถใต้ดิน 3&amp;nbsp;ชั้น รองรับรถยนต์ 700&amp;nbsp;คัน
4. ร้านค้าของ &amp;ldquo;ชุมชนนางเลิ้ง&amp;rdquo;
5. อาคารจอดรถโรงพยาบาลรามาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนสาธารณะแห่งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการ ภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93213</URL_LINK>
                <HASHTAG>พื้นที่สีเขียว, สนามม้านางเลิ้ง, สวนสาธารณะ, สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, เพจโบราณนานมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602b7ad5e9b81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พึ่งตื่นตรวจ&#039;เซ็นทรัล วิลเลจ&#039;รุกพื้นที่สีเขียวหรือไม่ มท.3ลั่นผิดจริงจัดการทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
23ส.ค.62- นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3 )&amp;nbsp; ในฐานะผู้รับผิดชอบ กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบ โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาต์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp; อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท และจะเปิดในวันที่ 31 ส.ค. นี้ ว่าการก่อสร้างชอบด้วยกฎหมายผังเมืองหรือไม่ เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างในพื้นที่ดินประเภท ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ห้ามก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่&amp;nbsp; แต่กฎหมายผังเมืองก็มีข้อยกเว้นให้สามารถก่อสร้างอาคารต่างๆได้ไม่เกิน 2 พันตารางเมตร และพื้นที่ก่อสร้างต้องไม่เกิน&amp;nbsp; 10 % ของพื้นที่ประเภท ก. 1-10 ทั้งหมด&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อตนได้ลงพื้นที่แล้ว ก็จะรับทราบข้อเท็จจริงได้ชัดเจนขึ้น
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะเดียวกันบัดนี้ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp; ไปหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; และ องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง ผู้อนุญาตการใช้พื้นที่ดังกล่าวว่า การใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการนี้ถูกต้องตามกฎหมายผังเมืองหรือไม่&amp;nbsp; ซึ่งเชื่อว่าผลการหารือจะตอบกลับมาที่ตนภายใน1 เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามจากการได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้น&amp;nbsp; การก่อสร้างอาคารต่างๆ ยังเป็นแบบขนาดย่อม ๆ&amp;nbsp; และมีการมาขอหลายครั้งหลายอาคาร และยังมีการสร้างลานจอดรถ ซึ่งตนก็จะไปดูว่า นับรวมเป็นพื้นที่ใช้สอย และการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ประกอบการโครงการนี้ด้วย และยืนยันว่าหากพบอะไรที่ผิดกฎหมายก็จะดำเนินการทันที อะไรถูกก็ว่าไปตามถูกอะไรผิดก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการวิ่งเต้นจะปรับเปลี่ยนกฎหมายผังเมืองให้พื้นที่ ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียวไปเป็นพื้นที่ประเภทประเภท ก. 1-11&amp;nbsp; ซึ่งสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ได้ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน&amp;nbsp; พึ่งได้รับทราบจากสื่อมวลชน &amp;nbsp;
มีรายงานแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ (ทอท.)&amp;nbsp; ได้ทำหนังสือเลขที่ 12494/ 2562&amp;nbsp; ถึง ผู้จัดการสำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ การประปานครหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไม่อนุญาตก่อสร้างวางท่อประปาในพื้นที่
&amp;nbsp;โดยมีรายละเอียดพอสังเขปดังนี้&amp;nbsp; กล่าวคือ&amp;nbsp; บริษัทเซ็นทรัล พัฒนา ฯ เจ้าของโครการ เซ็นทรัล วิลเลจ&amp;nbsp; และขอวางท่อประปา ซึ่งอยู่ในพื้นที่งานก่อสร้างระบบไฟฟ้า และอาคารหลักหลังที่สองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ ราชพัสดุ โฉนดเลขที่ 154871 และ 154873&amp;nbsp; ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; ในการครอบครองของทอท. และ ทอท.ก็ไม่อนุญาต เพราะโครงการฯกำลังถูกตรวจสอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องว่าดำเนินก่อสร้างโครงการชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ต่อมาได้มีการบุกรุกล้ำ วางแนวท่อประปารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งกรณีดังกล่าว ทอท. ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ ทอท.จึงขอให้สำนักงานประปาสุวรรณภูมิยุติการกระทำ และขนย้ายและปรับพื้นที่ให้อยู่สภาพเรียบร้อยภายในวันที่ 25 ส.ค.นี้&amp;nbsp; หากพ้นกำหนด ทอท.มีความจำเป็นดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังมีการรายงานว่าการก่อสร้างโครงการฯรุกล้ำและถมที่ดินทับลำรางสาธารณะขวางกั้นทางเดินของน้ำด้วยอีกด้วยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงาน&amp;nbsp; สำหรับโครงการ เซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาต์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp; หลังบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ ทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาทบนพื้นที่ 100 ไร่ หรือ 4 หมื่นตารางเมตร&amp;nbsp; พร้อมขนแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 130 แบรนด์ที่จะทยอยเปิดในวันที่ 31 ส.ค. นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายผังเมือง, ทรงศักดิ์ ทองศรี, นิตินัย  ศิริสมรรถการ, พื้นที่สีเขียว, สนามบินสุวรรณภูมิ, เซ็นทรัล วิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5f6f87d92ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เส้นทางสู่ “Green City พื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคนในเมือง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี/&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฏาคมนี้&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; หน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp; และภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ร่วมกันจัดงาน &amp;lsquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rsquo; งานแสดงนวัตกรรมทางสังคมครั้งใหญ่ของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี&amp;nbsp; มีการแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp; ผลงาน&amp;nbsp; การออกร้านจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้จัดประชุมทางวิชาการ&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอประสบการณ์การพัฒนาชุมชนในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; เมืองสีเขียว ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันที่ 7 กรกฎาคม&amp;nbsp; มีการเสวนาเรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;Green City พื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคนในเมือง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งผู้แทนจากชุมชนในเมืองและชนบท&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมการเสวนาประมาณ 170 คน&amp;nbsp; ในช่วงท้ายของการเสวนา&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศที่มาร่วมงานได้ร่วมกัน &amp;ldquo;ประกาศเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนเมืองสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทำที่ดินรกร้างใต้ทางด่วนเป็นแปลงเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอาสา&amp;nbsp; ทองธรรมชาติ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการส่วนผังเมืองรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; คนไทยอยู่กับต้นไม้มานานแล้ว&amp;nbsp; จารึกสุโขทัยกล่าวไว้ว่า &amp;ldquo;มีป่าลาน ป่าหมาก&amp;rdquo; ส่วนนอกเมืองเป็นโซนที่เป็นป่าเหมือนกัน&amp;nbsp; แสดงให้เห็นว่าเมืองไทยมีลักษณะพื้นที่สีเขียวอยู่แล้ว&amp;nbsp; ในสมัยอยุธยาก็มีพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; ในสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้ปลูกต้นตะเคียน&amp;nbsp; โดยให้ปลูกไว้ในกำแพงเมือง&amp;nbsp; ปัจจุบันยังเหลืออยู่แต่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา&amp;nbsp; อยู่ใกล้กับคลองหลอด&amp;nbsp; ปัจจุบัน&amp;nbsp; กทม.ยังมีนโยบายสีเขียวอยู่เหมือนเดิม&amp;nbsp; ผู้ว่า กทม.คนปัจจุบันอยากให้ปลูกต้นไม้ 1 แสนต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ว่าฯ ลงไปปลูกด้วย&amp;nbsp; เพื่อทำให้เมืองมีพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผังเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวจะทำให้คนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.ณัฐวุฒิ&amp;nbsp; อัศวโกวิทวงศ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยบูรณาการภาคพื้นที่และสังคม&amp;nbsp; คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนอยากเห็นกลไกที่จะทำให้เกิดพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; เพื่อเป็นแหล่งผลิตออกซิเจน&amp;nbsp; เพื่อการสันทนาการและคุณภาพชีวิต เราจะทำอย่างให้พื้นที่สวนสาธารณะ 70ไร่ ทำให้กระจายไปในชุมชน 1 งาน 2 งาน พาลูกหลานออกมาเดินเล่นได้&amp;nbsp; ผู้สูงอายุสามารถใช้ออกกำลังกายหรือสันทนาการได้&amp;nbsp; ไม่ต้องใช้เวลานานในการเดินทางเพื่อออกมาทำกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เราต้องมองเรื่องข้อจำกัดเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน&amp;nbsp; ทำอย่างไรที่ดินรกร้าง ที่ดินเอกชน&amp;nbsp; ให้เกิดการใช้ประโยชน์ หากตั้งเป้าหมายแบบนี้จะทำให้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวอย่างที่ประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่สีเขียวมากกว่าประเทศ 66 เท่า เพราะนับพื้นที่สีเขียวทั้งที่โล่งและไม่โล่ง&amp;nbsp; ส่วนประเทศไทย มีพื้นที่ว่างบนหลังคา&amp;nbsp; หากเราเห็นพื้นที่เปล่าๆ จะทำอย่างไรให้เกิดความคิดที่สามารถควบรวมและใช้พื้นที่สีเขียวให้มีกิจกรรมในเมืองได้&amp;rdquo; ดร.ณัฐวุฒิกล่าว&amp;nbsp; และเสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; หากบริษัทเอกชนขออนุญาตก่อสร้างอาคารหรือเช่าที่ดินรัฐและกำหนดพื้นที่สีเขียวเอาไว้&amp;nbsp; รัฐควรสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลดเรื่องภาษี&amp;nbsp; หรือให้สิทธิพิเศษอื่นๆ&amp;nbsp; รวมทั้งท้องถิ่นต้องอุดหนุนส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์&amp;nbsp; เสาน่วม ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 5&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พื้นที่สีเขียว คือ พื้นที่ที่ให้เราสามารถใช้ชีวิตได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.พยายามที่จะให้คนมีสุขภาพดีทุกมิติ&amp;nbsp; เรื่องสิ่งแวดล้อมที่เราสร้างได้&amp;nbsp; มีผลต่อเราทั้งนั้น&amp;nbsp; งานวิจัยหลายๆ เรื่องบอกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่อยู่ในพื้นที่สีเขียว อาชญากรรมลดลง 50% &amp;nbsp;อยู่ในพื้นที่สีเขียวทำให้เรายิ้มได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สสส.เลือกทำโมเดลดี ๆ และส่งต่อเป็นพื้นที่ที่อื่นได้ เช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน&amp;nbsp; เดิมเป็นที่จอดรถ&amp;nbsp; ตอนนี้ไปพัฒนาใหม่ทำเป็นลานกีฬาและแปลงเกษตร เช่น ที่ใต้ทางด่วนเพลินจิต&amp;nbsp; แถวเยาวราช ตลาดน้อย พยายามเชื่อมโยงให้เห็นประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ&amp;nbsp; มีบ้านคน ประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าตากสิน&amp;nbsp; ศิลปะเมื่อ 200 ปีที่แล้ว&amp;nbsp; เราเชื่อมวัฒนธรรมชุมชนกับเมือง&amp;nbsp; อยากให้เดิน ขี่จักรยานออกกำลังกาย&amp;nbsp; และมีกรณีโพธาราม จังหวัดราชบุรี จัดชมรมเชื่อมโยงกิจกรรมปั่นจักรยาน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ยกตัวอย่าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เทศบาลตำบลนาอ้อ จ.เลย ลดขยะ-สร้างพื้นที่สีเขียวที่กินได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายก้าน&amp;nbsp; ฤณะวงษ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาอ้อ&amp;nbsp; อ.เมือง จ.เลย&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;ประชากรนาอ้อผลิตขยะวันละ 4 ตัน&amp;nbsp; จึงควรนำมาใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่&amp;nbsp; เริ่มจากคิดคนเดียว&amp;nbsp; เริ่มจากใกล้ตัว&amp;nbsp; ขยะในครัวเรือนหากจัดการได้ ขยะที่จะทิ้งจริง ๆ มีไม่มาก เหลือเป็นขยะเปียก นำกลับมาใช้ได้&amp;nbsp; ทำเป็นปุ๋ย&amp;nbsp; ตอนนี้ลดขยะเหลือเพียงวันละ 2 ตัน&amp;nbsp; และมีเป้าหมายจะให้เหลือเพียง 1 ตัน&amp;nbsp; โดยนำวัสดุเหลือใช้&amp;nbsp; เหล็กเก่า เชื่อมเป็นแปลงยกพื้นที่&amp;nbsp; นำดินคลุกเคล้ากับวัชพืช ลงแปลงและปลูกผักทุกอย่างที่กินได้&amp;nbsp; ปลูกในกระถาง&amp;nbsp; ปลูกผักแนวตั้ง&amp;nbsp; ใช้ปุ๋ยคอก&amp;nbsp; ต้นไม้เมื่อนำมากินแล้วมีราก ใบ นำมาเป็นอาหารของไส้เดือน&amp;nbsp; ไส้เดือนกินแล้วจะถ่ายมูล เป็นปุ๋ยให้แก่พืชผัก&amp;nbsp; ทำให้สามารถปลูกผักได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผัก&amp;nbsp; ผลไม้บางอย่างนำไปทำน้ำหมัก&amp;nbsp; ผสมน้ำรดต้นไม้&amp;nbsp; ทำให้ผักกรอบ หวาน&amp;nbsp; ถั่วฝักยาวฝักใหญ่ขึ้น&amp;nbsp; ปลูกกล้วย 40-50 ต้น&amp;nbsp; เราปลูกเองรู้ว่าเป็นผักปลอดสารเคมี&amp;nbsp; นำมาทำกล้วยตาก&amp;nbsp; ทำให้ได้อาหารปลอดสารพิษ อาหารออร์แกนิคล้วนๆ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำกลุ่มเผาถ่าน&amp;nbsp; ได้น้ำส้มควันไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผสมน้ำสะเดา ป้องกันแมลง&amp;nbsp; และส่งเสริมให้พี่น้องชุมชนปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; ผมทำเป็นตัวอย่าง&amp;nbsp; ทำที่บ้านให้ดูว่าปลูกต้นไม้บนพื้นคอนกรีตได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้พี่น้องในชุมชนสุขภาพดี มีพืชผักปลอดสารพิษ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน&amp;nbsp; ร่ำรวยสุขภาพดี&amp;nbsp; ดีกว่าร่ำรวยเงินทอง&amp;rdquo; นายก้านกล่าว&amp;nbsp; และบอกว่า &amp;ldquo;ความมั่งคั่งที่แท้จริง คือการมีสุขภาพที่ดี มิใช่การมีเงินทอง&amp;rdquo; ดังคำกล่าวของมหาตมะ คานธี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;หลุมพอเพียง&amp;rsquo; ปลูกพืช 4 ชนิด&amp;nbsp; ทำให้มีอยู่มีกิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย&amp;nbsp; เจ้าคณะตำบลจุมจัง&amp;nbsp; จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp; ผู้ริเริ่มการทำเกษตรแบบ &amp;lsquo;หลุมพอเพียง&amp;rsquo; กล่าวว่า&amp;nbsp; แนวคิดหลุมพอเพียงเกิดจากความล้มเหลวในการช่วยเหลือคนมา 30 ปี แต่ล้มเหลวมาตลอด&amp;nbsp; จึงเปลี่ยนตัวเอง&amp;nbsp; เมื่อใดเราเปลี่ยน&amp;nbsp; คนอื่นจะเปลี่ยนตาม&amp;nbsp; เราล้มเหลวเรื่องการจัดการน้ำ&amp;nbsp; เราล้มเหลวเรื่องทัศนคติ&amp;nbsp; เราล้มเหลวเรื่องการจัดสรรเวลา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เวลาในการทำการเกษตร&amp;nbsp; เราล้มเหลวเรื่องแสงแดด เราดัดจริตเอง ไปปลูกพืชเชิงเดี่ยว&amp;nbsp; ล้มเหลวเรื่องระบบนิเวศน์&amp;nbsp; จึงมาทำเรื่องหลุมพอเพียง&amp;nbsp; โดยปลูกพืช 4 ชนิดผสมผสานกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;มีกล้วยเป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; มีพืชอ่อนแอหรือพืชปัญญาอ่อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; มะเขือ ผักต่างๆ&amp;nbsp; มีพืชฉลาด&amp;nbsp; คือพืชที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มะละกอ&amp;nbsp; ผักพื้นเมืองต่างๆ&amp;nbsp; และไม้ยืนต้นเพื่อการใช้สอย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ยางนา&amp;nbsp; ไม้สักทอง&amp;nbsp; สะเดา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ถ้าเราไปรอไม้ยืนต้นอย่างเดียวต้องรอ 3-10 ปี&amp;nbsp; แต่ถ้าเราปลูกผสมผสานกัน&amp;nbsp; โดยมีกล้วยเป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; ก็จะทำให้พืชทั้ง 4 ชนิดโตไปพร้อมกัน&amp;nbsp; และจะทำให้เรามีอยู่มีกินตั้งแต่ปีแรก&amp;rdquo; พระมหาสุภาพกล่าว&amp;nbsp; และบอกว่า&amp;nbsp; ตอนนี้ในตำบลจุมจังมีเกษตรกรทำหลุมพอเพียงไปแล้วประมาณ 700 ราย&amp;nbsp; และขยายไปสู่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp; รวมแล้วกว่า 4,000 ราย&amp;nbsp; ผลผลิตบางส่วนได้นำไปจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เป็นพืชผักปลอดสารพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทำพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; สร้างรายได้วันละ 500-3,700 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางชนิสรา&amp;nbsp; ละอองดี&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายชุมชนเมืองภาษีเจริญ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในปี 2554&amp;nbsp; ทำให้เกิดปัญหาขยะลอยน้ำ&amp;nbsp; เกิดปัญหาถูกน้ำล้อม&amp;nbsp; ทำให้เราขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม&amp;nbsp; จึงเกิดแผนร่วมกันในการปรับพื้นที่รกร้างเป็นแปลงเกษตร&amp;nbsp; โดยร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการทำพื้นที่รกร้าง&amp;nbsp; มีมหาวิทยาลัยต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมด้วย&amp;nbsp; โดยการปลูกผัก สร้างระบบเศรษฐกิจของชุมชน&amp;nbsp; มีตลาดอาหารปลอดภัยที่ชุมชนสร้าง จำหน่ายศุกร์สุดท้ายของเดือน แปลงผักที่มาจำหน่ายต้องตรวจวัดความปลอดภัย และจำหน่ายในราคาถูก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายนิรันดร์&amp;nbsp; สมพงษ์ ประธานสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินปากช่อง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตนมีความเชื่อว่า&amp;nbsp; การทำอะไรให้เกิดรายได้ จะมีแรงพลังในการทำ และที่สำคัญคือมีทุนในการดำเนินการต่อ&amp;nbsp; และเมื่อทำเรื่องพื้นที่สีเขียวแล้ว&amp;nbsp; ต้องทำให้เกิดรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ต้องคิดเริ่มแรก คือ ทำอย่างไรให้มีลูกค้าซื้อสินค้าเรามากกว่า เริ่มจากปลูกพืชผักกินเอง&amp;nbsp; ภายหลังจึงเริ่มขายผลผลิต&amp;nbsp; ตอนนี้ผลผลิตมีไม่พอขาย ปัจจุบันเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินปากช่องมีรายได้ตั้งแต่&amp;nbsp; 500-3,700 บาทต่อวัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีตลาดต่างประเทศเข้ามาติดต่อ&amp;nbsp; เช่น สิงค์โปร&amp;nbsp; ยุโรป&amp;nbsp; ผลผลิตที่ต้องการ เช่น มะเขือเทศ&amp;nbsp; ผักสลัดต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายจำนง&amp;nbsp; คำฤทธิ์&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านนาคา&amp;nbsp; จังหวัดน่าน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เหตุผลที่มาจัดการเรื่องดิน&amp;nbsp; น้ำ&amp;nbsp; ป่าเพราะป่าหาย น้ำแห้ง เริ่มจากการปลูกข้าวโพด เพราะเป็นพืชที่ทำเงินได้ไวที่สุด ไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่ทำให้ป่าหาย เป็นเพราะรัฐบาลเปิดสัมปทานป่าไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการตัดถนนเข้าป่า&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านเข้าไปลากไม้ได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ภายหลังเกิดกลุ่ม &amp;lsquo;ฮักเมืองน่าน&amp;rsquo; เพื่อขับเคลื่อนเรื่องดินน้ำป่า&amp;nbsp; จึงได้หารือร่วมกับชาวบ้าน กำหนดการใช้พื้นที่ที่ดินรายครัวเรือน&amp;nbsp; ได้ป่าเพิ่มมาประมาณ 400-500 ไร่&amp;nbsp; แบ่งที่ดินให้ครัวเรือนๆ ละ 20 ไร่&amp;nbsp; มีการจัดระบบนิเวศน์น้ำระบบการดูแล&amp;nbsp; ระบบบริหารน้ำประปา&amp;nbsp; ทำฝายมีชีวิต เก็บหลังคาละ 10 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; ผลจากการบริหารจัดการน้ำ ทำให้วิถีชีวิตชุมชนฟื้นคืนกลับมาได้ เริ่มมีกุ้ง หอย ปูปลา&amp;nbsp; มีพิธีกรรม เลี้ยงผีต้นน้ำ&amp;nbsp; เพื่อรักษาป่า&amp;nbsp; รักษาแหล่งน้ำ&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายจำนงกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช. (ซ้าย) ร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนเมืองสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้สนับสนุนโครงการ &amp;lsquo;พื้นที่สีเขียวทางด้านสุขภาพและอาหารปลอดภัยในเมือง&amp;rsquo; ตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีวัตถุประสงค์เพื่อ&amp;nbsp; 1.สร้างการตื่นตัว&amp;nbsp; ตระหนักรู้&amp;nbsp; และเกิดการรวมกลุ่มเพื่อเข้าถึงพื้นที่ปลอดภัยทางอาหารและสุขภาพ&amp;nbsp; 2.สร้างพื้นที่กลางให้เป็นพื้นที่สีเขียวในระดับครัวเรือน&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; และเมือง&amp;nbsp; 3.เกิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp; และ 4.เกิดการเชื่อมโยงกลุ่มองค์กร&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp; ภาคี&amp;nbsp; เพื่อขับเคลื่อนเมืองสีเขียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 70 เมือง&amp;nbsp; ขณะนี้อนุมัติโครงการแล้ว 27 เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40365</URL_LINK>
                <HASHTAG>Green City, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), พอช., พื้นที่สีเขียว, ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d21e6927018f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 23:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอยสุเทพ&#039; ด้วยกฎธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่อง &amp;quot;บ้านพักตุลาการ&amp;quot; เชิงเขาดอยสุเทพ พูดกันมาก!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค ๕&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทัพภาค ๓ ผบ.ทบ. กระทั่ง.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะแถลงยืนยันกี่ครั้ง-กี่หน ว่า.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;การก่อสร้างบ้านพักและอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการและข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค ๕&amp;nbsp; ที่เชียงใหม่ บริเวณเชิงเขาดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความชอบด้วยกฎหมาย สิ่งที่ดำเนินการไปทั้งหมด ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;quot; ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถึงแม้ &amp;quot;ภาคประชาสังคม&amp;quot; ไม่โต้แย้ง ในประเด็น ว่าที่ดิน ๑๔๗ ไร่ ที่สร้างบ้านพักตุลาการ นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่ป่าสงวน เป็นที่ราชพัสดุ ก็ตาม!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ &amp;quot;ภาคประชาสังคม&amp;quot; ผู้เฝ้าพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ก็ยังมีประเด็น &amp;quot;แล้งในอก&amp;quot; ต้องย้ำถาม.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;มีความเหมาะสมแค่ไหน ที่เข้าไปสร้างบ้านพักตุลาการในพื้นที่สีเขียวเชื่อมต่อผืนป่าดอยสุเทพ?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นั่นก็คือ.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม ไม่ติดใจด้านความถูกต้องทางกฎหมายก็จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ &amp;quot;ติดใจ&amp;quot; ด้านสิ่งแวดล้อม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าด้วย &amp;quot;พื้นที่สีเขียว&amp;quot; เชื่อมผืนป่าดอยสุเทพ ประเด็น &amp;quot;สมควรมั้ย-เหมาะสมมั้ย.....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ต้องขึ้นไปถากถางสร้างบ้านพักตุลาการบนพื้นที่ลาดเชิงเขาดอยสุเทพขนาดนั้น?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นนี้ ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค ๕ เคยทำความเข้าใจไว้.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ย้ำให้ผู้รับเหมาเลือกตัดต้นไม้เท่าที่จำเป็น ได้เว้นพื้นที่ ๕๘ ไร่ ลึกเข้าไปให้คงสภาพที่มีต้นไม้อยู่เดิม เมื่อเสร็จแล้ว ก็จะปรับภูมิทัศน์เพิ่มพื้นที่สีเขียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวันก่อน ทางสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ตั้งโต๊ะแถลง....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ศาลยุติธรรมเองก็ให้ความสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลย่านรัชดาภิเษก ก็มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนช่วยลดสภาวะโลกร้อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครับ...ก็สรุปให้เข้าใจกันคร่าวๆ คือ เรื่องนี้มีมาแต่ปี ๒๕๔๙ แต่ลงมือสร้าง เมื่อปี ๒๕๕๖ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างมาเรื่อยๆ จนอีก ๒ เดือน ก็จะเสร็จเรียบร้อย ด้วยงบก่อสร้างกว่า ๑ พันล้าน!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่พักของข้าราชการกว่า ๒๐๐ คน จาก ๗ หน่วยงาน ประกอบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ ศาลแรงงานภาค ๕ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๕ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศาลแขวงเชียงใหม่ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่าที่ผมติดตามเรื่องราวมาเรื่อยๆ พอสรุปได้ว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ศาลก็ไม่ถอย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ประชาสังคม ก็ไม่ถอย!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลยัน จะเป็นอื่นไปไม่ได้แล้ว แค่อีก ๒ เดือนก็จะแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาสังคมก็ยัน ให้หยุดก่อสร้าง ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พื้นที่ตรงนี้ เป็นแหล่งธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมเชียงใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ถูกต้องตามกฎหมาย..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่ป่าจำนวนมาก ควรพูดถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อืมมมมม........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เข้าใจเหตุผลของทั้ง ๒ ฝ่าย แต่เมื่อกฎหมาย &amp;quot;ลายลักษณ์อักษร&amp;quot; ยันกับกฎหมาย &amp;quot;จารีตประเพณี&amp;quot; เช่นนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่อง &amp;quot;ไม่น่าสบายใจ&amp;quot; ของบ้านเมืองจริงๆ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะตามรอยโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย &amp;quot;คลองด่าน&amp;quot; ซะก็ไม่รู้ สร้างเสร็จแล้ว เสียเงินแล้วนับหมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แทนที่รัฐบาลจะมีหัวคิด.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แยกคดีเป็นส่วนคดี เนื้องานที่เสร็จแล้ว ก็แยกเอามาใช้งาน แต่ก็หาคนมีจิตสำนึกในความเป็น &amp;quot;สมบัติหลวง&amp;quot; ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล่อยทิ้งร้าง &amp;quot;สูญเปล่า&amp;quot; จนถึงวันนี้!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ก็หวั่นๆ อยู่ ว่าสุดท้าย จะลงเอยรูปแบบไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเมื่อฝ่ายศาลถือกฎหมาย ฝ่ายประชาสังคมถือสิ่งแวดล้อม ก็ไม่มีฝ่ายไหนผิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วจะทำยังไงกันดี........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใครล่ะ จะเป็นศูนย์บรรจบของสิ่งถูกทั้ง ๒ ในทางสร้างสรรค์?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้านพักตุลาการก็ได้ใช้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่เชิงดอยสุเทพที่แหว่งเหมือนถูกแทะ ก็จะได้พื้นที่สีเขียวเชื่อมผืนป่าดอยสุเทพกลับคืนเหมือนเดิม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลไม่เคยอยู่ในสถานะ &amp;quot;จำเลย&amp;quot; แต่เรื่องนี้ ทั้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ศาลในความรู้สึกสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;โลกวัชชะ&amp;quot; ด้านสิ่งแวดล้อม!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดกันตามที่เห็น จากพื้นสภาพเชิงดอยสุเทพที่กำลังสร้างบ้านพักตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่พูดกันเรื่องที่ดิน &amp;quot;ผิด-ถูก&amp;quot; กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่พูดกันด้วยสำนึกแห่ง หิริ-โอตตัปปะ เมื่อมองจากภาพถ่ายมุมสูงลงมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปกติ จะเห็น &amp;quot;ดอยสุเทพ&amp;quot; เหมือนคลุมด้วยกำมะหยี่สีเขียวผืนยักษ์ สมนามความเป็น &amp;quot;ดอยสุเทพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลันกำมะหยี่สีเขียว ๑๔๗ ไร่ ถูกถาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รูปลักษณ์ดอยสุเทพ.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลันเหมือนถูกมีดโกนถากกลางกระบาล ยาวจรดท้ายทอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลับตาเห็นภาพอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาพผืนป่าดอยสุเทพ เมื่อโค่นต้นไม้ ถากดอย สร้างบ้านพักตุลาการตรงเชิง ก็เป็นสภาพนั้น!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะต่างกันนิด ถ้าถากผม จะเห็นหนังศีรษะขาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ดอยสุเทพถูกถาก จะเห็นแดงดินกระด่าง และแมกไม้ตายแห้ง........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ &amp;quot;หดหู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และรอยแผลนั้น แปรเป็นรอยแผลใจ ไม่เพียงชาวเชียงใหม่ แต่กับทุกคนไม่ว่าใคร เมื่อเห็นสภาพนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เข้าใจ ว่าทำไมจึงมีคนรณรงค์ ล่า ๕ หมื่นรายชื่อ ยื่นให้รัฐบาลทบทวนโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะทำไงได้...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาไกลเกินกว่ายับยั้ง-ทบทวน คือตอนนี้ถือว่า &amp;quot;เสร็จแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทุกอย่างมีทางออก ส่วนจะออกทางไหน ก็ไม่ถึงตัน ย้ำอย่างเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าประจานความเป็น &amp;quot;รัฐบาลไทย&amp;quot; เหมือนกรณีคลองด่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ของที่เสร็จแล้ว ต้องนำมาใช้ประโยชน์.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่ทำแบบ &amp;quot;ยึดของกลาง&amp;quot; แล้วทิ้งตากแดด-ตากฝนให้มันพังไป โดยไม่มีใครได้ใช้ประโยชน์ และหาคนรับผิดชอบไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็มีทางเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลยุติธรรม ต้องใช้งบตัวเอง ไม่ใช่ขอเพิ่ม ปลูกป่าทดแทนตามที่บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกน่ะไม่ยาก........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่จะรักษาให้มันโตเป็นป่า นอกจากต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ยังต้องมีความรับผิดชอบต่อเนื่องพร้อมงบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ต้องทนอาย &amp;quot;หัวแหว่ง&amp;quot; กันไปพักใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลั้นใจรอไป จนกว่าผมใหม่จะงอกและดกดำกลืนกับผมผืนเดิมนั่นแหละ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่อดห่วงไม่ได้ ก็คือ...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานที่สร้างบ้านพักตุลาการนั้น เป็นพื้นที่ลาดเชิงดอย คงกว่า ๓๐ องศาด้วยมั้ง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ วิวดี-อากาศดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จากประสบการณ์ผม การอยู่ตีนเขา-ตีนดอย ต้องระวังไฟป่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้านพักตุลาการเชิงดอยก็ไม่หนีเงื่อนไขนั้น อย่ามองด้านวิวสวยอย่างเดียว ต้องคำนึงด้าน &amp;quot;ไฟป่า&amp;quot; ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากไฟป่าแล้ว คนไม่เคยอยู่ป่า-อยู่ดอย ย่อมไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอน &amp;quot;ฝนตก-น้ำหลาก&amp;quot;........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรวดเดียวแหละท่าน เร็ว-แรง และคมยิ่งกว่าขวานถาก มันจะกวาด &amp;quot;ทุกอย่าง&amp;quot; ที่ขวางหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระเด็น-กระดอน ไปในพริบตา!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ไม่ใช่พูดเอาสนุก สภาพเป็นจริง ตั้งบ้านเรือนตามเชิงดอยจะหลีกหนีไม่พ้น ไม่วันใด ก็วันหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่พูดทั้งหมดนี้ ด้วยเจตนาเดียว คือ.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุคนี้ โซเชียลมีเดีย เหมือนอำนาจที่ ๔ ก็ไม่อยากให้เกิดคำว่า &amp;quot;ศาลกับชาวบ้าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปุจฉา-วิสัชนากัน เรื่อง &amp;quot;วัตถุกับจิตใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เวิ้งว้าง&amp;quot;......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ ไม่รู้จบ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แค่ตั้งโต๊ะแถลง ก็ไม่จบ ต้องพูดคุยกับคนเมืองให้ปลงใจกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงจะจบ...ด้วยจำใจ!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6029</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการ, ดอยสุเทพ, ตุลาการ, พื้นที่สีเขียว, รัชดาภิเษก, ศาลยุติธรรม, โซลาร์เซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3246a7b7d39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
