<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจกแล้ว ATK วันนี้วันแรก  ประเดิม กทม.ปริมณฑล พื้นที่แดงเข้มบางจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ย.64- นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมร้านยากนก ฟาร์มา เชน &amp;nbsp;สาขาทาวน์อินทาวน์ เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2564 โดยร้านดังกล่าวเป็นหนึ่งในร้านยาที่ร่วมมือกับ สปสช. ในการกระจายชุดตรวจ Antigen test kit (ATK) แบบ Self-test แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตัวเองที่บ้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกในการเริ่มแจกชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุดแก่ประชาชน ซึ่ง สปสช.และกระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนกระจาย โดยเน้นหนักผ่านหน่วยบริการต่างๆทั้งโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม.แล้วให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือองค์กรภาคประชาชนนำไปจัดส่งให้กับกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในพื้นที่ กทม. หรือเมืองใหญ่ๆ อาจมีบางพื้นที่ที่ไม่มีผู้นำชุมชนหรือไม่มีอาสาสมัครสาธารณสุขรับผิดชอบชัดเจน ดังนั้น จึงมีการเพิ่มช่องทางแก่ประชาชนให้สามารถรับ ATK ที่คลินิกชุมชนอบอุ่นหรือร้านยาที่เข้าร่วมโครงการด้วย โดยขอรับผ่านแอปเป๋าตัง ที่เมนู ชุดตรวจ ATK ฟรี หลังจากทำแบบประเมินความเสี่ยง หากผลพบว่าเป็นประชาชนกลุ่มเสี่ยง ก็ค้นหาหน่วยบริการ พร้อมกับโทรไปล่วงหน้าเพื่อติดต่อขอรับได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับการจัดส่งชุดตรวจ ATK ให้หน่วยบริการนั้น ด้วยจำนวนชุดตรวจ ATK ล็อตแรกมีจำนวนถึง 3 ล้านชุด ประกอบการตรวจคุณภาพและมาตรฐานชุดตรวจ ATK ของโรงพยาบาลราชวิถีและองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ที่ได้เพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบโดยละเอียดและเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้นก่อนนำส่ง ATK ถึงมือประชาชน ทำให้การตรวจ ATK มีความล่าช้า โดยดำเนินการตรวจรับแล้วเสร็จในช่วงเย็นของวันที่ 15 ก.ย. 2564 ที่ส่งผลให้การจัดส่ง ATK เพื่อแจกให้กับประชาชนต้องเลื่อนออกไปด้วย ซึ่งจำนวน 1,167,250 ชุด สามารถส่งให้กับหน่วยบริการในเขต กทม. ได้ทั้งหมด รวมทั้งพื้นที่จังหวัดสระบุรี นครราชสีมา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีการทยอยส่งแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (16 ก.ย.64) ส่วนพื้นที่สีแดงเข้มอื่นจะเริ่มทยอยส่งได้ในวันพรุ่งนี้ (17 ก.ย. 64) และพื้นที่สีแดงจะจัดส่งในวันถัดไป (18 ก.ย. 64) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การแจก ATK ในบางพื้นที่ต้องเลื่อนออกไป ไม่สามารถดำเนินการได้พร้อมกันทั่วประเทศ สาเหตุการตรวจรับที่ล่าช้า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผลจากเรื่องคุณภาพ แต่มาจาก ATK ที่มีจำนวนมาก และการเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบต่าง ๆ ที่เข้ามาหลังจากการถูกทักท้วงต่าง ซึ่ง สปสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามจากข้อมูลแดชบอร์ด (Dashboard) ที่รายงานจำนวนการรับ ATK ตามเวลาจริง (real time) ณ เวลา 16:00 น. มีการจ่ายแจก ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงแล้วจำนวน 474 ชุดแล้ว พบผลบวก 1 รายอยู่ในพื้นที่ กทม.&amp;rdquo; เลขาธิการ สปสช. กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า ส่วนการลงทะเบียนและคัดกรองความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง นั้น ทางธนาคารกรุงไทยได้เปิดให้มีการอัพเดทแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยระบบจะปรากฏเมนู &amp;ldquo;ฟรีชุดตรวจโควิด&amp;rdquo; ซึ่งประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถทำการประเมินความเสี่ยงก่อนรับชุดตรวจโควิด พร้อมกับค้นหาหน่วยบริการที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอรับชุดตรวจ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำขั้นตอนการใช้ชุดตรวจ ATK เพื่อตรวจเชื้อโควิดด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ภญ.ศิริรัตน์ ตันปิชาติ นายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน กล่าวว่า ร้านยาแต่ละร้านจะได้รับจัดสรร ATK ตามจำนวนประชากรและความรุนแรงของการระบาดในพื้นที่ อย่างเช่นที่ร้านยาแห่งนี้ได้รับจัดสรรมา 2,700 ชุด โดยการแจก ATK นั้นสามารถทำได้ 2 วิธีคือการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันแอปเป๋าตัง แล้วเลือกร้านยาที่ต้องการไปรับ ATK หรืออาจจะ walk in เข้ามาติดต่อที่ร้านยาเลยก็ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ชุดตรวจ ATK จะไม่แจกให้ทุกคน แต่จะแจกให้เฉพาะกลุ่มเสี่ยง โดยไม่ว่าจะขอรับด้วยวิธีใดก็ตาม จะต้องมีการทำแบบประเมินความเสี่ยงก่อน เพื่อคัดกรองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจหาเชื้อหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116932</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., ATK, กทม., พื้นที่สีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_61431783ab95d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง !!! โพลกรมอนามัย พบพื้นที่สีแดงเข้ม ‘ไม่สวมหน้ากาก - สวมไม่ถูกวิธี’ สูงถึงร้อยละ 35</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อึ้ง !!! โพลกรมอนามัย พบพื้นที่สีแดงเข้ม &amp;lsquo;ไม่สวมหน้ากาก - สวมไม่ถูกวิธี&amp;rsquo; สูงถึงร้อยละ 35&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ก.ค.64-​นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากผลสำรวจของอนามัยโพล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องผลสำรวจการสังเกตเห็นผู้อื่นสวมหน้ากากในชุมชนละแวกที่พักสวมหน้ากากเมื่อออกนอกบ้านพบว่า ประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) สวมหน้ากากถูกวิธีเพียงร้อยละ 65 ขณะที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่สวมหน้ากากหรือสวมไม่ถูกวิธีพบถึงร้อยละ 35 หวั่นเป็นจุดเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในทุกพื้นที่สวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลาและสวมให้ถูกวิธี โดยให้ปิดจมูก ปาก คาง หากสวมหน้ากากอนามัยไม่แนะนำให้สวมซ้อนกัน 2 ชั้น เนื่องจากจะทำให้ไม่กระชับกับใบหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดช่องว่าง ทำให้ต้องใช้มือขยับและเสี่ยงสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคลดลง ซึ่งวิธีการตรวจสอบความกระชับกับใบหน้าด้วยการตรวจช่องว่างโดยการเอามือแตะขอบด้านนอก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของหน้ากาก พร้อมดูให้แน่ใจว่าไม่มีอากาศไหลออกจากบริเวณใกล้ดวงตาหรือจากด้านข้างของหน้ากาก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และถ้าสวมหน้ากากพอดีแล้ว จะรู้สึกว่ามีลมร้อนผ่านเข้ามาทางด้านหน้าของหน้ากาก และอาจเห็นหน้ากากเคลื่อนเข้าและออกทุกครั้งที่หายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า หากต้องการเพิ่มความมั่นใจของชั้นกรองหน้ากากให้มีประสิทธิภาพสูง เมื่อต้องอยู่ในสถานที่แออัด หรือพื้นที่ที่ระบายอากาศไม่ดีเป็นระยะเวลานาน เช่น &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรถตู้โดยสาร หรือเมื่อต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีความเสี่ยงสูง แนะนำให้สวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยได้ แต่ขอเน้นย้ำต้องสวมให้ถูกวิธีและถูกประเภทของชนิดหน้ากาก คือสวมหน้ากากอนามัยก่อนแล้วทับด้วยหน้ากากผ้า ซึ่งจะเพิ่มความกระชับและความสามารถในการกรองมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งตรวจสอบว่าหายใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ได้สะดวกหรือไม่ นอกจากนี้ การสวมหน้ากากแบบผิดประเภท เช่น สวมหน้ากากอนามัยซ้อนกัน 2 ชิ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สวมหน้ากาก N95 ก่อนแล้วทับด้วยหน้ากากอื่น หรือสวมหน้ากากผ้าก่อนแล้วทับด้วยหน้ากากอนามัย นอกจากจะไม่ช่วยเรื่องประสิทธิภาพการป้องกันแล้ว ยังส่งผลให้ผู้สวมอึดอัด หายใจไม่ออก และอาจเป็นลมได้ สำหรับกลุ่มที่ไม่ควรสวมหน้ากากคือ กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และผู้ที่มีโรคหรือข้อห้ามทางการแพทย์ เช่น ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ทั้งนี้ การป้องกันโรคโควิด-19 นอกจากการสวมหน้ากากถูกวิธีแล้ว ยังคงต้องรักษามาตรการต่าง ๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ควบคู่กันไปด้วย เช่น หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ เพราะมีโอกาสที่จะนำมือมาสัมผัสใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เว้นระยะห่างกับคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายสม่ำเสมอ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเข้าทำงาน สแกนแอปพลิเคชันไทยชนะทุกครั้งที่เดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ และประเมินตนเองก่ผ่านเว็บไซต์ &amp;ldquo;ไทยเซฟไทย&amp;rdquo; ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน หรือก่อนเข้าสถานที่ทำงาน เพื่อเป็นการประเมินความเสี่ยงการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108474</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอนามัย, พื้นที่สีแดง, สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60dfdeb58275b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชาห้ามสื่อทำข่าว&#039;พื้นที่สีแดง&#039; แอมเนสตี้จวกล็อกดาวน์ชาวบ้านเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลกัมพูชาออกคำสั่งเมื่อวันอังคารให้นักข่าวหยุดรายงานข่าวจาก &amp;quot;พื้นที่สีแดง&amp;quot; ที่ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน และให้หยุดไล่ตามรถพยาบาลเพราะก่อความสับสนวุ่นวาย หลังจากแอมเนสตี้ประณามมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ชาวบ้านอดอยากและเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารวัตรทหารออกลาดตระเวนในพื้นที่สีแดงในเขตสตึงเมียนเจยของกรุงพนมเปญที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by Andy Ball/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า กัมพูชากำลังดิ้นรนรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกในชุมชนชาวจีนที่พำนักในกัมพูชาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ข้อมูลของทางการเมื่อวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม กัมพูชาตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ 938 คน ทำให้ยอดสะสมของประเทศเพิ่มเป็น 16,299 คน และมีผู้เสียชีวิต 107 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการกัมพูชาเปลี่ยนโรงเรียนและโรงจัดงานเลี้ยงเป็นศูนย์รักษาผู้ป่วยโควิด เนื่องจากโรงพยาบาลกำลังขาดแคลนเตียง นายกฯ ฮุน เซน กล่าวเตือนก่อนหน้านี้ด้วยว่า กัมพูชากำลังอยู่บนขอบเหวแห่งความตายจากการระบาดของไวรัสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงพนมเปญและเมืองตาเขมาที่อยู่ติดเมืองหลวง ถูกล็อกดาวน์นาน 20 วัน รัฐบาลประกาศว่ามาตรการนี้จะสิ้นสุดในวันพฤหัสบดี แต่เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า พื้นที่ที่มีอัตราการติดเชื้อสูงจะยังคงถูกล็อกดาวน์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเขตที่เรียกว่าพื้นที่สีแดงนั้น ตำรวจวางแนวปิดล้อมโดยรอบ ห้ามชาวบ้านออกจากบ้านเรือน ยกเว้นเพื่อเหตุผลทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กระทรวงสารสนเทศมีคำสั่งให้นักข่าวหยุดการรายงานข่าวจากพื้นที่สีแดงทันที และเตือนว่าหากฝ่าฝืนจะโดนดำเนินคดี กระทรวงอ้างว่านักข่าวบางคนเข้าไปรายงานข่าวจากพื้นที่สีแดงและบริเวณต้องห้าม เช่น ศูนย์รักษาและโรงพยาบาล นอกจากนี้นักข่าวบางคนยัง &amp;quot;ไล่ตามรถพยาบาล&amp;quot; และสร้างความสับสนและความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า คำสั่งห้ามนักข่าวทำข่าวมีออกมาภายหลังชาวบ้านในพื้นที่สีแดงร้องทุกข์เกี่ยวกับการขาดแคลนอาหาร และใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียร้องขอความช่วยเหลือที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว องค์กรแอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนลออกแถลงการณ์ประณามมาตรการล็อกดาวน์ของกัมพูชาอย่างรุนแรงว่า ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากหิวโหย และกลุ่มมนุษยธรรมถูกห้ามเข้าไปแจกจ่ายอาหารและสิ่งของจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยามินี มิชรา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า การจัดการการล็อกดาวน์ที่ผิดพลาดของรัฐบาลกัมพูชากำลังก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมากมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางทั่วกัมพูชา ตอนนี้ชาวบ้านในพื้นที่สีแดงและพื้นที่อื่นๆ ในกัมพูชากำลังหิวโหยเพราะนโยบายที่ไม่มีเหตุผลโดยรากฐานเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการขอร้องให้ชาวบ้านในพื้นที่สีแดงยื่นขอความช่วยเหลือด้านอาหาร และว่า ทางการได้แจกข้าวสารและปลากระป๋องให้ชาวบ้านหลายหมื่นครัวเรือนทุกวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, พื้นที่สีแดง, ล็อกดาวน์, ห้ามทำข่าว, แอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60914ccb21b28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงสีแดง18จังหวัด ปิดสถานบันเทิงห้ามขายเหล้า/ลุ้นศบค.เคาะล็อกดาวน์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขชง ศบค.ยกระดับ 18&amp;nbsp; จังหวัดเป็นพื้นที่สีแดง กทม.และจังหวัดโควิดทะลักโดนถ้วนหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เหลือ 59 จังหวัดเป็นสีส้ม คุมเวลาเปิด-ปิดร้านอาหาร ห้ามขายเหล้า ส่วนสถานบันเทิง ผับ-บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด ปิดเรียบ งดกิจกรรมที่มีคนเกิน 50 คน ส่วนยาแรงล็อกดาวน์ยังต้องลุ้น&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยหมอชงยาแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ นัดด่วนพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการฯ ด่วนพิเศษ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง เพื่อหารือมติจากที่ประชุมในมาตรการรองรับสถานการณ์การระบาดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะนำเอามาตรการเสนอต่อศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานในที่ประชุม วันที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 13.30 น. เพื่อให้ที่ประชุมเห็นชอบและพิจารณาเพื่อประกาศใช้มาตรการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สาธารณสุขเผยว่า มาตรการหลักๆ จากที่ประชุม ประกอบด้วย 1.ปรับพื้นที่จังหวัดเป็น 2 สี คือพื้นที่ควบคุมสูงสุด จังหวัดสีแดง 18 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม ภูเก็ต นครราชสีมา นนทบุรี สงขลา ตาก อุดรธานี สุพรรณบุรี สระแก้ว ระยอง และขอนแก่น และพื้นที่ควบคุม จังหวัดสีส้ม 59 จังหวัดที่เหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมาตรการที่สำคัญใน 2 พื้นที่สี คือมาตรการจำกัดเวลาให้บริการร้านอาหาร โดยพื้นที่สีแดง เปิดได้ถึงเวลา 21.00 น. พื้นที่สีส้ม เปิดถึงเวลา 23.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนมาตรการอื่น ทั้งพื้นที่สีแดงและสีส้ม ต้องปฏิบัติเหมือนกันในทุกจังหวัด เช่น ปิดสถานบริการในลักษณะผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด ห้ามจำหน่ายสุราและห้ามดื่มในร้านอาหารทุกจังหวัด งดการเรียนการสอน ซึ่งคาดว่าไม่กระทบมาก เพราะว่าช่วงนี้อยู่ในระหว่างปิดเทอม งดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก งดงานเลี้ยง งานสังสรรค์ทุกประเภท ยกเว้นการจัดในครอบครัว งดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนมากกว่า 50 คน ปิดบริการสวนสนุกและเครื่องเล่นในห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะมีรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม ขอให้ติดตามการประกาศภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า ในเรื่องของการเดินทางนั้น ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นผู้พิจารณา ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์หรือห้ามเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด แต่ทั้งหมดนี้จะมีการนำเสนอต่อ ศบค.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งวงรอบของการระบาดและควบคุมโรคอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ หากควบคุมสถานการณ์ทั้งหลายได้ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีการกระจายของผู้คนมากมายในระยะเวลา 2 สัปดาห์นี้ ก็จะเหมือนกับปีที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นเราทำเข้มข้นกว่านี้เยอะ&amp;rdquo;
ลุ้น ศบค.เคาะล็อกดาวน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือผู้ประกอบการในมาตรการทำงานจากที่บ้าน ซึ่งขณะนี้ประชาชนยังอยู่ในภูมิลำเนา ถ้าหากเป็นไปได้ ก็ขอให้ทำงานมาจากที่ภูมิลำเนาผ่านเทคโนโลยี ไม่ต้องเคลื่อนย้ายกลับเข้ามา ขอให้ประชาชนลดการเดินทาง ลดการรวมกลุ่มกัน และขอเน้นในเรื่องของการสวมหน้ากากอนามัย 100% โดยเฉพาะในผู้ที่กำลังเดินทางออกนอกเคหสถาน สธ.ยืนยันว่าการสวมหน้ากากคือการการป้องกันการแพร่เชื้อได้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพื้นที่สีแดง 18 จังหวัด ต้องงดออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้รอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้มีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง พล.อ.ประยุทธ์จะได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 5/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 16 เม.ย.นี้ เวลา 13.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประชุมจะมีการรายงานการประชุม ศบค. ครั้งที่ 4/2564 และรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดและผู้ติดเชื้อ ส่วนที่น่าจับตาคือศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ จะเสนอการยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ในการระบาดระลอกใหม่ในเดือน เม.ย.2564 และแผนการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ของ ศปก.สธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.เตรียมจะออกประกาศและคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 11) ประกาศเรื่องการให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ ประกาศเรื่องการให้ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งจะมีคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ 4/2564 เรื่องแนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ขณะที่กองบัญชาการกองทัพไทยจะเสนอแนะแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามแนวชายแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 สามารถที่จะควบคุมการแพร่ระบาดติดเชื้อโควิด-19 ได้หรือไม่ว่า ได้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นหลักพันคน เนื่องจากที่ผ่านมาเคยใช้มาแล้ว เพราะไม่ใช่แค่การประกาศใช้กฎหมายหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่มีการออกข้อกำหนด สั่งห้าม เพิ่มเติมด้วย ต้องรอผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 16 เมษายนนี้
หมอ-สธ.ชงยาแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องประกาศเคอร์ฟิว รองนายกฯ ตอบว่า มีความเป็นไปได้ที่บางจังหวัดจะประกาศเคอร์ฟิว แต่ส่วนตัวยังไม่กล้าที่จะเปิดเผย คงต้องรอที่ประชุม ศบค.ก่อนว่าจะมีการเสนอในประเด็นนี้หรือไม่ แต่มองว่ายังไม่เห็นความจำเป็น เพราะการใช้มาตรการยกระดับพื้นที่สีต่างๆ ยังเป็นแนวทางที่ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าแพทย์และกระทรวงสาธารณสุขรายงานมายังรัฐบาลให้ใช้มาตรการที่เข้มข้น รุนแรงและเด็ดขาด แต่ฝ่ายเศรษฐกิจขอประเมินผลกระทบ โดยเฉพาะช่วงหลังสงกรานต์ 1-2 วันนี้ว่าจะมีความสัมพันธ์กับมาตรการที่จะบังคับใช้ใหม่อย่างไร ซึ่งอาจจะออกมาในแนวทางพบกันครึ่งทาง คือการใช้วิธีเพิ่มสีให้เข้มขึ้น โดยบางพื้นที่อาจจะต้องยกระดับจากพื้นที่สีส้มเป็นพื้นที่สีแดง เป็นต้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยอมรับว่า กังวลต่อการระบาดโควิด-19 ในครั้งนี้ เพราะจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นที่ทองหล่อมีการเดินทางที่ขยายและกว้างไกลออกไป ไม่เหมือนที่ผ่านมาที่เชื้อติดในพื้นที่กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งไม่มีการเดินทางที่ขยายออกไป แต่เวลานี้เป็นเรื่องของคนมีเงิน ทำให้มีไทม์ไลน์ในการเดินทางในหลายพื้นที่ ส่วนจะกระทบต่อแผนการเปิดประเทศในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากเตือนไปยังกลุ่มม็อบต่างๆ ขอให้หยุดการเคลื่อนไหวชุมนุมไว้ก่อน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการทำกิจกรรมของหมู่บ้านทะลุฟ้า ที่จะจัดกิจกรรมปาสีใส่ พล.อ.ประยุทธ์และ ครม. เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเสี่ยงกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขอให้เห็นใจบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั้งประเทศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน อยากจะขอความกรุณาหยุดวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ศบค.บ้าง บางคนทำตัวเก่งอย่างกับอาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญ ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่หมอ บริหารธุรกิจก็เจ๊ง แต่พอมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง กลับเก่งซะทุกเรื่อง รู้ไปทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องตัวเอง การวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำรุนแรงสร้างความตื่นกลัวในหมู่ประชาชน บั่นทอนกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ สถานการณ์ตอนนี้อยากให้พรรคการเมืองเพลาๆ เกมการเมืองลงบ้าง ไม่พูดบ้างก็คงไม่ตาย โดยเฉพาะแกนนำพรรคเพื่อไทย มาร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับโควิด-19 ดีกว่า เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะต้องเอาชนะกันทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด ท่านนายกฯ ห่วงใยพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99615</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กทม., คุมเวลาเปิด-ปิด, งดกิจกรรมที่มีคนเกิน 50 คน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, พื้นที่สีแดง, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอชงยาแรง, ห้ามขายเหล้า, เคาะล็อกดาวน์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_607117e596ee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคราชผวาหนักระบาดรอบใหม่พุ่ง2 เท่าสั่งผู้เดินมาจาก5จว.ห้ามไปแหล่งชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 - ที่ห้องประชุมนางสาวบุญเหลือ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นพ.นรินทร์รัชต์&amp;nbsp; พิชญคามินทร์ นพ.สสจ.นครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดยเป็นการเรียกประชุมอย่างเร่งด่วนการติดตามสถานการณ์โควิด-19อย่างใกล้ชิดวันต่อวัน พร้อมแถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ละลอกใหม่ หลังเมื่อวานนี้พบผู้ป่วยโควิด-19ยืนยันผลตรวจแล้ว 6 ราย ล่าสุดวันนี้ พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 11 ราย รวม พบผู้ป่วย ทั้งสิ้น 17 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้(8 เม.ย.)จ.นครราชสีมาพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 6 ราย&amp;nbsp; ประกอบด้วย ชายอายุ 32 ปี หญิงอายุ 52 ปี หญิงอายุ 32 ปี หญิงอายุ 27 ปี และหญิงอายุ 23 ปี โดยผู้ป่วย 5 รายแรกอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา ส่วนผู้ป่วยรายที่ 6 เป็นหญิงอายุ 22 ปี อยู่ในพื้นที่อำเภอปักธงชัย โดยที่ประชุมชี้แจงแถลงข่าวว่า จ.นครราชสีมาพบผู้ป่วยโควิด-19 ในช่วง 1-2 วันนี้จำนวน 17 รายในคราวเดียวกัน เป็นการระบาดรอบใหม่ ซึ่งทางระบาดวิทยาคือ ระบาดเป็น 2 เท่าจากรอบแรก รอบที่สอง โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงในระยะแรกมี&amp;nbsp; จำนวน 6 ราย และระยะที่ 2 จำนวน 11 ราย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มีไทม์ไลน์เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์สถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัด เปิดเผยว่า&amp;nbsp; สำหรับผู้ป่วยทั้งหมดของจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; ที่ทั้ง 17 ราย&amp;nbsp; มีความเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงในพื้นที่&amp;nbsp; กทม. ย่านรัชดา และทองหล่อ&amp;nbsp; รวมทั้งสถานบันที่ จ.ชลบบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งผู้ป่วยมั้งหมด พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราช 10 ราย&amp;nbsp; รพ.อ.ปากช่อง&amp;nbsp; 1&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; รพ.เทพรัตน์&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; รพ.ชุมพวง&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; รพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; รพ.อ.พิมาย 1 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนไทม์ไลน์ของผู้ป่วย รอบใหม่ 11 ราย&amp;nbsp; จะมีการเผยแพร่ไทม์ไลน์ในช่วงเย็นวันนี้ เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนโรคอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งมาได้ที่ 1669 หากพบสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร&amp;nbsp; จันทรโณทัย&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สำหรับมาตรการในการควบคุมประชาชนที่จะเดินทางมายังจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; ยังคงเดินทางมาได้แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ทางจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; สำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆหลังจากนี้จะมีการหารือเพื่อประเมินสถานณ์การ อีกครั้ง&amp;nbsp; พร้อมสั่งการไปยัง อำเภอ ชุมชน ดำเนินการตรวจสอบหาบุคคลที่มาจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อคัดกรองประชาชนที่เดินทางมายังจังหวัดนครราชสีมา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp; อยากฝากถึงที่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; อยากให้ร่วมมือกันในการปฏิบัติตามมาตรการของทางจังหวัดอย่างจริงจัง และไม่ต้องตื่นกลัวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่นี้ หาก ทุกคนร่วมมือกันในการสอดส่องดูแล ปฎิบัติตามมาตรการ ก็จะสามารถป้องกันการปพร่ระบาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้ว่าฯนครราชสีมา ได้มีคำสั่งประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือพื้นที่สีแดง 5 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการและนครปฐม หากเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนคราชสีมา ต้องรายงานตัวกับผู้นำชุมชนหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ภายใน 12 ชั่วโมงนับแต่เดินทางมาถึง รวมทั้งไม่อนุญาตให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ดังกล่าวเดินทางไปแหล่งชุมชน เช่น ศูนย์การค้า แหล่งท่องเที่ยว สถานบันเทิง และตลาดสด เป็นต้น ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98925</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดโควิดรอบใหม่, นพ.นรินทร์รัชต์  พิชญคามินทร์, นายวิเชียร จันทรโณทัย, พื้นที่สีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606ff25124552.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เสนอศบค.ประกาศ 5จังหวัด กทม.นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม เป็นพื้นที่สีแดง ผับบาร์เปิดไม่เกิน 3ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;5 เม.ย.64- &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องการกำหนดพื้นที่ควบคุมโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตามมติของคณะกรรมการด้านวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ โดยเห็นชอบกำหนดปรับระดับพื้นที่ดังนี้ 1.พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐมโดยร้านอาหารและสถานบันเทิงเปิดไม่เกิน 21.00 น. นั่งรับประทานอาหารได้ แต่งดดื่มสุราห้ามจำหน่ายจ่ายแจก ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และสถานที่ออกกำลังกายแข่งขันกีฬาเปิดได้ตามปกติ แต่ดำเนินการแบบนิวนอร์มัล เช่น สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง วัดอุณหภูมิ สแกนไทยชนะ จำกัดจำนวนคนเข้าพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) มี 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชุมพร ตาก ราชบุรี ชลบุรี สุพรรณบุรี นราธิวาส และกาญจนบุรี โดยร้านอาหารและสถานบันเทิงรับประทานอาหารและดื่มสุราได้ไม่เกิน 23.00 น. เล่นดนตรีได้ แต่งดเต้นรำ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และสถานออกกำลังกายเปิดตามปกติ &amp;nbsp;3.พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด (สีเหลือง) มี 10 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ระนอง ระยอง สงขลา ยะลา และขอนแก่น โดยร้านอาหารและสถานบันเทิงรับประทานอาหารและดื่มสุราได้ไม่เกิน 24.00 น. เล่นดนตรีสดได้ แต่งดเต้นรำ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานออกกำลังกายเปิดตามปกติ และ 4.พื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) คือ 53 จังหวัด ทุกกิจการเปิดตามปกติตามที่กฎหมายควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า วันที่ 7 เมษายนจะเสนอ ศบค.ชุดเล็กเพื่อเห็นชอบและบังคับใช้ตามกฎหมายเป็นเวลา 2 สัปดาห์และประเมินสถานการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก หากไม่ทำตามหรือยังไปปาร์ตี้ที่บ้านก็จะทำให้ควบคุมสถานการณ์ยาก โดยขอให้อย่านำตัวเองไปยังจุดเสี่ยง คือ สถานที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก มีความแออัด และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง คือ พบปะพูดคุยโดยไม่ใส่หน้ากาก ดื่มสุรา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับมติของคณะกรรมการด้านวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ คือ ให้กรมควบคุมโรคกำหนดพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และวางแผนเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง เน้นสถานบันเทิง ผับบาร์ โดยเฉพาะ กทม.และปริมณฑล ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะการกลับภูมิลำเนา ขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้ อสม.เคาะประตูบ้านติดตามโดยเฉพาะผู้ทำงานสถานบันเทิงจาก กทม. และปริมณฑลและพิจารณานำวัคซีนมาใช้เพื่อการควบคุมโรคตามคำแนะนำคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร, โรงพยาบาลทุกแห่งซักประวัติคนไข้ต้องสงสัย โดยเฉพาะการไปเที่ยวสถานบันเทิง, ให้สถาบันบำราศนราดูร และสถาบันป้องกันและควบคุมโรคเขตเมืองเปิดบริการตรวจหาเชื้อโควิดทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98434</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, ผับ-บาร์, พื้นที่สีแดง, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606b04f2a4760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 02:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 02:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เต๋า เศรษฐพงศ์&#039;เผยผลตรวจคุณแม่หลังลงช่วยพื้นที่สีแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่คุณแม่ของพระเอกหนุ่ม เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ และทีมพยาบาลจากโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่สีแดงจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ต้องเข้ากักตัวเอง 14 วัน เพื่อดูว่าติดเชื้อโควิดด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดในงานบวงสรวงซีรีส์ TikTok Original Series แนวตั้ง 3 เรื่อง 3 รส หนุ่มเต๋าได้มาอัปเดตถึงคุณแม่ว่า &amp;ldquo;14 กุมภาพันธ์เป็นวันเกิดแม่พอดี ผลโควิดก็ออกเหมือนกัน เป็นลบ ไม่ติดโควิด กลับไปทำงานได้เหมือนเดิม เราก็โล่งใจ ตอนอยู่สมุทรสาคร โทรหาแม่ แม่บอกว่าเริ่มเจ็บคอแล้ว ไม่รู้แม่แกล้งหรือเปล่า ไม่แน่ใจเหมือนกัน แม่บอกเริ่มไอ มีเจ็บคอ แม่คงแกล้งมั้งครับ &amp;nbsp;ตอนผลตรวจยังไม่ออกก็ลุ้นครับ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็น เพราะคุณแม่ส่งอุณหภูมิมาให้ดูตลอด ก็จะดูทุกวัน เราก็คิดว่าคุณแม่ก็ดีขึ้นแล้ว ทางทีมแพทย์ก็ไม่ได้เป็น ก็ดีใจครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93164</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณแม่่, จังหวัดสมุทรสาคร, พื้นที่สีแดง, เต๋า เศรษฐพงศ์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602ac40fafa0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
