<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น ศบค.ไฟเขียวลดจำนวนจังหวัดสีแดงเข้ม 10 ก.ย.นี้ &#039;เคอร์ฟิว&#039; ยังมีอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 -&amp;nbsp;รายงานข่าวจากศูนย์ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) เปิดเผยว่า การประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) วันเดียวกันนี้ (9 ก.ย.) มีความเห็นร่วมกันที่จะนำเสนอเรื่องลดจำนวนจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ศบค. ที่จะมีการประชุมในวันที่ 10 ก.ย.โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธาน โดยปัจจุบันจังหวัดสีแดงเข้มมี 29 จังหวัด&amp;nbsp;ส่วนจะลดลงกี่จังหวัดนั้นขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่ของ ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดของมาตรการต่างๆ ยังคงมาตรการเดิมทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการกำหนดช่วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ยังมีอยู่ต่อไปตามระยะเวลาเดิม เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดในภาพรวมยังเป็นลักษณะเดิม และจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มมีมากขึ้นกว่าจำนวนผู้หายป่วยเพิ่ม&amp;nbsp;อีกทั้งก่อนหน้านี้ได้มีการผ่อนคลายมาตรการบางส่วนแล้ว อาทิ การอนุญาตให้นั่งรับประทานในร้านอาหาร&amp;nbsp;การเปิดห้างสรรพสินค้า ร้านทำผม เป็นต้น&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าวจะมีการประเมินผลหลังการผ่อนคลายมาตรการเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า ส่วนการเตรียมยกเลิกการบังคับใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นั้น ที่ประชุมศปก.ศบค.ไม่ได้มาหารือ&amp;nbsp;แต่จะรอให้เป็นการพิจารณาของที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งจะนำความคืบหน้าเรื่องการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) มาพิจารณาประกอบกันเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจะยกเลิกศบค.ในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116156</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, พื้นที่สีแดงเข้ม, ศบค., ศปก.ศบค., เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f1613877917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงหน่อย&#039;หวั่น 77 จังหวัดกลายเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม เตือนรัฐบาลอย่าทำพลาดซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ส.ค.64- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ที่รัฐบาลมีนโยบายส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับบ้าน โดยไม่มีการเตรียมมาตราการรองรับผู้ป่วย ผลที่ตามมาคือ ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามลำดับ ประชาชนต้องถูกบังคับให้หยุดทำมาหากินด้วยมาตรการ Lock down เพิ่มขึ้นอีกหลายจังหวัด และต้องใช้ระยะเวลาในการLock down อีกนาน เพราะมาตรการของรัฐบาลได้ทำให้เชื้อกระจายไปทั่วประเทศ จนน่าตกใจคือ พื้นที่ในการแพร่กระจายเชื้อโรค (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ) เราจะเห็นว่า ตอนนี้ในแผนที่ประเทศไทย เป็นพื้นที่ควบคุมแทบทุกจังหวัดแล้ว&amp;nbsp; แบ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด และควบคุม 11 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ารัฐบาลเอาแต่ส่งผู้ติดเชื้อกลับบ้านโดยไร้มาตรการรองรับ อีกไม่กี่วันข้างหน้า แผนที่ประเทศไทยทั้งประเทศอาจจะกลายเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทั้ง 77 จังหวัดได้ ต้องเร่ง ตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อ เร่งทำCommunity isolation ทุกตำบลให้เพียงพอ และต้องเร่งส่งงบประมาณลงไปให้โรงพยาบาลในแต่ละจังหวัด เพื่อให้สามารถทำโรงพยาบาลสนามได้ทันกับการระบาด ที่เพิ่มอย่างรวดเร็วในแต่ละจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าทำผิดซ้ำ ต้องจำบทเรียนการบริหารที่ผิดพลาดในกรุงเทพ จนทำให้ระบบสาธารณสุขล่ม&amp;nbsp; อย่าให้ไปเกิดซ้ำในต่างจังหวัดอีก เพราะจะทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศล้มไปทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดเห็นแก่ความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องทำงานอย่างใส่ใจ มองปัญหาให้รอบด้าน แล้วเร่งทำงาน เชิงรุก เพื่อไปดักปัญหา ไม่ใช่วิ่งตามปัญหา เพื่อรักษาชีวิตพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112379</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพัน, พื้นที่สีแดงเข้ม, มาตรการล็อกดาวน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610ca40c771d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมธนาคารไทย แจ้งข่าวแบงก์ปิดให้บริการสาขาในศูนย์การค้าในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 2564 สมาคมธนาคารไทย ประกาศแนวทางการให้บริการของสาขาตอบรับการยกระดับพื้นที่สีแดงเข้มอีก 16 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด พร้อมประสานธนาคารสมาชิกขยายมาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือนครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และหล่อเลี้ยงสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและลูกจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากมติของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) &amp;nbsp;ปรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม จากเดิม 13 จังหวัด เพิ่มขึ้น 16 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี และอ่างทอง โดยใช้มาตรการล็อกดาวน์เช่นเดียวกับ 13 จังหวัดในปัจจุบัน มีผลตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า เพื่อชะลอและลดการแพร่การระบาดของโควิด -19 ที่เกิดขึ้น ธนาคารมีความจำเป็นต้องปิดการให้บริการของสาขาในบางพื้นที่เสี่ยงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดหรือสีแดงเข้ม 29 จังหวัด เป็นการชั่วคราว โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ธนาคารจะปิดสาขาที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า สาขาในศูนย์การค้า และสาขาในคอมมูนิตี้มอลล์ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
2. ลูกค้าสามารถใช้บริการที่สาขาทั่วไปที่เป็นสาขา Stand Alone ซึ่งเปิดให้บริการตามปกติ 5 วัน หรือ 7 วันทำการ ขึ้นกับการพิจารณาของแต่ละธนาคาร แต่จะเปิดให้บริการไม่เกินเวลา 15.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สาขาใน 3 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เปิดให้บริการไม่เกินเวลา 15.00 น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สำหรับสาขาในห้างสรรพสินค้า สาขาในศูนย์การค้า หรือ สาขาในคอมมูนิตี้มอลล์ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนอกเขตพื้นที่สีแดงเข้ม หรือพื้นที่ควบคุมอื่นๆ &amp;nbsp;ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่จะต้องเปิดให้บริการไม่เกิน 17.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาใกล้เคียงที่เปิดให้บริการได้ทาง website ของแต่ละธนาคาร ซึ่งธนาคารสมาชิกพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำในการทำธุรกรรมผ่านช่องทาง Mobile Banking เช่น พร้อมเพย์ หรือการชำระเงินด้วย QR Code ที่ธนาคารสมาชิกเปิดให้บริการ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และ ลดความแออัดที่สาขา &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนที่ช่วยลูกค้าผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากคำสั่งของ ศบค. ได้แก่มาตรการพักชำระหนี้ 2 &amp;nbsp;เดือน สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกจะดำเนินมาตรการดังกล่าวให้ครอบคลุม 29 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม โดยลูกค้าผู้ประกอบการสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือกับธนาคารเจ้าหนี้ ผ่านช่องทางต่างๆ ทาง Call Center Line@ Facebook Website และ Mobile Application ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายผยง ศรีวณิช กล่าวว่า การพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยภายใต้มาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือนนี้ เป็นเพียงการเลื่อนการชำระออกไป ลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพและสามารถชำระหนี้ได้ควรจะชำระหนี้ต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ภาระหนี้ในอนาคตเพิ่มขึ้นสูงเกินจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้มากที่สุด ซึ่งธนาคารแต่ละแห่งยังมีมาตรการอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าแต่ละกลุ่มตามความเหมาะสม เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับลกค้าผู้ประกอบการในช่วงที่ยังไม่มีรายได้หรือรายได้ลดน้อยลงและช่วยหล่อเลี้ยงสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112035</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดให้บริการ, พื้นที่สีแดงเข้ม, สมาคมธนาคารไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605aabd0e13f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปัตตานีวิกฤติ! วันเดียวดับ 7 ศพ ติดเชื้อ132 คน พิษโควิดเซ้งร้านหลายแห่งแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64-ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 23 กค. 2564 สถานการณ์โควิด19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ทวีความรุนแรงขึ้น โดยยอดผู้ติดเชื้อวันที่ 22 กค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 132 คน ยอดสะสม 7,067 คน รักษาหาย 4,118 คน และพบผู้เสียชีวิตสถิติใหม่ วันเดียวดับ 7 ศพ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มขึ้น 81 ศพ สำหรับผู้เสียชีวิตในปัตตานี พบว่า 80% เป็นกลุ่มผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไป และ7 กลุ่มโรคเรื้อรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งยังมีผู้ป่วยโควิดอาการรุนแรกอีกหลายชีวิตที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่างๆ และน่าเป็นห่วง แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้แพทย์หลายคนต้องทำงานหนักมากขึ้น เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาลสนามหลายแห่ง ต่างพากันจิตตก กลัวว่าอาการรุนแรงและเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บรรยากาศในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี บนถนนแทบไม่มีรถสันจรไปมา ทุกอย่างเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากการแพร่ระบาดที่มีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเริ่มหวาดผวา ไม่กล้าออกนอกบ้าน ด้วยเหตุนี้ ยังส่งผลไปยังร้านค้าต่างๆในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ที่ตางพากันปิดร้านกันหมด เนื่องจากรายได้แต่ละวันไม่เพียงพอจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าลูกจ้าง หลายร้านต่างพากันเซ้งร้านแล้ว อีกทั้งบางร้านก็เตรียมที่จะหยุดยาว เพราะด้วยมาตรการห้ามนั่งในร้าน ทำให้ร้านค้ากระทบอย่างหนัก เพราะ 80% คนมานั่งกินที่ร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สถานการณ์โควิดช่วงนี้ทุกคนต่างพากลัว ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ส่วนการกินอยู่ไม่มีปัญหา เพราะมีหลายหน่วยงานได้มาแจกข้าว ถ้านายกจะเยียวยา ก็รีบๆเยียวยา จะได้นำเงินไปจ่ายค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ&amp;nbsp; ตอนนี้ปัตตานีประชาชนเขาจะตายกันหมดแล้ว ทำงานก็ไม่ได้ และตกงานก็เยอะ&amp;nbsp; อีกทั้งตนมองหน้าเจ้าของบ้านไม่ติดอยู่แล้ว ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนจ่ายค่าบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ตนเครียดมาก บางวันก็มานั่งคิดอยู่ริมน้ำ และจะโดดน้ำฆ่าตัวตายหลายครั้งแล้ว แต่โชคดีมีคนมาห้ามไว้ โควิดรอบที่แล้วพอหายใจได้ แต่รอบนี้ประคองชีวิตไม่ได้แล้ว และหายใจแทบไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานีติดโควิด, พื้นที่สีแดงเข้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa1805821d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. เสนอผู้ว่าในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม สั่งปิดสถานที่เพิ่มเติมอีก 10 ประเภท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;ตนขอย้ำสถานที่และประเภทกิจการที่ต้องปิดในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัดคือ สถานประกอบการคล้ายลักษณ์ผับ บาร์,&amp;nbsp;กิจการอาบ อบ นวด,&amp;nbsp;กิจการอาบน้ำ อบสมุนไพร,&amp;nbsp;สนามชนไก่,&amp;nbsp;สนามชนโค,&amp;nbsp;สนามมวย,&amp;nbsp;สนามม้า,&amp;nbsp;สนามแข่งขันทุกประเภท,&amp;nbsp;โต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด,&amp;nbsp;สถานที่เล่นโบลิ่งว์หรือตู้เกม,&amp;nbsp;ร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ต,&amp;nbsp;โรงมหรศพ โรงภาพยนตร์ โรงละคร,&amp;nbsp;สถานที่แสดงมหรศพหรือสถานที่มีการแสดงหรือการละเล่นสาธารณะ,&amp;nbsp;สวนน้ำ สวนสนุก,&amp;nbsp;สนามเด็กเล่น,&amp;nbsp;สวนสัตว์,&amp;nbsp;สถานที่เล่นสเก็ต,&amp;nbsp;สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนส,&amp;nbsp;โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้,&amp;nbsp;สถาบันลีลาส,&amp;nbsp;ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง,&amp;nbsp;ศูนย์พระเครื่อง,&amp;nbsp;สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศปก.ศบค.ได้พิจารณาร่วมกันและมีความเห็นว่าเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และมาตรการบังคับของข้อกำหนดฉบับที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จึงมีข้อเสนอแนะให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาสั่งปิดสถานที่ กิจการ ที่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรค ดังนี้ ได้แก่ สนามกีฬาทุกประเภท (ประเภทในร่ม เช่น แบดมินตัน สนามซ้อมกอล์ฟ สนามฟุตบอล สนามเทนนิส),&amp;nbsp;สนามเพื่อการเล่นกีฬา หรือกิจกรรมทางน้ำเพื่อการสันทนาการ สระว่ายน้ำสาธารณะ หรือกิจการอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน,&amp;nbsp;ลานกีฬา,&amp;nbsp;ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์การเรียนรู้ หรือศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ศูนย์หอศิลป์,&amp;nbsp;ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดชุมชน ห้องสมุดเอกชนและบ้านหนังสือ , พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์สถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน แหล่งประวัติศาสตร์ หรือโบราณสถาน,&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และเด็กก่อนวัยเรียน,&amp;nbsp;ร้านเสริมสวย ทั้งร้านตัดผมหรือแต่งผม ร้านทำเล็บ ร้านสัก,&amp;nbsp;สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่ที่เปิดได้ แต่ขอให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขการควบคุมโรค ได้แก่ สถานที่รับเลี้ยงเด็ก เฉพาะที่รับเลี้ยงในโรงพยาบาลและที่มีการรับตัวไว้เพื่อค้างคืนเป็นปกติ,&amp;nbsp;สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ เฉพาะที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติ และตลาดนัดเฉพาะที่ขายอาหารหรือวัตถุดิบเพื่อการบริโภค สำหรับการเดินทางขอย้ำว่ารถขนส่งสาธารณะเข้าออกพื้นที่สีแดงเข้มจะปิดให้บริการ และการเดินทางในพื้นที่สีแดงเข้มให้ลดปริมาณเหลือ 50%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110585</URL_LINK>
                <HASHTAG>พื้นที่สีแดงเข้ม, ยกระดับมาตรการ, ล็อกดาวน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eeb689888c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ยังไม่ถกยกระดับ &#039;ชลบุรี&#039; หลังข่าวสะพัดจ่อปรับเพิ่มจังหวัดสีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า กรณีที่ ศบค.เตรียมยกระดับมาตรการเข้มข้นขึ้นและอาจมีการปิดบางกิจการเพิ่ม ตลอดจนมีกระแสข่าวว่า&amp;nbsp;ศบค.เตรียมเพิ่มจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้มจากที่มีประกาศไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัด โดยเพิ่ม จ.ชลบุรีเข้าไปนั้น พบว่า ในที่ประชุม ศบค.วันเดียวกัน ยังไม่ได้มีการเสนอให้ปรับระดับ จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่สีแดงเข้มตามที่เป็นข่าว มีแต่เพียงการหารือถึงการเฝ้าดูใกล้ชิดในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูงมากขึ้น โดยให้มีการเพิ่มการฉีดวัคซีนในจังหวัดที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดสูง และให้มีการเพิ่มการฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ขณะนี้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดยังเป็น&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109988</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ปิดกิจการ, พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, พื้นที่สีแดงเข้ม, ยกระดับมาตรการ, ล็อกดาวน์, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f1613877917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ 10 จังหวัดสีแดงเข้มเตรียมพร้อมยกระดับล็อกดาวน์ ปิดสถานที่เพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา PRayut-chan-o-cha&amp;quot;ระบุว่า เรียนพี่น้องประชาชนทุกท่าน หลังจากที่ผมได้ประกาศยกระดับการควบคุมสถานการณ์ใน 10 จังหวัดสีแดงเข้ม พร้อมทั้งประกาศเคอร์ฟิวและจำกัดการเดินทาง ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ในวันนี้ ผมได้เรียกประชุม ศบค.เป็นวาระพิเศษ โดยได้เชิญคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างๆเพื่อทำการประเมินสถานการณ์และความจำเป็นในการปรับแผนการ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงไม่ลดลง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆในประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลส่วนหนึ่งมาจากเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น และการหยุดการเคลื่อนตัวของประชาชนยังคงทำได้ไม่มากพอ ทำให้มีการประเมินว่าในระยะต่อไป หากยังไม่มีมาตรการที่เข้มงวดขึ้น สถานการณ์อาจจะทวีความรุนแรงขึ้นอีก จนมีผลร้ายแรงต่อระบบสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ ที่ประชุมจึงมีมติว่า มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มมาตรการจำกัดการเดินทางของประชาชนให้มากที่สุด และเพิ่มการปิดสถานที่ต่างๆให้เหลือเท่าที่จำเป็น รวมทั้งการออกกฎการทำงานที่บ้านอย่างสูงสุด ซึ่งคณะแพทย์ที่ปรึกษาจะทำการปรึกษาหารืออย่างละเอียดรอบคอบ โดยศึกษาจากรูปแบบการล็อกดาวน์ในประเทศต่างๆ เพื่อทำเป็นมาตรการเสนอต่อ ศบค. อย่างเร่งด่วนเพื่อดำเนินการโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะใน 10 จังหวัดสีแดงเข้ม และจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ได้เตรียมความพร้อมในการยกระดับการควบคุมการเดินทางที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดในแต่ละจังหวัด โดยให้คงความเข้มงวดแต่ให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดขึ้นนี้ ย่อมมีผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเตรียมแผนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไว้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาคการคลังของประเทศ โดยจากการปิดสถานที่ล่าสุดนี้ รัฐบาลได้มีการออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถจ่ายเงินชดเชยพี่น้องประชาชนได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งการชดเชยผู้ประกอบการและลูกจ้างใน 9 กลุ่มกิจการใน 10 จังหวัดสีแดงเข้ม รวมถึงผู้มีอาชีพอิสระด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังได้มีมาตรการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งลดค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นเวลาสองเดือน และล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย รวมกับสมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ ออกมาตรการเร่งด่วน พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 เดือนให้กับทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง ที่ต้องปิดกิจการ และพิจารณาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ยังไม่ปิดกิจการแต่มีรายได้ลดลง และยังจะมีมาตรการอื่นๆที่พิจารณาโดยเร่งด่วน เช่นการลดค่าใช้จ่ายทางการศึกษา

ด้านสาธารณสุข ในที่ประชุมวันนี้ ได้รับทราบมาตรการการตรวจหาเชื้อโควิดแบบ Antigen Test Kit ควบคู่ไปกับการตรวจคัดกรองเชิงรุกแบบเดิมที่เร่งดำเนินการอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งการตรวจ Antigen Test Kit นี้ ประชาชนสามารถดำเนินการด้วยตนเองในการตรวจได้เอง ซึ่งจะลดการแออัดในการขอตรวจกับจุดตรวจต่างๆ ซึ่งจะมีกระบวนการในการดำเนินการอย่างชัดเจน หากได้ผลบวก ก็จะมีการตรวจซ้ำกับโรงพยาบาลและจุดตรวจอีกครั้งเพื่อยืนยันผล และแยกรักษาตามอาการ ทั้งการกักตัวที่บ้านหรือศูนย์โควิดชุมชนสำหรับผู้ป่วยสีเขียว และการรักษาที่โรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขเชื่อว่าวิธีการนี้จะช่วยลดความแออัดของเตียงผู้ป่วยในกรุงเทพฯลงได้ และรัฐบาลกำลังดำเนินการทุกทางที่จะเพิ่มการรองรับผู้ป่วยในทุกระดับ ทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะให้มีการจัดฉีดวัคซีนแบบผสมสูตร คือ Sinovac และ AstraZeneca เป็นแนวทางควบคู่ไปกับการฉีดวัคซีน AstraZeneca 2 เข็ม และการฉีดวัคซีนกระตุ้น (Booster Dose) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีน Sinovac 2 เข็ม โดยเข็มที่สามให้เป็น AstraZeneca หรือ Pfizer ที่จะได้รับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาในเดือน ก.ค. นี้ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการในทรัพยากรวัคซีนที่เรามีอยู่ โดยอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของประเทศ และผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย และรัฐบาลจะเร่งดำเนินการจัดหาวัคซีนจากทุกๆแหล่งที่สามารถทำได้ให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด โดยไม่เคยปิดกั้นการจัดหาวัคซีนทางเลือกจากภาคเอกชน

สุดท้ายนี้ ผมขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันตระหนักถึงความจำเป็นที่เราอาจจะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดมากขึ้นในเร็วๆนี้ และอาจจะทำให้เราได้รับผลกระทบ ได้รับความไม่สะดวกในหลายๆอย่าง แต่ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้เข้าใจว่า ทุกมาตรการที่ออกมา มาจากการพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งทางด้านสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจ และผมเชื่อว่า หากทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันได้อย่างเต็มที่ ประเทศไทยจะต้องฝ่าวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็วที่สุดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109986</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พื้นที่สีแดงเข้ม, ล็อกดาวน์, ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc588fd4f56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
