<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 06:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูธง‘สามพรานโมเดล’ ขับเคลื่อนพื้นที่อาหารสุขภาวะ ปรับพฤติกรรมรับชีวิตวิถีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสส.-มูลนิธิสังคมสุขใจชูธงขับเคลื่อนอาหารอินทรีย์สร้าง &amp;ldquo;พื้นที่อาหารสุขภาวะ&amp;rdquo; ปรับพฤติกรรมรับชีวิตวิถีใหม่ สร้างสมดุลชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกัน 4 มิติ ป้องกันโควิด-19 โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs หนุนระบบ PGS สร้างพื้นที่เกษตรยั่งยืนทั่วทุกภาค สานพลังเครือข่ายผู้บริโภคเชื่อมโยงกับพื้นที่ผลิตอาหารอินทรีย์เพื่ออาหารปลอดภัยยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โรงแรมสวนสามพราน บนพื้นที่ 130 ไร่ ขับเคลื่อนสามพรานโมเดลภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยรับซื้อข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ จากเกษตรกรในเครือข่ายที่ผลิตในระบบอินทรีย์ คิดเป็นสัดส่วน 70% ของอาหารที่ปรุงให้กับแขกผู้มาใช้บริการและพนักงาน ทั้งเป็นโรงแรมแรกและโรงแรมเดียวในเมืองไทยที่ได้รับรองมาตรฐานการลดของเสียจากการให้บริการอาหารหรือมาตรฐานฟู้ดเวสท์ (Food Waste Prevention) ในช่วง 1 ปีประหยัดต้นทุนจัดซื้ออาหารได้ถึง 2 ล้านบาท โครงการฟู้ดเวสท์เสริมจุดแข็งให้กับสามพรานโมเดล สะท้อนให้เห็นถึงการใช้วัตถุดิบอินทรีย์อย่างคุ้มค่า การทำเกษตรแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี และมีการซื้อวัตถุดิบโดยตรงจากเกษตรกร ที่สำคัญก็คือโรงแรมไม่มีเศษอาหารที่เหลือขายออกไปภายนอก ทำให้ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในระบบขนส่ง ทำให้ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิสังคมสุขใจ สามพรานโมเดล สวนสามพราน จ.นครปฐม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน จัดงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 เราปรับ...โลกเปลี่ยน ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุลและสุขภาพดี ที่ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ สวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ทิศทางการสร้าง &amp;ldquo;พื้นที่สุขภาวะ&amp;rdquo; มีเป้าหมายจุดประกายและสานพลังให้คนไทยรักสุขภาพมากขึ้น ด้วยการใส่ใจบริโภคอาหารอินทรีย์เพื่อสร้างสุขภาพที่ดี 4 มิติ ได้แก่ กาย จิต ปัญญา และสังคม รวมถึงกระตุ้นส่งเสริมให้คนบริโภค &amp;ldquo;อาหารเพื่อสุขภาวะ&amp;rdquo; เพราะการกินอาหารที่ปลอดภัยจะเชื่อมโยงไปถึงระบบสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม สู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารเพื่อสุขภาวะ พ่อแม่เป็นตัวอย่างสำคัญในการกินผักผลไม้ของลูก ผักผลไม้มีวิตามิน แร่ธาตุ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก มีกากใยสูงช่วยทำความสะอาดลำไส้ ลดการดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ ถ้าหากกินผักผลไม้น้อยเกินไปจะส่งผลให้สมองไม่ปลอดโปร่ง ความจำไม่ดี ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต เสี่ยงระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นหวัดง่าย ติดเชื้อง่าย เสี่ยงต่อการเป็นโรคในกลุ่ม NCDs โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันและหลอดเลือดสมอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;งานสังคมสุขใจ เน้นสร้างคุณค่าวิถีอินทรีย์ ให้ทุกคนพึ่งพาตัวเองแบบองค์รวม และสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs สิ่งสำคัญทุกคนต้องมีองค์ความรู้เรื่องอาหารเพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย สสส.ยินดีอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมพื้นที่สังคมอินทรีย์ สร้างผู้บริโภคที่เข้มแข็ง ขยายการผลิตอาหารสู่ไลฟ์สไตล์วิถีอินทรีย์ จุดประกายให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยเข้ามามีส่วนร่วมเข้าใจ และนำโมเดลสามพรานโมเดลไปใช้&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา ประธานพิธีเปิดงานสังคมสุขใจ กล่าวว่า ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ช่วงโควิด-19 แนวคิด ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ เราปรับ...โลกเปลี่ยน สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะการปรับตัวที่เริ่มจากตัวเรามีความจำเป็นอย่างยิ่ง อาจจะดูเหมือนง่าย แต่ความจริงต้องอาศัยแรงบันดาลใจ เรียนรู้ ฝึกฝน สร้างสังคมกัลยาณมิตรหนุนเสริมซึ่งกันและกันให้เป้าหมายสำเร็จ งานสังคมสุขใจปีนี้มี &amp;ldquo;คน&amp;rdquo; ทำหน้าที่เชื่อมประสานเป็นห่วงโซ่ ในรูปแบบเกษตรกรอินทรีย์ทั่วทุกภาค ได้รับความร่วมมือจากปราชญ์ชาวบ้าน ถ่ายทอดการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ที่เป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญ ที่ทุกคนต้องเลือกบริโภคให้ปลอดภัย และพึ่งพาตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และ กก.ผจก.สวนสามพราน จำกัด ผู้ปลุกปั้นสามพรานโมเดล กล่าวว่า เกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล และจากเครือข่ายในระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม (PGS) ที่เป็นสมาชิกอยู่ทุกภาคของประเทศ กว่า 300 ราย พร้อมให้ความรู้กระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่วันที่ 11-13 ธันวาคม รวมถึงจะเปิดตัวสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย (TOCA : Thai Organic Consumer Association) ครั้งแรกในประเทศไทย คนกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เชื่อมโยง เกษตรกรอินทรีย์ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ให้มารู้จักกัน พร้อมเปิดรับสมัครสมาชิกและจัดกิจกรรมให้ความรู้ตลอดงาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สถานการณ์โควิด- 19 ทำให้เรื่องเกษตรอินทรีย์ อาหารปลอดภัยได้รับความสนใจมาก ปัจจุบันพื้นที่ได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ ทำให้มีเกษตรกรอินทรีย์และศูนย์การเรียนรู้เกิดขึ้นหลายแห่ง โดยเฉพาะในเครือข่ายสามพรานโมเดลที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อาหารเพื่อสุขภาวะสร้างความยั่งยืน ทำให้ทุกคนมีสุขภาพดี พึ่งพาตนเอง และมีภูมิคุ้มกัน ทางจังหวัดจึงอยากส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดและที่อยู่ใกล้เคียงมางานสังคมสุขใจ เพื่อเรียนรู้และนำไปปรับใช้ รวมถึงเป็นทางเลือกในการเริ่มทำอาชีพใหม่ๆ เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสส.มอบ &amp;lsquo;สมุดพกสุขภาพ&amp;rsquo; รัฐสภาต้นแบบองค์กรสุขภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสส.ชวนคนสภาฯ เช็กสุขภาพรับปีใหม่ มอบ &amp;ldquo;สมุดพกสุขภาพ&amp;rdquo; เป็นของขวัญ ยกย่องหน่วยงานรัฐสภา ต้นแบบองค์กรสุขภาวะครบครัน ชมรมออกกำลังกาย-โรงอาหารลดหวานมันเค็ม-คอร์สอบรมสุขภาพ ขยายผล 253 คนต้นแบบ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, พรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าองค์กรต้นแบบสุขภาพต่อเนื่อง ประธานสภาฯ ยืนยันต้องทำให้ยั่งยืน ขยายไปหน่วยงานอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยโครงการพัฒนาองค์กรสุขภาวะต้นแบบ : การสร้างเสริมสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากรในวงงานรัฐสภา จัดกิจกรรม &amp;ldquo;สุขภาพดีตามวิถีของบุคลากรในวงงานรัฐสภา&amp;rdquo; ที่ชั้น 1 อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 โดยชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับมอบ พร้อมกับกล่าวว่า การมีสุขภาพที่ดี มีกายและใจที่แข็งแรง จะทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความผาสุกในการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล และนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งแนวทางของ สสส. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการชีวิตวิถีใหม่เริ่มต้นที่เรา...มีการนำเสนอพันธกิจงาน สสส. การนำเสนอความรู้เรื่องโรค NCDs ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก โรค NCDs หรือกลุ่มโรคที่คุณสร้างเอง เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้ชีวิตประจำวัน การกินอาหารตามใจปาก บริโภคอาหารที่ผ่านการปรุงรสชาติ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด อีกทั้งยังขาดการออกกำลังกาย ขณะเดียวกันบางคนมีพฤติกรรมเสี่ยงขึ้นไปอีกด้วยการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า มีโอกาสสูงทำให้เกิดโรค NCDs เป็นกลุ่มโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง อ้วนลงพุง เบาหวาน ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุการตายของคนทั่วโลกสูงมาก รวมทั้งในเมืองไทยโรค NCDs เป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทย 74%:ปี&amp;nbsp; ของสาเหตุการตายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อ NCDs 3 อ. 2 ส. อาหารเพิ่มผักและผลไม้รสไม่หวาน ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม เพิ่มกิจกรรมทางกาย ทำความสะอาดบ้าน ขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เดินในระยะใกล้ๆ แทนการใช้รถ การออกกำลังกาย 30 นาที/วัน 5 ครั้ง/สัปดาห์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยุดการสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการสูดควันบุหรี่ งดดื่มสุรา แอลกอฮอล์ ถ้าหากยังหยุดไม่ได้ให้ลดปริมาณลง ขณะเดียวกันหาวิธีการคลายความเครียด ด้วยการพูดคุยกับเพื่อน ออกกำลังกาย โยคะ ฟังเพลง เล่นดนตรี อ่านหนังสือ เดินทางท่องเที่ยว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดงานในครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็นองค์กรสุขภาวะ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ รวมทั้งบุคลากรเกิดความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ เกิดพื้นที่ในการสร้างเสริมสุขภาพ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรในวงงานรัฐสภาอย่างยั่งยืนเพื่อเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงอาหารของรัฐสภา คนไทยไร้พุง, สสส., กทม.สนับสนุนให้มีป้ายโปสเตอร์ขนาดใหญ่ติดเต็มรอบห้องเพื่อสร้างบรรยากาศเรื่องรักสุขภาพ คิดจะลดพุง ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกายแล้ว ลดกินอาหารมันๆ ป้องกันโรคอ้วน กินกล้วยหอมให้คลายเครียดและเพิ่มพลัง ส้มตำ เมนูบ้านๆ คุณค่าเพียบ อยากสมองดีต้องกินปลา เทคนิคกำจัดหน้าท้อง รับประทานผลไม้แทนขนมหวาน พักผ่อนให้เพียงพอ ความจำดีภูมิคุ้มกันเพิ่ม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า โครงการพัฒนาองค์กรสุขภาวะต้นแบบ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ สสส. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรในวงงานรัฐสภา มุ่งสร้างความตระหนักรู้แนวทางการมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ เสริมสร้างศักยภาพองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข ตลอดจนการปรับทัศนคติด้านสุขภาพ รวมถึงพัฒนาระบบเฝ้าระวังติดตามพฤติกรรมสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งหากได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจที่เหมาะสม จะเป็นการป้องกันกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หรือเรียกว่าโรควิถีชีวิต อาทิ ไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ให้กลับไปสู่กลุ่มที่อยู่ในเกณฑ์ปกติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากรายงานผลการตรวจสุขภาพประจำปี 2562 ของบุคลากรประจำสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พบว่า ร้อยละ 63 อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ร้อยละ 37 อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรค NCDs ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมาะสม มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ รับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม และมีความเครียด โครงการพัฒนาองค์กรสุขภาวะต้นแบบ โดย สสส.ร่วมกับสำนักงานเลขาฯ จึงมุ่งสร้างเสริมสุขภาพของบุคลากรในวงงานรัฐสภาให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการพัฒนา 4 กิจกรรม คือ 1.พัฒนากิจกรรม เพื่อปรับพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ชมรมแอโรบิก ชมรมฟุตบอล ชมรมลีลาศ พร้อมจัดการสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพขององค์กร อบรมผู้ค้าอาหารปรุงเมนูลดหวาน มัน เค็ม จัดทำสื่อให้ความรู้เรื่องโภชนาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กิจกรรมที่ 2 คือ พัฒนาคุณภาพชีวิต เกิดแกนนำนักสร้างสุของค์กร 253 คน นำแนวคิดสุขภาวะองค์กรไปประยุกต์ใช้ 3.พัฒนาการสื่อสารงานสุขภาพ พัฒนาคู่มือแนวทางการดูแลสุขภาพภายใต้สถานการณ์โควิด-19 พร้อมจัดเวทีเพื่อให้ความรู้เรื่องสุขภาพทุกเดือน และ 4.จัดทำคู่มือ &amp;ldquo;สุขภาพที่เหมาะสมสำหรับบุคลากรในวงงานรัฐสภา&amp;rdquo; เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสุขภาพประจำปี ประกอบด้วย การบันทึกการตรวจรักษา ทั้งระดับความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด สุขภาพตา เท้า และคัดกรองโรคหัวใจและหลอดเลือด พร้อมให้ความรู้เรื่องโรค NCDs ในรูปแบบ อินโฟกราฟิก 56 หน้า จำนวน 2,500 เล่ม ผ่านสำนักบริการทางการแพทย์รัฐสภา&amp;rdquo; ดร.สุปรีดากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 2 ปีที่แล้วในงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการพัฒนาระบบสุขภาพในองค์กร : การสร้างเสริมสุขภาพบุคลากรในวงงานรัฐสภา ณ ห้องประชุม 213-216 อาคารรัฐสภา 2 ชั้น 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้นกล่าวว่า การพัฒนาสุขภาพชีวิตการทำงานในหน่วยงานรัฐสภาไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก การสร้างสมดุลชีวิตในการทำงานด้วยยุทธศาสตร์เพื่อให้สำนักเลขาธิการฯ ตระหนักรู้ เข้าใจคุณภาพชีวิต ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลตอบสนองความพึงพอใจในการให้บริการให้เป็นองค์กรที่มีความสุข สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำรวจบุคลากรในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีบุคลากรทั้งสิ้น 2,240 คน กลุ่มเจนเอ็กซ์มีสัดส่วนสูงสุด 59% เจนวาย 24% เบบี้บูม 17% ดังนั้นต้องทำให้กลุ่มเจนเอ็กซ์และเจนวายมีความสุขในการทำงาน มีความรักความผูกพันในองค์กร ทั้งนี้ ผลจากการสำรวจของสถาบันวิจัยและสังคม จุฬาลงกรณ์ฯ สถานการณ์ความสุขคนทำงานในเมืองไทยช่วงปี 2555-2557 จะเห็นได้ว่ากลุ่มเจนวายพร้อมเปลี่ยนแปลงงานสูงสุด 80% หากมีโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการสำรวจคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปี 2558 พบว่า การประเมินสุขภาพตนเองอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนใหญ่รับประทานอาหารเช้า พักผ่อนเพียงพอ และอัตราการสูบบุหรี่อยู่ในเกณฑ์น้อย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ 52% มีความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนลงพุง ชีวิตการทำงานมีระดับความเครียดจากการทำงาน บทบาทในการวางแผนงานที่ทำ การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บังคับบัญชาโดยตรง ความรักในองค์กรพบว่าอยู่ในระดับปานกลางจนถึงดี ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในผลตอบแทน ส่วนภาระหนี้สินเป็นอันดับ 1 คือหนี้สินเพื่อที่อยู่อาศัย 48% การผ่อนชำระหนี้สินสินค้าหรือบริการ 37% ยานพาหนะ 32% ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการออมนั้น ส่วนใหญ่มีการออม แต่ขาดการวางแผนถึง 51% มีเพียง 28% ที่วางแผนการออม และ 15% ไม่มีการออม การทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์กรแห่งความสุขจึงเป็นโจทย์ท้าทายการทำงาน ขออวยพรให้มีร่างกายสุขภาพสมบูรณ์ มีบุคลากรร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนงานสู่ภารกิจต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88007</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), พื้นที่อาหารสุขภาวะ, สามพรานโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe5fe13bf49a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
