<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานเกิดวาตภัย 13 จังหวัดลุยช่วยเหลือผู้ประสบภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 มิ.ย.2563&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 1 มิ.ย.63 ถึงปัจจุบัน (7 มิ.ย. 63) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 13 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ น่าน ลำปาง พิจิตร และกำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม กาฬสินธุ์ นครราชสีมา และสุรินทร์ ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท และสระบุรี ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว รวม 29 อำเภอ 52 ตำบล 112 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 518 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์ภัยคลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน 2563 จนถึงปัจจุบัน (7 มิ.ย. 63) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 จังหวัด รวม 29 อำเภอ 52 ตำบล 112 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 518 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต แยกเป็น ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ น่าน ลำปาง พิจิตร และกำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม กาฬสินธุ์ นครราชสีมา และสุรินทร์ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท และสระบุรี ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ปัจจุบันสถานการณ์ภัยคลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68023</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), พื้นที่ได้รับความเสียหายจากวาตภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1279289806.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เร่งช่วยผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ 18 จังหวัด บ้านเรือนเสียหาย 1,576 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 7 &amp;ndash; 16 พฤษภาคม 2562 เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 18 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม อุบลราชธานี กาญจนบุรี สกลนคร อุดรธานี แม่ฮ่องสอน สมุทรสาคร สมุทรสงคราม พระนครศรีอยุธยา น่าน นครสวรรค์ แพร่ ตาก พิษณุโลก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพะเยา รวม 45 อำเภอ 83 ตำบล 186 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,576 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้หลายพื้นที่อาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและ ลมกระโชกแรง ปภ.จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35996</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายชยพล ธิติศักดิ์, พายุฝนฟ้าคะนอง, พื้นที่ได้รับความเสียหายจากวาตภัย, ลมกระโชกแรง, วาตภัย, หย่อมความกดอากาศต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0dd0ec3ffb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
