<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสราเอลล้มเหลว ยานสำรวจดวงจันทร์ตกกระแทกพื้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ความพยายามของอิสราเอลเพื่อนำยานสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ประสบความล้มเหลวเมื่อวันพฤหัสบดี ปัญหาขัดข้องทางเทคนิคระหว่างการลดระดับเพื่อลงจอดทำให้ยานตกกระแทก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสเปซไอแอลและอิสราเอลแอโรสเปซอินดัสตรีส์ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 เผยภาพพื้นผิวดวงจันทร์ที่ถ่ายจากกล้องของยานเบเรชีต ขณะที่ยานลำนี้เข้าใกล้พื้นดวงจันทร์ก่อนตกกระแทก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยานลงจอดบนดวงจันทร์ &amp;quot;เบเรชีต&amp;quot; ลำนี้เป็นยานสำรวจดวงจันทร์ลำแรกของโลกที่ไม่ได้มีรัฐบาลเป็นเจ้าของโครงการ แต่ใช้ทุนจากเอกชนเป็นส่วนใหญ่ของงบประมาณโครงการ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยานลำนี้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศจากแหลมคาเนเวอรัล รัฐฟลอริดาของสหรัฐ ด้วยจรวดฟอลคอน 9 ของบริษัท สเปซเอกซ์ ของอีลอน มัสก์ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และใช้เวลาเดินทาง 7 สัปดาห์ก่อนเข้าสู่แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเวลาที่ยานเบเรชีตซึ่งมีความหมายว่าต้นกำเนิดในภาษาฮีบรู ลดระดับเพื่อลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ คณะทำงานในห้องควบคุมพบว่า เครื่องยนต์ที่ใช้สำหรับชะลอความเร็วของยานเพื่อไม่ให้ตกกระแทกนั้นขัดข้องเป็นพักๆ และทีมงานไม่สามารถติดต่อยานลำนี้ได้ ในช่วงเวลา 21 นาทีของการลงจอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริส คาห์น ประธานบริษัท สเปซไอแอล ผู้เริ่มต้นโครงการนี้และให้ทุน 40 ล้านดอลลาร์ กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้ล้มเหลว แต่พวกตนได้พยายามเต็มที่แล้ว กระนั้นการนำยานไปถึงดวงจันทร์ได้นับว่าบรรลุผลที่สามารถภาคภูมิใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมงานในห้องควบคุมรายหนึ่งกล่าวว่า พวกเราไปถึงดวงจันทร์แล้ว แต่ไม่ใช่ในแบบที่เราต้องการ อีกรายกล่าวว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่ 7 ที่ส่งยานโคจรรอบดวงจันทร์ได้ และเป็นประเทศที่ 4 ที่ไปถึงพื้นผิวดวงจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซีย, สหรัฐ และจีน เป็นเพียง 3 ชาติที่สามารถส่งยานเดินทางไปดวงจันทร์และลงจอดอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวจากห้องควบคุมที่เขาร่วมชมภารกิจลงจอดพร้อมกับเดวิด ฟรีดแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐ ว่าถ้าครั้งแรกทำไม่สำเร็จ ก็ต้องพยายามอีกครั้ง &amp;quot;เราไปถึงดวงจันทร์ แต่เราอยากลงจอดแบบสะดวกสบายกว่านี้ จะต้องพยายามทำให้ได้ในครั้งหน้า&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยานน้ำหนัก 858 กิโลกรัม ซึ่งมีรูปร่างเหมือนโต๊ะกลม สูง 1.5 เมตร และมีถังเชื้อเพลิงทรงกลมอยู่ด้านบน ทำระยะทางรวม 6.5 ล้านกิโลเมตรในการโคจรรอบดวงจันทร์ ถึงแม้ระยะห่างระหว่างดวงจันทร์กับโลกจะไกลกัน 386,000 กิโลเมตรก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33518</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตกกระแทก, พื้นผิวดวงจันทร์, ยานเบเรชีต, สำรวจดวงจันทร์, อิสราเอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0a26a8dd05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานยืนยันมีน้ำแข็งที่ขั้วดวงจันทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์เผย พบหลักฐานที่สามารถยืนยันเป็นครั้งแรกว่ามีน้ำแข็งบนพื้นผิวขั้วเหนือและขั้วใต้ของดวงจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เหนือท้องฟ้าเลบานอน เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานชี้ชัดถึงการมีน้ำแข็งบนพื้นผิวของดวงจันทร์&amp;quot; ส่วยหลี หัวหน้าทีมวิจัยเรื่องนี้ของสถาบันธรณีฟิสิกส์และวิทยาดาวเคราะห์แห่งฮาวาย เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะนักวิทยาศาสตร์เขียนในบทความที่เผยแพร่ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences เมื่อวันจันทร์ว่า หลายปีมานี้นักวิทยาศาสตร์รายงานถึงการพบสัญญาณว่ามีน้ำแข็งบนดวงจันทร์ แต่เป็นการสังเกตและอธิบายจากปรากฏการณ์อื่นๆ เช่น ดินบนดวงจันทร์ที่สะท้อนแสงอย่างผิดปรกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การค้นพบครั้งนี้ใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ทำแผนที่แร่ธาตุบนดวงจันทร์ (เอ็ม 3) ขององค์การนาซา ที่ส่งไปกับยานสำรวจดวงจันทร์ &amp;quot;จันทรายาน-1&amp;quot; ของอินเดียซึ่งส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี 2551 คำแถลงของนาซากล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลที่ได้ในการระบุสถานะของสารเคมี 3 ชนิดที่พิสูจน์ว่ามีน้ำบนพื้นผิวของดวงจันทร์อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำแข็งส่วนใหญ่พบอยู่บริเวณเงามืดที่เย็นจัดของแอ่งหลุมของดวงจันทร์ทั้งที่ขั้วเหนือและขั้วใต้ ซึ่งหลีเผยว่า มีอุณหภูมิสูงที่สุดไม่เคยเกิน -157 องศาเซลเซียส แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีน้ำแข็งอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์ปริมาณเท่าใด เนื่องจากอุปกรณ์นี้สามารถตรวจจับน้ำแข็งบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้เพียง 2-3 มิลลิเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การนาซาระบุว่า ถ้ามีน้ำแข็งมากพอ น้ำบนดวงจันทร์ก็จะสามารถใช้เป็นทรัพยากรสำหรับการสำรวจหรือแม้แต่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ได้ในอนาคต ตามแผนนั้นนาซาตั้งเป้าจะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการกลับไปดวงจันทร์ครั้งแรกนับแต่ปิดภารกิจของยานอพอลโลในทศวรรษ 1960-1970&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลีกล่าวว่า วิธีดีที่สุดที่จะศึกษาเกี่ยวกับน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และวิธีที่จะนำมันมาใช้เป็นทรัพยากร ก็คือการส่งยานหุ่นยนต์ไปสำรวจที่ขั้วดวงจันทร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขั้วเหนือ, ขั้วใต้, ดวงจันทร์, น้ำแข็ง, พื้นผิวดวงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7d6d795c4b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
