<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้ายึดทรัพย์อดีตปลัดพม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินหน้ายึดทรัพย์คดีแพ่งบุคคลเกี่ยวข้องโกงเงินคนจน &amp;quot;ปปป.-ปปง.-ป.ป.ท.&amp;quot; ร่วมหารือคดีฟอกเงิน &amp;quot;อดีตปลัด พม.&amp;quot; รับตรวจสอบยากเนื่องจากแปรสภาพเป็นรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และไม่ได้ฝากสถาบันการเงิน แต่หิ้วเงินสดไปฝากเครือญาติกว่า 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) วันที่ 12 กรกฎาคม &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินการคดีฟอกเงิน กรณีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ น.ส.วาสนา ตะเภาพงศ์ หญิงสาวคนสนิท ผู้ต้องหาคดีทุจริตยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.กมลกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกร่วมกันของพนักงานสอบสวน ปปป., &amp;nbsp;ปปง., ป.ป.ท. เพื่อหารายละเอียดแนวทางดำเนินคดีฟอกเงิน เช่น จำนวนเงินที่กระทำความผิดเท่าไหร่ ความผิดเกิดขึ้นเมื่อใด และสถานที่กระทำความผิดที่ไหนบ้างโดยเบื้องต้น ปปง.พบมีจำนวน 26 แห่ง เป็นงบประมาณปี 59 ซึ่งจะตรวจสอบว่าแต่ละแห่งมีจำนวนเงินกระทำความผิดเท่าไหร่ รวมทั้งนอกจาก 2 รายแรกที่เข้าแจ้งความแล้วยังมีคนอื่นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนคดีทางอาญาของอดีตปลัด พม.ที่เสียชีวิตจากการกินยาฆ่าตัวตายต้องยุติลง ส่วน น.ส.วาสนายังให้รักษาตัวไป ก่อนจะมาเรียกสอบปากคำอีกครั้ง แต่ในคดีทางแพ่ง จะต้องดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาเส้นทางการเงิน หากเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ก็จะเรียกมาชี้แจงเพื่อให้ความเป็นธรรม แต่ถ้าผิดต้องถูกดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิทยากล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการตรวจสอบงบประมาณปี 59 แต่ ปปง.จะขยายผลเพิ่มเติม หากพบกระทำผิดก่อนหน้านี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติอายัดทรัพย์สินครั้งแรกที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายพุฒิพัฒน์และพวก รวม 12 ราย เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้การตรวจสอบทรัพย์สินค่อนข้างยาก เนื่องจากมีการแปรสภาพเป็นรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงไม่ได้ผ่านสถาบันการเงิน แต่หิ้วเงินสดนำไปฝากบุคคลอื่น ทั้งเครือญาติและคนใกล้ชิด เชื่อว่ามีมากกว่า 10 คน แต่ยังไม่พบว่ามีการโอนทรัพย์สินออกนอกประเทศ ส่วนจะมีการโอนเงินไปยังบุคคลที่ใหญ่กว่าปลัด พม. กำลังตรวจสอบ โดย ปปง.มาแจ้งความร้องทุกข์ก่อน 2 ราย คือ นายพุฒิพัฒน์ และ น.ส.วาสนา หลังจากนั้นจะขยายผลกล่าวโทษบุคคลอื่นเพิ่มเติม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นการฆ่าตัดตอนนั้น นายวิทยากล่าวว่า ดูจากพยานหลักฐานต่างๆ แล้วมาประกอบกัน คาดว่าไม่น่าเป็นการตัดตอน เพราะไม่พบการทำลายหลักฐานแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13314</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, วาสนา ตะเภาพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b4769ef8b287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลชันสูตรศพ  &#039;อดีตปลัดพม.&#039; เลือดล้มเหลว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เผยผลชันสูตรศพอดีตปลัด พม. ระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ญาติรับร่างไปทำพิธีทางศาสนา ส่วนเมียล้างท้องรอดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;(พม.) ดื่มไวน์ผสมยาพิษฆ่าตัวตายพร้อม น.ส.วาสนา ตะเภาพงษ์ ภรรยา ในหมู่บ้านชวนชื่นบรู๊คไซด์ ที่บ้านเลขที่ 106/105 หมู่ที่ 8 ต.บางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี โดยญาตินำศพนายพุฒิพัฒน์มาผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายนนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 13.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. นางกรณิการ์ นนทผล น้องสาว พร้อมญาติเดินทางรับศพนายพุฒิพัฒน์เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยไม่มีผู้ใดให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ และได้นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีก่อนนำศพขึ้นรถตู้เคลื่อนย้ายไปที่วัดพรหมวงศาราม (วัดหลวงพ่อเณร) ศาลา 4 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ โดยกำหนดสวดพระอภิธรรมในวันที่ 30 มิ.ย. กับ 1 ก.ค.61 เวลา 19.00 น. และฌาปนกิจศพวันที่ 2 ก.ค. เวลา 17.00 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผลชันสูตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้น ระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว &amp;nbsp;สำหรับสารพิษในอวัยวะภายในร่างกาย ต้องรอผลตรวจจากห้องแล็บปฏิบัติการประมาณ 45 วัน เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเป็นสารพิษชนิดใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนอาการของ น.ส.วาสนา ตะเภาพงษ์ ภรรยานายพุฒิพัฒน์ที่มีอาการสาหัสหลังดื่มเครื่องดื่มผสมยาพิษด้วย ล่าสุด นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.รพ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า หลังแพทย์ได้ทำการล้างท้องและรักษาตามอาการ ตอนนี้ น.ส.วาสนารู้สึกตัวและพ้นวิกฤติแล้ว แต่ยังต้องดูแลต่อเนื่องในห้องไอซียู &amp;nbsp;ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าอาการจะดีขึ้น จนออกไปพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยปกติหรือออกจาก รพ.ได้เมื่อไหร่ ขณะนี้ทีมแพทย์ยังต้องเฝ้าดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบนายพุฒิพัฒน์เสียชีวิตอยู่บนเตียงเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าเครียดจากการถูกตรวจสอบกรณีทุจริตปลอมลายเซ็นเพื่อรับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย และกำลังถูกดำเนินคดีที่กองปราบปราม ทั้งนี้ผู้ตายเคยพูดกับคนข้างเคียงหลายครั้งว่าจะฆ่าตัวตาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12453</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณิการ์ นนทผล, นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, วัดพรหมวงศาราม, วาสนา ตะเภาพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b3777b20f60b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.เตรียมจำหน่ายคดีอดีตปลัดพม.หลังฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วรวิทย์ สุขบุญ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.61 - นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ฆ่าตัวตาย หลังจากมีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งและผู้มีรายได้น้อย ว่า ไม่แน่ใจว่า คดีดังกล่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ส่งสำนวนการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินคนจนที่มีนายพุฒิพัฒน์เกี่ยวข้องมาให้ ป.ป.ช.แล้วหรือยัง ต้องขอตรวจสอบข้อมูลก่อน แต่ตามหลักการตรวจสอบทุจริตของป.ป.ช.โดยทั่วไป จะยึดหลักเดียวกับคดีอาญาคือ เมื่อผู้ต้องหาเสียชีวิต สิทธิการนำคดีมาฟ้องจะถูกระงับไปด้วย ส่วนคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในคดีเดียวกันนี้ ยังคงถูกดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12382</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, อดีตปลัดพม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af44e9907184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังเวยคดีโกงเงินคนจน!อดีตปลัดพม.เครียดกินยาฆ่าตัวตายภายในบ้านพัก ภรรยาสาหัส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;29มิ.ย.61 - เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.ต สัญชัย เมธีวิวัฒน์ สว.สอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตกินยาฆ่าตัวตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิด ภายในหมู่บ้านชวนชื่นบรู๊คไซด์ Chuanchuen Brookside ที่บ้านเลขที่ 106/105 หมู่ที่ 8 ตำบลบางคูวัด &amp;nbsp;อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.จีรเดช เหมจินดา รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี และเจ้าหน้าที่อาสามูลร่วมมูลนิธิร่วมกตัญญู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น ที่ห้องนอนชั้นสองเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพุฒิพัฒน์ &amp;nbsp;เลิศเชาวสิทธิ์ อายุ 59 ปี อดีตปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเบื้องต้นทราบว่ากินยาฆ่าตัวตาย เสียชีวิต ส่วนภรรยาถูกนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี อาการสาหัส แพทย์อยู่ระหว่างการช่วยเหลือยื้อชีวิต ตรวจสอบในที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบว่า สภาพของทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนทั้งคู่ ที่ข้างเตียงพบแก้วไวน์วางไว้จำนวน 2 แก้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ส่วนสาเหตุหรือปัญหาในการก่อเหตุครั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เบื้องต้นทราบว่าอดีตปลัดฯ มีข้อพิพาทเกี่ยวกับคดีการทุจริตเรื่องการทุจริตเงินผู้ยากไร้และคนไร้ที่พึ่ง โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบซึ่งมีข้อมูลพบข้าราชการเข้าข่ายทุจริตประมาณ 95 คนที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งรายชื่อเข้ามายังกระทรวง และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามต้องรอตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกันกับปัญหาเรื่องนี้หรือไม่ &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่กั้นไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในบ้านที่เกิดเหตุแต่อย่างใด ซึ่งได้ให้ผู้สื่อข่าวรอดูสถานการณ์อยู่ที่ด้านหน้าตัวบ้านที่เกิดเหตุเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12357</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโกงเงินคนจน, ป.ป.ท., ปลัดพม., พ.ต.ต สัญชัย เมธีวิวัฒน์, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a901ecff0c8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉียบขาด!ปปง.ยึดทรัพย์ 88 ล้าน &#039;อดีตบิ๊กพม.&#039; โกงเงินคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์,ณรงค์ คงคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 61 - พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ(ปปง.) เปิดเผยถึงมติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุมเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ตามที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ ปปง. ตรวจสอบ ธุรกรรมและทรัพย์สินของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)นั้น ได้ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกแล้วพบว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ 3 ราย ได้แก่ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีลักษณะ การทำงานเป็นขบวนการผ่านทางการจัดสรรเงินงบประมาณลงไปยังศูนย์และหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดทั่วทุกภาค และมี การจัดทำเอกสารการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอันเป็นเท็จ โดยนำเงินที่ได้จากการทุจริตเบิกจ่ายส่งกลับคืนไปยังผู้บริหาร กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในขณะนั้น และแปลงเงินไปเป็นทรัพย์สินในรูปแบบอื่นให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ ซึ่งจากการสืบสวนข้อมูลทางการเงินและ ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องพบว่า มีการได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานตาม กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นจานวนมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่ เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายพุฒิพัฒน์ นายณรงค์ และนายธีรพงษ์ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคคลดังกล่าว ประมาณ 12 ราย เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มคนดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดทางอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งปปง. จะได้ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญา ความผิดฐานฟอกเงินกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ว่า นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว หากใครมีพฤติการณ์ในการรับหรือโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการทุจริตก็อาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งมีโทษ จำคุก 10 ปีต่อการโอนหรือรับโอน 1 ครั้ง กล่าวโดยสรุปแล้วผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต นอกจากจะถูกยึดหรืออายัด ทรัพย์สินแล้ว ตัวผู้กระทำความผิดเอง ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ หรือนอมินี ที่รับโอนทรัพย์สินจากผู้กระทาความผิดทุกคนก็ยัง อาจต้องถูกลงโทษจาคุกในความผิดฐานฟอกเงินด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11260</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ณรงค์ คงคา, ธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์, พม., พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b208aac18baf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ผุดหลักสูตรต้านโกง! ฮือฮาครอบคลุมตร.-ทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ครม.คลอด 5 หลักสูตรการศึกษาต้านโกง คลุมทหาร-ตำรวจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่ง ศธ.จัดเป็นวิชาเสริม มุ่งปลูกฝังตั้งแต่เด็ก โปรดเกล้าฯ 3 บิ๊ก พม.พันงาบเงินคนจนพ้นตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ของรัฐสภาแห่งใหม่มีราคาแพงเกินไปว่า อย่าไปให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องไมค์หรือนาฬิกาเลย เพราะมีขั้นตอนอยู่แล้ว วันนี้ยังไม่มีใครผิดใครถูก เพราะเป็นการเสนอขึ้นมาตามหลักการเดิมที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยมีการออกแบบมาอย่างสวยหรู ซึ่งตนเองทำอะไรไม่ได้เพราะออกแบบไปแล้ว และเขาตั้งไว้ว่าจะต้องเป็นรัฐสภาที่สวยงาม ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ดังนั้นจึงอาจทำให้มีราคาแพงเพราะเป็นของดี แต่ต้องมาดูว่ามีความจำเป็นแค่ไหน อย่างไร รวมถึงเรื่องของงบประมาณด้วย เพราะฉะนั้นระยะแรกควรจะเป็นแค่ไหน อย่างไร ในอนาคตจะสามารถพัฒนาต่อได้หรือไม่ จึงให้เขาไปทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็อย่าเพิ่งไปพูดจาให้ร้ายกันไปมาเลย มันเสียหาย คนทำงานก็จะหมดกำลังใจ ต้องดูว่าการออกแบบเป็นอย่างไร วันนี้แก้ไขอะไรยังไม่ได้เลย เพราะนักออกแบบ บรรดาสถาปนิก สถาปัตย์ต่างๆ เขาบอกว่าความมุ่งหมายเขาเป็นแบบนี้ และอนุมัติมาแล้ว เพราะฉะนั้นก็ควรดำเนินการไปอย่างนี้ แล้วจะให้ผมทำอย่างไร ผมก็ต้องหาวิธีการที่เหมาะสม นี่คือการแก้ปัญหาของผม อย่าเพิ่งไปพูดว่าใครผิดใครถูกเลย ถ้ามีการทุจริตเมื่อไหร่ ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเมื่อนั้น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบหลักการเกี่ยวกับหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ โดยหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการปลูกฝังและสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบผ่านสถาบันการศึกษา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี 5 หลักสูตร คือ 1.หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต 2.หลักสูตรอุดมศึกษา วัยใสใจสะอาด 3.หลักสูตรตามแนวทางรับราชการกลุ่มทหารและตำรวจ 4.หลักสูตรวิทยากรป.ป.ช.บุคลากรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ สร้างวิทยากรผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต และ 5.หลักสูตรโค้ชเพื่อการรู้คิดต้านทุจริต โดยแต่ละหลักสูตรประกอบด้วยเนื้อหา 4 ชุดวิชา คือ 1.การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม 2.ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต 3.Strong : จิตพอเพียงต้านทุจริต และ 4.พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ สั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า การทุจริตมีหลายรูปแบบ และไม่อยากให้มองว่าเรื่องการทุจริตเป็นเรื่องคอร์รัปชันอย่างเดียว เพราะแม้แต่เรื่องการขึ้นราคาสินค้า การแซงคิว หรือการขับรถไปแทรก ถือเป็นการทุจริตสิทธิ์คนอื่น นายกฯ ยังสั่งให้รายงานเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยให้กระทรวงศึกษาธิการไปศึกษาดูรายละเอียดให้ครบทุกด้าน และจัดเวลาเป็นหน่วยกิตเสริม&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ได้พูดถึงหลักสูตรการต่อต้านการโกง ที่ต้องการให้กระทรวงศึกษาฯ เน้นย้ำ สอนให้นักเรียนนักศึกษารู้ว่าการโกงไม่ใช่แค่เรื่องการทุจริตหรือคอร์รัปชันเท่านั้น และต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำแหน่งแล้ว โดยมีเนื้อหาว่า ด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง ออกจากราชการไว้ก่อน จึงขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 107 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ประกอบข้อ 85 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 จำนวน 3 ราย ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวง 2.นายณรงค์ คงคำ รองปลัดกระทรวง 3.นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2561 และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งต่อไปแล้ว บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการทั้ง 3 รายดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.2561 โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระราชโองการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการพลเรือน, ครม., ณรงค์ คงคำ, ธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์, ป.ป.ช., พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b0421272e4cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;3 บิ๊ก พม.&#039;พันโกงคนจนพ้นเก้าอี้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.2561 &amp;ndash; ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 &amp;nbsp;ตอนพิเศษ 115 &amp;nbsp;ง &amp;nbsp;เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำแหน่งแล้ว โดยมีเนื้อหาว่า ด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง ออกจากราชการไว้ก่อน จึงขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 107 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ประกอบข้อ 85 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 จำนวน 3 ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ตำแหน่งปลัดกระทรวง 2.นายณรงค์ คงคำ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 3.นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2561 และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งต่อไปแล้ว&amp;nbsp;บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการทั้ง 3 รายดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2561 โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระราชโองการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ คงคำ, ธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวง, ผู้ตรวจราชการกระทรวง, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, รองปลัดกระทรวง, ราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abba64ed21c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
