<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยรักกันไม่แบ่งแยก &#039;วัดพุทธภูมิ&#039; แจกอาหารให้ประชาชนในพื้นที่ยะลาเดือดร้อนจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก White news&amp;nbsp;โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความว่า พระครูวรพุทธาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดพุทธภูมิ นำอาหารเพื่อแจกจ่ายให้แก่คนยากไร้ ตกงาน ผู้มีผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยมีประชาชนเดินทางมารับอาหารบริจาคจำนวนมาก ซึ่งสามารถรับประทานได้ทุกเชื้อชาติศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีจิตอาสาช่วยคัดกรอง มีการตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจล นั่งเว้นระยะห่างตามที่กำหนดเพื่อความปลอดภัย ก่อนได้รับมอบสิ่งของ ณ วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63273</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จังหวัดยะลา, พระครูวรพุทธาภิรักษ์, พุทธ-มุสลิม, เจ้าอาวาสวัดพุทธภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e97b04c56c53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯชื่นชมชาว&#039;ไทยพุทธ-ไทยมุสลิม&#039;อยู่ร่วมกันสงบสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 63 &amp;ndash; เมื่อเวลา 12.55 น. ที่วัดประชุมชลธารา ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กราบพระประธานและนมัสการพระเทพวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส พร้อมถวายผ้าไตรจีวรและเครื่องไทยธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯ ได้กล่าวสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสว่า เคยพบกับท่านเจ้าอาวาสในสมัยที่เคยดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และรู้สึกดีใจที่สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นในทุกมิติมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งรัดพัฒนาแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่อง ให้ประชาชนในทุกพื้นที่โดยเฉพาะปัญหาที่ดินทำกิน ที่ต้องใช้เวลาแก้ปัญหาเพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบโฉนดที่ดิน 16 ไร่ที่ชาวบ้านได้ร่วมบริจาคให้กับเจ้าอาวาสให้เป็นที่ดินธรณีสงฆ์ เพื่อทางวัดจะได้นำไปใช้ประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากนั้น นายกฯ พบปะประชาชนชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมที่มาให้การต้อนรับ พร้อมกล่าวชื่นชมประชาชนที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข บนสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งศาสนาทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี ไม่ให้ทะเลาะกัน มีความเผื่อแผ่เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ สังคมจะสงบสุขหรือไม่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนทุกคน ไม่ว่าจะเกิดภาคไหนของแผ่นดินไทย จะเชื้อชาติ ศาสนาไหน ล้วนเป็นคนไทยทั้งหมด โดยส่วนตัวให้ความเคารพทุกคนและทุกศาสนา รัฐบาลพร้อมดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอยู่ สินค้าเกษตร การค้าขาย โดยเฉพาะอัตลักษณ์ของท้องถิ่นต้องขับเคลื่อนให้มากขึ้น รวมถึงประชาชนต้องมีความพอเพียง มีเหตุและผล มีภูมิคุ้มกัน บนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา ไม่ได้พูดโกหก ต้องการให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55032</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนใต้, นราธิวาส, นายกฯ, บิ๊กตู่, พุทธ-มุสลิม, วัดประชุมชลธารา, สงบสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e256095ba858.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายแดนใต้สานสายใยไทยพุทธมุสลิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลเดินหน้าสร้างสันติสุขในพื้นที่ จัดกิจกรรมพบปะพี่น้องไทยพุทธและมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ หวังสร้างมิตรภาพสายใยสัมพันธ์ฝ่าภัยความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.61- &amp;nbsp;นายภานุ อุทัยรัตน์ สมาชิกสภานิติบัญญัติ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เป็นประธานงานรวมพลคนรู้ใจ พบปะพี่น้องประชาชนทั้งไทยพุทธมุสลิม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายธนาธิป พรหมชื่น กำนันตำบลสุไหงปาดี ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ข้าราชการทุกหน่วยงาน ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมในงานเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นาย ธนาธิป พรหมชื่น กำนันตำบลสุไหงปาดี (กำนันเพื่อน) ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เปิดบ้านพักส่วนตัว จัดกิจกรรมรวมพลคนรู้ใจ พบปะพี่น้องประชาชน และยังจัดข้าวปลาอาหารให้พี่น้องประชาชนในอำเภอสุไหงปาดี และอำเภอใกล้เคียงของจังหวัดนราธิวาส อาทิ อ.สุไหงโกลก อ.ตากใบ อ.ระแงะ อ.รือเสาะ รวมทั้งพี่น้องจ.ยะลา ปัตตานี สตูล สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ได้ร่วมรับประทานอาหาร พบปะพูดคุย สร้างสายใยสัมพันธ์ มิตรภาพระหว่างชาวไทยพุทธมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เหมือนการคืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชน ได้เห็นความรักความสามัคคี ของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า ได้เห็นภาพของพี่น้องที่มีความหลากหลายวัฒนธรรมได้มาอยู่ด้วยกัน ภาพที่ปรากฏ ทั้งการแต่งกาย และอาหารการกินที่นำมาจัดเลี้ยง เป็นการอยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจในอัตลักษณ์ของกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภานุ อุทัยรัตน์ สมาชิกสภานิติบัญญัติ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลกล่าวว่า ขอชื่นชมแนวทางการจัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ของ นาย ธนาธิป พรหมชื่น หรือกำนันเพื่อน ซึ่งเป็นการทำงานของคนในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ซึ่งรู้ปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เชื่อว่า หากภาคประชาชนได้มองเห็นแนวทางการสร้างความสามัคคี ความปรองดอง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในมิติของสังคมชาวบ้าน ทำให้เกิดความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนความสันติสุขก็จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5786</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, กลุ่มก่อความไม่สงบ, กองทัพ, ความมั่นคง, ชายแดนใต้, ปรองดอง, พุทธ-มุสลิม, ภาคใต้, ภาณุ อุทัยรัตน์, สภานิติบัญญติแห่งชาติ, สานสายใย, เจรจาสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab874a43b74a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีลังกาสั่งบล็อกเฟซบุ๊ก ระงับจลาจลพุทธ-มุสลิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการศรีลังกาสั่งบล็อกเฟซบุ๊กทั่วประเทศ และตัดการให้บริการอินเทอร์เน็ตในเมืองแคนดี ที่เกิดการจลาจลระหว่างชาวพุทธกับมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ชาวมุสลิมยืนมองจากบ้านที่ถูกเพลิงไหม้ ระหว่างที่ตำรวจลาดตระเวนในเขตปาลเลเคเล ชานเมืองแคนดี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 (AFP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร รัฐบาลศรีลังกาประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศและประกาศเคอร์ฟิวเมืองแคนดีที่เกิดเหตุจลาจลระหว่างชาวพุทธกับมุสลิมโดยมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย และม็อบชาวพุทธบุกโจมตีมัสยิด, กิจการร้านค้าและบ้านชาวมุสลิม โรงเรียนในเมืองแคนดียังปิดการเรียนการสอนในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงของรัฐบาลศรีลังกาเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 8 มีนาคม ว่าหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของศรีลังกาขอให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบล็อกการเข้าถึงเฟซบุ๊ก รวมถึงโซเชียลมีเดียอื่นๆ ด้วย เพื่อต้องการหยุดความไม่สงบที่เกิดขึ้นในเมืองแคนดี มาตรการนี้เป็นเพียงชั่วคราวและจะยกเลิกในเร็วๆ นี้ หลังจากตำรวจตรวจสอบพบข้อความต่อต้านมุสลิมแชร์ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมถึงมีวิดีโอที่โพสต์โดยพระภิกษุหัวรุนแรง ที่ยุยงให้กระทำการรุนแรงต่อชาวมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สั่งตัดให้บริการอินเทอร์เน็ตในเมืองแคนดีชั่วคราว หลังพบว่าผู้ก่อเหตุจลาจลในเมืองนี้ใช้แอพพลิเคชั่นส่งข้อความ ได้แก่ วอตส์แอพ เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่อลงมือโจมตีทรัพย์สินของชาวมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ไดอะล็อกอาเซียตา ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในศรีลังกา แถลงว่า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือไม่สามารถเข้าใช้โซเชียลมีเดียและแอพพลิเคชั่นส่งข้อความ โดยมีผลในทันทีจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุวัน กุนาเสเกรา โฆษกตำรวจศรีลังกา แถลงว่า เมื่อคืนวันอังคารตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายม็อบชาวพุทธที่ก่อเหตุรุนแรงในเขตเมนิคินดาชาน เมืองแคนดี ที่ฝ่าฝืนคำสั่งเคอร์ฟิว และจะเข้าโจมตีมัสยิดและร้านค้าของชาวมุสลิม โดยตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และจับผู้ก่อเหตุได้ 7 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4507</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจล, บล็อกเฟซบุ๊ก, พุทธ-มุสลิม, ภาวะฉุกเฉิน, ศรีลังกา, เคอร์ฟิว, เมืองแคนดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fe8b81e988.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
