<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบชุดใหม่ ไขปมตายในโรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้การฯ ขอนแก่น สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีผู้ต้องหาเสียชีวิตภายในห้องขัง สภ.เวฬุวัน ระบุ ยังไม่เด้ง ผกก.กับพวก เพราะรอผลสรุปเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่ นายพุทธพร โสภาพล หรือโท อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 212 บ้านท่อน หมู่ 2 ตำบลโนนท่อน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เสียชีวิตภายในห้องขัง สภ.เวฬุวัน อ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมารดาและญาติพี่น้องต่างก็พากันติดใจการตาย เพราะตามร่างกายมีรอยช้ำ ปากแตก และแพทย์ได้แจ้งญาติในเบื้องต้นว่า มีบาดแผลในช่องท้อง พยายามแจ้งความตั้งแต่วันที่พบเป็นศพ แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง กระทั่งผ่านไป 6 วัน ตำรวจจึงรับแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา นางจันทร์ เพียชา อายุ 60 ปี น้าสาวคนตาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษตำรวจชุดจับกุมคนตายและผู้ดูแลผู้ต้องขัง ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ป.อาญา 157 ในขณะที่ พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน ได้มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว หากตายจากการกระทำของบุคคลอื่น ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นางจันทร์ เพียชา อายุ 60 ปี น้าสาวของผู้เสียชีวิต และ น.ส.วาสนา สอนศักดา อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 ม.5 บ้านโคกเปี้ย ต.บ้านค้อ อ.เมืองขอนแก่น แฟนสาวของผู้ตาย พร้อมญาติพี่น้องได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เพื่อเข้าพูดคุยเนื่องจากญาติพี่น้องติดใจการเสียชีวิตของนายโท โดยมี พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน และ พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ จงกลรัตน์ รอง ผกก.สส.สภ.เวฬุวัน ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สภ.เวฬุวัน เข้าพบและพูดคุยทำความเข้าใจกับญาติผู้ตายด้วย โดยมีการพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า &amp;nbsp;กรณีที่ญาติผู้ตายติดใจการตายของนายโทนั้น เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องทำให้กระจ่างในทุกกรณี ทั้งตรวจสอบว่า หลังรับแจ้งเหตุบุกรุกเคหะสถาน เมาสุรา ประพฤติตนวุ่นวายนั้น ใครเข้าระงับเหตุบ้าง รวมถึงการควบคุมตัวไปที่ สภ.เวฬุวัน ผู้ถูกควบคุมตัวมีพฤติกรรมอย่างไร ทุกขั้นตอนและทุกความสงสัยต้องมีคำตอบ ในส่วนของกล้องวงจรปิดที่ญาติต้องการดูนั้น ก็สามารถดูได้ ไม่ใช่สิ่งหวงห้าม เพราะญาติต้องได้ดู เพื่อให้หายสงสัย แต่ต้องให้ญาติพูดคุยกันและรวมตัวกันมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วดูพร้อมๆ กัน ในขณะเดียวกัน หากญาติไม่พอใจการทำงานของตำรวจ สภ.เวฬุวัน และต้องการให้เปลี่ยนคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นชุดใหม่ ก็จะเปลี่ยนให้ โดยจะแต่งตั้งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ ภ.จว.ขอนแก่น เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับญาติคนตาย จริงๆ เรื่องนี้ไม่น่าจะยืดเยื้อ ถ้าตำรวจ สภ.เวฬุวัน มีการสื่อสาร ทำความเข้าใจกับญาติพี่น้องคนตาย และให้ญาติดูกล้องวงจรปิดตั้งแต่หลังเกิดเหตุ หรือรับแจ้งความ ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาแบบนี้ แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้ว ผกก.สภ.เวฬุวันก็ไม่นิ่งเฉย มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา เพื่อสืบสวนสอบสวนให้กระจ่างชัดกับสิ่งที่ญาติติดใจการตาย และขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวคนตาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอผลชันสูตรศพจากแพทย์ด้วยว่า การตายครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด มีบุคคลอื่นทำให้ตายหรือไม่ ถ้าแพทย์ระบุว่าตายเพราะถูกทำร้าย ก็จะมีการติดตามคนที่ทำให้ตายมีดำเนินการตามกฎหมาย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีการสั่งย้ายตำรวจใน สภ.เวฬุวัน แต่อย่างใด เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนถูกควบคุมตัวไม่ได้เกิดใน สภ.เวฬุวัน แต่เกิดขึ้นภายนอก แล้วเสียชีวิตในห้องขังของ สภ.เวฬุวัน ฉะนั้นต้องรอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน รวมถึงรอผลชันสูตรศพจากแพทย์ด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในระหว่างที่คณะกรรมการฯ กำลังทำการตรวจสอบอยู่นั้น ก็ขอให้ญาติพี่น้องคนตายใจเย็นๆ ก่อน ขอยืนยันว่าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา หากคนตายถูกทำร้ายเป็นสาเหตุให้ตายก็จะต้องมีคนรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้&amp;quot; ผู้การฯขอนแก่น กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.วาสนา สอนศักดา อายุ 42 ปี แฟนผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากแฟนเมาสุราหนักและพูดจาไม่รู้เรื่อง จึงแจ้งตำรวจไปควบคุมตัวแฟนมาระงับสติที่ สภ.เวฬุวัน เพื่อให้แฟนได้นอนพักผ่อน เมื่อสร่างเมาก็จะมารับกลับบ้าน ขอยืนยันว่าไม่ได้แจ้งความจับแฟนตัวเอง ซึ่งเมื่อตำรวจไประงับเหตุที่บ้านก็นำแฟนมาที่ สภ.เวฬุวัน ขณะนั้นร่างกายแฟนก็ยังปกติทุกอย่าง แต่ถูกใส่กุญแจมือไพล่หลังเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แฟนเมา แต่ร่างกายแฟนไม่มีบาดแผลและไม่ได้แจ้งความจับแฟนตัวเอง คิดเพียงว่า เมา คุยกันไม่รู้เรื่อง ตำรวจน่าจะช่วยได้ จึงให้ตำรวจมาคุมตัวไป กระทั่งเช้าวันที่ 30 มีนาคม ตำรวจโทรแจ้งว่าแฟนตายแล้ว จึงรีบเดินทางมาดูศพ ตกใจมาก เพราะแฟนมีร่างกายแข็งแรง แต่ตายในห้องขังโดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นก็มีตำรวจตามให้มาเซ็นในเอกสารแจ้งความ ข้อหาบุกรุกเคหสถาน จึงไม่เซ็น เพราะไม่ได้แจ้งจับแฟนตัวเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นางจันทร์ เพียชา อายุ 60 ปี น้าสาวคนตาย กล่าวว่า หลังเข้าพบผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และพูดคุยกันก็เข้าใจในกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ยังข้องใจในเรื่องบาดแผลตามร่างกายของคนตายว่ามีได้อย่างไร ก็ให้มีการตรวจสอบหาคนที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้บังคับการตำรวจภูธรก็รับปากว่าจะจัดการให้ และจะตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดใหม่ขึ้นมา ตรวจสอบให้ความกระจ่างในทุกประเด็น ทุกข้อสงสัย ขณะนี้ญาติพี่น้องทุกคนพอใจ และจะนำเรื่องที่ได้พูดคุยกันครั้งนี้ไปบอกนางพูลสุข โสภาพล อายุ 73 ปี มารดาคนตายที่กินยาฆ่าตัวตายตามลูกชาย เพราะคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ทราบรายละเอียดทั้งหมด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62316</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทร์ เพียชา, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล, พุทธพร โสภาพล, วาสนา สอนศักดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8b15b40e766.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มตายคาห้องขัง ข้องใจตร.เป่าคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ญาติโวย หนุ่มเมาเหล้าบุกบ้านแฟน ถูกตำรวจจับขัง รุ่งเช้ากลายเป็นศพ แพทย์ระบุบาดเจ็บในช่องท้อง แจ้งตำรวจ 3 ครั้งเพื่อให้จับฆาตกรมาลงโทษ แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง จนแม่ผู้ตายตรอมใจกินยาเบื่อหนูหวังตายตาม ผกก.อ้างทำตามขั้นตอน ชี้แจงทำความเข้าใจแล้ว ต้องใช้เวลารอผลชันสูตรศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 เมษายนนี้ ในสื่อโซเชียลทั่วจังหวัดขอนแก่นมีการเผยแพร่ภาพและข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;เกรียงไกร ไทยอ่อน&amp;rdquo; ที่โพสต์ภาพผู้เสียชีวิตซึ่งมีบาดแผลตามร่างกายอยู่ภายในห้องขัง และเอกสารหนังสือรับรองการเสียชีวิตจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ระบุสาเหตุการตายว่า บาดเจ็บในช่องท้อง ทั้งนี้ ผู้ที่เสียชีวิตในห้องขัง สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น คือ นายพุทธพร โสภาพล หรือโท อายุ 35 ปี โดยนายพุทธพรถูกตำรวจควบคุมตัวเมื่อวันที่ 29 มี.ค.63 หลังนายพุทธพรเสียชีวิต ญาติพี่น้องได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เวฬุวัน ท้องที่เกิดเหตุ โดยเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่ายังแจ้งไม่ได้ ต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพอีก 30 วัน ทำให้นางพูนสุข โสภาพล อายุ 73 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต คิดว่าตัวเองและครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรม จึงกินยาเบื่อหนูเพื่อฆ่าตัวตายตามลูกชายไป โชคดีที่แพทย์ล้างท้องไว้ทัน ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีนครินทร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านเลขที่ 212 บ้านท่อน หมู่ 2 ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบกับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตที่กำลังจะเดินทางไปเยี่ยมนางพูลสุข โดย น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี หลานสาวของนางพูลสุข บอกว่านายพุทธพรผู้ตายเป็นลูกชายคนเล็กของนางพูลสุข มีแฟนชื่อเอ๋ ชาวบ้านบ้านโคกเปี้ย ม.5 ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กระทั่งเช้าวันที่ 30 มี.ค. เพื่อนบ้านมาบอกนางพูลสุขว่า น.ส.เอ๋โทรศัพท์มาบอกว่านายพุทธพรถูกจับอยู่ที่ สภ.เวฬุวัน ให้รีบไปหา นางพูลสุขจึงมอบเงินให้เพื่อนบ้านเดินทางไปยัง สภ.เวฬุวัน เพื่อยื่นประกันตัวลูกชาย แต่ไม่นานเพื่อนบ้านโทร.แจ้งว่านายพุทธพรเสียชีวิตในห้องขัง ซึ่งในช่วงบ่าย ญาติได้รับศพนายพุทธพรกลับมาฝังที่ป่าช้าของหมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติอีกคนบอกด้วยว่า วันที่ไปดูศพนายพุทธพรในห้องขัง พบว่ามีเลือดออกที่ปากและจมูก และมีกองเลือดอยู่ข้างศพ เมื่อสอบถามตำรวจก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ส่วน น.ส.เอ๋แฟนผู้ตายบอกว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายพุทธพรไปหาที่บ้าน มีอาการเมาสุรา และอาละวาด จึงแจ้งตำรวจนำตัวมาสงบสติที่ สภ.เวฬุวัน เนื่องจากเกรงว่าจะทำลายข้าวของและทำร้าย คืนวันเดียวกันตำรวจก็ไปคุมตัวมาที่ สภ.เวฬุวัน โดย น.ส.เอ๋ตามมาด้วย และถูกสอบปากคำจนถึงเวลา 02.00 น. วันที่ 30 มี.ค. ตำรวจจึงให้ น.ส.เอ๋กลับบ้าน ช่วงเช้า น.ส.เอ๋จะมารับแฟน ปรากฏว่านายพุทธพรเสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานางพูลสุขและญาติพี่น้องได้เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เวฬุวันถึง 3 ครั้ง เพราะเชื่อว่านายพุทธพรถูกฆ่าตาย ขอให้ตำรวจสอบสวน แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่ายังแจ้งความไม่ได้ จนกว่าจะได้ผลชันสูตรศพจากแพทย์นิติเวชประมาณ 30 วัน เมื่อผลชันสูตรศพออกมาจึงให้ญาติมาแจ้งความ ในขณะเดียวกันจะไปแจ้งตายก็ยังแจ้งไม่ได้ ต้องมีใบประจำวันจากตำรวจและใบรับรองการตายจากผู้ใหญ่บ้านมาประกอบเอกสารจึงจะแจ้งตายได้ ยิ่งทำให้ญาติพี่น้องงงและไม่เข้าใจว่า คนตายในห้องขัง เป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ จะแจ้งความก็แจ้งไม่ได้ แจ้งตายก็ไม่ได้ จนนางพูลสุขคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงคิดสั้นกินยาเบื่อหนูฆ่าตัวตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ทำความเข้าใจกับญาติคนตายเรียบร้อย และญาติก็เข้าใจในกระบวนการการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งเรื่องทั้งหมดเกิดจากการที่ฝ่ายหญิง ซึ่งเป็นอดีตแฟนคนตายโทร.แจ้ง 191 ว่า มีคนเมาสุราบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน เกรงว่าจะได้รับอันตราย ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุและจับกุมตัวด้วย ตำรวจ สภ.เวฬุวันจึงไปตรวจสอบและคุมตัวคนก่อเหตุที่อยู่ในอาการเมาสุรามาควบคุมตัวมาที่ สภ.เวฬุวัน วัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายได้ 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะตรวจปัสสาวะ คนตายไม่ยอมให้ตรวจ จากนั้นจึงคุมขังไว้ที่ห้องขังภายใน สภ.เวฬุวัน เช้าวันที่ 30 จึงทราบว่าเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสียชีวิตของผู้ถูกคุมขัง ญาติติดใจการตายมาแจ้งความ ตำรวจก็รับแจ้ง โดยลงรายละเอียดต่อจากประจำวันข้อเดิมในกรณีที่เมาสุราและบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล นอกจากนี้ยังมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ขอยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกอย่างมีกระบวนการ มีขั้นตอน ซึ่งได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่าง ในกรณีที่มีคนตาย การตรวจสอบก็ต้องมีผลพิสูจน์จากแพทย์มาประกอบด้วยว่าคนตาย ตายด้วยสาเหตุใด หากตายเพราะถูกทำร้าย ก็จะมีการสืบสวนสอบสวนเอาผิดคนที่ทำให้เขาตายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งในทุกรายละเอียดนั้นได้ทำความเข้าใจกับญาติคนตายเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; พ.ต.อ.ประทีปกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตายคาห้องขัง, พุทธพร โสภาพล, สภ.เวฬุวัน, เกรียงไกร ไทยอ่อน, เสียชีวิตในห้องขัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89d3630fbf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
