<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯบวงสรวงพระหลักเมืองครบ 239 ปีแบบเรียบง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2564 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 07.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นผู้แทนประชาชน ทำหน้าที่ประธานพิธีบำเพ็ญกุศลทางพุทธศาสนาและจัดพิธีบวงสรวงสังเวยตามพิธีพราหมณ์อย่างเรียบง่าย ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมือง ครบรอบ 239 ปี โดยกราบนิมนต์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อความเป็นศิริมงคลของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทุกคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
ktv789
1xbet
usa567
460bet
h25th
n98
123bet
78win
59g
99ruay</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100160</URL_LINK>
                <HASHTAG>239 ปี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิธีพราหมณ์, พุทธศาสนา, วันสถาปนาองค์พระหลักเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607f8ad3e4aaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กเพื่อไทย&#039; ปลุกชาวพุทธปกป้องพุทธศาสนา อ้างรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปได้ทำลายและย่อยสลายพุทธศาสนาในประเทศไทยลงแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค. 63 - นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันวิสาขบูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันวิสาขบูชา ชาวไทยและชาวโลกต่างทราบดีว่าเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนาเพราะตรงกับวัน ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สหประชาชาติรับรองเป็นวันสำคัญสากล เมื่อ 13 ธันวาคม 2542
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้อริยสัจ 4 คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ทุกข์ ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ
-สมุทัย สาเหตุแห่งทุกข์ คือตัณหาความอยาก
-นิโรธ ภาวะปราศจากทุกข์ หรือนิพพาน
-มรรค วิธีดับทุกข์ 8 วิธี ( เห็นชอบ,คิดชอบ,พูดชอบ,กระทำชอบ,เลี้ยงชีพชอบ,เพียรชอบ,ระลึกชอบ, จิตตั้งมั่นชอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแก่นแกนคำสอนของพระพุทธศาสนา คือ การทำความดี ละเว้นความชั่ว การทำจิตใจให้ผ่องใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธศาสนาจึงสืบทอดกันมายาวนานถึง 2563 ปี นับแต่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาสากล เป็นศาสนาแห่งเหตุผล และความจริง เคยเจริญรุ่งเรืองในหลายๆประเทศ บางประเทศเมื่อผู้ปกครองเข้ารีตลัทธิศาสนาอื่นก็มาทำลายพระพุทธศาสนาเช่นที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยนาลันทา เช่นที่เกิดขึ้นใน บุโรพุทโธ เช่นที่เกิดขึ้นกับพระพุทธรูปยืนแห่งบาบิยัน สุดท้ายพระพุทธศาสนาก็สูญสิ้นไปจากแผ่นดินของประเทศนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาภายใต้รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูป พระพุทธศาสนาในประเทศไทยของเราถูกย่อยสลาย ทำลายทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ในขณะที่ลัทธิศาสนาอื่นบางลัทธิศาสนา ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำจุนอย่างดี
ชาวพุทธส่วนหนึ่งยังโลกสวย ชาวพุทธส่วนหนึ่งยังงมงายกับวัตถุ เครื่องลางของขลัง ส่วนหนึ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโลกยุคใหม่การรุกคืบเพื่อทำลาย ควบคุม ยึดครองทำได้ง่ายดายรวดเร็วผ่านอำนาจรัฐบาล ผ่านกฎหมาย ผ่านกฎระเบียบ และผ่านงบประมาณแผ่นดิน ชาวพุทธจึงควรตื่นรู้ด้วยสติ ปัญญาลุกขึ้นมาเรียกร้อง ปกป้องคุ้มครองพระพุทธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสนาก่อนที่จะสูญสิ้นไปจากแผ่นดินไทย ไม่ใช่ให้วันวิสาขบูชาปีนี้ผ่านเลยไปบนความเสี่ยงที่จะถูกทำลาย ของพระพุทธศาสนา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65199</URL_LINK>
                <HASHTAG>นคร มาฉิม, พรรคเพื่อไทย, พุทธศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c621931976af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นคร&#039;งัดมุกใหม่ด่า5ปีรัฐบาลคสช.ใช้เงินภาษีชาวพุทธไปส่งเสริมศาสนาอื่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.62 - นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอาสาฬหบูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งที่เคารพรัก ศรัทธาในพระพุทธศาสนาขอถือโอกาสนี้ได้รำลึกถึงคุณพระศรีรัตนะตรัย คือพระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ที่เกิดขึ้นครบ 3 ประการ พระพุทธองค์ได้แสดงพระปฐมเทศนา ที่เป็นแก่นแท้แห่งหลักธรรมคำสอน ให้ทำความดี ละเว้นความชั่วทั้งปวง และทำจิตใจให้ผ่องใส ธรรมอันประเสริฐที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสรู้และสั่งสอน เวไนยสัตว์ เป็นความจริง เป็นสากล เป็นอมตะ คนดี และนักปราชญ์ทั่วโลก เช่น อัลเบิรต์ ไอสไตล์ สมเด็จพระพุทธาจารย์ ป. อ. ประยุทธ์ ยืนยันว่าเป็นศาสนาของโลกและเป็นสากลเป็นนิรันดร์ เป็นศาสนาที่สร้างความสงบ สุข ร่มเย็นแก่มวลมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่เกิดมีประเทศไทยมากว่าพันปีตั้งแต่อาณาจักรลานนา ลานช้าง ทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ พระพุทธศาสนาอยู่คู่กับชีวิต จิตวิญญาณ วัฒนธรรม ประเพณีของไทยเรามายาวนาน จนครั้งหนึ่ง ไทยถือเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธศาสนาเคยเจริญรุ่งเรืองในอินเดีย ตะวันออกกลางบางส่วน จีน อินโดนีเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาก แต่ถูกคนในลัทธิศาสนาอื่นทำลายทิ้ง ฆ่าพระสงฆ์นับพัน นับหมื่นในมหาวิทยาลัยนาลันทา สุดท้ายด้วยฝ่ายอาณาจักรไปนับถือลัทธิอื่น พระพุทธศาสนาถูกทำลายดังปรากฏในอินโดนีเซีย เหลือเพียงอนุสรณ์สถาน บุโรพุทโธ ต่อมาพระพุทธรูปยืน แห่งบาบิยัน ถูกระเบิดทำลายทิ้ง พระพุทธศาสนาถอยร่นมาเป็นลำดับ ตอนนี้ประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้นซ้ำรอย ในประเทศไทย 5 ปีที่ผ่านมาฝ่ายอาณาจักรนอกจากจะไม่ได้ปกป้อง คุ้มครอง ส่งเสริมแล้ว พระพุทธศาสนา วัดวาอาราม และพนะเถระชั่นผู้ใหญ่ถูกทำลาย ถูกจับกุมขุมขัง และพระภิกษุ สามเณร อุปาสก อุปาสิกา ไม่อยู่ในฐานะที่จะปกป้องคุ้มครองตนเอง หนำซ้ำ ทั้งพระ ทั้งพุทธศาสนิกชนหลายๆรูป หลายๆคนต่างเพิกเฉย ธุระไม่ใช่ ปลีกตัวเอาเฉพาะตัวเองเป็นหลัก ละเลยที่จะรวมตัวอย่างมีเอกภาพและมีพลัง ทำให้รัฐบาลนี้ยิ่งได้ใจ แม้แต่จะใช้เงินภาษีประชาชนชาวพุทธไปส่งเสริมสร้างศาสนสถานของลัทธิศาสนาอื่น อย่างไม่เคยมีมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โลกยุคปัจจุบัน ที่เจริญด้วยเทคโนโลยี ชาวพุทธ ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสควรจะผนึกกำลังกันอย่างมีเอกภาพ ลุกขึ้นมาปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาและส่งเสริมให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองไปถึงลูกหลานของเราในอนาคต อย่าปล่อยให้วัด อย่าปล่อยให้พระพุทธศาสนาศูนย์หายไปจากคนไทย และล่มสลายไปในยุคสมัยนี้ เพราะความเฉื่อยชา ไม่รับรู้ถึงภัยพิบัติที่กำลังคืบคลาน กลืนกินพระพุทธศาสนาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;# วันอาสาฬหบูชา รวมพลังชาวพุทธ ปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41191</URL_LINK>
                <HASHTAG>นคร มาฉิม, ปกป้องศาลสนา, พุทธศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b92a0ebc68de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้มเจ้าไม่พอลามถึงศาสนา!&#039;จอม&#039;เปิดประเด็นพุทธในไทยสอนให้คนเห็นแก่ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.62- นายจอม เพชรประดับ อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊ก Jom Petchpradab &amp;nbsp;ว่าเพื่อนต่างศาสนิก พูดให้เข้าหูว่า พุทธศาสนา(ในไทย..?)สอนให้คนเห็นแก่ตัว เพ่งอยู่กับตัวเอง อยากฟังผู้รู้ช่วยตอบที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39950</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอม เพชรประดับ, พุทธศาสนา, ล้มเจ้า, สอนให้คนเห็นแก่ตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde15d9ece6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2019 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีแร้งบินสูงแต่เวลาหิวก็โฉบลงมากินหมาเน่า&#039; ท่านว.วชิรเมธี ยกคมธรรมเปรียบคนที่มีการศึกษาสูงพอเกิดตัณหาก็ทำอะไรต่ำๆ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.62 - พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี&amp;nbsp; หรือ ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย โพสต์คลิปวิดีโอสกูปคมธรรมประจำวันและข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีแร้งบินสูงแต่เวลาหิวก็โฉบลงมากินหมาเน่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหมือนคนที่มีการศึกษาสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พอตัณหาเกิด ก็ทำอะไรต่ำๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหมือนคนไม่มีการศึกษาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Being hungry, a vulture that flies high, will swoop down to feed on carrion; being driven by a craving, a well-educated person will do something so ignoble it will make him seem uneducated.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28728</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมธรรม, ท่านว.วชิรเมธี, พระ, พุทธศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b3619cdf312c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติ สนช. 3 วาระรวด รีเซตมหาเถรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำชี้แจงอย่างเป็นทางการของ วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในฐานะมือกฎหมายรัฐบาล คสช. กลางที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อ 5 ก.ค. ก่อนที่มติที่ประชุม สนช.จะเห็นชอบให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ (คณะสงฆ์) พ.ศ.2505 ด้วยมติเห็นชอบ 3 วาระรวด สรุปประเด็นเหตุผลที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ดังกล่าว ในเรื่อง &amp;ldquo;ที่มา-โครงสร้างกรรมการมหาเถรสมาคม&amp;rdquo; (มส.) ที่นำไปสู่การรีเซต มส. หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ย้ำว่า สาเหตุที่ต้องเร่งเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะต้องการให้ทันกับกรณีที่กรรมการ มส.ชุดปัจจุบันกำลังจะหมดวาระในอีกประมาณ 2 เดือน ขณะเดียวกันการปฏิรูปการจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ก็มีความเป็นจำเป็นเช่นกัน โดยเป็นการกำหนดให้ มส.ไปทำหน้าที่ในเชิงปฏิรูปและขับเคลื่อนการปฏิรูปต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกับยอมรับว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวที่ ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อ 19 มิ.ย. ทางรัฐบาลได้เตรียมการตั้งแต่มีเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ โดยรัฐบาลเห็นว่ากลไกที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปคณะสงฆ์ต้องอยู่ที่มหาเถรสมาคม แต่ในอดีตมีจุดอ่อน คือ การที่มีสมเด็จพระราชาคณะเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง มีความเหมาะสมตามหลักอาวุโส แต่ในระยะหลังกว่าที่พระภิกษุจะขึ้นไปถึงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาก็จะมีอายุมากและอาพาธ ทำให้ไม่สามารถประชุม มส.ได้ ดังนั้นถ้ามุ่งหวังจะให้ มส.เป็นผู้นำในการปฏิรูปนั้นต้องเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติและที่มาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เดิมทีไม่ได้คิดเรื่องที่มา คิดถึงเรื่องคุณสมบัติ แต่ในระยะหลังมานี้เริ่มเกิดปัญหาขึ้น กรรมการ มส.บางรูป มีปัญหาต้องคดีและถูกกล่าวหา สั่นสะเทือนความรู้สึกความเลื่อมใสศรัทธาที่ประชาชนมีต่อการจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ตามรูปแบบปัจจุบันพอสมควรทีเดียว ดังนั้น ในที่สุดก็คิดกันว่ากลับไปดูรูปแบบใน พ.ร.บ.ลักษณะการปกครองคณะสงฆ์สมัยรัชกาลที่ 5 ที่ใช้กันมาถึงรัชกาลที่ 8 ดูโบราณราชประเพณี ดูรัฐธรรมนูญที่ใช้ปัจจุบันที่กำหนดว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการสถาปนาฐานันดรศักดิ์ และถอดถอนจากฐานันดรศักดิ์ ซึ่งหมายถึงฐานันดรศักดิ์พระและฐานันดรศักดิ์เจ้า ซึ่งหมายถึงกรณีสถาปนาอิสริยยศ จึงควรให้มีองค์ปกครองคณะสงฆ์ที่เป็นที่เคารพศรัทธาเชื่อถือ ซึ่งความเชื่อถือจะได้มาจากพรรษายุกาล หรือ อายุ จริยวัตร และควรได้มาจากที่มาอันเป็นที่ไว้วางใจ จึงควรย้อนกลับไปสู่การให้ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเหมือนกับที่เคยมีมาในอดีต จนทำมาเป็นร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำชี้แจงจาก &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; กลางที่ประชุม สนช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนสุดท้าย ที่ประชุม สนช.ลงมติเป็นเอกฉันท์ 217 คะแนน ผ่านร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 3 วาระรวด และขั้นตอนต่อไป ประธาน สนช.ก็จะส่งร่างฯ ไปให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว คือ มาตรา 3 ที่บัญญัติว่าเพื่อให้การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ตลอดจนการดูแลการปกครองคณะสงฆ์เป็นไปเพื่อส่งเสริมการเผยแผ่หลักของพระพุทธศาสนาให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และมีการรักษาพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์ให้เป็นไปอย่างถูกต้องดีงามโดยเคร่งครัด เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป พระมหากษัตริย์คงทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง สถาปนา และถอดถอนสมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์ และแต่งตั้ง มส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่องค์ประกอบของ มส. ประกอบด้วย สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูป ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือพระภิกษุซึ่งมีพรรษาอันสมควรและจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองสงฆ์ ซึ่งการแต่งตั้งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย โดยจะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในยุค คสช.จะพบว่า กระบวนการปฏิรูปกิจการพุทธศาสนา-คณะสงฆ์ ผ่านการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินการมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกก็ตอนช่วงปลายปี 2559 ที่ สนช.รวม 48 คนเข้าชื่อกันเสนอแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ในมาตรา 7 เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งตอนนั้น สนช.ก็เห็นชอบ 3 วาระรวด และล่าสุดก็มาในครั้งนี้ ที่มีการแก้ไขเรื่องโครงสร้าง-ที่มาของมหาเถรสมาคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิรูป-จัดระเบียบ เกี่ยวกับกิจการพุทธศาสนา-คณะสงฆ์ เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ก็ยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น การให้มีการตรวจสอบควบคุมบัญชีเงินของวัด เพื่อไม่ให้มีการรั่วไหลเกิดการทุจริต ใช้เงินบริจาคของพุทธศาสนิกชนหรือเงินงบประมาณแผ่นดินที่สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติจัดสรรไปให้ นำไปใช้ในทางมิชอบ อย่างที่เกิดขึ้นกับกรณีทุจริตเงินทอนวัดที่พบว่า มีอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่-อดีตกรรมการ มส.เข้าไปเกี่ยวข้อง จนบางรูปอย่างอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ต้องหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศอยู่จนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสังคายนาวงการคณะสงฆ์ ปฏิรูปกิจการพุทธศาสนาลำดับต่อไปในยุค คสช.จะแตะไปที่จุดไหน จึงต้องรอดู เพราะอาจมีให้เห็นกันอีกหลายเรื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12839</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ที่ประชุม สนช., นายวิษณุ เครืองาม, พุทธศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e3db819916.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธรรมกาย&#039;ชี้พุทธศาสนาอยู่ในภาวะอ่อนไหว กำชับสาวกอย่าตกเป็นเครืองมือข่าวลือ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.61 - เพจสำนักสื่อสารองค์กร ของวัดพระธรรมกาย &amp;nbsp;โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;quot;เนื่องจากสถานการณ์ข่าวพระพุทธศาสนาในช่วงนี้อยู่ในภาวะอ่อนไหว และเสี่ยงต่อการตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่ปรารถนาดีใช้ปล่อยข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง หรือชักชวนไปทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดังนั้นเพื่อการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง จึงขอความร่วมมือสมาชิกภายในองค์กรให้รับฟังและส่งต่อข้อมูลข่าวสารจากช่องทางของสำนักสื่อสารองค์กร&amp;quot;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11426</URL_LINK>
                <HASHTAG>จานบิน, ธรรมกาย, พุทธศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b2355ad79eb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
