<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตักบาตรริมฝั่งโขงที่หนองคายคึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;พุทธศาสนิกชนชาวหนองคาย ออกมาตักบาตรบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเนื่องในวันวิสาขบูชากันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปีนี้มีการงดจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยบรรยากาศการทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชาที่จังหวัดหนองคาย ปีนี้มีการงดจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนตามวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง ที่เป็นสถานที่หลักจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้พุทธศาสนิกชน ชาวหนองคาย ได้พากันออกมาทำบุญตักบาตรตามเส้นทางที่พระภิกษุสงฆ์ตามเส้นทางต่าง ๆ ทั้งตามหมู่บ้าน และชุมชนของตนเอง
&amp;nbsp;
ลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขงภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ก็เป็นอีกจุดที่พุทธศาสนิกชนชาวหนองคายพากันออกมาทำบุญตักบาตรในวันวิสาขบูชากันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณชุมชนวัดธาตุ จุดที่มีพระธาตุกลางน้ำจมอยู่ในแม่น้ำโขง และเป็นจุดที่มีพิธีลอยเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ มีพระภิกษุสงฆ์และสามเณร จากวัดต่าง ๆ ภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ที่มีวัดตั้งอยู่ใกล้ลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขง ออกมาบิณฑบาต ให้พุทธศาสนิกชนชาวหนองคายได้ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65197</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตักบาตร, พุทธศาสนิกชน, วิสาขบูชา, หนองคาย, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb22cf20aa73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลาคึกคัก!พุทธศาสนิกชนสวมหน้ากากออกมาทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2563 - ที่ย่านการค้าวชิรา ถนนทะเลหลวง อ.เมือง จ.สงขลา มีพุทธศาสนิกชนชาวสงขลาเดินทางมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เนื่องในวันวิสาขบูชาบริเวณนี้อย่างคึกคัก แม้เป็นช่วงวิกฤติโควิด-19 &amp;nbsp;โดยพระสงฆ์ออกมาเดินรับบิณฑบาตรจากประชาชนตามปรกติ ซึ่งถือเป็นกิจของสงฆ์ และพระทุกรูปจะสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;
แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีประชาชนที่มาทำบุญตักบาตรลดลง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ออกจากบ้าน &amp;ldquo;อยู่บ้าน หยุดโรค เพื่อชาติ&amp;rdquo; แต่ในเช้าวันนี้ประชาชนออกมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์กันคึกคัก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เนื่องในวันวิสาขบูชา &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสำคัญสากลของโลก ท่ามกลางการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายและนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนทะเลหลวง, พุทธศาสนิกชน, วิสาขบูชา, สงขลา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb21999adb47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.62-นายนิมิตร ผดุงศิลป์ไพโรจน์ นายอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ &amp;nbsp; ประชาชนชาวอำเภอแม่เมาะมากกว่า 500 คน &amp;nbsp;ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ &amp;nbsp; โดยมีพระภิกษุสงฆ์จำนวน 108 รูป &amp;nbsp; จากวัดต่างๆในเขตอำเภอแม่เมาะ และ อำเภอใกล้เคียง &amp;nbsp;เดินลงบันไดนาคบริเวณวัดรัตนคูหาถ้ำผากล้วย &amp;nbsp;อ.แม่เมาะ &amp;nbsp;จ.ลำปาง &amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวน 108 ขั้น &amp;nbsp; โดยมีพุทธศาสนิกชนนุ่งขาวห่มขาวและเสื้อสีเหลือง ร่วม ตักบาตรพระสงฆ์ในวันนี้ เนื่องจากตามประเพณีชาวเหนือและชาวลำปางและอำเภอแม่เมาะ วันออกพรรษาผ่านพ้นไป 1 วัน &amp;nbsp;พุทธศาสนิกชน จะร่วมกันตักบาตออกพรรษา และสถานที่แห่งนี้ได้ตักบาตรติดต่อกันมาเป็นปีที่ 3 เพื่อทำบุญ บำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.หนองคาย พุทธศาสนิกชนในจังหวัดหนองคาย และนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวงานออกพรรษาและชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค เมื่อคืนที่ผ่านมา &amp;nbsp;ที่จังหวัดหนองคาย ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2562 &amp;nbsp; โดยจังหวัดหนองคาย ได้แบ่งการบิณฑบาตในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ออกเป็น 4 สาย ประกอบด้วย จากวัดสิริมหากัจจายน์ถึงวัดอุดมมหาวัน , จากวัดโพธิ์ศรีถึงวัดยอดแก้ว , จากวัดประดิษฐ์ธรรมคุณถึงวัดศรีคุณเมือง และจากวัดศรีเมืองถึงวัดชัยพร ซึ่งในสายสุดท้ายนี้ มีข้าราชการ ประชาชนชาวหนองคาย และนักท่องเที่ยว มาร่วมกันทำบุญตักบาตรฯ กันเป็นจำนวนมาก นายสุชน ภัยธิราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , นายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , นายศุภกร มูลสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนายกำภล เมืองโคตรนายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย พร้อมผู้บริหารเทศบาลเมืองหนองคาย ก็ได้ร่วมทำบุญตักบาตรในสายนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 2,000 คน &amp;nbsp;ร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ พระภิกษุสงฆ์ 99 รูป ที่เดินลงมาจากยอดภูเขาไฟกระโดง ตามบันไดนาค จำนวน 297 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนที่มายืนรอใส่บาตร อยู่บริเวณสองข้างทางลานด้านหน้าวัดพระพุทธบาทเขากระโดง ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ตามพุทธประวัติ &amp;nbsp; โดยพุทธศาสนิกชนต่างนำข้าวสาร อาหารแห้ง และข้าวทิพย์ ที่ผ่านพิธีการกวนข้าวทิพย์ในวันออกพรรษามารอใส่บาตรอยู่ด้านล่าง ซึ่งในปีนี้ประชาชนที่มาร่วมทำบุญตักบาตรในงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ส่วนมากจะมากันเป็นครอบครัว รวมทั้งวัยรุ่น หนุ่มสาว และเด็ก เพื่อร่วมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีทำบุญออกพรรษาที่จัดสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
จ.สงขลา บรรยากาศในช่วงเทศกาลออกพรรษาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลายพื้นที่ใน จ.สงขลา ได้มีประชาชนนำครอบออกมร่วมพิธีตักบาตรเทโวในช่วงเช้ากันเป็นจำนวนมาก เช่น ที่วัดควนมิตร ม.2 ต.คลองเปียะ อ.จะนะ ซึ่งมีประชานำครอบครัวและบุตรหลานออกมาร่วมกันทำบุญ โดยมีการจัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้งจัดเป็นชุด เพื่อใส่บาตรพระสงฆ์ในวันตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ หลังจากที่พระสงฆ์ได้เสร็จส้นจากการจำพรรษามานาน 3 เดือน อีกทั้งยังตั้งจิตอธิฐานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี การสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมทั้งมีเรือพระให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญ รับศีลรับพร และประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47995</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำบุญตักบาตร, พุทธศาสนิกชน, วันออกพรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da3e5f25f12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 05:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมงานบุญนมัสการพระธาตุพนม  “Amazing” เมือง “3 ที่สุด”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;งานนมัสการพระธาตุพนม ถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนสองฝั่งโขงทั้งชาวไทยและชาวลาว รวมทั้งคนไทยจังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศที่ให้ความสนใจมาร่วมทำบุญและปฏิบัติธรรม พร้อมถือโอกาสท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดนครพนม ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Amazing ไทยเท่&amp;rdquo; ซึ่งมีไฮไลต์ &amp;ldquo;3 ที่สุด&amp;rdquo; ที่พลาดไม่ได้ และสามารถท่องเที่ยวได้ทุกวันตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสุหฤทธิ์ ชาญวนังกูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม เปิดเผยว่า งานนมัสการพระธาตุพนม เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่ครั้งโบราณกาล โดยพุทธศาสนิกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) มีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า ถ้าใครได้มีโอกาสเดินทางมาไหว้พระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญกุศลถวายเครื่องสักการบูชา บริจาคทรัพย์ สวดมนต์ ท่องบ่นสาธยายคัมภีร์พระธรรมและเจริญเมตตาภาวนาต่อหน้าองค์พระธาตุพนม จิตใจจะสงบเยือกเย็นอย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมเกิดความมงคลแห่งชีวิตในด้านต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับปีนี้ จังหวัดนครพนม และ ททท. สำนักงานนครพนม ร่วมจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ประจำปี 2562 ขึ้น ระหว่างวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ (ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3) ถึงวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ (แรม 1 ค่ำ เดือน 3) รวม 9 วัน 9 คืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยมีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย พิธีแห่พระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำโขงในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเปิดงานในเวลาประมาณ 06.30-08.00 น., การรำบูชาพระธาตุพนม แห่กองบุญถวายองค์พระธาตุพนม พิธีห่มผ้าพระธาตุพนมและเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม, การออกร้านจำหน่ายสินค้า, ร่วมเวียนเทียนวันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 รอบพระธาตุพนม ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ และการแสดงมหรสพสมโภชพระธาตุพนมตลอดงาน 9 วัน 9 คืน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม กล่าวต่อว่า ผู้มาร่วมงานยังสามารถเดินทางไปชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดนครพนม โดยมีสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ &amp;ldquo;3 ที่สุด&amp;rdquo; ของจังหวัดนครพนม ได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ที่สุดแรกคือ &amp;ldquo;ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด&amp;rdquo; ด้วยการไหว้พระธาตุประจำวันเกิดและปีเกิด เริ่มต้นที่พระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิด วันอาทิตย์ และเป็นพระธาตุประจำปีวอก ประดิษฐานที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม เชื่อกันว่า ผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์ มีบุญบารมีมาก และมีคนให้ความเคารพนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;พระธาตุเรณูนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันจันทร์ ประดิษฐานอยู่วัดพระธาตุเรณู อำเภอเรณูนคร เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มานมัสการจะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้มีวรรณะงดงาม ผุดผ่องดังแสงจันทร์, พระธาตุศรีคุณ พระธาตุประจำวันเกิดวันอังคาร ตั้งอยู่ที่อำเภอนาแก เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มานมัสการพระธาตุแห่งนี้ จะได้รับอานิสงส์ให้มีศักดิ์ศรีทวีคูณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;พระธาตุมหาชัย พระธาตุประจำวันเกิดวันพุธ ตั้งอยู่ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก เชื่อกันว่า ผู้ที่มานมัสการจะได้รับอานิสงส์ จะประสบแต่ชัยชนะในชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;พระธาตุมรุกขนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันพุธกลางคืน ประดิษฐานที่วัดมรุกขนคร อำภอธาตุพนม เชื่อกันว่า ผู้ที่มานมัสการจะได้รับอานิสงส์ ความทุกข์ด้วยโรคภัยจะคลี่คลายไป, พระธาตุประสิทธิ์ พระธาตุประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี ประดิษฐานอยู่วัดธาตุประสิทธิ์ อำเภอนาหว้า เชื่อกันว่าผู้ได้มากราบไหว้นมัสการพระธาตุแห่งนี้ จะได้รับอานิสงส์ให้สัมฤทธิผลในการปฏิบัติงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์ ตั้งอยู่ภายในวัดท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน เชื่อกันว่าผู้ที่มานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ และพระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันเสาร์ ประดิษฐานที่วัดมหาธาตุ ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมืองนครพนม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เชื่อกันว่าผู้ที่มานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ เสริมบุญบารมี และมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม กล่าวต่อว่า ที่สุดประการที่สองคือ &amp;ldquo;สวยที่สุด&amp;rdquo; ได้แก่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ตั้งอยู่บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งด้านการค้าและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศเวียดนามและภาคใต้ของประเทศจีน ลักษณะตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมล้านช้างที่ถ่ายทอดมาจากวัดของจังหวัดนครพนม ถือเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่ได้รับการออกแบบให้เกิดความสวยงามเหมาะสมกับขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมในพื้นที่ และได้มีการปรับพื้นที่ให้เป็นลานแคมปิ้ง และมีโครงการ &amp;ldquo;เช็กอิน นครพนม&amp;rdquo; ที่ทำไว้ให้เช็กอิน 3 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 หน้าองค์พระธาตุพนม, จุดที่ 2 อยู่ที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3, จุดที่ 3 บริเวณริมฝั่งโขง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่สุด&amp;rdquo; ประการที่สาม คือ ทิวทัศน์ริมฝั่งโขงซึ่งมีทางจักรยานเลียบริมแม่น้ำโขงจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3, อุโมงค์นาคราช ยาว 303 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางปั่นจักรยานริมแม่น้ำโขงของจังหวัดนครพนม และเส้นทางสวรรค์ชายโขง เส้นทางจักรยานแห่งใหม่เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังอาคารเก่าถนนคนเดินนครพนม โดยเส้นทางดังกล่าวมีจุดสนใจคือภาพวาดจักรราศี ซึ่งเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวจังหวัดนครพนม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;บริเวณริมน้ำ ยังมีองค์พญาศรีสัตตนาคราช ก่อสร้างด้วยโลหะทองเหลือง เป็นองค์พญานาคขดตัวชูเศียรพ่นน้ำจำนวน 7 เศียร มีความสูงตั้งแต่ฐานลำตัว จนถึงยอดเศียรประมาณ 9 เมตร ขดลำตัวกว้างประมาณ 6 เมตร ตั้งบนแท่นประดิษฐานสูงประมาณ 5 เมตร มีน้ำหนักรวมประมาณ 9 ตัน ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดนครพนมที่มีความสวยงาม โดดเด่น มีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวลาวต่างทยอยมาชื่นชม และสักการบูชาพญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งเชื่อมเส้นทางการท่องเที่ยว 3 ที่สุดของจังหวัดนครพนม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม กล่าวต่อว่า นอกจาก 3 ที่สุดแล้ว นครพนมยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ เส้นทางทางวัฒนธรรม เช่น หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่โฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อกอบกู้เอกราชของประเทศเวียดนาม ระหว่างปี พ.ศ.2467-2474  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่น มีลักษณะเป็นแบบตะวันตก ได้รับอิทธิพลในรูปแบบการก่อสร้างจากฝรั่งเศสช่วงสมัยสงครามอินโดจีน ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของจังหวัดนครพนมตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงประเพณีไหลเรือไฟหนึ่งเดียวของประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นครพนม เดิมเคยเป็นอาคารศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) มาก่อน เริ่มสร้างครั้งแรกในปี พ.ศ.2458 ในสมัยที่พระยาพนมนครนุรักษ์ (อุ้ย นาครทรรภ) เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมคนแรก สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2462 ลักษณะสถาปัตยกรรม ตัวอาคารใช้แปลนของศาลากลาง จังหวัดเชียงราย มีลักษณะตึกสองชั้นครึ่ง ก่ออิฐถือปูน ไม่เสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้องดินเผา ส่วนประกอบโครงสร้างต่างๆ เป็นไม้ รูปทรงอาคารเป็นแบบตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติ เมืองรองแห่งนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบ้านแพง อันเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกและลำธารใหญ่น้อยหลายสาย มีความอุดมสมบูรณ์ของดอกไม้ กล้วยไม้ และพันธุ์ไม้นานาชนิดที่สวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมวิถีชีวิตชาวบ้านลุ่มน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม ชมการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และหาดแห่ ซึ่งเป็นเกาะกลางแม่น้ำโขง สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของบ้านเรือนสองฝั่งโขง และปิดท้ายการเที่ยวชม &amp;ldquo;ไร่กาแฟขี้ชะมด&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ซึ่งภายในไร่นั้นจะแบ่งออกเป็นหลายโซน โดยหลักๆ จะมีโซนร้านกาแฟ โซนไร่กาแฟ และโซนสวนสัตว์ จนได้คำนิยามว่า &amp;ldquo;ไร่กาแฟที่เป็นมากกว่าไร่กาแฟ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ททท. สำนักงานนครพนม จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจร่วมกิจกรรมบุญ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของชาวจังหวัดนครพนมในงานนมัสการพระธาตุพนม จากนั้นไปเยือน &amp;ldquo;3 ที่สุด&amp;rdquo;และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองรองแห่งนี้ ซึ่งพร้อมแล้วสำหรับให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนได้ทุกวัน&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม กล่าวปิดท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานนครพนม (พื้นที่รับผิดชอบ : สกลนคร นครพนม มุกดาหาร) โทรศัพท์ 0-42 51-3490-1 E-mail : tatphnom@tat.or.th Facebook แฟนเพจ : ททท. สำนักงานนครพนม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28158</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานนมัสการพระธาตุพนม, ททท., ทำบุญกุศลถวายเครื่องสักการบูชา, บริจาคทรัพย์, พุทธศาสนิกชน, สวดมนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c557954c7814.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พุทธศาสนิกชนชาวอ่างทองทำบุญวันออกพรรษาคึกคัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค.61-ที่จ.อ่างทอง ตั้งแต่เช้า พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอ่างทอง ต่างพาครอบครัวและบุตรหลาน ไปทำบุญตักบาตร เนื่องในวันออกพรรษากันอย่างคึกคัก &amp;nbsp;โดยที่ศาลาการเปรียญวัดโล่ห์สุทธาวาส ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;ประชาชนต่างพาครอบครัว เข้าวัดทำบุญตักบาตรเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ พร้อมกับฟังธรรมรับศีลรับพร จากพระภิกษุสงฆ์ เพื่อเสริมสร้างสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว อีกทั้งยังเป็นการร่วมกันสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธศาสนาสืบต่อไป นอกจากนั้นยังมีทีมงานของทางโรงพยาบาลอ่างทอง2 &amp;nbsp;มาให้รับบริการตรวจสุขภาพฟรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้แก่ประชาชนที่มาเข้าวัดทำบุญวันออกพรรษาที่บนศาลการเปรียญอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20572</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, ตักบาตร, ทำบุญ, พุทธศาสนิกชน, วันออกพรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcfd4ec4ff0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใส่เสื้อเหลือง เฝ้าฯรับเสด็จ อาสาฬหบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง&amp;quot; ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันอาสาฬหบูชา พสกนิกรสวมเสื้อเหลืองเฝ้าชื่นชมพระบารมี พุทธศาสนิกชนทั่วไทยทำบุญตักบาตร เวียนเทียนรอบพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เวลา 15.06 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา พุทธศักราช 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ ถึง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ แล้วทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย &amp;nbsp; ทรงถวายพุ่มเทียน ต้นไม้ทอง-ต้นไม้เงิน และทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร &amp;nbsp;พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ &amp;nbsp;ประทับพระราชอาสน์ ผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้าพระราชทาน ผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเชิญไปรักษาไว้สำหรับถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงต่างๆ &amp;nbsp;นำไปจุดเทียนพรรษาที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้แล้ว เสด็จฯ ไปถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก &amp;nbsp;สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ ที่อาสน์สงฆ์เที่ยวแรก จำนวน 30 รูป ประทับพระราชอาสน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา &amp;nbsp;ทรงประเคนพุ่มเทียน เที่ยวที่ 2 จำนวน 30 รูป จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารัตน์ ทรงประเคนพุ่มเทียน เที่ยวที่ 3 จำนวน 30 รูป ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ทรงประเคนพุ่มเทียน เมื่อหมดจำนวนพระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนประมาณ 350 รูปแล้ว เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถ เสด็จพระราชดำเนินกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อใกล้เวลาเสด็จพระราชดำเนิน มีพสกนิกรจำนวนมากต่างจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าชื่นชมพระบารมี ตั้งแต่ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน จนถึงประตูวิเศษไชยศรี ซึ่งเมื่อรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวล โดยพสกนิกรต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ต่างตื้นตันใจที่ได้รับเสด็จและชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;คณะสงฆ์ หน่วยงานต่างๆ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 4 ยุค จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระองค์ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นประดิษฐานบนมณฑป และเปิดให้ประชาชนสักการะจนถึงเวลา 20.30 น. ของวันที่ 28 ก.ค. ทั้งนี้ นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตลอดทั้งวันมีพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างเนืองแน่น ทั้งการสักการะพระบรมสารีริกธาตุ การเวียนเทียนรอบมณฑป ขณะเดียวกันยังได้เข้าร่วมกิจกรรมภายในเต็นท์พิธี ทั้งการสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา นั่งสมาธิ &amp;nbsp;ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร &amp;nbsp; นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2561 พร้อมด้วยพระเทพวีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ พระภิกษุ สามเณร และเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา ได้ร่วมฟังพระธรรมเทศนา เวียนเทียนรอบพระอุโบสถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เวลา 07.09 น. พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสุรินทร์ รวมทั้งนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ได้ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์บนหลังช้างแห่งเดียวในโลก ที่นำพระสงฆ์ 67 รูปนั่งรับบิณฑบาตบนหลังช้างกว่า 35 เชือก เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา โดยมีนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี พร้อมนำ ข้าราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีและตักบาตรบนหลังช้างเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน และพุทธศาสนิกชน กว่า 1,000 คน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสามเณร จำนวน 109 รูป ที่หอพระไตรปิฎก วัดกลาง พระอารามหลวง ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาประจำปี 2561 โดยมีพระธรรมเสนานุวัตร &amp;nbsp; รองเจ้าคณะภาค 5 เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนชาวเมืองพิษณุโลก เข้าร่วมในพิธีสำคัญจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาหอฉัน วัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราชการ ประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรอาหารคาว-หวาน พร้อมถวายเครื่องปาฏิโมกข์ ผ้าอาบน้ำฝน เทียนพรรษา หลอดไฟ เครื่องสังฆทาน และวัตถุทาน แด่พระภิกษุสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 โดยพระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) นำพระภิกษุสงฆ์ร่วมพิธี ก่อนในช่วงค่ำพุทธศาสนิกชนชาวจันทบุรีได้ออกมาร่วมกันเวียนเทียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดน้ำนาพันสาม วัดนาพรม อ.เมืองฯ จ.เพชรบุรี ได้มีการจัดงานบุญใหญ่เข้าพรรษา ตักบาตรพระบนหลังเกวียน ครั้งที่ 3 ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลนาพันสามได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27-28 ก.ค. เพื่อเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 10 และอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมประเพณีโบราณของชาวเพชรบุรี ภายในงานมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งขบวนแห่เกวียนเทียนพรรษากว่า 30 เล่ม การตักบาตรพระบนหลังเกวียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อุโบสถวัดวิชิตสังฆาราม จ.ภูเก็ต สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต ได้จัดโครงการวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา &amp;quot;วันอาสาฬหบูชา&amp;quot; จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2561 โดยมีพระครูประคุณสุตกิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวิชิตสังฆาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นักเรียน และพุทธศาสนิกชนชาวภูเก็ต เข้าร่วมพิธีสงฆ์ และร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี เป็นประธานในพิธีตักบาตรวันอาสาฬหบูชาถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมในงานพิธีต่างตั้งใจที่จะทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งตั้งจิตอธิษฐานให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และยังอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14241</URL_LINK>
                <HASHTAG>บำเพ็ญพระราชกุศลวันอาสาฬหบูชา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พุทธศาสนิกชน, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วันอาสาฬหบูชา, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5b1296b2b5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝึกจิตด้วยการ...รอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คำว่า &amp;quot;รอ&amp;quot; ในสังคมไทยส่วนใหญ่ของบรรดามนุษย์ลุงและมนุษย์ป้าแล้ว ดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่มากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ว่าเป็นเรื่องใหญ่นั้น ไม่ใช่เพราะเข้าถึง เข้าใจ และเห็นความสำคัญของการ &amp;quot;ต้องรอ&amp;quot; อันถือเป็นกฎ กติกา มารยาทสากลพึงปฏิบัติในทุกเรื่อง แต่เป็นเรื่องใหญ่ในทางตรงกันข้ามค่ะ คือ พอบอกให้รอ หรือต้องเข้าคิวรอเมื่อไหร่ล่ะก็ มักจะมีเรื่องมีราว บางครั้งถึงขั้นมีปากมีเสียงกันเลยทีเดียว เพราะคนในสังคมไทยรุ่นเก่านั้นไม่เคยชินกับการรอ หรือที่ภาษาฝรั่งเขาบอกว่า First Come First Serve&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไหนแต่ไรมา พวกเรานิยมใช้ชีวิตแบบที่เรียกว่า ตามใจคือไทยแท้ หรือภาษาวัยรุ่นก็ต้องบอกว่า ..เอาที่สบายใจ โดยไม่สนใจเลยว่าตัวเองกำลังละเมิดสิทธิของผู้อื่นหรือไม่อย่างไร...จริงไหม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้กระทั่งในวัดในวา ที่เรียกว่าเป็นสถานที่ฝึกจิตสำหรับพุทธศาสนิกชน หรือกลุ่มคนที่สนใจในการเจริญสติ ทำสมาธิเพื่อการสร้างพลังจิตให้กับตัวเองในการต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาต่างๆ บนโลกใบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้อยนักที่จะไม่พบคนที่พร้อมจะแย่ง แข่งขัน เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ หรือเพื่อให้ถึงเป้าหมาย มิได้แตกต่างอะไรจากโลกภายนอกวัดวาอารามเลย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่การรอนั้น ถือเป็นการใช้วิริยะอย่างหนึ่ง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเจริญสติวิปัสสนา เพราะการนั่งสมาธิอดทนกับความเวทนา ที่เรียกกันว่าทำซ้ำๆ ในการพิจารณาลมหายใจเข้า-ออก หรือท่องพุทโธๆ นั้น ก็เหมือนการรอคิวที่จะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่บริบทในการเคลื่อนไหวนั้นแตกต่างกันเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หยิบยกเรื่องการรอมาถกอภิปราย ก็เพราะมีเหตุให้ต้องไปทำบุญในวันสำคัญที่วัดชื่อดังมากแห่งหนึ่ง คนนุ่งขาวห่มขาวเต็มไปหมด จะเดินหรือทำอะไร กิริยามารยาทดูสงบเสงี่ยมอย่างมาก แต่...คุณพระช่วย!! พอถึงเวลาต้องเข้าคิว ความงดงามของจริตมลายหายไปแบบฉับพลัน ราวกับคนละคน ด้วยต่างเบียดเสียดที่จะอยู่หน้า หรือได้ที่นั่งในทำเลที่ตัวเองปรารถนามากที่สุด โดยไม่ใส่ใจเลยว่าอากัปกิริยาเหมือนคนขาดสตินั้นต้องไปชนกับใครเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนิจจา ...แม้แต่เวลาเข้าห้องสุขา หลักการสากล ใครมาก่อนควรจะได้เข้าก่อนนั้น ก็ไม่มีใครนึกจะสนใจว่าเป็นสิ่งที่ดี เหมาะสมและถูกต้องที่สุดกว่าการจะไปยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องใดห้องหนึ่ง แล้วก็จับจ้องว่าห้องที่ตัวเองยืนคือสมบัติที่ได้รับการประกาศแล้วว่าเป็นของฉัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณพระคุณเจ้าท่านเริ่มปฏิรูปสังคมของท่านแล้ว พวกเราญาติโยมที่ถือเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูศาสนาให้สืบต่อตราบนานเท่านาน ก็พึงต้องปฏิรูปวิธีคิด วิถีใช้ชีวิตที่รู้จักอดทนกับการรอบ้าง ...ก็จะดีนะคะ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่ไม่ยอมรอมักจะนึกปรามาสคนอื่นในใจว่า ..ก็ฉันฉลาดกว่า ไหวพริบดีกว่า ก็เลยไม่ต้องรอนานนั้น ลองปฏิรูปตัวเองในเรื่องการรู้จักรอ รับรองว่าจะรู้สึกดีกว่าเยอะเลยค่ะ..ขอบอก.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12250</URL_LINK>
                <HASHTAG>First Come First Serve, กติกามารยาทสากล, ตามใจคือไทยแท้, ป้าเอง, พุทธศาสนิกชน, มองมุมสูง, ห้องสุขา, อุปถัมภ์ค้ำชูศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
