<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039; อัด &#039;พุทธิพงษ์&#039; ยิ่งกว่าดาวสยาม!โวยรมว.ดีอีโพสต์จับผู้ที่เหยียบย่ำหัวใจคนไทย เป็นการทำให้ประชาชนหวาดกลัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค. 62 - ที่รัฐสภา นางสาวพรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณี การทำหน้าที่ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศราฐกิจและสังคม ว่า จากกรณีการจัดกิจกรรมการแสดงออกของประชาชน ที่สกายวอล์ค ปทุมวัน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นด้วยความเรียบร้อย และไม่ได้สร้างความเดือดร้อน แต่เรามีความกังวลภายหลังการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เนื่องจากมีความพยายาม ในการทำลายความน่าเชื่อถือ ของการชุมนุม รวมทั้งผู้เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นโยบายการจัดการข่าวปลอม ของรัฐบาล ที่ตนโดนเจ้าหน้าที่จากสำนักนายกรัฐมนตรีไปแจ้งความเอาผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ในข้อหาบิดเบือนข้อความของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนมองว่า เป็นเพียงเรื่องตลก นั้น กลับกัน ทางศูนย์จัดการเฟคนิวส์ กลับไม่ได้ดำเนินการข่าวปลอมของผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตนได้ติดต่อโดยตรงไปยัง นายพุทธิพงษ์&amp;nbsp;ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม(ดีอี) ในกรณี ที่เพจเดรัจฉานแฉ โพสต์ภาพนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมข้อความ ที่เป็นการพูดพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นข่าวปลอม 100% เพราะในวันนั้นมีทั้งสื่อมวลชน มืออาชีพ และมือสมัครเล่น รวมทั้งประชาชนบันทึกวิดีโอ เอาไว้ ซึ่งสามารถไปเช็คดูได้ว่าไม่มีคำพูดเหล่านี้เกิดขึ้นแม้แต่เพียงครึ่งคำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงศ์ ก็รับปากว่าจะจัดการให้ แต่จนถึงขณะนี้ โพสต์ดังกล่าว ก็ยังคงอยู่ โดยไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด กลับไปจัดการข่าวอื่นอย่างการล้อเลียนคำขวัญนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่งคือ กรณีที่ คุณพุทธิพงษ์ โพสต์ เฟซบุ๊ก ว่าได้รวบรวบพยานหลักฐาน จำไปสู่การจับกุมผู้โพสต์ภาพ ตามที่คุณพุทธิพงษ์ บอกว่า เป็นการกระทบกระทือนจิตใจของคนไทย ในทำนองว่า พาดพิงไปยังสถาบันพระมหากษัตริย์ ระหว่างทำกิจกรรม ดิฉันข้อตั้งคำถามว่า นี่คือความตกต่ำของประเทศไทยใช่หรือไม่ สมัยก่อนเราเห็นพาดหัวที่ยุยงปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง จนคนฆ่ากันเองได้ แบบนี้ จาก หนังสือพิมพ์ดาวสยาม หรือวิทยุยานเกราะ แต่ปัจจุบันไม่ใช่สื่อแล้วที่ทำแบบนี้ แต่กลับเป็นบุคคลระดับรัฐมนตรีที่อยู้ในพรรครัฐบาล ดิฉันขอถามว่า การทำแบบนี้ ในฐานะที่ท่านเองเป็นคนรับผิดชอบข่าวบิดเบือนและการเผยแพร่วาทะเกลียดชัง สมควรหรือไม่ที่บุคคลระดับรัฐมนตรีจะทำแบบนี้ และ การที่อยู่ดีๆโพสต์ว่ามีการจับกุมบุคคล โดยไม่ได้มีการบอกว่าใช้อำนาจตามกฎหมายข้อใด ข้อหาอะไร เป็นใคร และจับไปไว้ที่ไหน บ้านเมืองนี้ยังมีขื่อแปอยู่หรือไม่ เราอยู่ในอยู่ยุคเผด็จการคสช.หรืออย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อว่า ขณะที่รัฐบาลนี้พูดเสมอว่า หยุดพูดว่าเผด็จการได้แล้ว นี่อยู่ในยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่หากเป็นแบบนั้น ท่านก็ช่วยพิสูจน์ให้เราเห็นทีว่าท่านเห็นหัวประชาชนจริงๆ หากเป็นแบบนั้น ทำไมบุคคลระดับรัฐมนตรี จึงมาโพสต์ลักษณะแบบนี้ &amp;nbsp;ขอให้แสดงความชัดเจนในส่วนนี้ มิเช่นนั้นประชาชนสงสัยได้ว่า รมว.ดีอี พยายามทำให้ประชาชนทั้งประเทศหวาดกลัวในการแสดงออกตามสิทธิ เสรีภาพของตนเอง ที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อยืนยันหลักการที่ว่า ประชาชนคือผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ เพื่อยืนยันหลักการที่ว่า ระบอบประชาธิปไตยต้องยึดมั่นเสรีภาพของประชาชน กิจกรรมเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมาเป็นการแสดงออกของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทส ว่าพวกเขาไม่พอใจกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน &amp;rdquo; นางสาวพรรณิการ์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52761</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ, พรรณิการ์ วาณิช, พุทธิพงศ์ ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9e3bb78ed3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ2โจรหัวใส แฮ็กไลน์,เฟซบุ๊ก ยืมเงินชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวบ 2 โจรหัวใสแฮ็กไลน์ยืมเงิน-ข้อมูลบัตรประชาชนไปเปิดซิมขโมยแต้มสะสมขาย &amp;quot;พุทธิพงศ์&amp;quot; เผยผลงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเปิดมาแล้ว 1 เดือน สกัดข่าวปลอมได้กว่า 5 หมื่นเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายพุทธิพงศ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ ผกก.1 บก.ปอท., พ.ต.อ.ขวัญชัย พัฒรักษ์ ผกก.3 บก.ปอท. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาแฮ็กข้อมูลไลน์ โดยส่งลิงก์เว็บไซต์แฝงมัลแวร์ และผู้ต้องหาโจรกรรมข้อมูลบัตรประชาชนไปใช้เปิดซิมโทรศัพท์ เพื่อดึงคะแนนสะสมแต้มของเหยื่อไปขายผ่านเฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีแรกจับกุมนายกุมภา ปุยฝ้าย อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1540/2562 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2562 ข้อหา &amp;quot;เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ, ส่งข้อมูลรบกวนการใช้งานคอมพิวเตอร์ และส่งต่อข้อมูลลามกอนาจารฯ&amp;rdquo; โดยจับกุมได้ที่ซอยบุปผาบุรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า ภายหลังมีกระแสการร้องเรียนว่าผู้เสียหายถูกแฮ็กไลน์-เฟซบุ๊กไปใช้ยืมเงินจากเพื่อนหรือคนรู้จักของเหยื่อ หรือไปโหวตให้คะแนนการประกวด โดยอ้างว่าลูกหลานคนรู้จักได้เข้าแข่งขันการประกวดดังกล่าว ก่อนจะลวงเอาข้อมูลส่วนตัวไป ซึ่งได้ดำเนินการสืบสวนติดตาม กระทั่งพบว่ามีผู้ต้องหารายนี้ทำลิงก์เว็บไซต์ลามก หรือลิงก์ใบ้ห้วยแฝงโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ส่งไปล่อลวงเหยื่อให้กดเข้าเว็บ และดูดข้อมูลส่วนตัวจนเกิดความเสียหายแล้วหลายสิบราย มูลค่านับแสนบาท โดยใช้ไลน์อวตารแฝงตัวเข้าไปในไลน์กลุ่มขนาดใหญ่เพื่อเผยแพร่ลิงก์ดังกล่าว โดยที่สมาชิกในกลุ่มอาจจะไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่า ตนเองเรียนรู้การเขียนโปรแกรมจากอินเทอร์เน็ต เพราะเรียนจบเพียงชั้นมัธยม ซึ่งได้ทำลิงก์แฝงโฆษณาขึ้นมาเพื่อรับเงินจากยอดคลิกของลิงก์ดังกล่าว โดยได้กระทำมานานกว่า 4 เดือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า ขอแนะนำให้ประชาชนที่เผลอกดลิงก์เว็บไซต์ดังกล่าว ตรวจสอบข้อมูลในไลน์ ได้ที่ &amp;ldquo;การตั้งค่า&amp;gt;บัญชีผู้ใช้งาน&amp;gt;อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ หากอุปกรณ์ใดที่ท่านไม่เคยใช้งานมาก่อน และให้กดออกจากระบบ (Log Out)&amp;rdquo; รวมถึงตั้งค่าการยืนยันตัวตน 2 ชั้น ซึ่งหาข้อมูลได้จากกูเกิล หากพบผู้ใช้งานไลน์นิรนามในกลุ่มไลน์ และเผยแพร่ส่งต่อข้อมูลลักษณะดังกล่าว ก็สามารถแจ้งเบาะแสมายัง &amp;ldquo;ศูนย์ต่อต้านความปลอม&amp;rdquo; (Anti Fake News Center) ทางเว็บไซต์ antifakenewscenter.com ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม | Anti Fake News Center - ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม | Anti-Fake News Center ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม Anti Fake News Center, ตรวจสอบข่าวปลอม, แจ้งเบาะแสข่าวที่น่าสงสัย antifakenewscenter.com หรือหมายเลขโทรศัพท์ 0-2288-8000 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนปราบปรามต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคดี จับกุมนายทัตฐพงษ์ พรหมพิมาน อายุ 34 ปี ที่โกงคะแนนสะสมแต้มของผู้ให้บริการโทรศัพท์ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1705/2562 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ในข้อหา &amp;ldquo;ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง และเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ&amp;rdquo; จับกุมได้ในย่านเสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า ผู้ต้องหาจะนำข้อมูลเลขบัตรประชาชนของผู้เสียหายมาลงทะเบียนซิมการ์ด เปิดใช้บริการโทรศัพท์มือถือในชื่อของผู้เสียหายอีกหมายเลขหนึ่ง เพื่อเข้าถึงคะแนนสะสมของผู้เสียหายที่ถูกจัดเก็บไว้ในระบบของผู้ให้บริการ ต่อมาผู้ต้องหาจะโอนคะแนนสะสมทั้งหมดมายังหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ต้องหาได้ลงทะเบียนเปิดไว้ เพื่อนำคะแนนไปแลกคูปองของกำนัลต่างๆ เช่น ตั๋วภาพยนตร์ ส่วนลดสินค้า จากแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินออนไลน์ ก่อนนำคูปองมาประกาศขายในเฟซบุ๊กตนเองในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลถึงการได้มาซึ่งข้อมูลบัตรประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงศ์กล่าวว่า ภายหลังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเปิดทำการมาแล้วกว่า 30 วัน ได้คัดกรองข้อมูลข่าวปลอมมาแล้วกว่า 120,391 เรื่อง มี 50,000 ชิ้น ที่มีแนวโน้มจะเป็นข่าวปลอม และยับยั้งการเผยแพร่ได้กว่า 30,000 เรื่อง คงเหลือ 7,962 เรื่องที่เป็นข่าวปลอม แบ่งเป็นเรื่องยาเสพติด, ภัยพิบัติ, การเงิน, ความมั่นคงประเทศ และนโยบายรัฐบาล จำนวนมากมาน้อยตามลำดับ ซึ่งได้นำข้อมูลดังกล่าวมาติดตามเฝ้าระวังผู้ไม่หวังดีร่วมกับ บก.ปอท.เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50215</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุมภา ปุยฝ้าย, ทัตฐพงษ์ พรหมพิมาน, พ.ต.อ.ขวัญชัย พัฒรักษ์, พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พุทธิพงศ์ ปุณณกันต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc0110bdcbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
